เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 112 : ฮ่องเต้หลงชิ่ง!

บทที่ 112 : ฮ่องเต้หลงชิ่ง!

บทที่ 112 : ฮ่องเต้หลงชิ่ง!


บทที่ 112 : ฮ่องเต้หลงชิ่ง!

“ไม่ไล่ตามมาแล้วเหรอ?” เฉินซานซือสงสัยว่าตัวเองฝันไปหรือเปล่า

ทหารราบหมื่นกว่านายรวมกับทหารม้าอีกสามพันนาย…พวกมันจะปล่อยให้พวกเขาข้ามแม่น้ำไปง่ายๆแบบนี้?

“ตูม!”

ทันใดนั้นเอง มันก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น

เฉินซานซือเห็นคนของศัตรูถูกเหวี่ยงขึ้นฟ้าไปไกลยี่สิบลี้แล้วตกลงมาเหมือนเมล็ดถั่ว!

…..

ขณะเดียวกัน มันก็มีเสียงดังสนั่นมาจากอีกด้าน

“ใครคือเฉินซานซือ?!”

เสียงนี้ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนราวกับมังกรพลิกตัว

เเละเมื่อมองดูดีๆ ก็จะเห็นว่าเป็นแม่ทัพที่สวมชุดเกราะ…แถมยังเป็นชุดเกราะของต้าเซิ่ง

“ข้าเอง”

เฉินซานซือลงจากม้า เเล้วคำนับด้วยลมหายใจที่ไม่ค่อยสม่ำเสมอ

“เจ้าเองเหรอ? น้องหญิงหลีเป็นห่วงเจ้ามาก รีบข้ามแม่น้ำไปเถอะ” หลี่จี๋มองเฉินซานซือ ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นซุนปู้ฉีที่อยู่ข้างๆ

“น้องชาย เจ้าก็อยู่ด้วยเหรอ? บาดเจ็บตรงไหนบ้าง?”

เสื้อผ้าของซุนปู้ฉีขาดวิ่น เปื้อนเลือดตั้งแต่หัวจรดเท้า…ตอนนี้เขาใช้หอกเป็นไม้เท้า พยุงตัวเองอย่างยากลำบาก

“ไม่ต้องมายุ่ง”

“อืม ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” หลี่จี๋ดูเหมือนจะชินแล้ว

ทันใดนั้น เขาก็หันไปมองเมล็ดถั่วสีดำบนท้องฟ้า ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“นั่น…ท่านอาจารย์!”

“ปัง!”

เขากระโดดอีกครั้ง ทำให้พื้นดินรอบๆสั่นสะเทือน (ซุปเปอร์แมนชัดๆไอ้พวกนี้)

ทุกครั้งที่เขากระโดด จะไปได้ไกลเกือบร้อยจั้ง หายวับไปกับตาในเวลาไม่กี่อึดใจ

น้องหญิงหลี?

คนๆนี้คงเป็นศิษย์พี่ของซุนหลี แล้วอาจารย์ที่เขาพูดถึงล่ะ

หรือจะเป็นผู้บัญชาการซุน?

เฉินซานซือมองไปทางที่ควรจะมีทหารหมื่นกว่านายไล่ตามมา ด้วยสายตาซับซ้อน

คนๆเดียว สกัดกั้นทหารป่าเถื่อนหมื่นกว่านาย?

นี่ยังเป็นมนุษย์อยู่ไหม?

แล้วก็ศิษย์พี่ของซุนหลี

กระโดดทีลอยไปร้อยกว่าจั้ง…เขาฝึกฝนถึงระดับไหนกัน?

ระดับเปิดเส้นชีพจรไม่มีทางทำได้ขนาดนี้ งั้นก็ต้องเป็นขอบเขตลึกลับ หรือว่าจะเป็นระดับเทพยุทธในตำนาน?

ผอหยางเป็นเหมือนบ่อน้ำเล็กๆ มองเห็นโลกกว้างได้เพียงเล็กน้อย

ต่อไป คู่ต่อสู้ของเขาจะเป็นระดับนี้ทั้งหมดเลยเหรอ?

เฉินซานซือคิดถึงตัวเอง

ตอนนี้เขาอ่อนแอเกินไปจริงๆ

แต่ก็อย่าเพิ่งท้อแท้ เขาต้องตั้งเป้าหมายเล็กๆก่อน รีบฝึกให้ถึงระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นสูงสุด แล้วค่อยไประดับเปลี่ยนพลัง

“ตุบ!”

“พี่หมี! พี่หมี!”

