เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 121 : ชีวิตและความตายร่วมกัน

บทที่ 121 : ชีวิตและความตายร่วมกัน

บทที่ 121 : ชีวิตและความตายร่วมกัน


บทที่ 121 : ชีวิตและความตายร่วมกัน

"จบแล้วเหรอ?"

ถังอิงเค่อเพิ่งจะใช้ดาบสังหารสัตว์พิษตัวหนึ่งได้ ก็เห็นลิงแก่จ่าฝูงโดนลูกธนูยิงหลายดอกจนร่วงลงมาจากต้นไม้…ส่วนลิงทหารตัวอื่นๆ ก็ตายเกลี้ยงไม่มีเหลือแม้แต่ตัวเดียว

'ถือว่าพวกแกโชคดีไป' เฉินซานซือมองไปทางที่ท่านอ๋องน้อยกับพวกหนีไปด้วยสายตาเย็นชา

ตั้งแต่มาถึงเหลียงโจว เขาพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่สร้างความขุ่นเคืองให้ใคร

ใครควรเคารพก็เคารพ ใครควรเลี้ยงเหล้าก็เลี้ยงเหล้า เรียกได้ว่าวางตัวดีมาตลอด

แต่น่าเสียดาย ต้นไม้ต้องการอยู่นิ่งๆ แต่ลมกลับไม่เคยหยุดพัด

เขาแค่อยากจะสอบอย่างสงบๆ หวังจะได้อันดับดีๆในการคัดเลือก แต่คนพวกนี้กลับจงใจมาหาเรื่องเขา…แถมยังคิดจะเอาชีวิตเขาอีกด้วย

ทนไม่ไหวเเล้วจริงๆ!

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เพราะไป๋ถิงจือเท่านั้น

แต่ยังมีเรื่องของเหยียนฉางชิงเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย

การเป็นขุนนางในราชสำนัก สิ่งสำคัญคือต้องเลือกฝ่าย

ถึงแม้เขาจะไม่อยากยุ่งเกี่ยว แต่ไม่ว่ายังไงก็คงถูกมองว่าเป็นพวกเดียวกับพรรคพวกของเหยียนฉางชิงอยู่ดี ซึ่งแน่นอนว่าย่อมถูกอีกฝ่ายหนึ่งจ้องเล่นงาน

ยิ่งตำแหน่งใหญ่แค่ไหน ก็ยิ่งต้องแสดงความภักดีมากขึ้นเท่านั้น

การเป็นขุนนางนี่มันน่าเบื่อจริงๆ

ลูกธนูเมื่อครู่นี้ เฉินซานซือจงใจยิงพลาด แม้จะได้ยินเสียงว่าโดนเป้าหมาย แต่ก็ไม่ได้โดนจุดสำคัญ เลยทำให้มันรอดตายไป

ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ มันก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องยอมกันอีกต่อไปเเล้ว

เเถมต่อไปในการคัดเลือก ยังไงเขาก็ต้องสร้างศัตรูอยู่ดี เขาคงไม่ยอมสละโอกาสที่จะเป็นศิษย์เอกเพียงเพราะกลัวการสร้างศัตรูหรอก

ยิ่งกว่านั้น ครั้งนี้พวกมันเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เเถมต่อให้พวกมันรู้ว่าเขาตั้งใจก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นได้ ถือว่าลูกธนูนั้นยิงฟรีๆ…ไม่ยิงก็เสียเปล่า

"คุณชายถัง?" ซุนปู้ฉีเพิ่งจะแทงลิงทหารตัวหนึ่งตาย ก็หันมาเห็นคุณชายที่พึ่งเข้ามาร่วมวงต่อสู้ทันที

"ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?"

"ไม่มีอะไร..." ถังอิงเค่อเก็บดาบ

"ข้ามาล่าสัตว์บนเขาน่ะ พอได้ยินเสียงดังเลยเข้ามาดู…เเล้วก็เห็นพวกเจ้ากำลังโดนสัตว์พิษรุม เลยตั้งใจจะมาช่วย แต่ดูเหมือนจะไม่จำเป็นแล้ว"

ตอนนี้ เขาค่อนข้างเสียใจเล็กน้อย

ฝีมือธนูของท่านเฉินผู้นี้มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ

เขาจัดการลิงทหารมากมายขนาดนี้ได้ในเวลาพริบตาเดียว

รู้แบบนี้เขาไม่น่าเข้ามายุ่งเลย

"ท่านมาคนเดียวเหรอ?" แม้แต่ไป๋ถิงจือก็ดูออกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล

"แล้วไอ้ท่านอ๋องน้อยนั่นล่ะ มันอยู่ไหน? หรือว่ามันเป็นคนวางแผนเรื่องลิงพวกนี้?"

พูดจบเขาก็ถือดาบออกไปสำรวจรอบๆ แต่ก็ไม่พบใคร

"ไม่…ไม่ใช่..."

ถังอิงเค่อรีบแก้ตัวทันที

"นี่ไม่เกี่ยวอะไรกับท่านอ๋องน้อยหรอก ข้ามาที่นี่คนเดียวจริงๆ"

"คุณชายถัง ท่านกลัวอะไรอยู่?" ซุนปู้ฉีพูดอย่างหัวเสีย

"ข้าจะกลับไปบอกท่านพ่อ ขอให้ท่านพ่อถอนสิทธิ์การคัดเลือกของพวกมันซะ!"

"ปู้ฉี อย่าทำร้ายข้าทางอ้อมสิ" ถังอิงเค่อทำสีหน้าจริงจังขึ้นพลางพูดเสียงดัง

"ท่านอ๋องน้อยไม่ได้อยู่ที่นี่ ข้าแค่ผ่านมาเท่านั้น ในเมื่อพวกเจ้าไม่เป็นอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนก็แล้วกัน"

พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไป พอเดินผ่านเฉินซานซือเขาก็หยุดลงคารวะ แล้วหายเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว

…..

"เขาเป็นลูกชายของเสนาบดีกรมพิธีการ" ซุนปู้ฉีอธิบาย

"คุณชายถังต่างจากคนพวกนั้น เขาไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไร แค่เกิดที่เมืองหลวงเลยต้องจำใจเข้าพวกกับคนพวกนั้น ไม่งั้นแม้แต่พ่อของเขาก็จะเดือดร้อนไปด้วย"

“อืม….ถึงจะเป็นลูกขุนนางเหมือนกัน ก็ไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด” เฉินซานซือพึมพำ

เเต่แน่นอนว่าเฉินซานซือไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก

เรื่องพวกนี้ถือเป็นเรื่องเล็กน้อย สิ่งสำคัญคือเขาบรรลุเป้าหมายในการล่าสัตว์อสูรแล้ว

เทือกเขาหลัวเทียนนี้ช่างอุดมสมบูรณ์จริงๆ เพิ่งจะขึ้นเขาได้แค่วันเดียวก็ล่าสัตว์อสูรได้แล้ว ต่างจากภูเขาหู่โถวที่ทรัพยากรขาดแคลน

ครั้งก่อน กว่าเขาจะหาเนื้อกวางขาวกันได้ ก็เล่นเอาปั่นป่วนกันทั้งเมือง ต้องใช้คนถึงหลายร้อยคนกว่าจะหาเจอ

ดูท่าต่อไป คงต้องขึ้นเขามาบ่อยๆเสียแล้ว

เเละถือซะว่าเป็นการฝึกฝนวิชาธนูไปด้วยในตัว

….

[ทักษะ: ยิงธนู (ขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่)]

[ความคืบหน้า: (750/2000)]

….

หลังจากทักษะแกะรอยและพรางตัวพัฒนาถึงขั้นสูงสุด มันก็ทำให้เขาได้รับทักษะมองเห็นลมปราณ ซึ่งไม่ใช่ทักษะของมนุษย์ทั่วๆไป

แล้วทักษะดารยิงธนูที่พัฒนาถึงขั้นสูงสุดแล้วล่ะ…มันจะพัฒนาต่อไปได้อีกหรือไม่?

เเละการพัฒนาครั้งต่อไปจะมีผลอย่างไรบ้าง?

….

ณ ขณะนี้ เฉินซานซือยืนอยู่บนที่สูง

เขากำลังสำรวจภูมิประเทศ สังเกตว่ายอดเขาใดมีแนวโน้มที่จะมีสัตว์อสูรอาศัยอยู่ เพื่อจำกัดขอบเขตการค้นหาในครั้งต่อไป

เเต่ทันใดนั้นเอง เขาก็มองเห็นกลุ่มควันสีดำหนาทึบพวยพุ่งอยู่บริเวณส่วนลึกที่สุดของเทือกเขา ราวกับมีมหาสมุทรสีดำซ่อนตัวอยู่ภายในนั้น

ยังไม่ทันที่เฉินซานซือจะเพ่งมองให้ชัดเจน กลุ่มควันสีดำนั้นก็จางหายไป ไม่รู้ว่าหายไปจริงๆ หรือเพราะเขาอยู่ไกลเกินไป

ทักษะมองเห็นลมปราณของเขามีระยะแค่สองร้อยก้าว ส่วนทิศทางที่กลุ่มควันสีดำปรากฏขึ้น น่าจะเป็นจุดที่ลึกที่สุดและเป็นแก่นกลางของเทือกเขาหลัวเทียนเลย

"ซานซือ อย่าเข้าไปแถวนั้นเชียว" ซุนปู้ฉีเน้นย้ำ

"หลังจากภูเขาลูกที่สามสิบไปแล้ว จะเป็นเขตอันตรายที่สุดของเทือกเขาหลัวเทียน ตอนนี้ข้างในเต็มไปด้วยสัตว์พิษ เเถมบางตัวยังน่ากลัวกว่าผู้ฝึกยุทธระดับขอบเขตลึกลับเสียอีก แทบจะเรียกว่าเป็นอสูรในตำนานเลยทีเดียว!"

เฉินซานซือจำได้ว่าเคยได้ยินเรื่องงูยักษ์ขนาดร้อยจั้ง

หรือว่ากลุ่มควันสีดำนั่นจะมาจากงูยักษ์ตัวนั้น?

ไม่น่าใช่

กลุ่มควันสีดำนั้นดูเหมือนจะมาจากพื้นดินมากกว่า

มันคล้ายกับลมปราณสีเลือดของสัตว์พิษ แต่ทรงพลังกว่ามาก ถ้าจะให้เปรียบเทียบ ลมปราณสีเลือดก็เหมือนกับควันสีดำรุ่นอ่อนแอ

ช่วงยี่สิบปีมานี้ เทือกเขาหลัวเทียนมีสัตว์พิษปรากฏขึ้นมากมาย หรือว่าจะเป็นเพราะอิทธิพลของควันสีดำนั่น?

"มีสัตว์พิษที่แข็งแกร่งขนาดนั้นด้วยเหรอ?" ไป๋ถิงจือไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเท่าไหร่

ระดับขอบเขตลึกลับนั้น อยู่ห่างจากระดับเทพยุทธแค่ก้าวเดียวเท่านั้น…ยังไงก็ถือเป็นระดับแนวหน้าของโลกมนุษย์แล้ว

"บางทีอาจจะมีที่แข็งแกร่งกว่านั้นอีกก็ได้" ซุนปู้ฉีพูดอย่างจริงจัง

"ก่อนถึงระดับขอบเขตลึกลับ อย่าได้เสี่ยงเข้าไปเด็ดขาด อีกอย่างข้างในนั้นสัตว์อสูรมีน้อย เเถมส่วนใหญ่เป็นสัตว์พิษ เข้าไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร"

เเต่เรื่องนี้น่าแปลกจนเฉินซานซือต้องครุ่นคิด

ดูเหมือนว่าฮ่องเต้หลงชิ่งมีรับสั่งให้ปลูกหลิงเหอทั่วประเทศก็เมื่อยี่สิบปีก่อนนี่เอง

หรือว่าเรื่องนี้จะมีความเกี่ยวข้องกัน?

ไม่งั้นทำไมเมื่อก่อนถึงไม่เคยได้ยินเรื่อง "การส่งบรรณาการ"?

ยิ่งคิดถึงเรื่องที่จำนวนเทพยุทธเพิ่มมากขึ้น และมีผู้ที่เหนือกว่าเทพยุทธปรากฏตัว

มันฟังดูเหมือนกับว่าโลกทั้งใบกำลังเปลี่ยนแปลง เพียงแต่พวกเขามีระดับพลังยุทธต่ำต้อยเกินไป เลยไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงนั้นๆ

พูดไปก็เท่านั้น สรุปก็คือยังอ่อนแอเกินไป!

