- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 120 : ทักษะมองเห็นลมปราณ
บทที่ 120 : ทักษะมองเห็นลมปราณ
บท​ที่​ 120 : ทักษะ​มองเห็นลมปราณ
บท​ที่​ 120 : ทักษะ​มองเห็นลมปราณ
“โครงธนูนี้ ทำจากไม้พันปีชนิดพิเศษ ส่วนสายธนูทำจากเอ็นของสัตว์อสูรอายุห้าร้อยปี เเละผสมกับวัสดุอื่นๆก็ล้วนเป็นของหายากทั้งหมด”
ห้าสิบศิลา…คิดเป็นแรงดึง ก็จะประทาน​หนึ่งหมื่นจิน
สำหรับผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายใน ย่อมสามารถดึงได้อย่างแน่นอน
เฉินซานซือย่อตัวลง เเล้วใช้เครื่องมือประกอบธนูอย่างชำนาญ
แม้แต่หนังที่พันด้ามจับ ก็น่าจะเป็นหนังสัตว์อสูรเช่นกัน สัมผัสแล้วรู้สึกสบายมือมาก
เมื่อเตรียมพร้อมแล้ว เขาก็ค่อยๆดึงสายธนู โดยอาศัยพลังปราณเเละเลือด
เขาเล็งไปที่ต้นสนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณยี่สิบเซนติเมตร ที่อยู่ห่างออกไปสองร้อยก้าว แล้วปล่อยลูกธนูออกไป
“หวือออ...”
“ปัง!”
เสียงแหวกอากาศดังผ่านหูไป เพียงพริบตาเดียว ลูกธนูก็ทะลุผ่านลำต้นของต้นสนต้นแรก จากนั้นก็ต้นที่สอง จนกระทั่งถึงต้นที่สาม ลูกธนูถึงหยุดลง
“ธนูดี!”
ยิ่งแรงดึงของธนูสูงเท่าไหร่ อานุภาพก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เเละความเร็วของลูกธนูก็ยิ่งเร็วขึ้นเช่นกัน
ธนูห้าสิบศิลานี้ ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายใน ก็ยังรับมือได้อย่าง​ยากลำบาก​
หากอีกฝ่ายไม่รีบเข้ามาประชิดตัว…ภายในสิบห้าดอก ต้องเผยจุดอ่อนออกมาแน่ๆ!
เเละสำหรับเขาแล้ว สิบห้าดอกใช้เวลาแค่ห้าวินาทีเท่านั้น!
ตอนนี้​ เฉินซานซือรู้สึกเหมือนนักดาบที่ได้ดาบวิเศษ ดีใจยิ่งกว่าได้ทองคำจากฮ่องเต้​เสียอีก
“คุณชายปู้ฉี ช่วยขอบคุณท่านผู้บัญชาการแทนข้าด้วย”
“ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอก เจ้าช่วยชีวิตลูกชายกับลูกสาวของเขาไว้นะ”
“แค่นี้ถือว่าอะไรได้…ความ​จริงท่านพ่อควรจะรับเจ้าเป็นศิษย์เอกโดยตรง โดยไม่ต้องมาทำการคัดเลือกด้วยซ้ำ แต่ท่านก็หัวโบราณเกินไป จึงไม่ยอมแหกกฎ”
“ปู้ฉี” เฉินซานซือถามต่อ
“ธนูนี้ สามารถปล่อยพลังภายใน​ได้ไหม?”
“คงไม่​ได้หรอก” ซุนปู้ฉีตอบ
“ธนูนี้เหมือนจะเป็นของที่ท่านพ่อใช้สมัยหนุ่มๆ หลังจากนั้นท่านก็ไม่ได้ใช้ธนูแล้ว ถึงมันจะล้ำค่า แต่มันก็แค่นั้น…เจ้ารับไปเถอะ”
“ส่วนเรื่องพลังภายใน​ ข้าถามท่านพ่อให้แล้ว”
“ท่านพ่อบอกว่า มีวัสดุพิเศษบางอย่างที่สามารถกักเก็บพลังภายใน​ได้ชั่วคราว…แต่สิ่งนั้นหาซื้อไม่ได้ ต้องไปหามาเอง”
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว” เฉินซานซือพยักหน้า
ดูเหมือนว่าเรื่องธนูพลัง​ภายใน​ก็ยังมีความหวัง
แต่ตอนนี้ ธนูห้าสิบศิลาก็เพียงพอแล้ว
เรื่องพลังภายใน​ ค่อยว่ากันเมื่อถึงระดับเปลี่ยนพลังเเล้วกัน
ตอนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องจับสัตว์อสูรให้ได้ แล้วรีบเพิ่มระดับพลังยุทธ
เฉินซานซือไม่ได้คิดว่า การที่เขาเคยช่วยลูกๆของผู้บัญชาการ​ซุน จะทำให้เขาได้เปรียบจนชนะการคัดเลือก​ได้ง่ายๆ
จริงอยู่ว่าการมีเส้นสายแบบนี้ ย่อมทำให้เขาได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
แต่การจะได้เป็นศิษย์เอกหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับพรสวรรค์​ด้วย
เพราะหากไม่มีพรสวรรค์​ ถึงได้รับการถ่ายทอดวิชา ก็อาจจะเรียนรู้ไม่ได้
ดังนั้น​ อย่างน้อยเขาต้องพิสูจน์ให้เห็นก่อนว่าตนเองมีคุณสมบัติเพียงพอ จึงจะมีโอกาสได้เรียนรู้
….
“เอาล่ะ…ขึ้นเขาได้!” เฉินซานซือถือธนูห้าสิบศิลาด้วยความอารมณ์ดี
เทือกเขาหลัวเทียนทอดยาวหลายหมื่นลี้ มองไปทางไหนก็เห็นแต่ภูเขาสลับซับซ้อน ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด
เเละที่เมืองเหลียงโจวก็มีหิมะตกเช่นกัน แต่มันเป็นหิมะที่ตกเบาบาง ตามป่าเขามีหิมะปกคลุมบางๆ โดยไม่เป็นอุปสรรคต่อการล่าสัตว์…เพียงแต่ในฤดูหนาว สัตว์จะออกหากินน้อยลงบ้าง
ถึงแม้เฉินซานซือจะสามารถค้นหาได้ด้วยทักษะเเกะรอย​…แต่เทือกเขาหลัวเทียนกว้างใหญ่มาก ก็ไม่รู้ว่าเขาต้องหาไปถึงเมื่อไหร่
“ท่านเฉิน เชิญทางนี้ขอรับ”
ไป๋ถิงจือเดินนำหน้า เฉินซานซือและซุนปู้ฉีเดินตามหลัง
ตลอดทาง เฉินซานซือก็ฝึกฝนทักษะ [แกะรอยและพรางตัว] ไปด้วย
ต้องยอมรับว่า เทือกเขาหลัวเทียนมีสัตว์ป่าชุกชุมจริงๆ…เดินไปได้ประมาณสองลี้ ก็จะเจอสัตว์ใหญ่ไม่ต่ำกว่าหนึ่งตัว
ทันใดนั้น​เอง​
“ระวัง…ตรงนั้นมีสัตว์พิษ!” ซุนปู้ฉีชี้ไปที่กองหินที่อยู่ห่างออกไปร้อยก้าว แล้วตะโกนออกมา
เมื่อ​ทุกคน​มองตามนิ้วของเขาไป ก็ได้เห็นหมาป่าตัวหนึ่ง
หมาป่าตัวนี้ มีขนาดใหญ่กว่าหมาป่าทั่วไปถึงสองเท่า ดวงตาเป็นสีแดงก่ำ ราวกับหยดเลือด เเละตอนนี้มันกำลังนอนกินซากกวางอยู่
“อย่าขยับ อย่าขยับ ข้าจัดการ​เอง​!”
ซุนปู้ฉีหยิบธนูสิบห้าศิลาที่เฉินซานซือไม่ใช้แล้วออกมา...เล็งอยู่นาน กว่าจะมั่นใจก็ปาไปสิบกว่าลมหายใจ
อย่างไร​ก็ตาม​ พอปล่อยลูกธนูออกไป มันก็ยังเบี้ยว จนห่างจากเป้าหมายไปเกือบยี่สิบก้าว
“คุณชาย ท่านยิงแย่มาก!” ไป๋ถิงจือพูดออกมาตรงๆ
“ทั้งสองคนระวัง! มันพุ่งเข้ามาแล้ว!”
ปกติแล้ว ถ้าไม่ใช่สัตว์ใหญ่อย่างเสือหรือหมี พอเจอมนุษย์ก็จะวิ่งหนีทันที
แต่หมาป่าตัวนี้ไม่ได้​หนีไป…มันกลับพุ่งเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว​
“ข้าจัดการ​เอง!” ซุนปู้ฉียิงธนูออกไปไม่หยุด
เเต่จนกระทั่งหมาป่าเข้ามาใกล้แค่สามสิบกว่าก้าว เขาก็ยังยิงไม่โดนสักดอก ไป๋ถิงจือที่อยู่ข้างๆจึงชักดาบออกมาเตรียมพร้อม
“โว้ย…ยิงไม่โดนซะที!” ซุนปู้ฉีโกรธจนหน้าแดง
สุดท้าย​เขาก็หยิบหอกขึ้นมา เเล้วใช้กระบวน​ท่าหอกแทงเข้าไปที่หัวใจของหมาป่าจนตาย
เขาใช้หอกชี้ไปที่ซากหมาป่าเเล้วพูดว่า
“ซานซือดูสิ นี่แหละสัตว์พิษ”
เฉินซานซือย่อตัวลงไปดู
นอกจากขนาดตัวที่ใหญ่กว่าปกติแล้ว จุดที่แตกต่างที่สุดคือดวงตาสีแดงก่ำ…นอกนั้นก็ไม่มีอะไรพิเศษ
“ดูที่ตาก็พอ ความแตกต่างระหว่างสัตว์พิษกับสัตว์อสูรอยู่ที่ดวงตา ดวงตาของสัตว์พิษจะเป็นสีแดงทั้งหมด ตอนกลางคืนจะเรืองแสง…นอกจาก​นี้​ เนื้อของมันกินไม่ได้ กินแล้วจะโดนพิษ” ไป๋ถิงจืออธิบายอย่างละเอียด​
“มันเกิดจากอะไร?” เฉินซานซือที่เคยเป็นนายพราน รู้สึกสงสัยเรื่องสัตว์​พิษมาก
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ไป๋ถิงจือส่ายหน้า
“อืมม…งั้นไปต่อกันเถอะ” ทั้งสามคนเดินขึ้นเขาต่อไป
ระหว่าง​ทาง ค่าความเชี่ยวชาญของทักษะ [แกะรอยและพรางตัว] ของเฉินซานซือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เขาเริ่มมองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ชัดเจนขึ้น ไม่ใช่แค่ขนของสัตว์ แต่เขายังรู้สึกว่าตนเองสามารถมองทะลุร่างกายของสิ่งมีชีวิต จนมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในได้
เเต่อยู่ๆเขาก็รู้สึกมึนงง…เเละหน้าต่างสถานะปรากฏขึ้น
[แกะรอยและพรางตัว (ขั้นความสำเร็จ​อัน​ยิ่งใหญ่​)]
[ความคืบหน้า: ไม่สามารถเพิ่มได้]
[ผลลัพธ์: มองเห็นลมปราณ]
[มองเห็นลมปราณ: มองเห็นลมปราณของสวรรค์ ปฐพี​ และมนุษย์…ไม่มีสิ่งใดสามารถ​เเอบซ่อนได้]
…
ทันใดนั้น​ เฉินซานซือก็รู้สึกได้ถึงพลังลึกลับที่ไหลเข้าสู่ร่างกาย แล้วมารวมกันที่ดวงตาของเขา​
ตอนนี้ เมื่อเขามองไปที่ทุกสิ่งทุกอย่าง…เขาก็จะเห็นว่าทุกสิ่งล้วนมีลมปราณ!
กระต่ายป่าบนพื้นหิมะ, เหยี่ยวนกเขาที่บินผ่าน, หมีดำที่จำศีลในโพรงไม้, กระรอกดินที่ซ่อนตัวในถ้ำ, และอื่นๆ อีกมากมาย!
รวมถึงมนุษย์ด้วย!
ลมปราณในตัวซุนปู้ฉีดูเบาบาง แต่ลมปราณในตัวไป๋ถิงจือกลับดูแข็งแกร่ง ส่วนของเขานั้นแข็งแกร่งที่สุด
บางที นี่อาจจะเกี่ยวข้องกับระดับพลังยุทธ
เฉินซานซือมองไปที่ซากหมาป่า เขาเห็นว่าลมปราณในตัวมันต่างจากสิ่งมีชีวิตหรือมนุษย์…ลมปราณ​ของมันเป็นสีแดงเหมือนเลือด ถึงสีจะจาง แต่ก็สัมผัสได้ถึงความแปลกประหลาด
แล้วสัตว์อสูรล่ะ?
ลมปราณของสัตว์อสูรเป็นแบบไหน?
หลักการของทักษะมองเห็นลมปราณนี้คืออะไร?
เเล้วทำไมทุกคนถึงมีลมปราณ?
แม้แต่พื้นดินก็มี!
เฉินซานซือมองไปที่พื้นดิน เขายังเห็นลมปราณที่หลากหลาย
ที่ผู้คนสามารถฝึกยุทธ ก้าวข้ามขีดจำกัดของร่างกายได้…มันเป็นเพราะลมปราณเหล่านี้หรือเปล่า?
เมื่อ​คิดได้เช่นนี้​ เขาก็รีบใช้ทักษะควบคุมลมหายใจทันที
ครืนนนน!
การฝึกฝนร่างกายร่วมกับการฝึกควบคุมลมหายใจ ทำให้เฉิน​ซาน​ซือสามารถดูดซับลมปราณจากสวรรค์และโลกเข้าสู่ร่างกาย…แล้วใช้ลมปราณนี้มาพัฒนาร่างกายได้
เเถมประโยชน์ของ [ทักษะมองเห็นลมปราณ] ไม่ได้มีแค่นี้
ภายในระยะหนึ่ง เฉินซานซือสามารถมองเห็นลมปราณของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดได้…เขาจึงสามารถใช้สิ่งนี้ป้องกันการซุ่มโจมตี และแกะรอยได้
นี่คือขั้นสูงสุดของ [แกะรอยและพรางตัว] จริงๆ!
น่าเสียดายที่ทักษะนี้ไม่สามารถพัฒนาต่อได้แล้ว
“ซานซือ เจ้ามองอะไรอยู่?” ซุนปู้ฉีโบกมือเรียก
“ไปกันเถอะ หนทางยังอีกไกลนะ”
“อืม” เฉินซานซือได้สติ แล้วเดินตามทั้งสองคนไป
ระหว่างทาง เขาสังเกตเห็นลมปราณของมนุษย​์แวบหนึ่ง
เทือกเขาหลัวเทียนกว้างใหญ่มาก ไม่รู้ว่าเลี้ยงดูผู้คนได้กี่คน มันจึงย่อมไม่ใช่มีแค่พวกเขาที่มาล่าสัตว์
…
“อยู่ข้างหน้านี่แหละ!”
เมื่อใกล้ค่ำ ไป๋ถิงจือก็หยุดเดิน
“เมื่อก่อน ข้าเคยเห็นเสือเขี้ยวดาบออกมาล่ากวางขาวอยู่แถวๆนี้ แต่ไม่รู้ว่ารังของมันอยู่ตรงไหน ต้องรบกวนท่านเฉินช่วยตามหาเเล้ว”
“ได้…ข้าจัดการ​เอง​”
หลังจาก​พูด​จบ​ เฉินซานซือก็มองไปรอบๆ
ตอนนี้เขาสามารถมองเห็น “ลมปราณ” ทั้งหมด ในระยะสองร้อยก้าวได้อย่าง​ชัดเจน​!
นอกจากนี้ ผลของทักษะอย่าง [มองเห็น​ในที่มืด] และ [เท้าเบาเหมือนขนนก] ก็ไม่ได้หายไป…กลับกันยังแข็งแกร่งขึ้นด้วย
ไม่นาน เขาก็ตามรอยเท้าของสัตว์จนพบกับถ้ำถ้ำหนึ่ง​
“รอก่อน” เฉินซานซือย่อตัวลงในพุ่มไม้ใกล้ๆ
เสือเขี้ยวดาบต่างจากเสือทั่วไป มันเป็นสัตว์อสูรที่ดุร้าย ที่มีพลังเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายใน
เเละด้วยสัญชาตญาณของนายพราน เฉิน​ซาน​ซือจึงคิดจะหาเหยื่อมาล่อเสือเขี้ยวดาบให้ออกมา
“ท่านเฉิน ให้ข้าเป็นทัพหน้าให้ท่านเอง!” เเต่ไป๋ถิงจือกลับชักดาบแล้วพุ่งเข้าไปในถ้ำ
เฉิน​ซาน​ซือ​อยากห้าม เเต่ก็ไม่ทันเเล้ว
“กรรรรร!”
จากนั้นมันก็มีเสียงคำรามและเสียงการต่อสู้ดังออกมา
“ไอ้สัตว์เดรัจฉานนี่มันแข็งแกร่งมาก!”
ไป๋ถิงจือวิ่งออกมาจากถ้ำด้วยท่าทางตื่นตระหนก
ด้วยเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น เห็นได้ชัดว่าเขาปะทะกับเสือเขี้ยวดาบมา และใช้ร่างกาย​ที่เเข็ง​เเกร่งรับการโจมตีไปหลายครั้ง
“กรรรร!” เสียงคำรามดังขึ้นอีกครั้ง เเละเงาดำขนาดใหญ่ก็พุ่งออกมาจากถ้ำ
สมเป็นสัตว์​อสูร​จริงๆ!
เสือเขี้ยวดาบตัวนี้ สูงประมาณแปดฉื่อ ตัวยาวเกือบสองจั้ง ในปากมีเขี้ยวแหลมคมเหมือ​นดาบสองอัน ส่วนกรงเล็บที่ขาหน้าเหมือนกับใบมีดที่สะท้อนแสงสีแดงภายใต้แสงอาทิตย์
เเถมไม่ใช่แค่มันตัวใหญ่ ความเร็วของมันก็ยังน่าตกใจมาก
ความเร็ว​ของมันเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นความ​สำเร็จ​เล็กน้อย​ กระโดดทีเดียวไปได้ไกลกว่าสิบจั้ง เเล้วเหวี่ยงกรงเล็บอันทรงพลัง​ใส่หลังของไป๋ถิงจือ
“เคร้งงงง!!!”
ไป๋ถิงจือใช้กายาวัชระ​รับการโจมตี จนเกิดเสียงเสียดสีของโลหะดังขึ้น
ไป๋ถิงจือกระเด็นไปไกลหลายจั้ง แล้วล้มลงในพุ่มไม้
“หวือ หวือ หวือ”
“ฉึก ฉึก”
ซุนปู้ฉียิงธนูออกไปมั่วๆ เเละในที่สุดก็โดนเป้าไปสองดอก
แต่นั่นไม่ใช่จุดสำคัญ เเละยิ่งทำให้เสือเขี้ยวดาบโกรธหนักกว่าเดิมอีก
“กรรรร!!!” เสือเขี้ยวดาบกระโดดพุ่งเข้าใส่ซุนปู้ฉีจากที่สูง ราวกับเทพเจ้าแห่งความตายที่ตกลงมาจากฟ้า!
“ปัง!”
จนกระทั่งลูกธนู​อันทรงพลัง​ดอกหนึ่ง​ได้พุ่งเข้ามาปักที่หัวใจของมันอย่างแม่นยำ
เสือเขี้ยว​ดาบจึงร่วงลงมาจากฟ้า ร่างของมันกลิ้งไปหลายตลบก่อนจะหยุดนิ่ง
นี่คือพลังของธนูห้าสิบศิลา!
เเละสัตว์ร้ายนั้นต่างจากมนุษย์…พวกมันไม่มีสติปัญญา ไม่รู้จักหลบ
โดนธนูอันทรงพลัง​เข้าไปหนึ่งดอก ก็เท่ากับใกล้ตายแล้ว
“หืมม…เสือตัวนี้แข็งแกร่งจริงๆ” เฉินซานซืออุทาน
เสือเขี้ยวดาบโดนธนูเข้าที่หัวใจ แต่ก็ยังไม่ตายสนิท มันยังพยายามจะลุกขึ้น…สิ่ง​นี้บ่งบอกว่าพลังชีวิตของมันช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน
“ปัง ปัง ปัง”
เฉินซานซือไม่ลังเล ยิงธนูซ้ำไปอีกสามดอก จึงปลิดชีพมันได้สำเร็จ
“ท่านเฉินยอดจริงๆ!” ไป๋ถิงจือลุกขึ้นยืนมองเฉินซาน​ซือ​ด้วยความชื่นชม
เสือเขี้ยวดาบวิ่งเร็วขนาดนั้น เเต่เขายังสามารถยิงธนูใส่หัวใจมันได้…ชายคนนี้ต้องมีฝีมือธนูระดับไหนกัน!
“ในระยะสามร้อยก้าว ซานซือยิงธนูแม่นเหมือนจับวาง…เเละการยิงธนูของข้า เขาก็เป็นคนสอนเอง” ซุนปู้ฉีกล่าว​อย่าง​ภาคภูมิใจ​
เเละมันทำให้ไป๋ถิงจืออดหัวเราะเพราะ​เห็น​ถึงความ​เเตกต่างจากทั้งสองไม่ได้
เฉินซานซือไม่สนใจทั้งสองคน เขารีบเดินไปที่ซากเสือเขี้ยวดาบอย่างรวดเร็ว​
เมื่อ​กี้ เขาเห็นได้อย่างชัดเจน
ลมปราณของเสือเขี้ยวดาบเป็นสีฟ้าอ่อน…มันดูดซับลมปราณสีฟ้าอ่อนได้อย่างไร?
เเละเมื่อดูจากสถานการณ์​ตอนนี้…ลมปราณต่างๆบนโลกนี้ ต้องเกี่ยวข้องกับวิถีเซียนแน่ๆ
น่าเสียดายที่ตอนนี้เขายังไม่เข้าใจมันเลย
เเถมคงไม่มีใครรู้เรื่องนี้มากนัก
ผู้ตรวจการซุนที่บรรลุระดับเหนือกว่าจ้าวแห่งยุทธ น่าจะมีความรู้เรื่องลมปราณ
เเละบางทีการจะทะลวงไปสู่ระดับที่เหนือกว่าเทพยุทธ อาจจะต้องใช้ความเข้าใจและการควบคุมลมปราณที่หลากหลาย
ลมปราณของผู้ตรวจการซุนเป็นแบบไหนกันนะ?
จนถึงตอนนี้ เฉินซานซือก็ยังไม่เคยพบท่านเลย
แต่ก็คงอีกไม่นานหรอก
“ท่านเฉิน​ มีสัตว์พิษมาอีกเเล้ว!” เฉินซานซือที่กำลังจะไปแบกซากเสือเขี้ยวดาบ ก็ได้ยินเสียงของไป๋ถิงจือดังขึ้น​
เเละทันใดนั้น​ เขาก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวในป่าทางทิศตะวันออก
มันเป็นลิงตัวเล็ก ลำมีตัวขนสีน้ำตาล มีขนสีขาวอยู่บนหัว เเละดวงตาสีแดงก่ำ​
ที่น่าเเปลกคือทั้งตัวมันเต็มไปด้วยเลือด…ดูก็รู้ว่าบาดเจ็บสาหัสมา
พอวิ่งมาถึงหน้าพวกเขา มันก็ล้มลง เเละตกตายทันที​
“สัตว์อะไร…เเล้วทำไมถึงได้บาดเจ็บ?” ไป๋ถิงจือเดินเข้าไปดูอาการ​อย่างรวดเร็ว​
“แย่แล้ว หนีเร็ว!” ซุนปู้ฉีตะโกนลั่น
“นั่นมันลูกของลิงทหาร! ลิงพวกนี้ชอบเลียนแบบมนุษย์เเละใช้อาวุธได้…พวกมันมีเยอะมากในเทือกเขาหลัวเทียน มีทั้งอ่อนแอและแข็งแกร่ง ที่สำคัญคือมันชอบแก้แค้นมาก!”
“ใครฆ่าลูกหลาน​ของพวกมัน พวกมันจะรวมฝูงกันมาแก้แค้น ไม่รู้ว่ามีผู้ฝึกยุทธที่มาล่าสัตว์ ถูกพวกมันรุมฆ่าไปเท่าไหร่แล้ว”
“เเถมไม่นานมานี้ ลิงทหารพวกนี้โดนพิษ จนกลายเป็นสัตว์พิษ…จากนั้น​ก็ไม่มีใครอยากยุ่งกับมันอีกเลย”
“อุ๊ อุ๊ อุ๊”
ซุน​ปู​้ฉีพูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงร้องของลิงก็ดังมาจากทุกทิศทุกทาง
ลิงแขนยาวมากมายปรากฏ​ตัว​ขึ้น​
บางตัววิ่ง บางตัวกระโดด บางตัวโหนต้นไม้ ไม่กี่อึดใจ ทางหนีของพวกเขา​ก็ถูกปิดล้อมทั้งหมด
ในมือของมันตอนนี้ ถืออาวุธนานาชนิดทั้งเก่าและใหม่ ทั้งพังและดี ไม่รู้ว่ามีผู้ฝึกยุทธที่มาล่าสัตว์ตกตายในมือของพวกมันไปเท่าไหร่แล้ว
ตัวที่นำฝูง เป็นลิงขนขาว มือถือมีดขนาดใหญ่
เเละทุกตัวมีลมปราณสีแดงเหมือนเลือด
ลมปราณของลิงขนขาวแข็งแกร่งที่สุด เเละน่าจะมีพลังมากกว่าเสือเขี้ยวดาบ…ที่สำคัญคือ มันดูเหมือนมันจะมีสติปัญญา
ตอนนี้มันกำลังมองซากลูกของมัน แล้วมองมาที่พวกเขา จากนั้น​ก็โบกมีดด้วยความโกรธ
“อุ๊ อ๊ากกกก!”
ฝูงลิงทั้งหมดพุ่งเข้ามาโจมตี
“ซวยแล้ว! ทำไมไอ้ลิงนั่นต้องมาตายต่อหน้าพวกเราด้วย?” ซุนปู้ฉีหน้าเสีย
“แถมแถวนี้ไม่ใช่ที่อยู่ของลิงทหาร….เเล้วพวกมันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
เเน่นอ​นว่า…ก็เพราะมีคนจงใจทำให้เป็นแบบนี้ยังไงล่ะ!
เฉินซานซือเห็นลมปราณวาบหนึ่งอีกครั้ง แล้วได้ยินเสียงเเว่วในป่า
แต่มีต้นไม้บัง เขาจึงมองไม่เห็นว่าเป็นใคร
เเต่ลมปราณแข็งแกร่งกว่าของเขา
น่าจะเป็นระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นความ​สำเร็จ​อันยิ่งใหญ่​
“เป็นพวกมันเองหรือ...”
…
อีกด้าน
“ท่านอ๋องน้อย!” หยินฮั่นเหวินซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ แอบมองคนที่กำลังถูกล้อม พรางพูดด้วยน้ำเสียงสะใจ
“พวกมันไม่เคารพท่านเลย โดยเฉพาะไอ้บ้านนอกนั่น…ต้องสั่งสอนมันเเบบนี้เเหล่ะ​!”
พวกเขาตามรอยเท้าของเฉินซานซือ พอรู้ว่าอีกฝ่ายมาล่าสัตว์ จึงคิดแผนชั่วร้ายนี้ขึ้นมา
ในเมื่อห้ามทะเลาะวิวาทกันในค่าย พวกเขาก็จะมาจัดการข้างนอกเสียเลย
แถมยังไม่ต้องลงมือเอง แค่ใช้ประโยชน์จากสัตว์พิษก็พอ ถึงเกิดเรื่องอะไรขึ้น…ก็ไม่มีใครสาวมาถึงพวกเขาได้
“อืม ยังไงไอ้เฉินนั่นก็เป็นคนของเสนาบดี​เหยียน ไม่ต้องไปสนใจมันหรอก” เฉาฟานพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“อย่างไร​ก็ตาม​ คนอื่นจะตายไปก็ช่าง แต่ซุนปู้ฉีก็อยู่ด้วย…นั่นจะไม่เป็นไรแน่เหรอ?”
“ท่านอ๋องน้อยไม่ต้องเป็นห่วง” หยินฮั่นเหวินกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ​
“มีพวกเราคอยดูอยู่ ถ้าเกิดเรื่องเราค่อยออกไปช่วยซุนปู้ฉีก็ยังไม่สาย”
“คุณชายหยิน พวกเราทำแบบนี้มันเกินไปหน่อยไหม?” ถังอิงเค่อขมวดคิ้ว เเล้วพูดด้วยความกังวล
“พวกเขาอาจจะไม่เคารพท่านอ๋องน้อย แต่ก็ไม่ถึงกับต้องฆ่ากันนี่นา”
“ไอ้ถัง…เเกอยู่ฝ่ายใหนกันเเน่!”
” หยินฮั่นเหวินด่าเสียงเบา
“เเต่ข้าว่าไม่น่ามีอะไร” เหวินชิวสือพูดเเทรกขึ้น
“ลิงทหารพวกนี้จะฆ่าพวกมันได้จริงๆ เหรอ?”
“ใครจะไปรู้ ถือโอกาสนี้ดูฝีมือของพวกมันไปด้วยเลยเเล้วกัน” หยินฮั่นเหวินพูดอย่างไร้อารมณ์​
เเต่เมื่อเห็นว่าพวกเฉินซานซือเริ่มต่อสู้กับลิง…ถังอิงเค่อก็ทนไม่ไหว ชักดาบแล้ววิ่งออกไป
“คุณชายปู้ฉี ข้ามาช่วยแล้ว!”
“ไอ้ถัง! เจ้าอยากตายรึไง?!” เหวินชิวสือจะวิ่งไปจับอีกฝ่าย แต่ก็ไม่ทันแล้ว
“ปล่อยมันไปเถอะ! มันไม่กล้าบอกหรอกว่าเป็นแผนของเรา” หยินฮั่นเหวินสบถ
“พ่อมันเป็นพวกชอบเปลี่ยนข้าง มันก็เหมือนกัน เดี๋ยวค่อยสั่งสอนมันทีหลัง...เเต่ให้มันตายตรงนี้เลยก็ดีเหมือนกัน​”
“หือ…อะไรวะนั่น?”
ทันใดนั้น​ ทั้งสามคนก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็นตอนนี้​อย่างมาก
เฉินซานซือเปิดฉากยิงธนูใส่ฝูงลิงไม่หยุด ทุกดอกที่เขายิงออกไป จะมีลิงล้มลงหนึ่งตัว ไม่ถึงหนึ่งเค่อ ก็ฆ่าลิงไปสามสิบกว่าตัวแล้ว
แม้แต่ลิงขนขาวที่เป็นจ่าฝูง ก็รับธนูของเขาได้แค่ห้าดอก จากนั้น​ก็โดนยิงทะลุหัวจนตาย
“ธนูนี้ อย่างน้อยก็มีเเรงดึงถึงสามสิบศิลา!” เฉาฟานมองออกอย่างรวดเร็ว​
“ฝีมือธนูของมันช่างน่าทึ่งมาก!”
“ท่านอ๋องน้อยไม่ต้องกังวล การคัดเลือกไม่ได้วัดกันที่ฝีมือธนู เพราะฝีมือธนูไม่ค่อยมีประโยชน์สำหรับผู้ฝึกยุทธระดับสูงเลย” หยินฮั่นเหวินกำมือแน่น
“เเต่น่าเจ็บใจจริงๆ…พึ่งพาสัตว์พวกนี้ไม่ได้เลย”
“งั้นก็ไปเร็ว!” เหวินชิวสือร้อนใจ
“ถ้าพวกมันไปฟ้องผู้​บัญชาการ​ซุน เขาคงไม่สนหรอกว่าพวกเราเป็นใคร”
“ไป!”
“ระวัง!”
เเต่ในขณะที่พวกเขาลุกขึ้น
เฉินซานซือก็ยิงธนูออกมาอีกดอก
ลูกธถนี้ดูเหมือนจะเล็งไปที่ลิง แต่จริงๆแล้วมันเล็งมาที่พวกเขา
“ปัง!”
ลูกธนูพุ่งทะลุต้นไม้ แล้วเฉี่ยวไหล่ของหยินฮั่นเหวินไป
ถ้าเบี้ยวน้อยกว่า​นี้อีกนิดเดียว ก็โดนหัวใจเขาแล้ว!
“อ๊ากกกก!”
“หุบปาก!” เฉาฟานรีบปิดปากหยินฮั่นเหวิน แล้วแบกเขาวิ่งหนีไป
“มันจงใจแน่ๆ!” วิ่งไปได้สองลี้ หยินฮั่นเหวินก็ทนไม่ไหวจนต้องร้องโอดโอย
“ท่านอ๋องน้อย มัน...มันกล้ายิงข้า!”
ถ้าเขาไม่หลบอยู่หลังต้นไม้ เขาคงตายไปแล้ว
“แล้วเจ้าจะทำอะไรได้?” เฉาฟานกัดฟันพูด
“ก็เจ้าเสนอแผนนี้เอง หรืออยากทำเป็น​เรื่องใหญ่​ให้คนอื่นรู้?”
“เอาไว้​รอตอนคัดเลือก ค่อยไปสั่งสอนมันในสนามแข่งก็แล้วกัน!”
“ข้า... ข้าคงเข้าร่วมการคัดเลือกรอบเเรกไม่ได้แล้ว...” หยินฮั่นเหวินร้องโอดโอยไม่หยุด
ยังไม่ทันเริ่มคัดเลือก พวกเขาก็เสียคนไปหนึ่งคน
แถมยังป่าวประกาศไม่ได้ ต้องจำยอมกลืนความเจ็บใจนี้เอาไว้
……………………