- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 110 : หลังชนฝา!
บทที่ 110 : หลังชนฝา!
บทที่ 110 : หลังชนฝา!
บทที่ 110 : หลังชนฝา!
"ซานซือ พวกเขาไม่ใช่คนของท่านพ่อข้าหรอก…คนของท่านพ่อข้าไม่มีทางเป็นแบบนี้" ซุนปู้ฉีกลัวว่าเฉินซานซือจะเข้าใจผิดจึงรีบอธิบาย​
"ไอ้แซ่เฉานั่นน่ะ เป็นองค์รัชทายาท ส่วนไอ้หมาข้างๆ เป็นลูกชายท่านเสนาบดีกระทรวงโยธา…กองทัพโหยวโจวก็ไม่ใช่กองทัพหลักทั้งแปด พวกเขา​ขึ้นตรงกับกรมทหารซ้าย สังกัดกระทรวงทหาร สามเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือ”
“ทั้งโหยวโจว เหลียงโจว และเยี่ยนโจว ต่างก็มีแม่ทัพของตัวเอง ถึงแม้ในยามสงคราม ท่านพ่อข้าจะสามารถสั่งการกำลังพลทั้งหมดได้ แต่ก็แค่สั่งการ ไม่ใช่บัญชาการ…มีแค่กองทัพหลักแปดกองเท่านั้นที่เป็นคนของเราจริงๆ แถมช่วงนี้ยังโดนแย่งอำนาจ ทั้งส่งข้าหลวงมา ทั้งย้ายคนไป ศิษย์พี่ใหญ่ก็...”
"เขาพูดถูก" ซุนหลีพูดอย่างเหนื่อยๆ
"กองทัพหลักแปดกองไม่ใช่ทหารประจำการ ถึงแม้ตอนแรกจะตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านพวกป่าเถื่อนที่เหลียงโจวก็เถอะ แต่หลังจากนั้นก็ถูกส่งไปที่ต่างๆ”
“พวกเขา​เคยไปประจำการที่ภาคใต้ แล้วก็ไปรบกับอาณาจักรชิงทางตะวันออก…หลังจากนั้น ก็คือสามปีที่แล้ว ตอนที่พวกป่าเถื่อนเริ่มมีกำลัง ถึงได้ย้ายกองทัพหลักแปดกองกลับมาประจำการที่ชายแดนภาคเหนือ”
เฉินซานซือเข้าใจวิธีการแบบนี้ดี
มันเป็นป้องกันไม่ให้กองทัพประจำการอยู่ที่ใดที่หนึ่งนานเกินไป จนกลายเป็นกองกำลัง​ยิ่งใหญ่คับเมือง
ไม่แน่ว่าทุกครั้งที่มีการโยกย้าย…ขุนนาง สำนักยุทธ และตระกูลใหญ่ที่สนับสนุนกองทัพหลักแปดกอง อาจจะโดนกำจัดทั้งหมด​
ให้ทุกอย่าง ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของราชสำนัก
เเละวิธีการ​เเบบนี้ ก็เข้ากับสันดานของฮ่องเต้ที่ใช้วิธีสกปรกอย่างการวางยาพิษฆ่าคนปิดปากดี
เเต่แบบนี้...​ทนได้ยังไง?
เฉินซานซือถามตัวเอง ถ้าเป็นเขา เขาคงทนไม่ได้
เเต่ทำไมผู้บัญชาการ​ซุนถึงทนได้
เว้นแต่...ผู้บัญชาการ​จะใกล้ตายแล้ว
มีแต่คนที่ใกล้ตายและมีห่วง ถึงจะยอมทน
ถึงจะเป็นแค่การคาดเดา แต่เฉินซานซือคิดว่า แบบนี้ทุกอย่างถึงจะสมเหตุสมผล
ไม่งั้น…ถ้าเป็นตัวเองที่มีพลังยุทธ์สูงส่งที่สุดในปฐพี มีทหารเอกอีกแปดหมื่นนาย
จะทนทำไม? จะทนไปทำไม?
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องตัวตนของคนที่เข้าร่วมการคัดเลือกแม่ทัพฝึกหัดอีก
แต่ละคนล้วนมีภูมิหลังสูงส่ง
ยกตัวอย่างเช่นองค์รัชทายาท…ว่าที่ฮ่องเต้รุ่นถัดไป
คนแบบนี้จะขาดแคลนทรัพยากร หรือขาดแคลนวิชายุทธงั้นเหรอ?
เเล้วทำไมต้องมาเข้าร่วมการคัดเลือกแม่ทัพฝึกหัด มาเป็นศิษย์ของแม่ทัพซุน…อะไรถึงดึงดูดพวกเขามากขนาดนี้?
แต่เอาเถอะ เรื่องพวกนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ควรคิดตอนนี้
….
"โจมตี?"
ไม่นาน เหล่าคนจากสำนักยุทธก็ถูกเรียกมารวมตัวกัน…เเละเมื่อได้ยินคำสั่งจากเฉินซานซือ พวกเขาต่างก็มองหน้ากันทันที
เห็นได้ชัดว่าไม่เข้าใจความหมายของคำนี้
โจมตี ก็คือการฆ่าศัตรู…แต่พวกเขามีแค่พันกว่าคน จะไปฆ่าศัตรูสองหมื่นคนได้ยังไง?
เเถมในสองหมื่นคนนั้นไม่รู้ว่ามีระดับหลอมอวัยวะภายในกี่คน
จะไปสู้ได้ไง?
"หนึ่งวัน" เฉินซานซือพูดเสียงเข้ม
"ชาวบ้านต้องใช้เวลาอีกหนึ่งวันถึงจะเริ่มข้ามแม่น้ำได้ เราต้องถ่วงเวลาอีกหนึ่งวัน”
“บนที่ราบเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเราต้องเข้าไปในภูเขา เเล้วโจมตี!”
“ซูเหวินไฉ ข้าให้เวลาเจ้าครึ่งชั่วโมง ต้องหาจุดซุ่มโจมตีมาให้ได้อย่างน้อยสามจุด ถ้าหาไม่ได้ ข้าจะตัดหัวหมาของเจ้า! ส่วนคนอื่นๆจงกลับไปหาครอบครัว เเละพวกเจ้าสามารถเลือกไม่กลับมาก็ได้”
“หลังจากครึ่งชั่วโมง ถ้าใครเลือกที่จะกลับมา ก็เตรียมตัวเตรียมใจได้เลย”
พูดแบบนี้ คนอื่นๆถึงจะเข้าใจ
"รับคำสั่ง!"
ไม่มีใครคัดค้าน เเละทุกคนต่างทยอยกันออกไป
"ศิษย์น้อง..." ซุนหลีมองเขา แล้วเอ่ยถาม
"เจ้าไม่ไปคุยกับพี่ซินหลันหน่อยเหรอ นางอยู่ในรถม้าข้างหน้านะ"
"ไม่ล่ะ" เฉินซานซือหยิบพู่กันกับหมึกของนักปราชญ์ชรา เขียนอะไรบางอย่างลงไปอย่างลวก…พับเก็บแล้วส่งให้ซุนหลี
"ศิษย์พี่ซุน ช่วยเอาไปให้ซินหลันที แล้วก็ช่วยดูแลนางด้วย"
"เจ้าจะไม่ไปจริงๆเหรอ" ซุนหลีเน้นเสียง
เฉินซานซือส่ายหน้า
เขาไม่ได้กล้าบอกซุนหลีว่า…เขากลัว
กลัวว่าเมื่อได้เจอญาติเพียงคนเดียวในโลกนี้แล้ว เขาจะไม่กล้าไปสกัดกั้นข้าศึก
จะว่าไป ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมาถึงจุดนี้ได้
บางที อาจเป็นเพราะข้างหน้ามีครอบครัวของเขาอยู่
บางที อาจเป็นเพราะลูกน้องของเขายอมสละชีวิตเพื่อเขา ด้วยความรับผิดชอบหรืออะไรก็ตาม เขาจึงทิ้งทุกคนไปไม่ได้
หรือบางที...ก็เพราะเขามาจากโลกอื่น
ฟังดูเลี่ยน แต่เป็นเรื่องจริง
ถ้าต้องหาเหตุผล ก็คงเป็นเพราะแบบนี้
ในสายตาของเฉินซานซือ ไม่มีชนชั้นสูงหรือชนชั้นล่าง มีแต่คนที่สมควรตายและคนที่ไม่สมควรตาย
คนที่สมควรตาย ก็ฆ่าทิ้ง
คนที่ไม่สมควรตาย ก็ช่วยเต็มที่
เขารู้ว่าถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป ต้องมีคนหาว่าเขาเสแสร้ง
แต่เฉินซานซือไม่สน
ถึงจะต้อง "เสแสร้ง" ไปตลอดชีวิตก็ช่าง…แค่ได้ทำสิ่งที่อยากทำก็พอเเล้ว
"พวกเจ้า..." เฉินซานซือมองไปทางหลานชายของหวังจื๋อและลูกน้อง รวมกันก็สองร้อยกว่าคน
"พวกเจ้าจะอยู่ด้วยไหม ข้างหน้าไม่มีครอบครัวของพวกเจ้านะ"
"พวกเราจะไม่ทำให้ท่านแม่ทัพหวังเสียชื่อ!" ทุกคนพูดพร้อมกัน
"ดี!" เฉินซานซือพยักหน้า
ส่วนซุนปู้ฉี ก็ไม่มีทีท่าว่าจะไปไหน
ถ้าไล่เขาไปตอนนี้ ก็เท่ากับดูถูกความองอาจของเขา
ส่วนซูเหวินไฉไม่มีญาติพี่น้อง ตอนนี้จึงกำลังหมกมุ่นอยู่กับแผนที่ เตรียมตัวสกัดทัพศัตรู
...
ครึ่งวันต่อมา
ที่เนินเขาหวงถู่
"เร็วเข้า!"
"ต้องสกัดพวกต้าเซิ่งก่อนที่พวกมันจะข้ามแม่น้ำได้!"
สาวกลัทธิเทพวิญญาณหลายคนปะปนอยู่ในกองทัพ ในมือของพวกมันถือกระบองวัชระสำหรับเก็บเลือด
มีผู้นำระดับหลอมอวัยวะภายในเป็นคนบัญชาการ
"ฆ่าให้หมด! อย่าให้เหลือ! หลังจากฆ่าแล้ว อย่าลืมเก็บเลือดที่หัวใจ!"
"แล้วท่านอาหมู่กู่ล่ะ"
"ทำไมไม่เห็นเขาเลย"
ในกองทัพไล่ล่ากว่าสองหมื่นนาย ระดับเปิดเส้นชีพจรถูกส่งไปตีเมืองอันติ้งหมดแล้ว
เหลือแค่ระดับหลอมอวัยวะภายในไม่กี่คน พวกเขาจึงไม่กล้าบัญชาการกองทัพใหญ่ขนาดนี้
แถมระดับเปิดเส้นชีพจรคนเดียวของลัทธิเทพวิญญาณก็หายไปอีก
"ท่านอาหมู่กู่ไปไล่ล่าแม่ทัพระดับหลอมอวัยวะภายใน ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน อาจจะรอเราอยู่ข้างหน้าก็ได้" ศิษย์ระดับหลอมอวัยวภายในเอ่ยตอบ
"ระดับหลอมอวัยวะภายใน?" ปี่เล่อเก๋อรู้สึกว่าเรื่องนี้มันแปลกพิกล
"ถ้าเป็นคำพูดของพวกต้าเซิ่ง นี่เรียกว่า ‘ฆ่าไก่ด้วยการใช้มีดฆ่าวัว'”
“ท่านอาหมู่กู่โหดเหี้ยมจริงๆ ถึงกับลงมือด้วยตัวเอง…คงกะไม่ให้พวกต้าเซิ่งมีชีวิตรอดเลย”
"ก็คงงั้น ส่วนเรารีบเข้าเถอะ…ข้าได้รับจดหมาย สั่งให้พวกเราต้องรวบรวมเลือดที่หัวใจอีกหมื่นคนภายในสองวัน จากนั้นก็ถอยทัพ เเล้วออกจากหยุนโจวทันที" ลูกศิษย์ลัทธิเทพวิญญาณพูดอย่างเย็นชา
"ถอยทัพ?" ปี่เล่อเก๋อสับสนเล็กน้อย
"ทำไมกองทัพทางตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงถอยเร็วขนาดนี้?"
สงคราม โดยเฉพาะสงครามใหญ่ อย่างน้อยก็ต้องรบกันถึงปีครึ่ง
นี่เพิ่งผ่านมาสองเดือนกว่าก็ถอยทัพแล้ว… แสดงว่าตั้งแต่แรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะรบให้ถึงที่สุด
"พวกเราแค่ทำตามคำสั่งก็พอ" ศิษย์ลัทธิเทพวิญญาณเอ่ยเตือน
"เอาล่ะ…พวกต้าเซิ่งข้างหน้ากำลังจะข้ามแม่น้ำแล้ว ถ้าไม่รีบ พวกมันอาจจะหนีไปได้ ถ้าทำภารกิจไม่สำเร็จ พวกเราจะต้องโทษหนัก"
"ไม่ต้องห่วง ถ้าออกจากภูเขาได้…ครึ่งวันก็ตามทันแล้ว!"
….
"ตุบบ!"
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน เสียงคนตกม้าก็ดังขึ้น จนกองทัพหน้าหยุดเดิน
"เกิดอะไรขึ้น"
"ท่านแม่ทัพ ข้างหน้ามีศัตรูซุ่มโจมตี!"
"เเถมมีกับดักเต็มไปหมด!"
"หลีกไป!" ปี่เล่อเก๋อไปดูด้วยตัวเอง
ทันใดนั้น เขาก็เห็นถนนในหุบเขาเต็มไปด้วยหลุมพราง ข้างในมีกับดักแบบง่ายๆ ส่วนที่เหลือก็ถูกก้อนหินปิดกั้นไว้
ที่ยุ่งยากที่สุดคือ มีรถเข็นขนเสบียงจอดขวางอยู่กลางถนน บนรถมีฟางและไม้แห้งที่ไฟกำลังลุกไหม้อย่างแรง ทำให้ทหารม้าด้านหน้าไม่สามารถผ่านไปได้
"เคลียร์สิ่งกีดขวาง!" ปี่เล่อเก๋อสั่งการเสียงดัง
"หวืดๆ"
เเต่ทันทีที่ทหารกลุ่มหนึ่งเข้าไปจัดการ พลธนูของฝ่ายตรงข้ามก็ปรากฏตัว เเล้วยิงธนูเข้ามาราวกับฝน
"แค่กลอุบายเด็กๆ!" ปี่เล่อเก๋อพูดอย่างใจเย็น
"ให้ทหารถือโล่เหล็กมากำบัง!"
กองทัพกว่าสองหมื่นนาย เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นทหารม้าทั้งหมด
กองทัพหน้ามีทหารม้าห้าพันนาย
ส่วนที่เหลือเป็นทหารราบ
ทหารราบถือโล่ เคลื่อนที่มาคุ้มกันคนอื่นๆที่กำลังเคลียร์สิ่งกีดขวาง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ถนนก็โล่งเตียน
แต่เมื่อพวกเขาเดินไปได้ไม่ไกล ก็เจอสถานการณ์แบบเดิมอีกสองสามครั้ง…เสียเวลาไปครั้งละกว่าครึ่งชั่วโมง
โดยไม่รู้ตัว…เวลาก็ผ่านไปครึ่งวันแล้ว
"แม่ทัพปี่เล่อเก๋อ!"
"ปล่อยให้เป็นเเบบนี้ไม่ได้แล้ว พวกมันกำลังถ่วงเวลาชัดๆ!" ศิษย์ลัทธิเทพวิญญาณเริ่มร้อนใจ
"คิดว่าข้าดูไม่ออกหรือไง" ปี่เล่อเก๋อกัดฟัน
"พวกมันจงใจบังคับให้พวกเราไปทางเล็ก แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี…ที่นี่ไม่เหมือนหุบเขาก่อนหน้านี้ เนินเขาทั้งสองข้างเตี้ย ไม่เหมาะกับการซุ่มโจมตี ถึงไปตามทางที่พวกมันต้องการ สุดท้ายก็ต้องสู้กันตัวต่อตัวอยู่ดี”
“พวกมันมีแค่พันกว่าคน ม้าสามร้อยตัว ถึงทหารม้าของเราจะตั้งขบวนทัพไม่ได้ แต่แค่ยอมเสียทหารไปบ้าง ก็สามารถฆ่าพวกมันได้ทั้งหมด…เเล้วพวกมันต้องการอะไร”
"นี่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินเเล้ว ในเมื่อท่านคิดว่าทางเล็กไม่มีกองซุ่ม ก็รีบไปเถอะ"
"แค่รีบออกจากเนินเขาหวงถู่ให้ไวที่สุด เสียทหารไปบ้างก็ไม่เป็นไรหรอก" ศิษย์ลัทธิเทพวิญญาณร้อนรุ่ม
"ก็ได้" ปี่เล่อเก๋อตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
"ทหารม้าไปกับข้าทางเล็ก ทหารราบหลบสิ่งกีดขวางเเล้วไปทางใหญ่ ข้าจะดูว่าพวกมันคิดจะทำอะไร"
พวกป่าเถื่อนแยกเป็นสองทาง
ทหารม้าห้าพันนายรีบไปทางเล็ก รวมทั้งปี่เล่อเก๋อ…พวกเขา​จึงมีระดับหลอมอวัยวะภายในถึงห้าคน
ปี่เล่อเก๋อเดินนำหน้า ค่อยๆเดินไปอย่างระมัดระวัง พลางคิดตลอดทางว่าจะมีกองซุ่มโจมตี​แบบไหน
สุดท้าย…เมื่อเขามาถึงทางแยกที่ใกล้จะออกจากภูเขา ในที่สุดเขาก็เจอกองทัพต้าเซิ่งที่ปลายทาง บนที่ราบกว้าง
เเต่ที่นี่…มันไม่มีกองซุ่มโจมตี​
มีแค่ทหารม้าสามร้อยนายและทหารราบอีกไม่กี่ร้อยนาย หลายคนไม่มีแม้แต่ชุดเกราะ ใส่ชุดที่ปล้นมาจากเผ่าซีเหอ ถืออาวุธของพวกทหารธรรมดา…ยืนขวางทางออกจากภูเขา เตรียมพร้อมรบ
ในที่สุด ปี่เล่อเก๋อก็เข้าใจเเล้วว่าทำไมฝ่ายตรงข้ามถึงพยายามบังคับให้พวกเขามาทางนี้
คนพวกนี้…คิดจะใช้ชีวิตของตัวเอง เพื่อถ่วงเวลาให้ชาวบ้านข้ามแม่น้ำให้ได้มากที่สุด
……………………