เขาต้องมีระดับเหนือกว่าเทพยุทธ ถึงจะมีคุณสมบัติพอที่จะค้นหาความลับพวกนี้

ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือฝึกฝนตนเอง ผ่านการคัดเลือกให้ได้เสียก่อน อย่าได้เพ้อฝันถึงสิ่งที่เกินตัว

….

"ลงเขากันเถอะ"

เฉินซานซือลงมาจากยอดเขา แบกซากเสือเขี้ยวดาบ แล้วพาทั้งสองคนกลับลงมาตอนกลางคืน

เเละเขายังถามทั้งสองคนว่าอยากได้เนื้อเสือบ้างไหม แต่ทั้งคู่รีบปฏิเสธทันที

"ท่านเฉิน ข้าจะกล้ารับได้อย่างไร" ไป๋ถิงจือพูดอย่างรู้สึกผิด

"ถึงข้าจะเป็นคนนำทาง แต่สุดท้ายก็เป็นท่านที่หาถ้ำเจอและยิงเสือเขี้ยวดาบด้วยตัวเอง ข้าไม่ได้ช่วยอะไรท่านเลย…ยิ่งเรื่องลิงทหาร ยิ่งเป็นเพราะข้าทำให้ท่านเดือดร้อน ถ้าท่านจะแบ่งเนื้อเสือให้ข้า ข้าขอเอาหัวโขกหินตายเสียดีกว่า!"

"ข้าก็ไม่ต้องพูดถึง" ซุนปู้ฉีกล่าวเสริม

"เนื้อเสือเขี้ยวดาบเป็นยาบำรุงสำหรับผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายใน ข้าเพิ่งจะฝึกกระดูก เอามาก็ไม่มีประโยชน์"

"ก็ได้" เฉินซานซือไม่ได้เยิ่นเย้อมากนัก

เพราะจริงๆแล้วเขาต้องการเนื้อเสือเพื่อเพิ่มพลังยุทธมาก

จากนั้น ทุกคนก็เร่งฝีเท้า และออกจากเทือกเขาหลัวเทียนในเช้าวันรุ่งขึ้น

นอกเทือกเขา เจ้าขาวมารออยู่ก่อนแล้ว

เฉินซานซือแบกซากเสือขึ้นหลังม้า แล้วกลับไปที่จวนก่อน

ซือฉินกับโม่ฮวาตื่นแต่เช้ามาทำงาน พอเปิดประตูออกมาเห็นซากสัตว์ร่างยักษ์เต็มไปด้วยเลือด ก็ตกใจจนตัวสั่น เเล้วรีบถอยห่างออกไปทันที

เฉินซานซือจึงชำแหละเสือเขี้ยวดาบที่ลานบ้าน แค่หัวใจก็กินได้สองสามมื้อแล้ว ส่วนอื่นๆที่มีประโยชน์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง…ด้วยเสือตัวนี้ เขาคงไม่ต้องหาอาหารไปอีกครึ่งเดือน

หลังจากกินหัวใจเสือที่ต้มแบบไม่สุกมากนัก จู่ๆในใจเขาก็รู้สึกถึงจิตสังหาร เมื่อรวมกับยาหลอมอวัยวะภายในและหลิงเหอ พลังทั้งสามชนิดผสมผสานกันในร่างกาย ทำให้เขารู้สึกเหมือนจะระเบิด…จนกระทั่งได้หยิบหอกมาฝึกฝน จึงค่อยๆรู้สึกดีขึ้น

เขาฝึกฝนทั้งกลางวันและกลางคืนติดต่อกันแปดวันโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ทุกเช้าเฉินซานซือจะไปฝึกซ้อมรบที่ค่ายทหาร ส่วนตอนบ่ายจนถึงดึกก็ฝึกวิทยายุทธ นอนวันละไม่เกินสองชั่วยาม กินก็แค่เนื้อเสือเขี้ยวดาบเท่านั้น

เเละหลังจากมีทักษะมองเห็นลมปราณ

เขาก็สังเกตเห็นว่าตอนที่ฝึกฝน ร่างกายจะดูดซับลมปราณต่างๆจากสวรรค์และโลก เเถมมีทุกสี…ยกเว้นลมปราณสีฟ้าของสัตว์อสูร

ยิ่งกว่านั้น เขายังไม่สามารถควบคุมได้ว่าจะดูดซับลมปราณชนิดใด เรียกว่าดูดเอาทุกอย่างที่ขวางหน้า

[วิชา: กระบวนหอกสามผสาน (ขั้นเชี่ยวชาญ)]

[ความคืบหน้า: 910/1000]

….

