- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 109 : ผู้บัญชาการซุน!
บทที่ 109 : ผู้บัญชาการซุน!
บท​ที่​ 109 : ผู้บัญชาการ​ซุน!
บท​ที่​ 109 : ผู้บัญชาการ​ซุน!
"ฮี้!"
เฉินซานซือควบม้าขาวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว​
เเละเมื่อมาถึงกลางกลุ่มชาวบ้าน เขาก็พบความผิดปกติ
ตอนนี้​ พวกชาวบ้านแตกตื่นอลหม่านราวกับเจอปีศาจร้าย
ขบวนที่เคยเป็นระเบียบกระจัดกระจายจนแทบควบคุมไม่ได้
"เกิดอะไรขึ้น พวกป่าเถื่อนไม่น่าจะอ้อมมาข้างหน้าได้เร็วขนาดนี้นี่!" เฉินซานซือรีบเร่งความเร็วมากขึ้น​
เเต่เเล้ว สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นธงหลายผืนที่ชูอยู่ล้วนเป็นธงของราชวงศ์ต้าเซิ่ง บนธงปักตัวอักษรชื่อของแม่ทัพใหญ่แห่งโหยวโจว "จิงฝูฮู่" อย่างชัดเจน
"เจ้าเป็นทหารหนีทัพมาจากไหน!"
นายทหารหนุ่มที่ก่อนหน้านี้ใช้แส้ฟาดชาวบ้านจนตายขี่ม้าเข้ามาหา เฉิน​ซาน​ซือ​
"ดูจากชุดเกราะที่เจ้าใส่ เจ้าเป็นถึงนายร้อย…เเต่ยามที่หยุนโจวกำลังคับขัน เจ้ากลับกล้าหนีทัพงั้นหรือ!"
เฉินซานซือยังไม่ทันได้อ้าปาก ก็ถูกตัดสิน​เสียเเล้ว
"ถ้าไม่ฆ่าพวกทหารหนีทัพอย่างพวกเจ้า…จะรักษาเกียรติของกองทัพต้าเซิ่งไว้ได้อย่างไร!"
นายทหารหนุ่มพูดพลางยกหอกขึ้น เตรียมจะลงมือ
แต่เขาก็ถูกขัดจังหวะเสียก่อน
"หยุดก่อน!" นายทหารอีกคนขี่ม้าดำเข้ามาอย่างช้าๆ
ในมือถือเขาดาบเขียวมังกรจันทร์เสี้ยว ข้างกายมีนายทหารระดับสูงในชุดเกราะเต็มยศตามมาอีกหลายคน
"องค์ชาย!" อินฮั่นเหวินแสดงความเคารพต่อผู้มาใหม่อย่างสูง
"คนผู้นี้เป็นทหารหนีทัพ ไม่ควรประหารหรือพ่ะย่ะค่ะ"
"ถามสถานการณ์ในหยุนโจวให้ชัดเจนก่อนเถอะ" เฉาฟานหรี่ตามอง ก่อนจะถามว่า
"เจ้ามาจากไหน"
"กองกำลังรักษาชายแดนเมืองอันติ้ง กองพันผอหยาง นายร้อยเฉินซานซือ" เฉินซานซือแนะนำตัว
"เจ้าคือนายร้อยเฉินซานซือนั่นหรือ" เฉาฟานดูประหลาดใจเล็กน้อย
คนอื่นๆที่อยู่ด้านหลังต่างก็มองหน้ากัน เห็นได้ชัดว่าทุกคนเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
"เจ้าคือคนที่จับตัวไอ้ขยะจากตระกูลหยูเหวินได้น่ะหรือ" อินฮั่นเหวินพูดด้วยความสนใจ
"ในรายงานบอกว่าเจ้าฝ่าทหารม้ากว่าพันนายที่ล้อมรอบอยู่…แต่เจ้าเป็นแค่ระดับหลอมกระดูก เจ้าทำได้ยังไง"
"แค่โชคดีเท่านั้น" เฉินซานซือสัมผัสได้ถึงความดูถูกในน้ำเสียง
เขาจดจำมันไว้ในใจ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเล็กคิดน้อย สิ่งสำคัญที่สุดคือจัดการกับทหารที่ไล่ตามมา
แต่อีกฝ่ายกลับไม่ให้โอกาสเขาพูดเลย
"ข้าก็รู้อยู่แล้วว่าถามเจ้าไปก็เท่านั้น" อินฮั่นเหวินหัวเราะเยาะ
"คงเป็นตอนที่มันพลัดหลง เจ้าถึงจับตัวได้สินะ รายงานคงเป็นพวกขุนนางท้องถิ่นแต่งขึ้นมาให้เจ้าดูดี…ไอ้ลูกคนที่เก้าของตระกูลหยูเหวินมันก็เป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ การจับมันได้ไม่เห็นจะมีอะไรน่าอวด"
"เเต่เจ้าหนีมาทำไม" เฉาฟานถามเสียงเข้ม
"เท่าที่ข้ารู้ หยุนโจวกำลังคับขัน เจ้าเพิ่งได้รับพระราชโองการเลื่อนขั้นไม่นาน เจ้าควรจะรักษาเมืองไว้ ทำไมถึงทิ้งเมืองมาที่นี่…ถ้าเลยเมืองฮวนเหวินมาอีก ก็เกือบจะถึงเขตโหยวโจวแล้ว"
"ข้า..."
เฉินซานซือเริ่มหงุดหงิด เขามองออกว่าคนพวกนี้คงเป็นลูกหลานขุนนางชั้นสูง…ความหยิ่งยโสก็เป็นเรื่องปกติ แต่ทำไมถึงไม่ให้โอกาสเขาพูดเลย
"เขาไม่ใช่ทหารหนีทัพ!"
ทันใดนั้น เสียงเย็นชาก็ดังขึ้น
"คุณหนูซุน!" เฉาฟานเอ่ยทักทายอย่างสนิทสนม
"ข้าว่าแล้วทำไมข้าไม่เห็นเจ้าที่เหลียงโจว พวกเขาบอกแค่ว่าเจ้ากับคุณชายปู้ฉีไปหยุนโจว…ไม่คิดว่าเจ้าจะมาอยู่เมืองผอหยางเล็กๆนี้"
"องค์ชาย" ซุนหลีที่ใบหน้าซีดเซียวขี่ม้ามาข้างๆ เฉินซานซือ
"ท่านจะมาตัดสินว่าซานซือเป็นทหารหนีทัพได้อย่างไร ท่านรู้ไหมว่าถ้าไม่มีเขา ข้ากับน้องชาย รวมถึงทหารและชาวบ้านอีกหลายหมื่นคนคงตายด้วยน้ำมือพวกป่าเถื่อนไปแล้ว"
"ถูกต้อง!" ซุนปู้ฉีตามมาสมทบ
จากนั้น เขารีบเล่าเรื่องราวการรบที่ผอหยาง ที่กองกำลังพันกว่านายสามารถเอาชนะป่าเถื่อนได้กว่าหกพันคน
"ซุนปู้ฉี เจ้าโม้หรือเปล่า" อินฮั่นเหวินไม่เชื่อยอมเชื่อ
"เขาเป็นแค่ระดับหลอมกระดูก จะไปฆ่าเเม่ทัพระดับหลอมอวัยวะภายในได้ยังไง"
"เขามีกายาเก้ามังกร พลังฝีมือไม่ด้อยไปกว่าพวกเจ้าหรอก!"
"เเล้วพูดจาให้มันสุภาพหน่อย" ซุนปู้ฉีเอ่ยอย่างไม่พอใจ
"ถึงสิ่งที่เจ้าพูดจะเป็นเรื่องจริง…เเต่สุดท้ายมันก็ทิ้งเมืองอยู่ดี" อินฮั่นเหวินพูดอย่างเย่อหยิ่ง
"นั่นมันมีเหตุผล!"
"คุณชายปู้ฉี เจ้าจะปกป้องเขาไปทำไม นี่มันลำเอียงชัดๆ…การทิ้งเมืองหนีทัพถือเป็นโทษหนักนะ!"
"ไอ้แซ่อิน! อยากโดนกระทืบรึไง!"
