เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 116 : กฎการ​คัดเลือก!

บทที่ 116 : กฎการ​คัดเลือก!

บทที่ 116 : กฎการ​คัดเลือก!


บทที่ 116 : กฎการ​คัดเลือก!

"ท่านเฉิน ถึงแล้ว" ผู้พันลี่หยุดม้าหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่

"แม่ทัพฟางได้ให้คนทำความสะอาดบ้านไว้เรียบร้อยแล้ว และยังเตรียมสาวใช้ไว้ให้สองคน หากไม่พอ ก็สามารถ​ไปซื้อเพิ่มได้”

“เเต่ข้าแนะนำให้ไปซื้อจากพ่อค้าทาส เเล้วเลือกเด็กจากครอบครัวยากจน…มันดีกว่าให้พวกเธอต้องถูกขายไปที่หอนางโลม”

“แต่มีเรื่องต้องบอกไว้ก่อน คนของจวนผู้บัญชาการซุนห้ามทำร้ายหรือฆ่าทาสเพื่อความสนุกสนานโดยเด็ดขาด เว้นแต่พวกเขาทำผิด หากทำผิดก็ต้องลงโทษตามสมควร”

“เอาล่ะ ข้าบอกสิ่งที่ควรบอกหมดแล้ว ท่านเฉินก็พักผ่อนให้สบาย…อ้อ อาจจะมีคนมาเยี่ยมเยียนท่านบ้างนะ เพราะคนที่เข้าร่วมการคัดเลือกล้วนแต่เป็นยอดคนรุ่นใหม่ อนาคตอาจได้เป็นแม่ทัพใหญ่ ท่านเฉินก็จัดการตามความเหมาะสมแล้วกัน”

"ขอบคุณผู้พันลี่มาก ไว้โอกาสหน้าข้าขอเลี้ยงเหล้าท่านนะ" เฉินซานซือประสานมือคำนับลา

"มีบ้านใหม่แล้ว"

เฉินซานซือเริ่มสำรวจคฤหาสน์

คฤหาสน์นี้เป็นคฤหาสน์​หลังใหญ่ มีสามเรือน สามลาน ถ้าอยู่ที่เมืองผอหยาง คงมีแต่เจ้าเมืองกับเศรษฐีไม่กี่คนเท่านั้นที่จะอยู่บ้านแบบนี้ได้”

“จริงๆแล้ว เฉิน​ซาน​ซือไม่จำเป็นต้องอยู่บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้เลย นี่โชคดีที่มีสาวใช้มาให้ด้วย ไม่งั้นแค่กวาดบ้านก็คงทำให้ซินหลันเหนื่อยตาย”

"คารวะนายท่าน คารวะนายหญิง" สาวน้อยวัยแรกรุ่นสองคนออกมาต้อนรับ

"อืม พวกเจ้าไปได้ มีอะไรข้าจะเรียกอีกที" เฉินซานซือโบกมือ

"นายท่าน..." สาวใช้ทั้งสองมองหน้ากันเเล้วพูดอย่างกล้าๆกลัวๆ

"ท่านยังไม่ได้ตั้งชื่อให้พวกเราเลยเจ้าค่ะ"

"ชื่อ?" เฉินซานซือเพิ่งนึกได้ว่า ทาสที่ถูกขายไม่มีสิทธิ์ใช้ชื่อของตัวเอง

เเต่เขาไม่เก่งเรื่องตั้งชื่อสักเท่าไหร่

"ซินหลัน เจ้าตั้งให้ที"

"ได้ ข้าจัดการเอง" กู้ซินหลันจูงมือสาวใช้ทั้งสอง ถามถึงครอบครัว อายุ และความสามารถพิเศษต่างๆ

สุดท้ายก็ตั้งชื่อให้คนหนึ่งว่า ซือฉิน และอีกคนว่า โม่ฮวา

สาวใช้ทั้งสองถูกพ่อแม่ขายตั้งแต่เด็ก ถูกฝึกฝนมาเป็นสาวใช้เพื่อขายให้ตระกูลใหญ่โดยเฉพาะ ราคาค่อนข้างแพงมากทีเดียว

"ตายล่ะ ตอนนี้ข้าไม่มีเงินเลี้ยงครอบครัวเลยนี่นา!" เฉินซานซือพึ่งนึกขึ้นได้

รบมาติดต่อ​กันสองเดือน เเล้วเขาจะมีเงินติดตัวได้ยังไง

โชคดีที่เขามีตำแหน่งขุนนางชั้นหก

"นายทหารผู้กล้าหาญ" และยศทหารม้าชั้นห้า "วีรบุรุษม้าบิน" ซึ่งมีเงินเดือนประจำตำแหน่ง

แต่เเค่ไม่รู้ว่าจะไปรับที่ไหน เดี๋ยวคงต้องไปถามคนรู้จัก​ดูอีกที

"นายท่าน!"

ทันใดนั้น โม่ฮวาก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา

"มีขันทีมาที่หน้าบ้าน บอกว่าให้ท่านออกไปรับราชโองการ…ตอนนี้มีคนมุงดูเยอะแยะเลยเจ้าค่ะ"

"ราชโองการ?" เฉินซานซือรู้สึกใจคอไม่ดีเล็กน้อย​

เเต่เขากับฮ่องเต้ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน ก็ไม่น่าจะมี​ปัญหา​อะไร

คิดว่า​ น่าจะเป็นเรื่องพระราชทานรางวัลมากกว่า​

"ไปกันเถอะ" เฉินซานซือเดินออกจากบ้าน

หน้าบ้านตอนนี้มีขบวนรถม้าจอดอยู่เป็นสิบคัน ขบวนใหญ่โตขนาดนี้จึงดึงดูดผู้คนมามุงดูนับร้อย

ผู้นำขบวนคือขันทีแต่งกายด้วยชุดหรูหรา คาดเข็มขัดหยก ท่าทางสงบนิ่ง เเละดูเหมือนจะเป็นผู้ฝึกยุทธ

เมื่อ​เห็น​เฉิน​ซาน​ซือ​ เขาก็ประกาศด้วยเสียงแหลมเล็ก

"มีราชโองการถึงนายทหารผู้กล้าหาญ เฉินซานซือ จงออกมารับราชโองการ!"

"รับราชโองการ" เฉินซานซือพาครอบครัวคุกเข่า

"ด้วยพระบารมีแห่งสวรรค์ ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน นายทหารผู้กล้าหาญ เฉินซานซือ ได้พาประชาชนข้ามแม่น้ำหงเจ๋อ แสดงออกซึ่งความกล้าหาญและความเมตตา ทำให้สวรรค์และปฐพีทราบซึ้ง​ใจ เมื่อฮ่องเต้ได้ทราบเรื่องก็รู้สึกตื้นตัน การมีขุนนางที่กล้าหาญและมีเมตตาเช่นนี้ นับเป็นโชคดีของฮ่องเต้และราชวงศ์ไท่เซิ่ง จึงขอแต่งตั้งเฉินซานซือขึ้นเป็นแม่ทัพผู้ทรงคุณธรรม ขุนนางชั้นห้า และแต่งตั้งเป็นขุนนางชั้นสาม ตำแหน่งผู้บัญชาการกองรถม้า พระราชทานทองคำพันตำลึง เงินห้าหมื่นตำลึง ผ้าไหมพันพับ ยาบ่มเพาะระดับบ่มเพาะอวัยวะภายในสามสิบเม็ด และเหล้าหลวงหนึ่งไห"

"ขอรับพระราชทานด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี" เฉินซานซือทำความเคารพอย่างนอบน้อม

"นี่ใครกัน?"

"คนเพิ่งย้ายมาใหม่"

"เขาพาชาวบ้านข้ามแม่น้ำงั้นหรือ?"

"ข้าเคยได้ยินเรื่องนี้ ตอนที่พวกป่าเถื่อน​มาอาละวาด​ มีนายทหารจากเมืองเล็กๆ พาชาวบ้านหลายหมื่นคนหนีมาด้วย… และเพื่อช่วยชาวบ้านข้ามแม่น้ำ เขากับลูกน้องต้องเข้าปะทะกับศัตรู​จำนวนมากจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด"

"หืม…มีขุนนางที่ยอมทำเพื่อชาวบ้านถึงขนาดนี้ด้วยหรือ?"

"ฮ่องเต้ก็เป็นกษัตริย์ที่ทรงธรรมและปรีชาญาณ"

"ถูกต้อง ไม่งั้นท่านคงไม่พระราชทานรางวัลมากมายขนาดนี้ ทองคำ เงิน ผ้าไหม นี่มากพอให้คนหลายคนใช้ไปชั่วชีวิตเลยนะ"

"อายุยังน้อยก็ได้เป็นขุนนางชั้นสาม มีสิทธิ์เข้าเฝ้าฮ่องเต้ได้เลยนะเนี่ย"

"คนผู้นี้ อนาคตต้องได้เป็นขุนนางใหญ่แน่ๆ"

ผู้คนรอบข้างต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์

….

'ไอ้สารเลว…ฮ่องเต้มันกำลังเอาเปรียบข้า!' เฉินซานซือสบถในใจ

ฮ่องเต้ทรยศร่วมมือ​กับ​พวกป่าเถื่อน​สังหารชาวบ้านในหยุนโจวไปเกือบล้านคน

เเต่ตอนนี้กลับมาใช้การให้รางวัลเขา เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี…ช่างหน้าไม่อายจริงๆ

"ท่านเฉิน ไม่เชิญข้าเข้าไปนั่งข้างในหน่อยหรือ" ขันทีใหญ่พูดด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง​

"เชิญท่านเข้ามาข้างใน โม่ฮวา ไปชงชาเร็ว"

"นายท่าน ที่บ้านไม่มีชา..." โม่ฮวาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ วันแรกที่ทำงานก็เจอราชโองการ ทั้งทองคำ ทั้งเงิน ตอนนี้เธอตกใจจนตัวสั่นเเล้ว

"ท่านขันที​ ข้าเพิ่งย้ายมา ในบ้านยังไม่มีอะไรเลย คงต้องให้ท่านดื่มแต่น้ำเปล่าเเทน" เฉินซานซือกล่าว

"นายท่าน น้ำเปล่าก็ไม่มีเจ้าค่ะ" ซือฉินพูดเสียงเบา

"เเล้วที่บ้านยังไม่ได้ซื้อฟืนหรือกาน้ำชาเลยเจ้าค่ะ"

"เอาเถอะ ข้าไม่เข้าไปก็ได้ คุยกันตรงนี้แหละ" ขันทีใหญ่ถอนหายใจ

"ข้าแซ่โหว เป็นข้าหลวงตรวจการณ์กองทัพทั้งสามมณฑลทางตะวันตกเฉียงเหนือ ดูแลเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับกองทัพ เรียกข้าว่าขันที​โหวก็ได้"

"ท่านโหวมีอะไรจะคุยกับข้าหรือ?" เฉินซานซือเอ่ยถาม

ข้าหลวงตรวจการณ์ แน่นอนว่าต้องคอยตรวจสอบท่านผู้บัญชาการซุน…คนผู้นี้คงมีตำแหน่งสูงมากในวังหลวง

"เจ้าเพิ่งได้รับตำแหน่งวีรบุรุษม้าบินชั้นห้า ไม่นานก็ได้เลื่อนเป็นผู้บัญชาการกองรถม้าชั้นสาม สูงกว่ายศที่ควรจะได้จากระดับการบ่มเพาะของเจ้ามาก ท่านเฉิน ท่านเข้าใจความหมายหรือไม่?" ขันทีโหวเน้นเสียง

"พระมหากรุณาธิคุณของฝ่าบาท ข้าจะจดจำไว้ ไม่ลืมเลือนแม้เพียงชั่วขณะ!" เฉินซานซือพูดเน้นทุกคำ

"ดี เจ้าฉลาดมาก" ขันทีโหวโบกมือให้ขันทีคนสนิทนำเหล้าหลวงมา

"ท่านเฉิน ในอนาคต​อย่าทำให้ฝ่าบาทผิดหวังล่ะ"

[ยาแก้พิษโลหิตมรกต]

เฉินซานซือรับเหล้าหลวงมาดื่มรวดเดียว

วางยาพิษเรื่อยๆ แบบนี้ปกติ​คงไม่ดี

…เพราะถ้าปล่อยไว้นานก็ต้องมีคนแสดงอาการ

ซึ่งมันจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างฮ่องเต้และขุนนางแย่ลงเปล่าๆ

สู้ให้ยาแก้พิษไปเลย แล้วพระราชทานรางวัลอย่างยิ่งใหญ่ ยังจะได้ใจคนมากกว่า

ถ้าเฉินซานซือไม่รู้ว่ามีพิษมาก่อน และไม่บังเอิญรู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่หยุนโจว เขาคงคิดว่าฮ่องเต้เป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรม เเละสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณไปแล้ว

"ดี"

เมื่อขันทีโหวเห็นเฉินซานซือดื่มเหล้าหมดแก้ว เขาก็ยิ้มออกมทันที​

"ท่านเฉิน ต่อไปก็จะอยู่ที่จวนผู้บัญชาการซุนเพื่อเข้าร่วมการคัดเลือก ดังนั้น..."

"วางใจเถอะ" เฉินซานซือรีบตอบ

"ไม่ว่าข้าจะอยู่ที่ไหน ข้าก็จะจดจำไว้เสมอว่าข้าเป็นข้ารับใช้ของราชวงศ์ เป็นข้ารับใช้ของฝ่าบาท"

"เจ้าหนุ่มนี่ช่างรู้ใจข้ายิ่งนัก ข้าชอบเจ้ามาก!”

“เอาล่ะ เจ้าไม่มีแม้แต่ชา คงไม่มีอาหารเลี้ยงข้าหรอก…ข้าไปก่อนก็แล้วกัน” ขันทีโหวจากไปอย่างพึงพอใจ

หลังจาก​นั้น คนอื่นๆก็ช่วยขนของเข้าบ้านให้เฉินซานซือ ก่อนจะทยอยกันกลับ

เฉินซานซือปิดประตูบ้าน รีบหยิบยาบ่มเพาะอวัยวะภายในออกมาฝึกฝนทันที

ทองคำ เงิน และผ้าไหม มีเยอะขนาดนี้คงใช้ได้อีกนาน…แต่สิ่งที่มีค่าที่สุดคือยาบ่มเพาะ!

เมื่อระดับพลังยุทธมาถึงระดับหลอมอวัยวะภายในแล้ว ยาก็แทบจะไม่สามารถตีค่าเป็นเงินได้อีกต่อไป

สมุนไพรล้ำค่า หาซื้อได้ยากยิ่ง

เพราะสมุนไพร​สำหรับ​ยาหลอมอวัยวะ​ภายใน​ต้องอาศัยระยะเวลาและสภาพแวดล้อมในการเจริญเติบโตที่เหมาะสม นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมระดับบ่มเพาะอวัยวะภายในจึงถือว่าเป็นขีดจำกัดของเมืองผอหยาง

แม้แต่ในกองทัพหลักทั้งแปด ยาบ่มเพาะระดับ​หลอมอวัยวะ​ภายใน​ก็ไม่ได้มีสำหรับ​ทุกคน​

เพราะกองทัพหลักทั้งแปดต้องโยกย้าย​ไปมาตลอดเวลา​ ไม่มีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง เสบียงและยุทโธปกรณ์ต่างๆ ล้วนต้องพึ่งพางบประมาณจากราชสำนัก และการสนับสนุนจากท้องถิ่น

"โชคดีที่ ตอนนี้ข้าไม่ขาดแคลน" เฉินซานซือตรวจสอบยาจนแน่ใจแล้วจึงกลืนลงท้อง

จากนั้น​ เขาก็ผสานพลังยาอันแข็งแกร่งเข้ากับการฝึกหอก

ยาสามสิบเม็ด เพียงพอที่จะทำให้เขาฝึกฝน​ไปถึงระดับเปลี่ยนพลัง!

มูลค่าของยามากมายขนาดนี้ จะตีเป็นทองคำได้เท่าไหร่กัน?

[วิชา: หอกสามผสาน (เชี่ยวชาญ)]

[ความคืบหน้า: 288/1000]

….

บวกกับพลังของหลิงเหอ ค่าความเชี่ยวชาญของเขาจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!

ตามปกติแล้ว หลังจากเข้าสู่ระดับบ่มเพาะอวัยวะภายใน ความเร็วในการเพิ่มพูนพลังยุทธจะช้าลงเรื่อยๆ

แต่ถึงกระนั้น​ เขาก็มั่นใจว่าภายในหนึ่งเดือน เขาจะสามารถ​ทะลวงไปถึงระดับบ่มเพาะอวัยวะภายในขั้นความ​สำเร็จ​เล็กน้อย​ได้

เฉินซานซือตั้งใจจะปิดประตูฝึกวิชา…แต่พอถึงวันรุ่งขึ้น บ้านของเขาก็คึกคักขึ้นมาเฉย

บัตรเชิญมากมายจากเหล่าขุนนาง ตระกูลใหญ่ สำนักต่างๆ รวมถึงขุนนางน้อยใหญ่ ล้วนถูกส่งมาถึงบ้าน เเละมีผู้คนเข้าออกไม่ขาดสาย

การได้รับพระราชทานรางวัลใหญ่โตขนาดนี้ แม้จะไม่ใช่ขุนนางในเมืองหลวง แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเขามีอนาคตสดใส

การมีคนอยากสร้างสัมพันธ์ด้วยก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

เฉินซานซือไม่ได้ปฏิเสธ เพราะการบ่มเพาะพลังยุทธ์ในอนาคตต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่แน่ว่าอาจต้องพึ่งพาคนเหล่านี้

ตอนเที่ยง หลังจากทานข้าวเสร็จ

ขณะที่เฉินซานซือก็ออกมาฝึกหอกที่ลานบ้าน ซุนปู้ฉีก็มาหาเขา

"ไปกันเถอะซานซือ…ข้าเป็นตัวแทนทุกคน มาเชิญเจ้าไปงานเลี้ยง”

“มันงานเลี้ยงต้อนรับผู้เข้าร่วมการคัดเลือก เจ้าต้องไปนะ”

"งานเลี้ยงต้อนรับผู้เข้าร่วมการคัดเลือกงั้นหรือ?"

"ว่าแต่ เจ้าช่วยอธิบายขั้นตอนการคัดเลือกให้ข้าฟังหน่อยได้ไหม?"

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้​ ซุนปู้ฉีก็เริ่มเล่าให้เฉิน​ซาน​ซือ​ฟัง

การคัดเลือกแบ่งเป็นสองประเภท นั่นคือ…ขุนนางฝึกหัด และแม่ทัพฝึกหัด

ผู้เข้าร่วมการคัดเลือกต้องมีอายุไม่เกินกำหนด และมีระดับการบ่มเพาะตั้งแต่ระดับบ่มเพาะอวัยวะภายในขึ้นไป ถึงจะเข้าร่วมการคัดเลือกแม่ทัพฝึกหัดได้

ทุกครั้งจะมีการคัดเลือกศิษย์แปดคนเข้าจวนผู้บังคับบัญชา​การ แต่จะมีศิษย์เอกเพียงคนเดียว!

การทดสอบมีทั้งหมดห้าอย่าง

หนึ่ง การวางแผนรบ

สอง การบุกตะลุย

สาม การรบบนสนามรบจริง

สี่ การประลองยุทธ์

ห้า การตรวจสอบกระดูก (เพื่อประเมินศักยภาพ และใช้เป็นเกณฑ์ในการจัดสรรทรัพยากร)​

การทดสอบต่างๆ ก็เหมือนกับการสอบจอหงวนทางทหารนั่นแหละ

ต่างกันตรงที่ หากผ่านการคัดเลือก จะได้ประจำการในกองทัพหลักทั้งแปด และได้รับการถ่ายทอดวิทยายุทธจากท่านผู้บัญชาการซุนโดยตรง

"ซานซือ ปีนี้เป็นงานยากที่สุดเลย" ซุนปู้ฉีถอนหายใจ

"หยินฮั่นเหวินกับเฉาฟานที่เจ้าเคยเจอ เเละแม้แต่หลานชายของท่านเสนาบดีเหยียนก็มา นอกจากนี้​ยังมีประมุขรุ่นเยาว์ของสำนักดาบเทียนทง ศิษย์ของคฤหาสน์จันทร์เสี้ยว และอีกมากมาย"

"ส่วนใหญ่เป็นระดับบ่มเพาะอวัยวะภายในขั้นสูงสุด!"

"และเนื่องจากปีนี้คนมาครบเร็ว การคัดเลือกจึงจะเริ่มในอีกสิบวัน!"

"ซานซือ เจ้าเพิ่งจะถึงระดับบ่มเพาะอวัยวะภายในขั้นเชี่ยวชาญเองไม่ใช่หรือ?”

“พวกนี้ต่างจากคู่ต่อสู้ที่เจ้าเคยเจอมา แต่ละคนล้วนมีกายาพิเศษ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ไร้เทียมทานในระดับเดียวกัน…เจ้าคงจะสู้พวกเขาเเบบข้ามระดับได้ยากมาก”

อย่างไร​ก็ตาม​ เฉินซานซือไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้น…สิ่งที่เขาสนใจคือ การมีศิษย์เอกได้แค่คนเดียว!

ไม่ใช่แค่เป็นศิษย์รุ่นสุดท้ายเท่านั้น แต่ยังเป็นศิษย์เอกคนสุดท้ายอีกด้วย

สิ่ง​นี้​ มันย่อมมีความหมายพิเศษอย่างแน่นอน

วิชาเซียน!

มีเพียงการเป็นศิษย์เอกคนเดียวเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสได้เรียนรู้ และทะลวงไปสู่ระดับที่เหนือกว่าเทพยุทธ

…………………..

จบบทที่ บทที่ 116 : กฎการ​คัดเลือก!

คัดลอกลิงก์แล้ว