เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 223 : กบฏทางใต้

บทที่ 223 : กบฏทางใต้

บทที่ 223 : กบฏทางใต้


บทที่ 223 : กบฏทางใต้

ควบคุมเซียน?

นี่มันคล้ายๆกับการบัญชาการทหารหรือเปล่า?

หลังจากเฉินซานซือเข้าร่วมกองทัพ….การฝึกฝนทหารก็ทำให้เขาได้รับทักษะการบัญชาการทหาร

ตอนนี้ มีผู้บ่มเพาะเซียนอยู่ใต้บังคับบัญชาสองคนก็ได้ "การควบคุมเซียน" มางั้นหรือ?

แถมเป็นวิชา…ไม่ใช่ทักษะ

นี่ก็นับว่าคาดไม่ถึง แต่ก็สมเหตุสมผล

ครึ่งชั่วยามต่อมา

เฉินซานซือก็บอกให้พวกนางหยุด

แม้แต่การฝึกทหารธรรมดา ก็ไม่สามารถทำได้ในวันเดียว ขบวนทัพเซียนก็ยิ่งยากมากกว่านั้น แม้จะเป็นขบวนทัพที่ง่ายและพื้นฐานที่สุด ก็ต้องใช้เวลาฝึกฝน เป็นไปไม่ได้ที่จะทำได้ในครั้งเดียว

[วิชา: การควบคุมเซียน (ยังไม่เริ่มฝึก)]

[ความคืบหน้า: 5/100]

[ผล: ยังไม่มี]

….

ไม่รู้ว่า หลังจากเริ่มฝึกแล้วจะมีผลอย่างไร

เเละขบวนทัพที่เฉินซานซือเลือกมาสำหรับฝึก เรียกว่า "ขบวนทัพสามดอกไม้รวมพลัง"

มันเป็นขบวนทัพที่ค่อนข้างง่าย มีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือผู้ช่วยสองคน ส่งพลังวิญญาณที่เก็บไว้ในร่างกายให้กับผู้นำ…เพื่อให้พลังของ "ผู้ตั้งขบวนทัพ" ยั่งยืนมากขึ้น เปรียบได้กับการยืมพลังชีวิตของผู้อื่นมาใช้

พูดให้เข้าใจง่ายๆคือแบตสำรอง

เเต่มันไม่มีทางเลือก…คนของพวกเขาน้อยเกินไป ต้องมีครบเจ็ดคน ก็สามารถใช้ขบวนทัพดาวเหนือได้ แต่ตอนนี้มีแค่สามคน และระดับก็ไม่สูง ขบวนทัพที่ใช้ได้ก็มีแค่ไม่กี่แบบ

ขบวนทัพสามดอกไม้รวมพลัง นับว่าค่อนข้างมีประโยชน์มากเเล้ว

วันรุ่งขึ้น

ฟ้ายังไม่สว่าง พวกเขาก็นั่งรถม้าที่จวนแม่ทัพเตรียมไว้ ออกจากเหลียงโจอย่างลับๆ เข้าสู่ดินแดนรกร้างที่มืดมิด

“ท่านแม่ทัพ ตามที่ท่านอธิบาย การเดินทางทางน้ำเร็วที่สุด ถ้าไม่รังเกียจลำบาก เดินทางทั้งทางน้ำและทางบก ภายในหนึ่งเดือนก็จะถึงท่าเรือทางตะวันออกเฉียงใต้ได้”

“จากนั้นก็หาวิธีหาเรือออกทะเล คาดว่าสองถึงสามเดือนก็จะถึงที่หมาย แน่นอน เเต่ต้องโชคดีหาทางถูกด้วย”

“เเตไม่น่าเชื่อเลยว่าเส้นทางหัดเป็นเซียนที่ทุกคนใฝ่ฝัน จะต้องออกจากทวีปนี้” หนิงเซียงพึมพำ​ขณะวางเเผนการเดินทาง​

“พวกเจ้าไม่เคยลองมาก่อนเหรอ?” เฉินซานซือเอ่ยถาม​ขึ้น​มา​

“ก็มีคนเคยลอง” หนิงเซียงพูดอย่างแผ่วเบา

“เพียงแต่คนที่ออกทะเลส่วนใหญ่ไม่ได้กลับมา จาก​นั้นทุกคนก็คิดว่าทะเลอันตราย จึงไม่มีใครคิดถึงเรื่องนี้อีก…ตอนนี้ดูเหมือนว่า คนเหล่านั้นอาจจะทำสำเร็จ หรืออาจจะประสบ​อุบัติเหตุที่ประตูเซียน ส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นอย่างหลัง อย่างแรกมีน้อยมาก”

“อ้อจริงสิ”

“มีข่าวอีกอย่างจะรายงานท่านแม่ทัพ…ช่วงนี้แกนหลักของหอค้นหาเซียนกำลังมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ พวกมันกำลังตามหาอะไรบางอย่างทั่วทุกหนแห่ง ทำพร้อมกับเรื่องที่ภูเขาจื่อเวย”

“เจาะจงหน่อย”

“หมายถึงมีของแบบมรดกของเฉาเซี่ยอีกเหรอ?” เฉินซานซือกล่าว

“ใครจะไปรู้”

หนิงเซียงกัดฟันเเล้วเล่าต่อ

“ไอ้สารเลวแซ่ซุน มันกีดกันข้าไปนานแล้ว เรื่องแบบนี้มันไม่ยอมให้ข้ารู้หรอก”

“เข้าใจ​เเล้ว…เเล้วก็อย่าเรียกข้าว่าท่านแม่ทัพข้างนอก” เฉินซานซือกล่าว

เขาออกมาอย่างลับๆ จะเปิดเผยตัวตนไม่ได้

“ค่ะ นายท่าน~”

เมื่อมาถึงท่าเรือที่ใกล้ที่สุด ศิษย์พี่สี่ก็เตรียมเรือไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

พวกเขาไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ลงใต้ไปเรื่อยๆแล้วก็ไปที่ท่าเรือทางตะวันออกเฉียงใต้

การเดินทางนั้นน่าเบื่อ

ตลอด​ทางก็มีแค่ฝึกวรยุทธ์ บ่มเพาะเซียน เเละฝึกขบวนทัพ

พริบตาเดียว เวลาก็ผ่านไปเดือนกว่าแล้ว

ณ เวลานี้…ระดับการบ่มเพาะเซียนของเฉินซานซือ ก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญของการทะลวงระดับ

พลังวิญญาณไหลเวียนในเส้นชีพจรอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในชั่วขณะหนึ่ง เหมือนปลดล็อคบางอย่างในร่างกาย

ทันใดนั้น…พลังวิญญาณในตันเถียนของเขา​ก็สามารถควบคุมได้อย่างอิสระ

[วิชา: วิชาห้าธาตุ ระดับหลอมปราณขั้นต้น (ขั้นที่ 1)]

[ความคืบหน้า: 0/500]

[ผล: ห้าธาตุสมบูรณ์​ ถึงขีดสุด]

[ห้าธาตุสมบูรณ์: จิตวิญญาณห้าธาตุครบถ้วน มีพื้นฐานการบ่มเพาะที่แข็งแกร่ง แต่ความเร็วช้า…สามารถเลือกฝึกฝนวิชาจิตวิญญาณธาตุเดียว เพื่อให้ถึงขีดสุดได้]

….

นี่…

เฉินซานซือนึกถึง​ประสบการณ์มากมายของตนเอง ก็เข้าใจความหมายของข้อความได้อย่างรวดเร็ว

ระหว่างทางได้คุยกับหนิงเซียง…เขาจึงได้รู้ว่าคุณภาพของจิตวิญญาณ ก็เหมือนกับคุณภาพร่างกายของผู้​ฝึกยุทธ

จิตวิญญาณแบ่งออกเป็นระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง ระดับยอดเยี่ยม ระดับสูงสุด ระดับสวรรค์…

นอกจากนี้ ยังแบ่งเป็นจิตวิญญาณธาตุเดียวและจิตวิญญาณหลายธาตุ

จิตวิญญาณหลายธาตุก็คือ มีคุณสมบัติของจิตวิญญาณหลายธาตุรวมกัน…,ยิ่งมีคุณสมบัติของจิตวิญญาณมากเท่าไหร่ ความเร็วในการบ่มเพาะก็จะยิ่งช้าลงเท่านั้น

เปรียบเหมือนการปลูกต้นไม้ต้นเดียวกับปลูกต้นไม้ห้าต้น…ยังไงความต้องการสารอาหารก็ต่างกัน ถ้าคุณภาพของจิตวิญญาณยังแย่อีกความเร็วในการบ่มเพาะก็จะช้าเหมือนหอยทากปีนต้นไม้ ต้องการพลังวิญญาณมากมายมหาศาล

ส่วนเฉินซานซือ…มีห้าธาตุครบถ้วน

ไม่เพียงแต่มีครบทั้งห้าธาตุ เเถมยังเป็นจิตวิญญาณระดับต่ำอีกด้วย (โครตหอยทาก)​

แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา…ขอแค่เขาพยายาม สวรรค์ก็จะตอบแทน คุณภาพร่างกายก็จะพัฒนาไปในทิศทางที่เหมาะสมกับวิชามากที่สุด

[ห้าธาตุครบถ้วน]...ความหมายของข้อความนี้คือ ถ้าฝึกฝนวิชาธาตุเดียว ก็จะสามารถยกระดับคุณภาพของจิตวิญญาณธาตุนั้นได้จนถึงระดับสวรรค์…เเต่ระหว่าง​นั้นก็สามารถ​เปลี่ยนวิชาเพื่อยกระดับจิตวิญญาณธาตุอื่นได้

“ยังไงก็ต้องพึ่งความพยายามของตัวเอง…เเต่ช่วงแรกๆคงจะลำบากหน่อย ต้องกัดฟันทน”

เฉินซานซือให้กำลังใจตัวเองในใจ

อีกอย่าง เส้นทางเซียนนั้นยาวไกล…บางครั้งต้องใช้เวลาหลายปีหรือหลายสิบปี ถึงจะทะลวงระดับขั้นเล็กๆได้

ระดับหลอมปราณขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง แบ่งออกเป็นเก้าขั้น…ทุกๆสามขั้นถือเป็นการทะลวงระดับอย่างเป็นทางการ สามารถยกระดับคุณภาพของจิตวิญญาณได้ทันที​

ตอนนี้ เขาเป็นผู้บ่มเพาะเซียนระดับหลอมปราณขั้นที่หนึ่ง

หลังจากนั้น เฉินซานซือเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่า "ยาวไกล" ในหนทาง​เซียน

เวลาผ่านไปอีกสิบกว่าวัน…ความคืบหน้าเพิ่มขึ้นน้อยมาก

[วิชา: วิชาห้าธาตุ ระดับหลอมปราณขั้นต้น (ขั้นที่ 1)]

[ความคืบหน้า: 10/500]

….

ไม่เพียงแค่นั้น…หินวิญญาณที่เจิ้นกุ้ยอี้ให้มาก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ไม่น่าจะพอใช้จนทะลวงระดับได้ด้วยซ้ำ

“หินวิญญาณระดับกลางก้อนนี้ เทียบเท่ากับหินวิญญาณระดับต่ำร้อยก้อน คนที่ให้เจ้าช่างใจกว้างจริงๆ แค่นี้ก็พอใช้หลังจากเข้าสู่เส้นทางเซียนได้นานแล้ว แต่ว่า…”

“ถึงจะมีหินวิญญาณมากแค่ไหน ก็ไม่พอใช้ในระยะยาว นี่เป็นเหตุผลที่หอค้นหาเซียนของเราใฝ่ฝันที่จะเข้าสู่ดินแดนเซียน ว่ากันว่าที่นั่นมีพลังวิญญาณอยู่เต็มไปหมด” หนิงเซียงอธิบายด้วยรอยยิ้ม

“หินวิญญาณระดับกลาง”

เฉินซานซือตรวจสอบทรัพย์สินของตัวเอง

หินวิญญาณระดับกลางหนึ่งก้อน บวกกับหินวิญญาณระดับต่ำห้าก้อน ได้มาจากหนิงเซียงอีกสองก้อน รวมเป็นหินวิญญาณระดับต่ำเจ็ดก้อน

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นทรัพยากรสำคัญที่ต้องเก็บรักษาให้ดี

เเละในวิชาห้าธาตุ ยังมีวิชาเซียนอีกหลายแบบ มีทั้งแบบโจมตีและป้องกัน…

ในด้านการฆ่าคน เฉินซานซือมีวิชาดาบพลังวิญญาณ…ตอนนี้สิ่งที่เขาขาดคือวิธีป้องกันตัว

มีวิชาเซียนป้องกันตัวอยู่หนึ่งอย่าง ชื่อว่า "วิชาผืนปฐพี"

มันเป็น​วิชาที่ใช้พลังวิญญาณสร้างเกราะป้องกัน ที่สามารถป้องกันการโจมตีด้วยวิชาเซียนได้หนึ่งครั้ง นับว่าเป็นวิชาเซียนที่ดีมากในระดับหลอมปราณขั้นต้น…ข้อเสียคือหลังจากถูกทำลาย จะต้องใช้เวลาสร้างใหม่ ใช้พลังวิญญาณจำนวน​มาก ผู้บ่มเพาะเซียนทั่วไปจึงมักใช้ในช่วงเวลาสำคัญเพื่อป้องกันชีวิต

วิชาเซียนนี้เป็นวิชาเซียนพื้นฐาน ไม่ได้​ฝึกยากมากนัก

เพียงครึ่งวัน เขาก็เรียนรู้ได้สำเร็จ

[วิชาเซียน: วิชาผืนปฐพี (เริ่มฝึก)]

[ความคืบหน้า: 0/500]

[ผล: สะสมไม่พังทลาย​]

[สะสมไม่พังทลาย​: ใช้พลังวิญญาณต่อเนื่อง ไม่มีวันพังทลาย]

วิชาผืนปฐพีของผู้บ่มเพาะเซียนทั่วไป เปรียบเหมือนเกราะป้องกันแบบใช้ครั้งเดียว แต่ในมือของเขา เปรียบเหมือนโล่เหล็กกล้าดำที่สามารถถือไว้ได้ตลอดเวลา แต่ต้องใช้พลังวิญญาณอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาสภาพ​ไว้

และเฉินซานซือรู้สึกได้ว่า พลังป้องกันของวิชาผืนปฐพี แข็งแกร่งกว่าพลังลมปราณ​ป้องกันตัวของผู้​ฝึกยุทธระดับเเก่นเเท้สวรรค์ขั้นต้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แข็งแกร่งกว่ามากนัก

คาดว่าน่าจะพอๆ กับพลังลมปราณป้องกันตัวของผู้​ฝึกยุทธที่เน้น "ความเเข็ง​เเก​ร่​งของร่างกาย"

จากมุมมองนี้…วรยุทธ์ก็ไม่ได้อ่อนแอมากนัก

ส่วนใหญ่ ที่ไม่สามารถสู้กับ "เซียน" ได้…เป็นเพราะวิธีการของเซียนนั้นแปลกประหลาดมากเกินไป

เช่น วิชาดาบพลังวิญญาณ​ ป้องกันได้ยาก…เเต่ในทางกลับกัน ถ้าผู้​ฝึกยุทธวรยุทธ์สามารถเข้าประชิดตัวผู้บ่มเพาะเซียนได้ ผู้บ่มเพาะเซียนทั่วไป คงทนพลังลมปราณไม่ไหว

ส่วนเทพยุทธ ไม่ต้องพูดถึง พลังปราณแท้จริงสามารถต้านทานวิชาเซียนได้โดยตรง เห็นได้จากการที่ศิษย์​พี่ลู่จี๋ใช้พลังลมปราณ​เเท้จริงบนภูเขาจื่อเว่ย

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับที่เหนือกว่าเทพยุทธ

เฉาเซี่ยเขียนในจดหมายว่า ขอแค่ไปถึงระดับที่เหนือกว่าเทพยุทธ ก็สามารถมีที่ยืนในดินแดนเซียนได้…แต่ "เหนือกว่า" นี้ เหนือกว่าแค่ไหน ไม่ได้บอกรายละเอียดไว้

ระดับหลอมปราณขั้นสูงสุดหรือขั้นสมบูรณ์ ก็อาจไม่ใช่ขีดจำกัด

นี่เป็นเส้นทางที่แตกต่างกัน

เเละแน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการคาดเดาของเฉินซานซือ…จริงๆจะเป็นอย่างไร ต้องรอดูหลังจากได้เห็นดินแดนเซียนแล้วค่อยว่ากัน

จากนั้น…พวกเขา​ก็เดินทางลงใต้ไปเรื่อยๆ

เเละการฝึกวรยุทธ์ก็ไม่ได้ละเลย

[วิชา: หอกมังกรปกปักษ์ ระดับเเก่นเเท้สวรรค์ (เริ่มฝึก)]

[ความคืบหน้า: 260/500]

สุดท้ายก็คือทักษะ[อ่านหนังสือ]

ทักษะนี้ หลังจากที่เขาอ่านหนังสือธรรมดาหมื่นเล่มแล้ว ความคืบหน้าก็แทบจะหยุดนิ่ง…จนกระทั่งได้เริ่มเรียนรู้วิชาดาบพลังวิญญาณ ได้สัมผัสกับตัวอักษรที่แตกต่างของดินแดนเซียน จึงเริ่มมีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง

[ทักษะ: อ่านหนังสือ (ความสำเร็จเล็กน้อย)]

[ความคืบหน้า: (655/800)]

ผลของทักษะอ่านหนังสืออย่าง [หัวใจเจ็ดทาง] ไม่ได้แสดงออกมาอย่างชัดเจนเหมือนวรยุทธ์ แต่มีบทบาทสำคัญมาก โดยพื้นฐานแล้วจะเสริมการฝึกฝนทุกอย่าง สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้ได้ไม่น้อย

“ฮู่——”

เฉินซานซือผ่อนลมปราณ แล้วเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อรับลม

เขามองไปยังทะเลสาบกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา และภูเขาสีเขียวขจีที่ทอดยาวราวกับคิ้วของหญิงสาวสองฝั่ง เเล้วถามว่า

“พวกเรามาถึงไหนแล้ว?”

คนขับเรือเป็นสายลับที่จวนแม่ทัพส่งมา ล้วนมีระดับพลังมากกว่าเปิดชีพจร

เป็นเวลาหลายปี จวนแม่ทัพก็มีกำลังพลของตัวเองสะสมไว้ และคนที่ศิษย์พี่สี่ส่งมาเหล่านี้ ล้วนเทียบเท่ากับ "องครักษ์เงา" ที่ปิดปากแน่นและเชื่อฟังคำสั่ง

“เรียนนายท่าน”

“ตอนนี้เราอยู่ที่เหอโจว ขอแค่ผ่านทะเลสาบแปดร้อยลี้แห่งนี้ไป แล้วเดินทางทางบกอีกครึ่งเดือน ก็จะถึงท่าเรือที่ใกล้ที่สุดแล้ว” ผู้ติดตามสะพายดาบเดินมารายงาน

“เหอโจว”

แผนที่ได้สลักอยู่ในหัวของเฉินซานซือแล้ว

เเละที่นี่เป็นเขตปกครองของอ๋องเจิ้นหนาน

เมื่อไม่นานมานี้ หลังจากกองทัพหนานซูหนึ่งแสนนายพ่ายแพ้…พี่น้องฟ่านซูเจิ้นและฟ่านเจียเซี่ยวก็ไม่ได้ตกตาย

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวงสวรรค์แล้ว ก็ถูกปล่อยตัวกลับไปยังหนานซู เเต่ต้าเซิ่งก็ยังได้ผลประโยชน์มากมายจากการแลกตัวทั้งสองคน

เเละหลังจากความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่เช่นนี้ เนื่องจากตระกูลมีอำนาจมาก ทั้งสองคนจึงไม่ได้รับโทษหนัก…เพียงแต่บิดาของกุนซือหรานจิ้งซวน ท่านจงหู่ที่วางมือทางการเมืองไปนานแล้ว กลับมามีบทบาทอีกครั้ง เเถมดูเหมือนกำลังจะมีแผนการใหญ่ด้วย

“นายท่านอย่าอยู่บนดาดฟ้านานนักเลย ที่นี่ไม่ค่อยสงบสุข” ผู้ติดตามกล่าว

“ทะเลสาบนี้ชื่อเหลียงซานป๋อ เมื่อหลายปีก่อน มีกรรมกรขุดคลองก่อกบฏ แล้วถอยร่นมาตั้งมั่นที่นี่ ต่อมาก็ได้รับการสนับสนุนจากหนานซูจนมั่นคง…ตอนนี้มีทหารเจ็ดหมื่นนาย มีทั้งแม่ทัพที่หนานซูและกลุ่มกบฏในท้องถิ่นส่งมา รวมถึงนักพรตที่ใช้วิชาเซียน ประกอบกับภูมิประเทศที่ง่ายต่อการตั้งรับยากแก่การโจมตี จึงยังตีไม่ได้ในเวลานี้”

“เหลียงซานป๋อ…”

เฉินซานซือรู้สึกว่ามันน่าสนใจ และยังคงรู้สึกเหมือนเดิมว่าโลกนี้ช่างมหัศจรรย์

“เล่าเรื่องวิชาเซียนให้ฟังหน่อย”

“เป็นนักพรตคนหนึ่ง เขาสามารถใช้วิธีแปลกประหลาดได้ ทำให้กองทัพราชสำนักที่ยกมาปราบปรามหลายครั้งต้องพ่ายแพ้ยับเยิน…ประกอบกับแรงกดดันจากหนานซู จึงยังไม่ได้จัดการพวกเขา ส่วนรายละเอียด ข้าก็ไม่ค่อยรู้ชัดเจน ขออภัยนายท่านด้วย” ผู้ติดตามกล่าว

“เอาเป็นว่า ถ้านายท่านต้องการออกทะเล ที่นี่เป็นเส้นทางที่ต้องผ่าน หวังว่าจะผ่านไปได้โดยเร็ว จะได้ไม่เกิดเรื่องวุ่นวาย…”

“ไม่ต้องคิดแล้ว เรื่องวุ่นวายต้องเกิดขึ้นแน่”

เฉินซานซือพูดจบ ก็หันหลังเดินเข้าไปในห้องโดยสาร

เมื่อกลับออกมาอีกครั้ง เขาก็ปลอมตัวเป็นชายหัวล้าน คาดดาบยาวที่เอว

….

“วู้ฮู——”

“…”

ณ เวลานี้ รอบๆเรือลำใหญ่ของพวกเขา มีเรือลำเล็กนับไม่ถ้วนกำลังเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว บนเรือแต่ละลำเต็มไปด้วยทหารที่สวมชุดเกราะ พวกเขาชูอาวุธ ตะโกนเสียงดังราวกับโจร

เมื่อองครักษ์บนเรือชื่อฉินฉางซูเห็นภาพนี้ก็ไม่ได้ตื่นตระหนก รู้ว่าหนีไม่พ้นจึงสั่งให้ลูกน้องหยุดเรือ

จากนั้น เขาก็ประสานมือคำนับไปยังเรือของศัตรู

“วีรบุรุษแห่งเหลียงซานป๋อทุกท่าน! พวกเราเป็นพ่อค้าจากทางเหนือ จะผ่านที่นี่ไปค้าขายที่หนานซู! พวกท่านน่าจะเคยได้ยินชื่อคุณชายเจี่ยแห่งหนานซูใช่ไหม? พวกเราเป็นเพื่อนกับเขา!”

ในเมื่อกล้าผ่านมาที่นี่ ก็ย่อมต้องเตรียมตัวมาบ้างแล้ว

บนเรือของศัตรู หัวหน้าเป็นชายวัยกลางคนที่มีหนวดทรงรูปเลขแปดเอ่ยขึ้น

“พวกเจ้าเป็นเพื่อนกับคุณชายเจี่ยจริงๆหรือ?”

“แน่นอน! มิเช่นนั้น พวกเราจะกล้าผ่านมาที่นี่หรือ?” ฉินฉางซูกล่าว

“พี่น้องทั้งหลาย พวกเราล้วนเป็นพวกเดียวกัน อย่าให้เกิดเรื่องบาดหมางกันเลย”

“ถึงแม้พวกเจ้าจะเป็นพันธมิตรกับคุณชายเจี่ย ก็ต้องตรวจสอบก่อนจึงจะไปได้!” ชายหนวดเลขแปดกล่าวพลางเลิกคิ้ว

“เมื่อไม่กี่วันก่อน ก็มีคนกลุ่มหนึ่งอ้างว่าไปค้าขายที่หนานซูม แต่สุดท้ายก็รู้จับได้ว่าเป็นองครักษ์เสื้อแพรของราชสำนัก ที่แอบไปทำภารกิจลอบสังหาร”

“หัวหน้าท่านนี้ชื่ออะไร?”

“ข้าคือจิ้นเจ้าฝู หัวหน้าคนที่หกแห่งเหลียงซานป๋อ!”

เดิมทีจิ้นเจ้าฝูเป็นเจ้าสำนักของสำนักระดับต้นๆทางใต้

เพื่อให้ได้ทรัพยากรสำหรับการทะลวงไปถึงขั้นเทพยุทธ จึงเลือกเข้าร่วมกับเหลียงซานป๋อ ร่วมมือกับหนานซู เป็นบุคคลสำคัญในกลุ่มกบฏ ตอนนี้ก็บรรลุระดับเเก่นเเท้สวรรค์แล้ว ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็สามารถเป็นแม่ทัพได้

“ที่แท้ก็ท่านจิ้น!” ฉินฉางซูประสานมือคำนับ

“งั้นเชิญท่านจิ้นขึ้นมาตรวจสอบได้เลย บนเรือของเรามีแค่เจ็ดคน ล้วนเป็นคนแก่ คนอ่อนแอ คนป่วย และคนพิการ!”

“ได้!”

จิ้นเจ้าฝูกระโดดขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือของพวกเขาอย่างรวดเร็ว

ลูกน้องอีกยี่สิบกว่าคนก็เอาบันไดพาด ปีนขึ้นมาทีละคน เเล้วเริ่มตรวจค้นบนเรือ

มองไปรอบๆ บนเรือลำนี้มีแค่ฉินฉางซูที่เป็นหนุ่มฉกรรจ์

ส่วนที่เหลือเป็นคนแก่ คนอ่อนแอ คนป่วย และคนพิการจริงๆ ลูกเรือหลายคน ไม่แขนด้วนก็ขาขาด หรือไม่ก็เป็นคนแก่ผมขาว เเถมยังมีชายหน้าตาอัปลักษณ์คนหนึ่งที่คาดดาบอยู่

“ท่านจิ้น”

ฉินฉางซูหยิบทองคำหนึ่งถุงและตั๋วเงินหลายใบออกมา

“พวกเรารู้กฎ โปรดช่วยอำนวยความสะดวกด้วย”

“อืม~” จิ้นเจ้าฝูรับเงินทองมาโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า

“ท่านจิ้น พวกเราตรวจสอบหมดแล้ว เป็นคนแก่ คนอ่อนแอ คนป่วย และคนพิการจริงๆ” ลูกน้องมารายงาน

“ในห้องโดยสารล่ะ?”

“ในห้องโดยสารมีแค่ผู้หญิงสองคน”

“ไม่ต้องตรวจสอบแล้วมั้งขอรับ?” ฉินฉางซูกล่าว

“อ้อ?”

จิ้นเจ้าฝูลูบหนวด เเล้วพูดด้วยความสนใจ

“ผู้หญิง? เป็นผู้หญิงเเล้วจะเป็นมือสังหารไม่ได้หรือ?”

พูดจบ เขาก็เดินเข้าไปข้างในโดยไม่สนใจการขัดขวาง

เปิดม่านห้องโดยสารหลัก ก็เห็นหญิงสาวชุดม่วงคนหนึ่งในม่านควันธูป นางดูราวกับนางฟ้าจากสวรรค์

“เป็นไงท่านจิ้น บอกแล้วว่าเป็นผู้หญิง”

“มือสังหาร ต้องเป็นมือสังหารแน่!”

จิ้นเจ้าฝูรู้สึกตัว ตาแข็งกร้าวทันที

“พาผู้หญิงสองคนนี้กลับไปสอบสวน!”

“รับทราบ!”

“ท่านจิ้นไม่ได้นะ!” ฉินฉางซูรีบขัดขวาง

“พวกนางเป็นผู้หญิงของเจ้านายพวกเรา ถ้าเกิดอะไรขึ้น ข้าคงอธิบายไม่ได้”

“เจ้าก็บอกไปตามตรง” จิ้นเจ้าฝูพูดอย่างไม่ใส่ใจ

“บอกว่าข้า จิ้นเจ้าฝูกักตัวพวกนางไว้ เดี๋ยวส่งกลับไปให้ทีหลัง”

“ท่านจิ้น!” ฉินฉางซูเห็นว่าพูดดีๆ ไม่ได้ผล จึงพูดอย่างแข็งกร้าว

“แบบนี้มันผิดกฎไม่ใช่เหรอ?!”

“กฎ?” จิ้นเจ้าฝูหัวเราะเยาะ

“ในทะเลสาบแปดร้อยลี้แห่งนี้ ข้าคือกฎ!”

ระหว่างที่พูด เป็นฉินฉางซูที่ชักดาบออกมาก่อน

“หาที่ตาย!” จิ้นเจ้าฝูชักดาบยาวที่เอวออกมาเช่นกัน

เเต่ฉินฉางซูที่มีระดับพลังแค่เปิดชีพจรขั้นสูงสุด จะสู้ได้อย่างไร หลังจากปะดาบกันครั้งเเรกเขาก็กระเด็นออกไปทันที

จากนั้น แสงดาบที่สองก็สว่างวาบ จิ้นเจ้าฝูฟันไปที่หน้าของเขาอย่างรวดเร็ว

“เคร้งงง!”

ในพริบตา ดาบยาวเล่มหนึ่งก็ปัดป้องไว้ได้

จิ้นเจ้าฝูเงยหน้าขึ้น ก็เห็นชายหน้าตาอัปลักษณ์คนนั้น

“ดีมาก มีระดับเเก่นเเท้สวรรค์ด้วย! พวกเจ้าเป็นสุนัขรับใช้ของราชสำนักจริงๆ…พี่น้อง จับคนบนเรือลำนี้ให้หมด!”

“ชิ้งงงง——”

เสียงชักอาวุธดังขึ้นไม่หยุด

ลูกน้องคนหนึ่งของเหลียงซานป๋อ กำลังจะฟันชายชราผมขาวคนหนึ่งด้วยดาบ

“ปัง!”

ในพริบตา พลังที่น่าสะพรึงกลัวระเบิดออกมา รับดาบของเขาด้วยมือเปล่า ต่อยกลับไปหนึ่งหมัด อีกฝ่ายก็หมดสติทันที

“เปิดชีพจร!”

ลูกน้องคนอื่นๆต่างตกตะลึง ชายชราคนนี้มีระดับพลังเปิดชีพจร

“คนขาเป๋คนนี้มีระดับเปลี่ยนพลัง!”

เหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้เกิดขึ้นทั่วทั้งลำเรือ

ยังมีชายชราแขนด้วนคนหนึ่ง ใช้แขนเสื้อจับดาบยาว เเล้วไล่ฟันไปทั่ว

ไหนว่าเป็นคนแก่ คนอ่อนแอ คนป่วย และคนพิการ

นี่มันล้วนเป็นยอดฝีมือทั้งเรือ!

จริงๆแล้ว คนเหล่านี้ล้วนเป็นทหารผ่านศึกจากกองพันหลักทั้งแปด ไม่ใช่คนธรรมดา

บนเรือลำใหญ่ การต่อสู้ก็เริ่มขึ้น

ส่วนบนดาดฟ้า

เมื่อจิ้นเจ้าฝูสะบัดดาบในมือ มันก็มีพลังลมปราณดาบฟันออกมาจนพื้นไม้แตกกระจาย

ระดับเเก่นเเท้สวรรค์ขั้นเชี่ยวชาญ สามารถปล่อยพลังลมปราณออกมานอกร่างกายได้!

ดาบยาวของเฉินซานซือวาดวงเพื่อทำลายพลังดาบนั้น

เมื่อเห็นวิธีป้องกันของเขา จิ้นเจ้าฝูก็รู้ทันที

“ดีนี่ ปล่อยพลังลมปราณไม่ได้ เเกเป็นแค่ระดับเเก่นเเท้สวรรค์ขั้นต้นเริ่มต้น ไปตายซะ——”

“เคร้งๆๆๆๆ!”

ดาบต่อดาบปะทะกันอย่างรุนแรง

….

“พลังมังกรที่แท้จริง?!”

แต่ในไม่ช้าจิ้นเจ้าฝูก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ถึงแม้ระดับพลังของอีกฝ่ายจะไม่สูง แต่กลับทรงพลัง และ มีผลกระทบทุกครั้งที่ปะทะกัน…มันเหมือนมีฟันเหล็กนับไม่ถ้วนกัดดาบของเขา เพียงไม่กี่ครั้ง บนใบดาบก็มีรอยบิ่น!

จากนั้น…พลังลมปราณของเขาก็เริ่มไม่พอ จนค่อยๆเสียเปรียบ

จนกระทั่งในที่สุดก็เผยจุดอ่อน

ฉับบบ!!!

เขารู้สึกเย็นวาบที่คอ จากนั้นก็เห็นพื้นดาดฟ้าขยายใหญ่ขึ้นในสายตา จนกระทั่งกระแทกเข้ากับใบหน้า

หลังจากมึนงงไปชั่วขณะ จิ้นเจ้าฝูก็เห็นร่างของตัวเองยังยืนอยู่ที่เดิม เลือดพุ่งออกมาจากเส้นเลือดใหญ่ที่คอ จากนั้นภาพทั้งหมดก็ตกอยู่ในความมืดมิด

………………………

จบบทที่ บทที่ 223 : กบฏทางใต้

คัดลอกลิงก์แล้ว