"ขาดอีกนิดเดียว!"

"พรุ่งนี้เช้า การคัดเลือกก็จะเริ่มอย่างเป็นทางการแล้ว"

"โชคดีที่วันแรกไม่ต้องประลอง เเละอย่างมากสุดวันมะรืนนี้ข้าก็คงทะลวงไปถึงขั้นความสำเร็จเล็กน้อยได้"

[ทักษะ: บัญชาการ (ขั้นความสำเร็จเล็กน้อย)]

[ความคืบหน้า: 0/2000]

[ผลลัพธ์: แกนนำ, ฝึกทหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ, ชีวิตและความตายร่วมกัน]

[ชีวิตและความตายร่วมกัน: บนสนามรบ ทหารใต้บังคับบัญชามีชีวิตและความตายร่วมกัน, ขวัญกำลังใจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า, การใช้กลยุทธสามารถทำได้อย่างเต็มที่, ความสามารถในการต่อสู้โดยรวมเพิ่มขึ้นมากกว่า 30%]

ชีวิตและความตายร่วมกัน!

เพิ่มขีดความสามารถในการรบถึงสามส่วนสิบ

อย่าดูถูกแค่สามส่วนสิบ นั่นมันสามารถทดแทนความต่างชั้นของระดับพลังยุทธได้เลย

เเละในสนามรบจริง ผลลัพธ์ที่ออกมายิ่งน่าตกใจ ยิ่งไปกว่านั้น

ในการสอบกระบวนทัพครั้งแรกนี้ เฉินซานซือมั่นใจอย่างเต็มที่เเล้ว

ไม่ว่าจะแข่งยังไง เขาก็ไม่มีทางถูกคัดออก

ถึงจะไม่ได้ที่หนึ่ง อย่างน้อยก็ต้องได้คะเเนนอันดับต้นๆ!

"ซูเหวินไฉพัฒนาขึ้นอีกแล้ว!" เฉินซานซือรู้สึกทึ่ง

ช่วงนี้ถึงจะไม่ได้ทำอะไร เเต่ค่าความเชี่ยวชาญทักษะบัญชาการก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เรื่องนี้ ต้องขอบคุณซูเหวินไฉจริงๆ

เขาได้ยินมาว่าเพื่อเตรียมตัวทดสอบขบวนทัพ บัณฑิตผู้นี้ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ

ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะขุดเจอคนเก่งแบบนี้มาจากเมืองผอหยาง

ไม่ต้องพูดถึงประโยชน์อื่นๆ แค่ปล่อยไว้เฉยๆค่าความเชี่ยวชาญของทักษะบัญชาการก็เพิ่มขึ้นแล้ว…ซึ่งลูกน้องคนอื่นเทียบไม่ติดเลย

….

"พี่ซานซือ…โชคดีนะ"

กู้ซินหลานช่วยเขาแต่งตัวอย่างพิถีพิถัน ซือฉินกับโม่ฮวาก็มาส่งเขาที่หน้าบ้าน

ฉากแบบนี้ ดูเหมือนครอบครัวที่กำลังส่งลูกไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยเลย

อันที่จริงแล้ว การคัดเลือกนี้ก็เหมือนกับการสอบจอหงวนนั่นแหละ

หลังจากการสอบห้าวัน ก็จะตัดสินว่าแต่ละคนจะได้รับทรัพยากรมากแค่ไหน และที่สำคัญที่สุดคือจะได้เป็นศิษย์เอกหรือไม่…จะได้เป็นศิษย์คนสุดท้ายของผู้ตรวจการซุนหรือเปล่า

เมื่อออกมาจากจวน

เฉินซานซือผิวปากเรียก เจ้าขาวก็วิ่งมาหา

เขากระโดดขึ้นหลังม้า แล้วมุ่งหน้าไปยังค่ายทหารของกองทัพหลักทั้งแปดอย่างรวดเร็ว

…………………………

จบบทที่ บทที่ 121 : ชีวิตและความตายร่วมกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว