เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 150 : กองทัพ​เเตกพ่าย!

บทที่ 150 : กองทัพ​เเตกพ่าย!

บทที่ 150 : กองทัพ​เเตกพ่าย!


บทที่ 150 : กองทัพ​เเตกพ่าย!

แค่พวกเขายึดภูเขาเหมยซานได้ ก็จะทำให้กองทัพกบฏสูญเสีย "ศรัทธา" ทุกปัญหาจะคลี่คลาย เเละสามารถปราบศัตรูได้โดยไม่ต้องรบอีกต่อไป

แต่ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะชนะการรบครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึงหรือไม่

เเถมตำแหน่งของเขายังต่ำเกินไป สิ่งที่ทำได้จึงมีจำกัด

“หวังลี่ มีข่าวจากหุบเขาเจี้ยนเหมินหรือยัง?” เฉินซานซือเอ่ยถาม

“อีกไม่นานขอรับ”

“อีกไม่กี่วัน จ้าวคังกับคนอื่นๆก็น่าจะกลับมาแล้ว” หวังลี่ตอบ

“ดี”

หลายวันก่อน เฉินซานซือได้ส่งคนกลับไปสืบข่าวที่หุบเขาเจี้ยนเหมิน

ถ้าหากการคาดเดาของเขาเป็นจริง ก็หมายความว่ามันต้องมีกองทัพจำนวนมากเคลื่อนพลอ้อมไปยังแนวหลัง ตั้งค่ายอยู่บริเวณใกล้เคียงกับหุบเขาเจี้ยนเหมิน เพื่อปิดเส้นทางล่าถอยของพวกเขา

เมืองเหมยซาน

ณ จวนเจ้าเมือง

“มือถืออำนาจสังหาร สยบมารร้ายคุ้มภัยประชา…ตำราสวรรค์ อาวุธเทพประทานจากฟ้า มังกรซ่อนกาย ณ ภูเขาเหมยซาน…แอบซ่อนกาย ณ ก้นบึ้ง รอคอยจังหวะเหมาะสมผงาดขึ้นฟ้าเเละครองใต้หล้า”

“บทกวีไพเราะยิ่งนัก! ไพเราะจริงๆ!”

ภายในห้องโถง บัณฑิตคนหนึ่งกำลังเขียนบทกวีลงบนผนังสีขาว ก่อให้เกิดเสียงปรบมือชื่นชมจากเหล่าแม่ทัพนายกอง

แต่ตัวบัณฑิตเองกลับไม่ได้แสดงท่าทีดีใจอะไร เขาวางพู่กันลงอย่างเชื่องช้า เเล้วกวาดสายตามองไปยังเหล่าแม่ทัพ

“สถานการณ์ทางเหนือของแม่น้ำอู๋เป็นอย่างไรบ้าง?”

“เรียนท่านแม่ทัพใหญ่​” แม่ทัพนายหนึ่งประสานมือคารวะ

“ท่านแม่ทัพวางแผนได้แยบยลยิ่งนัก หลังจากที่พวกเจี๋ยอู่เเกล้งพ่ายแพ้ไปหลายครั้ง ก็สามารถล่อให้ศัตรูติดกับได้สำเร็จ…ตอนนี้กองทัพเหลียงโจวได้ข้ามภูเขาหยิงจุ่ยซานมาแล้ว แม้แต่กองกำลังสำรองก็ถูกส่งขึ้นมาด้วย พวกมันกำลังเตรียมตัวทำศึกตัดสินที่นอกเมืองจินเฉวียน”

“แล้วต่งอันล่ะ?” เหลียงจี๋เหนียนถาม

“เตรียมพร้อมแล้วขอรับ!” เซี่ยงเถียนตอบ

“กองทัพห้าหมื่นนายที่นำโดยแม่ทัพต่งได้มาถึงเมืองจินเฉวียนแล้ว เราจะแกล้งทำเป็นพ่ายแพ้ แล้วไปรวมพลกับพวกมัน พวกมันไม่มีทางคาดฝันได้หรอกว่า กองกำลังเสริมที่พวกมันรอคอย จะกลายเป็นยมทูตที่มาปลิดชีพพวกมัน!”

“ถ้าแผนนี้สำเร็จ กองทัพเหลียงโจวสี่หมื่นนาย จะต้องถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น!”

“แล้วหุบเขาเจี้ยนเหมินล่ะ?” เหลียงจี๋เหนียนถือไม้บรรทัด ชี้ไปที่แผนที่จำลองภูมิประเทศ

“ต้องปิดตายหุบเขาเจี้ยนเหมิน ห้ามปล่อยให้แม้แต่คนเดียวรอดไปได้! แล้วก็เมืองหยางชุน ต้องเตรียมการให้พร้อมด้วย”

“ท่านแม่ทัพวางแผนรบอย่างรอบคอบ พวกเราล้วนชื่นชมท่านอย่างยิ่ง” เหล่าแม่ทัพนายกองต่างพากันสรรเสริญ

เหลียงจี๋เหนียนสะบัดแขนเสื้อกึ่งรำคาญ​

“เอาล่ะ รีบไปจัดการเถอะ อย่าให้พลาดโอกาสเด็ดขาด ชีวิตของพวกเราทุกคน ขึ้นอยู่กับการรบครั้งนี้!”

“ท่านแม่ทัพใหญ่​ ท่าน…ท่านยังไม่ได้ประทานพลังเทพจากตำราสวรรค์ให้แก่พวกเราเลย!”

เซี่ยงเถียน ผู้เป็นถึงเจ้าสำนักระดับเเก่นเเท้สวรรค์​ คุกเข่าลงต่อหน้าเหลียงจี๋เหนียน

“ขอรับพลังจากท่านแม่ทัพใหญ่​ด้วย!”

เมื่อเขาคุกเข่าลง คนอื่นๆก็คุกเข่าตามทันที

ฉากนี้ ทำให้เหลียงจี๋เหนียนขมวดคิ้วเล็กน้อย

“การรบครั้งนี้ เป็นการรบแปดหมื่นต่อสี่หมื่น แถมยังเป็นการลอบโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว แค่นี้ยังต้องให้ข้าประทานพลังให้อีกหรือ?”

“ท่านแม่ทัพ!” เซี่ยงเถียนประสานมือคารวะ

“กองทัพคิ้วแดงของเราลำบากมามากกว่าหนึ่งเดือนแล้ว…พวกเราจะฮึกเหิมได้ ก็ต่อเมื่อได้รับพลังจากท่าน”

“วิชาสวรรค์​จะถ่ายทอดกันพร่ำเพรื่อได้อย่างไร!” เหลียงจี๋เหนียนโยนไม้บรรทัดลงพื้น

“ไปประกาศคำสั่งของข้า บอกว่าตำราสวรรค์ได้เขียนไว้ว่าการรบครั้งนี้จะต้องได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน และเมื่อชนะแล้ว ข้าจะมอบเมืองเล็กๆ ให้เป็นรางวัลแก่พวกเจ้า…ให้พวกเจ้าปล้นสะดมได้สามวันเต็มเลย!”

แคว้นหมิงโจวยากจน กองทัพคิ้วแดงก็ยากจน…สิ่งของต่างๆ ล้วนได้มาจากการสนับสนุนของซีฉี หรือไม่ก็ปล้นมาจากเมืองใกล้เคียง

ในยามปกติจึงไม่มีรางวัลอะไรให้แก่ลูกน้อง การปล่อยให้ปล้นสะดมเมือง จึงเป็นวิธีเดียวที่จะกระตุ้นความต้องการของพวกเขาได้

“ขอรับ!” เซี่ยงเถียนและคนอื่นๆ รับคำสั่งแล้วจากไป

ณ เวลานี้​ ภายในห้องโถงจึงเหลือเพียงเหลียงจี๋เหนียนคนเดียว

เขานั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ สัมผัสพลังจากวัตถุวิเศษในร่างกายด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

“ทำไมถึงเป็นแบบนี้…”

“ท่านสามี” หญิงสาวคนหนึ่งถือกล่องอาหารเดินเข้ามาอย่างอ่อนช้อย เธอวางชามและตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว

“มากินอะไรหน่อยเถอะ”

“ข้าไม่หิว” เหลียงจี๋เหนียนหลับตาลง

“ท่านสามีไม่ได้กินอะไรมาเกือบทั้งวันแล้วนะ” เกาเพ่ยเหวินดึงมือชายหนุ่ม

“มากินหน่อยเถอะ ถือว่ากินเป็นเพื่อนข้าก็ได้”

“ก็ได้ๆ…งั้นกินหน่อยก็แล้วกัน” เหลียงจี๋เหนียนลุกขึ้นยืน

“ท่านถอนหายใจบ่อยมาก เกิดอะไรขึ้นหรือ?” เกาเพ่ยเหวินตักซุปให้บัณฑิตพลางเอ่ยถาม

“เกี่ยวกับสิ่งนั้นหรือ…”

“ใช่” เหลียงจี๋เหนียนพยักหน้า

“มันกำลังจะหมดพลังแล้ว แต่ก่อนทุกครั้งที่รบชนะ พลังมันจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ช่วงนี้…น่าจะเป็นเพราะสถานการณ์ยังคงราบเรียบ​อยู่มันจึงไม่มีผลอะไรเลย”

“เเต่พอการรบครั้งหน้าจบลง พลังก็น่าจะกลับมาเหมือนเดิม…แล้วตอนนั้น ข้าก็จะสามารถสร้างกองทัพที่ไม่มีใครเอาชนะได้ขึ้นมาจริงๆ”

เขาเป็นบัณฑิตที่อ่อนแอ

ตั้งแต่เข้าร่วมกับกลุ่มโจรภูเขาเหมยซาน เขาสามารถขึ้นเป็นผู้นำของคนพวกนี้ได้ ก็เพราะวัตถุวิเศษในมือ… ถ้าไม่มีมัน คนแรกที่ต้องตายก็คือเขา

ในทางกลับกัน ตราบใดที่เขายังกุมสิ่งนี้ไว้ในมือ คนพวกนี้ก็จะเชื่อฟังเขาแต่โดยดี

“ท่านสามี ท่านเลิกดีใหม” เกาเพ่ยเหวินพูดด้วยความเป็นห่วง

“เราสองคนหนีไปด้วยกันเถอะ อยู่แบบนี้ก็มีเเต่ต้องฆ่าฟันกันทุกวัน”

“ฮึ่ม…ความคิดตื้นเขิน!” เหลียงจี๋เหนียนตวาดด้วยความไม่พอใจ

“มาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้าคิดว่าเรายังสามารถ​หนีรอดไปได้อีกหรือ?”

“พอการรบครั้งนี้จบลง ซีฉีจะตั้งข้าเป็นอ๋องแห่งหมิงโจว และมอบดินแดนให้ข้ามากมาย! ถึงตอนนั้น ข้าก็จะสามารถรวบรวมกำลังพล และเตรียมความพร้อมได้!”

“ตราบใดที่มีเวลาเพียงพอ บวกกับวัตถุวิเศษชิ้นนี้ ต่อให้เป็นบัลลังก์ ข้าก็ไม่แน่ว่าจะแย่งชิงมาไม่ได้!”

“ตอนแรก ข้าแค่อยากสอบจองหงวนให้ได้…เเต้ตอนนี้ ข้าจะฆ่าพวกจองหงวนให้หมด!”

“ข้าจะทำให้พวกมันไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองข้า!”

ณ ภูเขาหยิงจุ่ยซาน

“อีกแค่สองวัน!”

“อีกไม่นานก็จะถึงแล้ว!”

“กองกำลังสำรองฝั่งซ้ายของเรา เป็นกองกำลังสุดท้ายที่มาถึง…ตั้งใจหน่อย อย่าทำให้เสียชื่อ!”

มีข่าวมาจากแนวหน้าว่ากองทัพคิ้วแดงพ่ายแพ้อีกครั้ง

ตอนนี้ กองทัพเหลียงโจวได้ไล่ตามมาถึงริมฝั่งแม่น้ำอู๋แล้ว

เฉินซานซือได้เเต่มองดูตำแหน่งบนแผนที่ด้วยความหวาดหวั่น

แบบนี้ก็เท่ากับว่า พวกเขาได้มอบแนวหลังให้กับเมืองจินเฉวียนโดยสมบูรณ์

สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตรงกับที่เขาคาดการณ์ไว้ทุกอย่าง กองทัพคิ้วแดงไม่ได้กำลังล่าถอย แต่กำลังล่อให้ศัตรูติดกับ!

นี่ไม่ใช่ว่ากองทัพเหลียงโจวจะโง่ หรือมีแต่เขาและซูเหวินไฉเท่านั้นที่ฉลาด

เพียงแต่ว่า นอกจากพวกเขาแล้ว คงไม่มีใครคิดไปไกลถึงขนาดที่ว่าเเม่ทัพ​ใหญ่​หมิงโจวจะทรยศ

นี่มันขุนนางระดับสูงของราชสำนักเชียวนะ ดูเผินๆแล้วก็ไม่มีอะไรขาดตก ยิ่งไปกว่านั้น อนาคตยังมีโอกาสได้รับบรรดาศักดิ์เป็นขุนนางอีก คงไม่มีใครเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงเพื่อทรยศหรอก

แต่เดี๋ยวก่อนนะ มีอยู่คนหนึ่งที่อาจจะคิดได้

ศิษย์พี่สี่!

เขากับอาจารย์ออกจากเหลียงโจวไปตั้งนานแล้ว บอกว่าจะไปเมืองหลวง

หลังจาก​นั้น​ ก็ไม่ได้ยินข่าวอะไรจากเมืองหลวงเลย แต่เรื่องการขยายค่ายกลับเริ่มดำเนินการอย่างเป็นระบบก่อนที่พวกเขาจะออกรบ

เรื่องปราบกบฏที่มณฑลหมิงโจว ก็ไม่ใช่แผนของกองกำลังหลักแปดกอง แต่เป็นคำสั่งโดยตรงจากกรมทหารของเมืองหลวง ซึ่งลู่จี๋ โหวเป่า และจ้าวอู๋จี๋ เป็นแค่ผู้รับผิดชอบปฏิบัติการเท่านั้น

แต่ผ่านมาตั้งนานแล้ว อาจารย์กับศิษย์พี่สี่ก็น่าจะรู้ และอาจจะหาทางแก้ไขแล้วก็ได้

แต่ระยะทางไกลขนาดนี้ การติดต่อสื่อสารอาจจะล่าช้ามาก

“ท่านเฉิน ท่านไม่รีบร้อนเลยหรือ?”

“ยังจะคอยคุ้มกันเสบียงอีก ไม่กลัวไปถึงแล้วจะสายเกินทำความ​ดีความชอบไปหรือไง?”

“พวกข้าไปก่อนล่ะ!”

ทั้งลู่ซูหัวและเซี่ยซือซู่ต่างก็รู้สึกว่าเฉินซานซือทำตัวแปลก

ถ้าไม่ใช่เพราะเคยเห็นเขาฆ่าเหวินชิวสือต่อหน้า คงคิดว่าอีกฝ่ายกลัวการรบไปแล้ว

เฉินซานซือมองดูพวกเขาจากไปโดยไม่เร่งฝีเท้าเลยแม้แต่น้อย

เนื่องจากต้องคุ้มกันเสบียง เขาจึงไปถึงที่หมายช้ากว่าคนอื่นๆ ประมาณสามถึงห้าวัน

“จ้าวคังยังไม่กลับมาอีกหรือ?”

ขณะที่เขากำลังจะส่งคนไปตาม ก็เห็นฝุ่นตลบมาแต่ไกลเสียก่อน

จ้าวคังกลับมาในสภาพเนื้อตัวเปื้อนเลือด ทหารม้าสิบนายที่ไปด้วย เหลือรอดกลับมาเพียงสองนายเท่านั้น

เฉินซานซือหน้าเครียด​ ในที่สุดสิ่งที่เขากังวลก็เกิดขึ้นจริงๆ

รายงานของจ้าวคัง ตรงกับที่เขาคาดการณ์ไว้แทบทุกอย่าง

“นายท่าน ที่หุบเขาเจี้ยนเหมินมีทหารซุ่มโจมตีอยู่มากถึงสามหมื่นนาย ทางตะวันตกก็พบกองทัพของซีฉีกำลังบุกเข้ามาในเขตแดนของเรา ไม่รู้ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ แต่กองทัพสี่หมื่นนายของเรากำลังจะถูกโจมตีจากทั้งหน้าและหลัง!”