“เจ้าโก่วเชิ่ง!”

“เจ้าซาฉุน!”

“อู๋ต๋า! อู๋ต๋า!”

ในที่สุดก็มาถึงฝั่งแม่น้ำ เเละตอนนี้ไม่มีทหารไล่ตามมาแล้ว

ลูกน้องของเขาหมดแรง ล้มลงกับพื้นไปทีละราย

จากพันกว่าคนในตอนแรก…ตอนนี้เหลือแค่สี่ร้อยคน!

สี่ร้อยคนที่เหลือ ส่วนใหญ่หมดแรงจนหลายคนสลบไป

“นายท่าน ลูกน้องล้มหมดแล้ว จะข้ามแม่น้ำยังไง…” จ้าวคังกล่าวทั้งๆที่ตัวยังเต็มไปด้วยเลือด

แต่ทันใดนั้นเอง

“นายท่าน!”

“ท่านเฉิน!”

บนแม่น้ำหงเจ๋อที่ไหลเชี่ยวกราก มีเรือลำเล็กแล่นเข้ามา จากนั้นก็มีเรือหลายสิบลำ ร้อยลำ ผู้คนในชุดผ้าหยาบนับไม่ถ้วนโบกมือให้พวกเขาอย่างยินดี

“ข้ามแม่น้ำเถอะ” เฉินซานซือถอนหายใจ

ด้วยความช่วยเหลือของชาวบ้านหลายร้อยคน…ในที่สุด สี่ร้อยคนที่เหลือก็ได้นอนราบข้ามแม่น้ำได้อย่างปลอดภัย

…..

“พี่เฉิน น้องชาย!” กู้ซินหลันและซุนหลีพายเรือเข้ามา

“ทำไมถึงเลือดออกเยอะขนาดนี้…” กู้ซินหลันฉีกผ้าจากแขนเสื้อ เตรียมทำแผลให้

“แค่บาดเจ็บเล็กน้อย”

ชุดเกราะของเฉินซานซือขาดวิ่น เลือดปนเปื้อนสิ่งสกปรกปกคลุมทั่วร่าง แยกไม่ออกว่าเป็นของศัตรูหรือของเขา…ตอนนี้เขาดูโทรมยิ่งกว่าขอทานเสียอีก

“นายหญิง ท่านเฉินฆ่าระดับหลอมอวัยวะภายในไปห้าคนด้วยตัวคนเดียว!” จ้าวคังยังจำได้ดี

“ถ้าไม่ใช่เพราะแบบนั้น พวกเราคงตายกันหมดที่เนินเขาหวงถู่!”

น่ากลัวเกินไปแล้ว

เขาเพิ่งฝึกวิทยายุทธได้ไม่นานเอง

แม่ทัพเผ่าป่าเถื่อน อย่างน้อยก็มีสองคนที่เป็นระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นความสำเร็จเล็กน้อย แต่กลับสู้เฉินซานซือได้ไม่เกินสามกระบวนท่า

เเละนี่เป็นการต่อสู้ในสถานการณ์ที่ถูกล้อมด้วย….ไม่งั้น คงสู้ไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว!

นั่นหมายความว่า ตอนนี้เฉินซานซือสามารถสู้กับเซี่ยงถิงชุนได้ถึงห้าคน!

“กี่คนนะ?”

“ห้าคน!”

ซุนหลีหน้าซีด รีบหยิบขวดยาออกมาจากอก ข้างในเป็นยาที่เฉินซานซือปรุงให้

ยานี้ใช้รักษารอยแผลเป็นได้ เเต่รักษาบาดแผลภายนอกได้ดีเช่นกัน

เธอกำลังจะทาให้เขา เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน

“พี่สาว แล้วข้าล่ะ…” ซุนปู้ฉีที่ตามเฉินซานซือมาตลอด ก็มีบาดแผลเต็มตัวเช่นกัน

แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจเขาเลย (TT)

“ศิษย์พี่ ข้าไม่เป็นไรจริงๆ” เฉินซานซือมีแต่แผลถลอก แค่ถลอกและเลือดออก ไม่กี่วันก็หาย

แต่นี่คือโชคดีที่เขามีร่างกายแข็งแกร่ง ถ้าเป็นคนธรรมดา คงถูกสับเป็นชิ้นๆไปแล้ว

อาการบาดเจ็บที่ร้ายแรงที่สุดของเขาคืออาการบาดเจ็บภายใน การรับมือกับระดับเปิดเส้นชีพจรไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ต่อมายังถูกอาวุธหนักของเหล่าแม่ทัพโจมตีอีก…อวัยวะภายในจึงได้รับบาดเจ็บพอสมควร

แต่ก็ไม่เป็นไรมาก พักผ่อนไม่กี่วันก็หายแล้ว

“อืม…”

ซุนหลีสัมผัสโดนบาดแผลของเฉินซานซือ เธอก็รีบชักมือกลับราวกับถูกไฟดูด แล้วส่งยาให้กู้ซินหลัน

“ให้พี่ซินหลันทาให้เถอะ”

“ไม่ต้องหรอก กลับไปค่อยว่ากัน”

เฉินซานซือนอนอยู่บนดาดฟ้าเรือ มองฝั่งแม่น้ำที่ไกลออกไปเรื่อยๆ และความวุ่นวายที่ค่อยๆสงบลง

“สกัดพวกมันไว้ได้จริงๆเหรอ?”

“เอาเถอะ…นั่นไม่ใช่เรื่องที่ข้าต้องกังวลแล้ว”

ยังไง เขาก็ชนะ

แต่คงมีชาวบ้านและทหารอีกมากมายในเมืองอื่นๆของหยุนโจวที่ไม่โชคดีแบบนี้

และเฉินซานซือไม่มีแรงจะคิดถึงคนอื่นอีกแล้ว

“เหนื่อยจังพี่ซินหลัน ข้าขอนอนพักแป๊บนึง”

สองเดือนมานี้ เขาแทบไม่ได้นอนหลับเต็มอิ่มเลย

ในที่สุด วันนี้ก็ได้พักผ่อนสักที

…..

ณ เมืองหลวง

ในพระราชวัง

“หิมะตกแล้ว!”

“ฟ้าประทานหิมะมงคลแล้ว!”

“ฮ่องเต้ทรงมีคุณธรรม!”

“ไปแจ้งข่าวดี! ไปแจ้งข่าวดี!”

บนกำแพงสีแดง กระเบื้องเคลือบทอง

ตอนนี้หิมะโปรยปรายจนขาวโพลนไปทั่ว

ด้วยหิมะที่ตกในวันนี้ ทั้งในและนอกพระราชวังล้วนเต็มไปด้วยความยินดี

“ฝ่าบาท!”

“หิมะตกแล้ว!”

ขันทีจากกรมพิธีการสิบกว่าคน คุกเข่าอยู่หน้าประตูพระราชวัง

เหนือหัวของพวกเขา มีป้ายขนาดใหญ่เขียนว่า “วังว่านโช่ว” ด้วยตัวอักษรสีทอง

แม้จะอยู่ในพระราชวัง แต่ที่นี่ไม่มีการตกแต่งที่หรูหรา…ตั้งแต่สถาปัตยกรรมไปจนถึงการตกแต่ง ทุกอย่างเรียบง่ายจนดูเหมือนโรงฝึกวิทยายุทธมากกว่า

อย่างไรก็ตาม มีแต่คนในวงการเท่านั้นที่รู้ว่า ไม้ทุกชิ้นที่นี่มีมูลค่ามหาศาล กระเบื้องทุกแผ่นมีราคาแพง…การสร้างพระราชวังหลังนี้ ต้องใช้เวลา กำลังคน และทรัพยากรมหาศาล

เหล่าขันทีคุกเข่าอยู่หน้าประตู ถึงแม้ร่างกายจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ เเต่พวกเขาก็ไม่ขยับเขยื้อน ราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง

….

ภายในท้องพระโรง

ที่นี่ไม่มีบัลลังก์มังกร มีแต่แท่นสูง

เเท่นถูกม่านสีเทาปกคลุม มองเห็นเพียงร่างที่นั่งขัดสมาธิอยู่ข้างใน บริเวณโดยรอบเงียบสงัดราวกับอยู่ในดินแดนน้ำแข็ง

“ฝ่าบาท ข้ารู้ว่าฝ่าบาททรงห่วงใยราษฎร แต่ก็อย่าทรงทำลายพระวรกายเลยพ่ะย่ะค่ะ” ขุนนางในชุดสีแดงเข้มคุกเข่า พลางพูดด้วยความเป็นห่วง

ข้างๆเขา มีชายชราคนหนึ่งที่ไม่ได้คุกเข่า

เขานั่งอยู่บนเก้าอี้เตี้ยๆ…เเล้วพูดขึ้นอย่างช้าๆว่า

“ฝ่าบาท ตามกำหนดเวลา ขันทีหวงน่าจะกลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

แต่หลังแท่น ยังคงเงียบอยู่

“ชัยชนะ! ชัยชนะครั้งใหญ่ที่ตะวันตกเฉียงเหนือ! ชัยชนะครั้งใหญ่ที่หยุนโจว!”

จนกระทั่งเสียงแจ้งข่าวดีดังเข้ามาในท้องพระโรง…วังว่านโช่วก็อบอุ่นขึ้นมาทันที

“ถวายบังคมฝ่าบาท ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี!”

ขันทีหวง ผู้มีผมขาวใบหน้าเด็กรีบรุดเข้ามา คุกเข่าคำนับ

จากนั้นเขาก็หยิบรายงานขึ้นมา เเล้วอ่านออกเสียงดัง

“วันที่ยี่สิบ เดือนสิบสอง กองทัพหลักแปดกองของเหลียงโจว เอาชนะเผ่าถัวปาที่ทะเลทรายมั่วชิว ฆ่าศัตรูไปกว่าสามหมื่นนาย สังหารแม่ทัพสิบนาย ยึดเสบียงและอาวุธได้จำนวนมาก เผ่าอื่นๆ ในทุ่งหญ้าแตกพ่าย…ถอยทัพไปสามร้อยลี้ กลับไปยังดินแดนของพวกมัน”

“วันที่ยี่สิบสอง เดือนสิบสอง กองทัพหยุนโจวมาถึงเเละคลี่คลายวิกฤตที่เมืองอันติ้ง จากนั้น กองทัพเสวียนอู่และจูเชวี่ย นำทหารเหลียงโจวเข้าร่วมรบ ยึดหยุนโจวคืนได้ภายในเจ็ดวัน!”

“แล้วมีอะไรอีก?” เสียงอันทรงพลังดังมาจากหลังม่าน เเต่ก็แฝงไปด้วยความร้อนรนเล็กน้อย

“นี่คือจดหมายสันติภาพที่หัวหน้าเผ่าถัวปาเขียนด้วยตัวเอง…ขอให้ฝ่าบาททรงอ่านด้วยพระองค์เองพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีหวงคุกเข่า ยื่นกล่องสวยงามไปที่หน้าม่านอย่างระมัดระวัง

มือข้างหนึ่งยื่นออกมาจากหลังม่าน คว้ากล่องไปอย่างรวดเร็ว

“คลิก”

เสียงเปิดกล่องดังขึ้น

ครู่ต่อมา ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างยินดีของฮ่องเต้หลงชิ่งเป็นครั้งแรกในรอบยี่สิบปี

“เรื่องนี้ เหยียนเหลียงมีคุณูปการอย่างยิ่งใหญ่ คนอื่นๆก็มีคุณูปการเช่นกัน….ให้รางวัลทั้งหมด! ให้รางวัลทั้งหมด!”

“ฝ่าบาท” ขันทีหวงได้รับอนุญาตให้ลุกขึ้นยืน เเล้วกล่าวต่อ

“ข้าพเจ้ายังมีเรื่องเล็กน้อยอีกเรื่องที่ยังไม่ได้รายงานพ่ะย่ะค่ะ”

“ว่ามา”

“นายกองเฉินซานซือจากเมืองผอหยางยังมีชีวิตอยู่”

“เเละเขาไม่เพียงแต่รอดชีวิตเท่านั้น เเต่ยังช่วยชาวบ้านหลายหมื่นคนออกมาจากเมืองผอหยาง แถมยังนำคนพันกว่านายไปสกัดกองทัพม้าห้าพันนายเพื่อคุ้มกันชาวบ้านข้ามแม่น้ำ…เขาแม้กระทั่งสังหารแม่ทัพระดับเดียวกันไปหลายคน นับว่าเป็นขุนศึกที่กล้าหาญและเก่งกาจมาก”

“สุดท้ายในช่วงเวลาสำคัญ ผู้บัญชาการซุนได้ลงมือด้วยตนเอง”

“ผู้บัญชาการซุนแทงทะลุเกราะพันแปดร้อยคนในการโจมตีเดียว…ขับไล่กองทัพป่าเถื่อนเกือบสองหมื่นนายได้อย่างรวดเร็ว”

“แทงทะลุเกราะพันแปดร้อยคน?” ขุนนางในชุดสีแดงเข้มที่อายุน้อยกว่าหัวเราะเยาะ

“แค่พูดถึงมันก็ทำให้ข้าโมโหเเล้ว!”

“ฝ่าบาท ข้าสงสัยว่าที่ผู้ตรวจการเซวี่ยเเละนายอำเภอจี้ตายที่ผอหยาง…นั่นล้วนเป็นฝีมือของผู้บัญชาการซุน!”

“ไอ้แซ่ซุนมันใกล้ตายแล้ว เเต่ยังมาวางอำนาจบาดใหญ่อีก…มันคงเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้ว”

“ฝ่าบาท” ขันทีหวงลดเสียงลง

“ตอนนั้นฝ่าบาททรงมีพระราชโองการ จะเรียกเฉินซานซือเข้ามาทำงานที่เมืองหลวง ตอนนี้เขาไปอยู่ที่จวนผู้บัญชาการแล้ว จะให้รางวัลเขาหรือจะออกพระราชโองการเรียกเขากลับมาดีพ่ะย่ะค่ะ?”

“รางวัลต้องให้แน่ๆ แต่การเรียกกลับมานั้นไม่จำเป็น” เสียงจากหลังม่านกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง

“ข้าชอบคนหนุ่มที่กล้าหาญคนนี้มาก”

“แต่ผู้บัญชาการซุนยอมลงมือเอง ก็แสดงว่ามันก็ชอบเช่นกัน….อาจจะถ่ายทอดวิทยายุทธให้ก็ได้”

“ถ้าเรียกกลับมา ก็เท่ากับทำลายโอกาสของเขา”

“เหยียนเหลียง เจ้าคิดว่ายังไง?”

“กราบทูลฝ่าบาท” ท่านเสนาบดีเหยียนพูดอย่างหนักแน่น

“จากจดหมายที่เซวี่ยหยูผิงส่งมา เฉินซานซือเคารพฝ่าบาทมาก รับพระราชโองการทั้งหมดอย่างรวดเร็ว… ถ้าสั่งสอนดีๆในอนาคตอาจจะสามารถใช้งานได้”

“แถมองค์รัชทายาท ก็ไม่แน่ว่าจะเข้าตาผู้บัญชาการซุน…งั้นก็เราก็ควรให้เขาอยู่ที่จวนผู้บัญชาการไปก่อน รอดูว่าจะเป็นยังไงต่อไป”

“อืม”

“ทำตามที่เหยียนเหลียงว่า! ส่วนเรื่องพาชาวบ้านข้ามแม่น้ำ ไม่ใช่แค่ให้รางวัล แต่ต้องประกาศให้โลกรู้….ให้ทุกคนได้เห็นว่า ขุนนางของข้าล้วนเป็นคนดีมีคุณธรรม!”

“อีกอย่าง…พวกเจ้าบอกว่าหิมะตกแล้วใช่ใหม?”

ม่านถูกเปิดออก เผยให้เห็นพระพักตร์ของฮ่องเต้

ฮ่องเต้หลงชิ่งที่ควรจะอายุมาก…เเต่ผมบนหัวเขายังเป็นสีดำเสียส่วนใหญ่

ท่านทรงเดินอย่างมั่นคง ถ้าไม่ใช่เพราะออร่าที่ดูอ่อนล้า…ทุกคนคงคิดว่าท่านยังหนุ่มแน่น

พระองค์เสด็จมาที่หน้าประตูวังว่านโช่ว ทอดพระเนตรหิมะที่โปรยปราย เเล้วตรัสด้วยอารมณ์ว่า

“หิมะมงคลจริงๆ พอหิมะตกข่าวดีก็มาทันที”

“เอาล่ะ สงครามจบแล้ว ในที่สุดข้าก็บำเพ็ญเพียรต่อได้…พวกเจ้ากลับไปได้เเล้ว”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนก็คุกเข่าพร้อมกัน

“ขอแสดงความยินดีกับฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!”

“หลังจากสงครามครั้งนี้ ราชวงศ์ต้าเซิ่งจะเจริญรุ่งเรืองตลอดไป!”

“ฝ่าบาทจะต้องบรรลุ!”

“ต่อไป พวกเราต้องเรียกฝ่าบาทว่าเซียนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“พวกเจ้านี่ชอบประจบข้าเสียจริง”

“เอาล่ะ…กลับไปได้แล้ว อย่ามารบกวนการบำเพ็ญเพียรของข้า”

ฮ่องเต้หลงชิ่งสะบัดแขนเสื้อ เเล้วเสด็จกลับเข้าวังอย่างสง่างาม

……………………….

จบบทที่ บทที่ 112 : ฮ่องเต้หลงชิ่ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว