เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 148 : ความโหดร้ายของสงคราม!

บทที่ 148 : ความโหดร้ายของสงคราม!

บทที่ 148 : ความโหดร้ายของสงคราม!


บทที่ 148 : ความโหดร้ายของสงคราม!

"ศิษย์พี่วางใจเถอะ ข้าจะดูแลมันอย่างดี" เฉินซานซือรับปาก

"ว่าแต่ศิษย์พี่ไม่เก็บไว้ใช้เองเหรอ?"

"ข้าไม่ได้ร่วมการปราบกบฏครั้งนี้ แถมอีกไม่นานก็ต้องกลับไปเยี่ยนโจวเพื่อจัดการธุระ…เเต่กว่าข้าจะกลับ สงครามของพวกเจ้าก็คงจบแล้ว"

"พูดแบบนี้อาจจะดูเสแสร้งไปหน่อย แต่ข้าเป็นศิษย์พี่ยังไงก็ต้องพูด”

“ระวังตัวด้วยซานซือ อย่ามัวแต่ห่วงสร้างผลงาน จนตัองตายที่หมิงโจว…ถ้าเจ้าตายข้าก็อดสงสารท่านอาจารย์ไม่ได้ ท่านพึ่งจะรับลูกศิษย์คนสุดท้ายได้ไม่นานเอง” หรงเยี่ยนชิวพูดติดตลก

"น้องเล็ก ดูแลตัวเองด้วยนะ พี่ซินหลันข้าจะดูแลให้เอง" หลังจากพูดจบ ซุนหลีก็หยิบบางอย่างออกมาอย่างเคอะเขิน

"เเล้วก็นี่ ข้าปักยันต์คุ้มครองให้…นอกนี้ก็ไม่มีอะไรจะให้แล้ว"

เฉินซานซือรับมาดู ฝีมือการปักของนางยังหยาบเหมือนเดิม…แต่เขากลับสัมผัสถึงความตั้งใจของนางได้ผ่านของสิ่งนี้ได้

"ขอบคุณศิษย์พี่ซุน มีสิ่งนี้ข้าต้องปลอดภัยแน่ๆ"

ทันใดนั้น เฉินซานซือก็หันไปมองกองทัพที่ค่อยๆ เคลื่อนออกไป

"ศิษย์พี่เก้า ศิษย์พี่ซุน ปู้ฉี ลาก่อน!"

พูดจบ เขาก็ควบม้าออกไป

….

"น้องสาวที่น่ารักของข้า ทำไมตอนที่ข้าออกรบทุกปี ไม่เห็นเจ้าปักให้ข้าบ้างล่ะ?" หรงเยี่ยนชิวเอ่ยเเซว

"ข้าเพิ่งหัดปัก"

"ครั้งหน้าถ้าศิษย์พี่ออกรบ ข้าจะเตรียมให้

แน่นอน"

"ไม่ต้องพูดเลย"

"เเต่พี่จะเตือนเจ้าสักหน่อยนะ คนในใจของเจ้าน่ะ เมื่อวันก่อนไปรบยังแวะไปหอนางโลม เหมือนจะไปไถ่ตัวนางเล็กๆนั่นด้วย เเถมราคาตั้งห้าแสนตำลึง ข้ายังไม่มีเงินมากขนาดนั้นเลย!”

“เเต่เจ้าก็ยังทำเป็นไม่สนใจ…ปกติก็โง่อยู่แล้ว ฝึกวิทยายุทธ์แล้วยิ่งโง่เข้าไปใหญ่ ระวังจะโดนผู้ชายหลอกเอาได้นะ!

"ข้าไปละ เจ้ากลับไปดูแลพี่ซินหลันของเจ้าเถอะ…อีกไม่นานก็ต้องนอนเตียงเดียวกันแล้ว"

พูดจบนางก็ควบม้ากลับเข้าเมือง

….

"..." ซุนหลีไม่ได้ตอบอะไร

เป็นซุนปู้ฉี่ที่เอ่ยถามอย่างจริงจังแทน

"พี่ พี่จะให้เฉินซานซือเป็นพี่เขยข้าจริงๆเหรอ?"

"ข้า ข้าก็ไม่รู้"

ซุนหลีไม่ใช่คนโง่

ตอนแรกที่โดนล้อก็รู้สึกเขินอายอยู่บ้าง…แต่พอผ่านไปนานๆ ก็เริ่มคิดเรื่องนี้จริงจังมากขึ้น

ซุนหลีก็ไม่รู้ว่าศิษย์คนสุดท้ายของท่านพ่อ ใช่ "คนในใจ" ของเธอจริงๆหรือเปล่า

แต่เธอรู้ว่าสักวันผู้หญิงก็ต้องแต่งงาน

ก่อนหน้านี้ตอนมีคนมาสู่ขอ เธอก็รู้สึกขยะแขยงมาก

แต่กับเฉินซานซือ เธอกลับไม่มีความรู้สึกแบบนั้นเลย

มันกลับรู้สึก...สบายใจ?

ความรู้สึกนี้…น่าจะเริ่มต้นตั้งแต่สงครามที่ผอหยาง

"พี่สาว พี่นี่โง่จริงๆ!"

ปกติซุนปู้ฉี่สนิทกับเฉินซานซือมาก แต่พอเป็นเรื่องนี้ เขากลับรู้สึกไม่พอใจอยู่ดี

"มันดีทุกอย่าง ยกเว้นนิสัยชอบไปหอนางโลม!”

บทกวีที่มันเขียนในหอนางโลม ดังไปถึงเมืองหลวงแล้ว…ต่อไปมันต้องไปเที่ยวเล่นที่อื่น เจ้าชู้มีเเละเมียหลายคนเหมือนศิษย์พี่รองแน่ๆ!"

ซุนหลีไม่สนใจส่วนแรก แต่สนใจประโยคหลังมาก

"เจ้านี่ ปีกกล้าขาเเข็งขึ้นเยอะนะ"

"หือ?"

"ใครอนุญาตให้เจ้าไปหอนางโลม?"

"ข้า...โอ๊ย ท่านพี่ตีข้าทำไม! ทำไมไม่ไปตีเฉินซานซือล่ะ!"

"เขามีธุระสำคัญต้องทำ! แล้วเจ้าล่ะ?”

“ไม่ฝึกวิทยายุทธ์ ไม่อ่านหนังสือ…ตอนนี้ยังอยู่แค่ระดับฝึกกระดูก ยังกล้าบอกว่าตัวเองแซ่ซุนอยู่หรือ?”

"อย่าตีๆ…ข้าผิดไปแล้ว ถ้าพี่อยากให้เขาเป็นพี่เขยก็ตามใจเลย ข้าไม่ขัดเเล้วก็ได้"

"..."

ระหว่างที่ทั้งสองทะเลาะกัน

กองทัพก็หายลับไป เหลือไว้เพียงฝุ่นที่ตลบอบอวล

ซุนหลี ซุนปู้ฉี รวมถึงชาวบ้านอีกนับแสนคน ต่างเงียบลง…มองไปยังทิศทางที่กองทัพจากไป โดยไม่มีใครพูดอะไร

...

ระหว่างทางไปหมิงโจว

"หวังลี่ ขนมปังของเจ้าน่ากินดีนะ หลี่กว้าฟู่ให้มาสินะ?"

"เอามาให้ข้าชิมหน่อย!"

"ไม่ใช่จะว่านะ ทำไมเจ้าอายุแค่นี้ถึงไปคบหากับแม่ม่าย…หาสาวๆ ดีๆ ไม่ได้รึไง?"

"แม่ม่ายแล้วมันทำไม ยังไงก็ดีกว่าพวกชอบไปเที่ยวหอนางโลมละกัน!" หวังลี่ย้อน

"เฮ้ย พูดแบบนี้ไม่ได้นะ!"

"เเกไม่อยากมีลิ้นแล้วรึไง?" เซียชิวอันรีบปิดปากเขา

ทันใดนั้นหวังลี่ก็ถึงนึกขึ้นได้

เรื่องที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังในเมืองเหลียงโจว

หอนางโลม เเม่นางหนิงเซียง การไถ่ตัว...

"พวกเจ้าคุยอะไรกัน?" เฉินซานซือขี่ม้าเข้ามาหา

"ไม่มีอะไรขอรับ!" เซียชิวอันพูดพร้อมรอยยิ้ม

"นายท่าน พวกข้าล้อเล่นกันน่ะ"

"หืม…ขนมปังอร่อยดี" เฉินซานซือหยิบขนมปังจากมือหวังลี่ กัดคำหนึ่ง แล้วยื่นธนบัตรห้าร้อยตำลึงให้

"เอาเงินไปซื้อบ้านเล็กๆ แล้วอย่าลืมชวนข้าไปดื่มเหล้าในงานแต่งงานด้วย"

"ข่ะ…ขอบคุณนายท่าน!" หวังลี่รับเงินด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย

"อืม เจ้าไปเรียกซูเหวินไฉ จ้าวคัง... แล้วเอาแผนที่มาที่ลานโล่งข้างหน้า "

เฉินซานซือสั่งการ

ไม่นาน แผนที่ก็ถูกปูอยู่ตรงหน้า

หมิงโจว

หมิงโจว...เป็นสถานที่ที่แปลกประหลาดมาก

มันเป็นพรมแดนของราชวงศ์ต้าเซิ่ง แต่ทางตะวันออกถูกกั้นด้วยเทือกเขาหลัวเทียน ตรงกลางยังมีดินแดนรกร้างที่ไม่มีคนอาศัยอยู่…สามารถเดินทางผ่านมาได้แค่จากเหลียงโจวกับเยี่ยนโจว

และเยี่ยนโจวมีกำลังทหารไม่มาก ภารกิจสนับสนุนการปราบปรามจึงตกเป็นของเหลียงโจว

พวกเขาต้องผ่านหุบเขาขนาดใหญ่ จึงจะเข้าสู่เขตหมิงโจวได้

สถานการณ์ปัจจุบัน กองทัพกบฏส่วนใหญ่อยู่ทางใต้ ตะวันออกเฉียงใต้ และตอนกลางของหมิงโจว่า…โดยเน้นที่ตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก

กองทัพของพวกเขาต้องบุกตรงเข้าไปในเขตตอนกลาง ร่วมกับกองทัพหมิงโจว โจมตีจากทิศตะวันตกและทิศเหนือ ล้อมกองทัพกบฏที่อยู่นอกเมืองจินเฉวียน และต้องพึ่งพาเมืองหยางชุนในการสนับสนุนเสบียง

ถึงตอนนั้น จะเป็นกองทัพเจ็ดหมื่นนายปะทะกับกบฏสามหมื่นนาย

กองทัพคิ้วแดงมีนักรบระดับแก่นแท้สวรรค์เพียงคนเดียว

ส่วนต้าเซิ่งมีหยวนไต้ ซาเหวินหลง จ้าวอู๋จี๋

รวมถึงรองแม่ทัพของต่งอัน กับ อู๋โยว

ไม่ว่าจะมองยังไง ความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายก็ต่างกันมาก ต่อให้มี "ตำราพิชัยสงครามสวรรค์"…ถ้าสู้กันตรงๆ กองทัพคิ้วแดงก็ไม่มีทางชนะ

ทางออกที่ดีที่สุดของพวกเขา คือถอยกลับไปทางเหนือของแม่น้ำอู๋สุ่ย และทางตะวันออกของแม่น้ำหงเจ๋อ…เพื่อตั้งรับในเมืองที่ยึดมาได้

เเต่ถึงอย่างนั้น การถูกตีทีละเมืองก็เป็นแค่เรื่องของเวลา

"นายท่าน ท่านระมัดระวังมากไปหรือเปล่า?" จ้าวคังกล่าว

"ข้าคิดว่า แค่ระวังการซุ่มโจมตีระหว่างทางก็พอแล้ว"

"อาจจะนะ"

ถึงเฉินซานซือจะพูดแบบนั้น แต่ในใจก็ยังรู้สึกแปลกๆ

ซีฉีกำลังรออะไรอยู่?

กองทัพคิ้วแดงก่อความวุ่นวายทางตอนใต้เเบบนี้ นี่เป็นโอกาสทองที่ไม่ได้มีบ่อยๆ

ถ้ารอจนกว่าพวกเขาจะเข้าไปในหุบเขา เเละได้รับเสบียงจากเมืองหยางชุนแล้ว กองทัพคิ้วแดงก็จะถูกปราบอย่างรวดเร็ว…ถึงตอนนั้นซีฉีอยากจะบุกเข้ามาอีก มันก็เป็นแค่ความฝันลมๆแล้งๆ

"ซูเหวินไฉ เจ้ามีอะไรในหัวบ้างไหม?"

"นายท่านใจเย็นๆ อีกนิดเดียวก็จะปิ๊งไอเดียแล้ว!" ซูเหวินไฉขมวดคิ้ว

"ใกล้แล้ว ขอข้าคิดอีกมุมหนึ่ง"

"ใช่ ข้าก็ควรคิดอีกมุมหนึ่งเหมือนกัน"

เฉินซานซือสั่งให้พวกเขาเก็บแผนที่ แล้วเดินทางต่อ

การเดินทางไปหมิงโจว ใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือน

นั่นเป็นเหตุผลที่จ้าวอู๋จี๋ยืนยันที่จะไม่ขนส่งเสบียงจากเหลียงโจว เพราะต้นทุนมันสูงเกินไป

การเดินทางของพวกเขาเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย

ทุกวันทำได้แค่เดิน กิน นอน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เรียกได้ว่าลำบากตรากตรำ

โชคดีที่เฉินซานซือเตรียมตัวมาอย่างดี

ครีมหลิงเหอ ยา และเนื้อหนูหู ไม่ได้ทำให้เขาเสียเวลาเปล่า

เช่นเดียวกับตอนที่อยู่ที่หยุนโจว เขาอาศัยความเร็วของม้าขาว ตั้งใจเดินทางช้ากว่าคนอื่นครึ่งวันเพื่อฝึกวิทยายุทธ์ อีกครึ่งวันใช้เดินทาง

ชั่วพริบตาก็ เวลาก็ผ่านไปยี่สิบแปดวัน

….

[วิชา: หอกมังกรปกปักษ์ ระดับเปลี่ยนพลัง (ขั้นเริ่มต้น)]

[ความคืบหน้า: 395/500]

อีกประมาณครึ่งเดือน เขาก็น่าจะเชี่ยวชาญวิทยายุทธ์ขั้นเปลี่ยนพลังได้แล้ว

"ใกล้ถึงแล้ว!"

เฉินซานซือคาดว่าก่อนค่ำวันนี้ ก็น่าจะผ่านหุบเขาเจี้ยนเหมิน เเละเข้าสู่เขตหมิงโจวได้

เหยี่ยวนางฟ้าบินมาหาเขา นำข่าวการวางกำลังและแผนการรบล่าสุดมาให้

กองกำลังหมาป่าสวรรค์และทหารเหลียงโจวสองหมื่นนาย รับผิดชอบพื้นที่รอบภูเขาหยิงจุ่ยซาน ร่วมกับกองทัพหมิงโจวที่กำลังเดินทางมาเมืองจินเฉวียน เพื่อล้อมปราบกองกำลังหลักของกองทัพคิ้วแดง

พวกเขาพยายามไม่ให้อีกฝ่ายมีโอกาสถอยกลับไปทางเหนือของแม่น้ำอู๋สุ่ย

ส่วนกองกำลังสำรองทำหน้าที่ปิดท้าย ยังไม่ต้องปะทะกับกองกำลังหลักของศัตรู รับผิดชอบกวาดล้างกองทัพกบฏขนาดเล็กที่อยู่นอกเมืองเล็กๆ แถบเทือกเขาย่านหลิงซาน และหลังจากเริ่มการต่อสู้ ก็จะดูแลเส้นทางลำเลียงเสบียงนอกเมืองหยางชุน

กองกำลังสำรองเพิ่งจัดตั้งได้ไม่ถึงสี่เดือน ความแข็งแกร่งโดยรวมยังด้อยกว่ากองกำลังหลักอื่นๆ จึงเน้นการฝึกฝนเป็นหลัก จะใช้ก็ต่อเมื่อจำเป็นจริงๆ

"น่าโมโหชะมัด!" ไป๋ถิงจือวิ่งเข้ามาด้วยความโมโห

ข้างๆเขามีลู่ซูหัวและเซี่ยซือซู่…ทั้งสามคนมีสีหน้าไม่ค่อยดี

"เกิดอะไรขึ้น?" เฉินซานซือเอ่ยถาม

"ไอ้แซ่เฉาหน้าไม่อาย!"

ไป๋ถิงจือบ่นอย่างไม่กลัวว่าจะมีใครได้ยินเลย

"ซาเหวินหลงบอกว่ากองกำลังหมาป่าสวรรค์ขาดคน เลยย้ายกองกำลังฝั่งขวาของเฉาฟานสามพันคน ไปสู้กับกองกำลังหลักของกองทัพคิ้วแดง นี่มันจงใจสร้างผลงานให้พวกมันชัดๆ!"

"ผู้พันไป๋ ระวังคำพูดด้วย!" เซี่ยซือซู่เอ่ยเตือน

"กล้าด่าคนแซ่เฉา ก็เหมือนด่าฮ่องเต้ ถ้าเขาไม่เอาเรื่องก็แล้วไป…เเต่ถ้าเอาเรื่องขึ้นมา เจ้าหัวขาดแน่"

"เฮ้อ...ดูเหมือนพวกเราคงได้แต่เก็บเศษเล็กเศษน้อย" ลู่ซูหัวกล่าวอย่างท้อแท้

"ข้าไม่เป็นไรหรอก แต่ผู้พันเฉิน..." เซี่ยซือซู่พูดอย่างมีนัย

"ท่านอ๋องไปที่ภูเขาหยิงจุ่ยซาน ต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังหลัก ซาเหวินหลงก็เต็มใจให้โอกาสเขา มีโอกาสสูงที่จะได้รับความดีความชอบระดับสูง แถมเขายังบรรลุระดับเปลี่ยนพลังขั้นต้นแล้ว…ก่อนกลับเหลียงโจวคงจะบรรลุถึงขั้นเชี่ยวชาญ เพราะฉะนั้น..."

ตำแหน่งศิษย์เอก คงจะถูกแย่งไป!

"ขอบคุณที่เตือน"

เฉินซานซือไม่กังวลเลย

เพราะกว่าเขาจะกลับเหลียงโจว อย่างน้อยก็คงบรรลุระดับเปลี่ยนพลังขั้นความสำเร็จเล็กน้อยแล้ว….ต่อให้เฉาฟานพยายามแค่ไหน ก็ไม่มีทางไล่เขาทัน

แน่นอนว่าตอนนี้ หลายคนยังไม่รู้เลยว่าเขาบรรลุระดับเปลี่ยนพลังแล้ว

….

"ถึงหุบเขาเจี้ยนเหมินเเล้ว!

หุบเขานี้เชื่อมต่อกับเทือกเขาหลัวเซียวทางทิศตะวันออก ถือเป็นจุดสิ้นสุดของเทือกเขาหลัวเซียว และเป็นเส้นทางที่ใกล้ที่สุดจากเหลียงโจวไปหมิงโจว

ตรงกลางของเทือกเขาที่ควรจะต่อเนื่องกัน กลับมีร่องลึกขนาดใหญ่เป็นเส้นตรง

หน้าผาสูงชันเก้าสิบองศา ไม่มีความลาดเอียง…มันจึงดูเหมือนมีคนใช้ดาบขนาดใหญ่ฟันผ่าเทือกเขานี้

มันจึงได้ชื่อว่า เทือกเขาเจี้ยนเหมิน

ณ ขณะนี้ กองกำลังหลักน่าจะผ่านเมืองหยางชุนไปและใกล้จะปะทะกับกองทัพคิ้วแดงเเล้ว

กองกำลังสำรองที่เหลือ กองหน้า กองหลัง และกองซ้าย ก็กำลังมุ่งหน้าไปปราบกลุ่มโจรขนาดเล็กในทิศทางต่างๆ

"เฉินซานซือ ไป๋ถิงจือ ฟังคำสั่ง!"

หยูซ่งออกคำสั่ง

"หน่วยลาดตระเวนรายงานว่า เมืองไป๋โกวที่อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกหนึ่งร้อยห้าสิบลี้ มีโจรเจ็ดร้อยนายบุกเข้ายึดเมือง กำลังฆ่าฟันชาวเมือง

ข้าขอสั่งให้เฉินซานซือนำทหารพันนาย รวมกับทหารของไป๋ถิงจือห้าร้อยนาย รีบไปปราบปราม ภายในสองวันต้องจบ แล้วรีบกลับมารวมพล!

"ส่วนที่เหลือ ตามข้าไปรับเสบียงที่เมืองหยางชุน!"

"รับทราบ!"

"พี่น้อง เคลื่อนกำลังพล!"

ทหารพันนายของเฉินซานซือล้วนเป็นทหารม้าที่มีทรัพยากรที่ดีมาก เเละนี่เป็นหนึ่งในรางวัลจากการชนะเลิศ

ส่วนกองพันของไป๋ถิงจือ มีม้าแค่สองถึงสามร้อยตัว

ระยะทางหนึ่งร้อยห้าสิบลี้ แม้จะเป็นทหารม้าธรรมดา ม้าต้องพักเป็นระยะ กว่าจะสามารถไปถึงได้ก็ใช้เวลาหนึ่งวัน

และเมื่อพวกเขามาถึง มันก็สายเกินไปเสียแล้ว

เมืองเล็กๆอย่างไป๋โกวที่ตั้งอยู่ภายในมณฑล จะไม่เหมือนเมืองชายแดนอย่างผอหยางที่มีกำแพงสูง

กำแพงเมืองมักจะบางและเตี้ย แค่ปีนบันไดก็ขึ้นไปได้…เเถมทหารรักษาการณ์ภายในมักจะไม่เกินห้าร้อยนาย บางเมืองมีแค่ทหารรักษาเมืองร้อยกว่านาย บวกกับเจ้าหน้าที่อีกไม่ถึงร้อยคน

"นายท่าน ดูเหมือนเมืองไป๋โกวจะ..." จ้าวคังเอ่ย

เฉินซานซือหยุดม้า

มองไปไกลๆ เห็นประตูเมืองไป๋โกวถูกไฟไหม้จนเหลือแต่ถ่าน…กำแพงเมืองที่ทรุดโทรมก็พังลงไปมาก เขาเห็นภาพนรกบนดินจากระยะไกล

"จ้าวคัง เจ้านำทหารม้าสิบนายเข้าไปตรวจดู เผื่อมีการซุ่มโจมตี"

กลุ่มโจรเล็กๆ แบบนี้ ปกติจะฆ่าแล้วปล้น จากนั้นก็หนีไป ไม่น่าจะมีการตั้งรับ

ยิ่งไม่น่าจะมีนักรบระดับสูง อย่างมากก็น่าจะระดับหลอมอวัยวะภายใน

แต่การประมาทเป็นสิ่งต้องห้ามของสนามรบ

วิธีการรบของเฉินซานซือเน้นความรอบคอบ เเละจะไม่บุ่มบ่ามเด็ดขาด

"รับทราบ!"

จ้าวคังขานรับเเละนำทหารม้าเข้าเมือง

ไม่นาน เขาก็กลับมา

"นายท่าน ไม่มีโจรเหลืออยู่เลย มีแต่ซากปรักหักพัง"

"เอาล่ะ…เข้าเมืองได้" เฉินซานซือสั่งการ

…..

"พ่อ..."

"เเม่..."

"ฮือๆ..."

ทันทีที่เข้าประตูเมือง ภาพที่เห็นก็เหมือนนรกบนดิน…เพราะมันมีเเค่เสียงร้องไห้ระงม กับศพที่เกลื่อนกลาด

พวกเขาต้องลงจากม้า เดินข้ามศพ เเล้วหาคนรอดชีวิตเพื่อสอบถาม

"เอี๊ยด..."

หญิงสาวในชุดเสื้อผ้าขาดวิ่นเดินโซซัดโซเซออกมาจากบ้านด้วยสีหน้าว่างเปล่าเหมือนศพเดินได้ เเละกำลังหาอะไรบางอย่างท่ามกลางกองศพ

"พ่อ!"

เด็กหญิงตัวเล็กๆ อายุประมาณห้าขวบ นอนคว่ำอยู่บนศพของชายวัยกลางคน เรียกหาพ่อซ้ำๆ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ผ่านไปนานจึงรู้ว่าพ่อไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกแล้ว

"ช่วยข้าด้วย!"

มีคนคว้าข้อเท้าของเฉินซานซือ เเต่เขาเผลอหลบโดยอัตโนมัติ

คนๆนั้นหลังจากคว้าไม่ได้ ก็สิ้นใจทันที

….

"เคร้ง!"

ขณะที่ทุกคนเดินหน้าต่อไป

จู่ๆ มันก็มีเสียงอาวุธหล่นลงมาจากด้านหลัง

เมื่อหันกลับไปมอง ก็เห็นหญิงสาวคนนั้นเจอสิ่งที่ต้องการแล้ว

เเละนั่นคือมีด มีดที่ใช้ฆ่าตัวตาย

นี่แหละ ยุคสงคราม

ทหารพันห้าร้อยนาย ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ

โดยเฉพาะเหล่าทหารที่เคยอยู่ที่ผอหยาง ยิ่งรู้สึกสะเทือนใจมากที่สุด

ถ้าไม่ใช่เพราะท่านเฉิน พวกเขาและครอบครัวคงต้องมีจุดจบแบบนี้

"กองทัพคิ้วแดง..." เฉินซานซือหลับตา

กองทัพที่ควรจะเป็นกองทัพชาวนาที่ลุกขึ้นมาต่อต้านการกดขี่ กลับกลายเป็นปีศาจร้ายที่น่ากลัวยิ่งกว่าผู้กดขี่

พวกเขาสร้างนรกบนดินครั้งแล้วครั้งเล่า เพียงเพราะขาดแนวคิดที่ถูกต้องชี้นำ หลังจากได้รับพลัง

มันคือแนวคิดของโจร!

และพวกมันไม่มีทางยิ่งใหญ่ได้!

"หนูน้อย" เฉินซานซือเดินเข้าไป มองเด็กหญิง

"อยากไปกับข้าไหม?"

"ฮือๆ..." เด็กหญิงได้แต่ร้องไห้ ไม่พูดอะไร

"พวกท่านเป็นใคร เป็นทหารของต้าเซิ่งหรือ?!" บ่าวคนหนึ่งวิ่งมาจากสุดถนน เเล้วตะโกนถาม

"พวกข้าเป็นทหารของกองทัพเหลียงโจว พวกข้ามาเพื่อปราบกบฏ!" จ้าวคังตอบ

"ทหาร เป็นทหารเหลียงโจว!" บ่าวคนหนึ่งตะโกนด้วยความดีใจ

เเละไม่นาน ก็มีคนแต่งตัวเหมือนศิษย์สำนักยุทธ์เจ็ดแปดคนเดินตามเขามา

"นายท่าน!"

"ในที่สุดพวกท่านก็มา!"

"..."

เฉินซานซือมองพลังปราณและเลือด…พวกเขาล้วนเป็นระดับหลอมโลหิต มีระดับหลอมกระดูกปนอยู่ด้วย

"พวกเจ้าที่เหลือซ่อนอยู่ที่ไหน?" เขาถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"เชิญท่านตามข้ามา!" ผู้ฝึกยุทธนำทางไปข้างหน้า

ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองไป๋โกว มีปราสาทขนาดใหญ่ตั้งอยู่ เเละมีป้ายเขียนว่า "จวนสกุลหลี่"

หน้าประตูมีผู้ฝึกยุทธยืนอยู่หลายคน รวมถึงทหารที่สวมชุดเกราะ

นอกจากนี้ยังมีศพชาวบ้านกองอยู่ตรงหน้าพวกเขา

"ทหารกองทัพเหลียงโจวมาแล้ว!" บ่าวตะโกนหน้าประตู

ทันใดนั้น ประตูของปราสาทก็เปิดออก

ชายวัยกลางคนในชุดหรูหราเดินนำออกมา ตามด้วยนายอำเภอและแม่ทัพ

สุดท้าย คนที่ทยอยออกมา รวมตัวกันได้เจ็ดร้อยกว่าคน

พวกเขาล้วนเป็นคนหนุ่มสาวที่แข็งแรง ไม่ใช่คนแก่ คนป่วย หรือคนพิการ

"ข้า หลี่ฉางเซิง ผู้นำตระกูลหลี่แห่งเมืองไป๋โกว คารวะท่านนายพล!" ชายวัยกลางคนโค้งคำนับอย่างนอบน้อม

"ใครเป็นแม่ทัพ?" เฉินซานซือถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"เมืองไป๋โกวโดนตีแตกได้อย่างไร?"

"นายท่าน ข้าน้อย หูเหวิน เป็นผู้ตรวจการณ์เมืองไป๋โกว" หูเหวินอธิบาย

"กำแพงเมืองทรุดโทรม กองทัพคิ้วแดงมาอย่างน่าสะพรึงกลัว แถมยังมีตำราพิชัยสงครามสวรรค์…พวกข้าน้อยสู้ไม่ได้ จึงถอยมาตั้งรับในปราสาท รอทหารมาช่วย!"

เฉินซานซือพยักหน้า เเล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

"หมายความว่า พวกเจ้าไม่ได้ตั้งรับเลย?"

“…..” หูเหวินเงียบ

"นายท่าน" หลี่ฉางเซิงช่วยพูดต่อ พร้อมชี้ไปทางทิศใต้

"หลังจากที่กองทัพคิ้วแดงเผา ฆ่า และปล้น พวกมันก็หนีไปทางประตูเมืองด้านใต้ ถ้าพวกท่านรีบขี่ม้าตามไป น่าจะทันนะขอรับ!"

"แน่ใจนะว่าไปทางนั้น?"

"ข้ารับรอง!"

"อืม"

เฉินซานซือนำทหารมุ่งหน้าไปทางประตูเมืองด้านใต้

ด้วยประสาทสัมผัสที่เฉียบคม เขาได้ยินบทสนทนาของหลี่ฉางเซิง ที่ควรจะได้ยินกันแค่พวกเดียวกันตามเสียงลม

"ไงล่ะ บอกแล้วว่าไม่ต้องตั้งรับ!"

"ใครจะเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อชาวบ้านพวกนี้ทำไม!"

"ใช่ ตอนนี้กองทัพใหม่มาแล้ว…กองทัพคิ้วแดงก็หนีไปแล้ว! เเต่ข้าก็ยังเป็นนายอำเภอ ท่านหลี่ยังเป็นท่านหลี่ ผู้ตรวจการณ์หูก็ยังเป็นผู้ตรวจการณ์หู"

"อีกไม่ถึงสองปี เมืองไป๋โกวก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม!"

"ทหารเหลียงโจวเก่งแล้วไง สุดท้ายก็มาตายแทนพวกเรา!"

"..."

"หือ?"

"พวกเจ้าทำอะไร?!"

หลี่ฉางเซิงกำลังพูดอยู่ ก็พบว่าพวกเขาถูกล้อมด้วยทหารเหลียงโจว พร้อมธนูที่เล็งมาที่พวกเขา

"เจ้า..."

"นี่มันหมายความว่ายังไง?!"

"..."

ทันใดนั้น จ้าวคังก็ประกาศด้วยสีหน้าเย็นชาและเสียงดังฟังชัด

"นายอำเภอเมืองไป๋โกว เเละผู้ตรวจการณ์หู…ยอมแพ้โดยไม่สู้รบเพื่อช่วยเหลือประชาชน ถือว่าทรยศชาติ มีโทษประหาร!"

"ยิง!"

………………………..

จบบทที่ บทที่ 148 : ความโหดร้ายของสงคราม!

คัดลอกลิงก์แล้ว