“เกิดอะไรขึ้นขอรับนายท่าน กำแพงเมืองทางตะวันตกถูกตีแตกแล้วหรือไง?...ทหารของแม่ทัพต่งอันทำอะไรอยู่!”

เฉินซานซือหลับตาลงครู่หนึ่ง หลังจากตั้งสติได้ เขาก็ออกคำสั่งทันที

“ทิ้งเสบียงทั้งหมด! ไปซุ่มโจมตีที่หุบเขาด้านหน้า เตรียสนับสนุน​กองทัพที่กำลังล่าถอยของเรา!”

“ขอรับ!”

ทุกคนมองหน้ากันด้วยความงุนงง แต่ก็ยังคงทำตามคำสั่ง

….

พลบค่ำวันรุ่งขึ้น

เหล่าทหารที่ซุ่มอยู่บริเวณหุบเขา เห็นฝุ่นตลบมาแต่ไกล และสิ่งที่ตามมาก็คือ…กองทัพเหลียงโจวที่กำลังแตกพ่าย!

เมื่อพวกเขาเห็นทหารซุ่มโจมตีอยู่ในหุบเขาก็เกือบจะแตกตื่นอีกครั้ง จนกระทั่งเห็นว่าเป็นพวกเดียวกันจึงค่อยๆตั้งสติได้

“เจ้า…เจ้ารู้เรื่องนี้มาก่อน?!”

ซาเหวินหลง สวมชุดเกราะที่ขาดวิ่น ในขณะที่เฉาฟานที่อยู่ข้างๆก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

เฉินซานซือไม่ได้พูดอะไร เขาทำเพียงออกคำสั่งสั้นๆ

“ถอยทัพไปสองร้อยลี้ ไปตั้งหลักที่เมืองหลงหยาง แล้วค่อยวางแผนต่อไป!”

กองทัพที่พ่ายแพ้ยังคงถอยร่นต่อไป

จนกระทั่งพบกับหยูซ่งและคนอื่นๆที่กำลังเดินทางกลับ จึงได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่แนวหน้า

“ทรยศ! พวกมันทรยศ!!!” หยูซ่งตะโกนด้วยความแค้น

“ตอนที่กำลังสู้รบกันที่แม่น้ำอู๋ กองทัพคิ้วแดงที่ถอยร่นอยู่ก็กลับมาโจมตีเรา แถมแม่ทัพต่งอันยังนำทหารห้าหมื่นนายมาโจมตีเราจากด้านหลังเมืองจินเฉวียน!”

“โชคดี…โชคดีที่แม่ทัพจ้าวเชื่อฟังคำแนะนำของเจ้า จึงระวังแม่ทัพต่งอัน ไม่ยอมไปรวมพลกับพวกมัน ไม่งั้นคงถูกกวาดล้างไปหมดแล้ว!”

“ท่านเฉิน ท่าน…ท่านรู้ได้ยังไง?!” เซี่ยซือซู่ถามด้วยความตกตะลึง​

“มิน่าล่ะ ท่านถึงไม่ยอมไปแนวหน้า ท่านรู้มาก่อนแล้วว่าแม่ทัพต่งอันจะทรยศ ท่านมีเบาะแสอะไรหรือ?!”

ลู่ซูหัวก็มองเฉินซานซือด้วยความไม่อยากเชื่อเช่นกัน แต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา

“ให้ท่านเฉินเป็นแม่ทัพใหญ่ตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง ปล่อยให้พวกงี่เง่าอย่างซาเหวินหลง หยวนไต้ แล้วก็จ้าวอู๋จี๋เป็นแม่ทัพ สุดท้ายก็พังพินาศเเบบนี้” ไป๋ถิงจือตะโกนเสียงดัง

เฉินซานซือไม่สนใจคำพูดของไป๋ถิงจือ เขารีบถามหยูซ่งด้วยความร้อนใจ

“ท่านหยูซ่ง สรุปแล้วสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?”

“กองกำลังเทียนหลางเสียทหารไปสามพันนาย แม่ทัพหยวนไต้กับแม่ทัพอีกสามนายเสียชีวิตทั้งหมด!”

“ทหารชั้นยอดสองหมื่นนายของเหลียงโจว ตอนนี้เหลือแค่เจ็ดพันนาย ในจำนวนนี้ สี่พันนายหนีกลับมาพร้อมกับข้า ส่วนอีกสามพันนาย รวมทั้งแม่ทัพจ้าว หายสาบสูญไป…ไม่รู้ว่าไปที่ไหนแล้ว”

“กองกำลังสำรองก็สูญเสียอย่างหนักเช่นกัน…คิดคร่าวๆแล้ว กองทัพสี่หมื่นนายของเรา เสียหายไปมากกว่าครึ่ง!”

เสียหายไปมากกว่าครึ่ง!

“เอาล่ะ! หนีออกจากที่นี่เร็ว!”

“กองกำลังซุ่มโจมตีแค่นี้ ต้านทานไม่ได้หรอก ข้างหลังมีทหารตามมาอีกตั้งห้าหมื่นนาย หนีไปเมืองหลงหยางกันก่อน!”

ตอนนี้หยวนไต้ตายไปแล้ว แม่ทัพจ้าวก็หายสาบสูญ ซาเหวินหลงจึงเป็นผู้บัญชาการสูงสุด!

กองทัพทั้งหมดถอยหนีอย่างรวดเร็ว…เเละตลอดทาง พวกเขาทิ้งเสบียงไว้มากมาย

….

สามวันให้หลัง

ทุกคนรวมตัวกันที่เมืองหลงหยาง เพื่อปรึกษาหารือถึงแผนการต่อไป

หลังจากพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ ขวัญกำลังใจของทุกคนในค่ายก็ตกต่ำลงอย่างมากมาย​มหาศาล​

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนแล้ว ทุกคนก็พบว่า พวกเขาไม่ได้กำลังจะพ่ายแพ้ธรรมดา แต่นี่มันกำลังจะถูกกวาดล้างทั้งกองทัพ!

หลังจากหุบเขาเจี้ยนเหมินถูกปิดตาย กองทัพซีฉีหกหมื่นนายก็บุกเข้ามาจากทิศตะวันตก ทางใต้ก็มีกองทัพคิ้วแดงและกองทัพกบฏของมณฑลหมิงโจวรวมกันแปดหมื่นนาย รวมแล้วเป็นกองทัพหนึ่งเเสนสี่หมื่นนาย!

มณฑลหมิงโจวทั้งหมด กลายเป็นกระเป๋าใบใหญ่ที่ถูกปิดตาย

พวกเขาทุกคน กำลังจะถูกขังตายอยู่ในกระเป๋าใบนี้!

พูดอีกอย่าง​ มณฑลหมิงโจวกำลังจะกลายเป็นสุสานของพวกเขา!

“กองกำลังเสริม เรายังมีกองกำลังเสริม!”

กลางดึก เหยี่ยวนางฟ้าตัวหนึ่งบินกลับมา พร้อมกับข่าวล่าสุด

สิบวันก่อน เหลียงโจวได้ระดมพลห้าหมื่นนายจากมณฑลโหยวโจวและมณฑลเต้าโจว รวมกับกองทัพสามหมื่นนายจากมณฑลเยี่ยนโจวที่อยู่ติดกัน ซึ่งรวมถึงกองกำลังหงส์​สวรรค์​ของหรงเยี่ยนชิว และกองกำลังพยัคฆ์​ขาวของศิษย์พี่รอง

มณฑลเฟิ่งโจวกำลังขาดแคลนกำลังพล จึงส่งมาได้ไม่ถึงหนึ่งหมื่นนาย แต่กองกำลังองครักษ์แปดหมื่นนายจากเมืองหลวงกำลังเดินทางมา และจะข้ามทะเลทรายทางใต้สุดของมณฑลหมิงโจวเพื่อเข้าร่วมรบ

ทั้งหมดนี้เป็นแผนการของฟางชิงหยุนและผู้บัญชาการ​ซุน

ความจริง​ ก่อนหน้านี้​ศิษย์พี่สี่เคยกราบทูลเรื่องนี้ต่อราชสำนักมาก่อนแล้วว่า ตำราพิชัยสงครามสวรรค์อาจจะชักจูงให้ต่งอันทรยศ

แต่ราชสำนักกลับสงสัยว่ากองกำลังหลักแปดกองต้องการกำจัดคู่แข่ง​ของตน…จึงไม่ได้สนใจ จนนำมาซึ่งสถานการณ์เช่นนี้

เเละตอนนี้เมื่อรวมกำลังพลทั้งหมดแล้ว ฝ่ายต้าเซิ่งมีทหารเเสนเจ็ดหมื่นนาย ส่วนซีฉีมีเเสนสี่หมื่นนาย

สงครามครั้งนี้ จากเดิมที่เป็นการปราบกบฏ กลับกลายเป็นสงครามชิงแผ่นดินไปแล้ว!

อย่างไรก็ตาม ต่อให้มีกองกำลังเสริมมากแค่ไหน กว่าชุดแรกจะเดินทางมาถึง ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน

ส่วนสถานการณ์ของพวกเขาตอนนี้ คงอยู่ไม่ถึงตอนนั้นแน่

ดังนั้น ปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้ก็คือ จะเอาตัวรอดไปได้อย่างไร

เฉินซานซือมองดูแผนที่มณฑลหมิงโจว มองดูแม่น้ำหงเจ๋อและแม่น้ำอู๋ รวมถึงทางออกของทะเลทรายทางใต้สุด

เขาพอจะมองเห็นทางรอดอยู่บ้าง แต่มันมีข้อแม้ว่า ทุกคนต้องเชื่อฟังเขา!

“ไปเมืองหยางชุน!” ภายในกระโจมใหญ่ เฉาฟานใช้นิ้วชี้ไปที่ตำแหน่งของเมืองหยางชุนบนแผนที่

“ตอนนี้เมืองที่ใกล้ที่สุดและสามารถตั้งรับได้ ก็คือเมืองหยางชุน ฝ่ายตะวันออกของกองทัพกบฏมีกำลังพลน้อย ภายในสามวันก็น่าจะยึดเมืองนี้ได้! แล้วในเมืองก็น่าจะมีเสบียงอยู่บ้าง…ถ้าโชคดี ก็น่าจะสามารถ​ยึดครอง​ได้สักพัก”

“ไม่ได้!” เฉินซานซือคัดค้านทันที

“ท่านซา เมืองหยางชุนไปไม่ได้ ข้ากล้ารับประกันเลยว่า เสบียงที่ขนออกมาเมื่อคราวก่อน เป็นแผนลวง…. ตอนนี้ในเมืองไม่มีเสบียงเหลืออยู่แล้ว! ถ้าเข้าไปตอนนี้ ก็จะติดกับดัก จนออกมาไม่ได้อีก”

“อ้อ?” ซาเหวินหลงมองมาที่เฉินซานซือด้วยตาข้างเดียว

“แล้วตามความคิดของเจ้า เราควรไปที่ไหน?”

“ข้ามแม่น้ำ!” เฉินซานซือกล่าว

“ข้ามแม่น้ำหงเจ๋อไปทางตะวันออก ไปตีเมืองที่อยู่ฝั่งตรงข้าม!”

“ท่านเฉิน เมืองที่อยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำหงเจ๋อ ล้วนเป็นเมืองเล็กๆ กำแพงเมืองก็บางและเตี้ย แถมยังทรุดโทรม ใช้ตั้งรับไม่ได้หรอก…พอศัตรูมาถึง ก็มีแต่ทางตายเท่านั้น” เฉาฟานแย้งขึ้นมาเช่นกัน​

“งั้นก็ไม่ต้องตั้งรับ!” เฉินซานซืออธิบายแผนการ

“ยังไงก็ดีกว่าติดกับดักอยู่ที่นี่ เป้าหมายของเราคือการโยกย้ายกำลังพลไปเรื่อยๆ แล้วหาโอกาสลงใต้ เข้าไปในทะเลทราย เพื่อหนีเอาชีวิตรอด!”

“เหลวไหล!” ซาเหวินหลงพูดอย่างเย็นชา

“เจ้าคิดว่ากบฏโง่หรือไง? ถ้าข้ามแม่น้ำตรงนี้แล้วลงใต้ เวลาที่เสียไป จะมากพอให้ศัตรูวางกำลังดักรอเราที่ทะเลทราย นั่นไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าไปหาความตาย!”

“ท่านอ๋องพูดถูก ตอนนี้ทางรอดเดียวของพวกเรา คือการบุกยึดเมืองหยางชุนโดยเร็วที่สุด แล้วรอจนกว่ากองกำลังเสริมจะมาถึง!”

“ท่านซา!” เฉินซานซือพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ได้โปรดพิจารณาให้ดี! การรบครั้งนี้ เราสูญเสียกำลังพลไปมาก ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป เราจะถูกกวาดล้างทั้งกองทัพ!”

“อะไรวะ…คือถ้าไม่ทำตามที่เจ้าบอก เราจะต้องถูกกวาดล้างทั้งกองทัพเลยหรือ?” ซาเหวินหลงทุบโต๊ะด้วยความโกรธ

“ยากที่จะพูดได้” เรื่องนี้สำคัญมาก เฉินซานซือจึงต้องยืนกราน

“บังอาจ! ต่อให้ข้าตาย ก็ยังมีรองแม่ทัพคอยบัญชาการ เจ้าเป็นแค่พันตรี…จะมาออกคำสั่งเเบบนี้ได้ยังไง?!”

ซาเหวินหลงกำลังจะระเบิดอารมณ์ แต่พอเห็นสายตาของเฉาฟาน เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“เจ้ามั่นใจแล้วใช่ไหม ที่จะข้ามแม่น้ำไปตีเมืองเล็กๆพวกนั้น?”

“ท่านเฉิน เรื่องที่แม่ทัพต่งทรยศ เจ้าคาดการณ์ได้แม่นยำจริงๆ…แต่สำหรับ​เรื่อง​นี้ข้าคิดว่าการตั้งรับที่เมืองหยางชุนเป็นแผนที่ดีที่สุดในตอุ เจ้าควรจะเชื่อฟังคำสั่งเถอะ” หยูซ่งก็พยายาม​โน้มน้าว​เขา

เเต่เฉินซานซือกล่าวอย่างหนักแน่นเช่นเดิม

“ข้ามั่นใจในเเผนของข้า!”

“ฮึ่ม…มั่นใจดีนี่!”

ซาเหวินหลงเปลี่ยนท่าทีอย่างกะทันหัน

“งั้นอย่าหาว่าข้าไม่รับฟังความเห็น ในเมื่อท่านเฉินยืนยันเช่นนี้ ข้าก็จะยอมทำตามแผนของเจ้า!”

“หยูซ่งจงฟังคำสั่ง! เจ้านำกองกำลังสำรองฝั่งซ้ายสามพันนาย ข้ามแม่น้ำหงเจ๋อไปทางตะวันออกตามที่ท่านเฉินแนะนำ ถ้าหากเกิดความสูญเสียร้ายแรงขึ้นมา พวกเจ้าสองคนก็ไปฆ่าตัวตายซะ!”

“ข้า?” หยูซ่งทำหน้างง

“ท่านซา ข้าไม่ได้บอกว่าจะข้ามแม่น้ำ ข้าก็อยากจะอยู่ตั้งรับที่เมืองหยางชุนด้วย”

“ข้าตัดสินใจแล้ว!” ซาเหวินหลงไม่สนใจคำพูดของหยูซ่ง

“ส่วนแม่ทัพนายอื่นๆ เตรียมตัวให้พร้อม ตอนนี้เราจะไปตีเมืองหยางชุน!”

ด้วยเหตุนี้ กองทัพเหลียงโจวที่พ่ายแพ้จึงถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม

กลุ่มหนึ่งมีสามพันนาย ข้ามแม่น้ำไปทางตะวันออก

อีกกลุ่มหนึ่งมีหนึ่งหมื่นแปดพันนาย เดินทางไปตีเมืองหยางชุน

………………

จบบทที่ บทที่ 150 : กองทัพ​เเตกพ่าย!

คัดลอกลิงก์แล้ว