"คุณชายปู้ฉี เจ้าจะทำอะไรข้าได้"
"พอแล้ว อย่าทะเลาะกันเลย" เฉาฟานเอ่ยเเล้วหันไปพูดกับเฉินซานซือ
"ท่านช่วยเเจ้งสถานการณ์ในหยุนโจวให้ข้าฟังได้หรือไม่ โดยเฉพาะเมืองอันติ้ง ไท่หนิง และหลิงเฟิง"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฉินซานซือก็จำต้องยอมทำตาม
"ด้านหลังห้าสิบลี้มีทหารม้าป่าเถื่อนสามพันนาย ทางตะวันตกเฉียงใต้มีอีกสองหมื่น จากรายงานของหน่วยสอดแนม ดูเหมือนว่าระดับสูงสุดจะเป็นระดับหลอมอวัยวะภายใน และมีระดับเปิดเส้นชีพจรจากลัทธิเทพวิญญาณอีกหนึ่งคน"
"ข้าไม่ได้ถามเรื่องนั้น" เฉาฟานส่ายหน้า
"ไม่ต้องห่วงเรื่องทหารที่ไล่ตามมา ข้างหน้าไม่ไกล เมืองฮวนเหวินได้เตรียมทหารสามหมื่นกว่านายรอไว้แล้ว…อีกทั้งยังมีแม่น้ำหงเจ๋อเป็นปราการธรรมชาติ พวกป่าเถื่อนข้ามมาไม่ได้หรอก”
“ที่ข้าอยากรู้ คือสถานการณ์ของพวกป่าเถื่อนในหยุนโจวและสถานการณ์การรบโดยละเอียด…โดยเฉพาะเมืองอันติ้ง ไท่หนิง และหลิงเฟิง”
"ข้าจะบอกเอง" ซุนปู้ฉีดรับหน้าที่ เเล้วเล่าสถานการณ์ทั้งหมดที่พวกเขารู้
"อ้อ…แบบบนี้เอง" เฉาฟานโบกมือ จากนั้นก็มีคนสองคนรีบนำแผนที่มาวาง
"ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้เมืองทั้งสามยังอยู่ ก็จัดการได้!”
“ต่อไป กองทัพเราจะส่งทหารสามหมื่นนายไปเมืองอันติ้ง สองหมื่นนายไปเมืองไท่หนิง เมื่อเมืองทั้งสองปลอดภัย เมืองหลิงเฟิงก็จะรอด…จากนั้นก็จะร่วมมือกับกองกำลังหลักจากสามเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือเพื่อยึดหยุนโจวคืนทั้งหมด”
"เเผนการยอดมาก!" อินฮั่นเหวินยิ้มเเย้ม
"องค์ชาย พวกเรารีบไปรายงานท่านแม่ทัพจิงกันเถอะ ขอให้ท่านแบ่งทหารให้พวกเราบัญชาการด้วย…การรบยังไม่ทันเริ่ม พวกเราก็สร้างผลงานได้แล้ว"
"อืม" เฉาฟานพยักหน้า เเล้วให้คนมาเก็บแผนที่
"คุณชายเฉิน ในเมื่อเจอกันแล้ว ก็ไปกับพวกเราเถอะ ท่านแม่ทัพจิงจะแบ่งทหารให้ท่านบัญชาการตามระดับ อย่าพลาดโอกาสสร้างผลงานเลย"
"องค์ชาย" เฉินซานซือใช้หอกชี้ไปด้านหลัง
"ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือจัดการทหารที่ไล่ตามมาก่อน"
"คุณชายเฉิน เจ้าไม่เข้าใจที่ข้าพูดหรือ" เฉาฟานเลิกคิ้วเข้ม
"ข้าบอกแล้วว่าข้างหน้าคือเมืองฮวนเหวิน พวกเราจะไปทางถนนหลวงทางเหนือ ไม่ต้องปะทะกับป่าเถื่อนนั่น…ตรงไปที่เมืองอันติ้งได้เร็วกว่าทางที่พวกเขามา เมื่อเราไปถึงเมืองอันติ้งก่อน ก็จะหาพื้นที่ตั้งรับ ถ้าพวกมันกล้ามาช่วย ก็เท่ากับเดินเข้าสู่ความตาย นี่เรียกว่า ล้อมจุดตีเสริม ถ้าพวกมันไม่มาช่วยก็ยิ่งดี พวกเราจะตีเมืองอันติ้งได้ง่ายๆ"
"องค์ชาย ไม่ต้องเสียเวลาพูดกับมันหรอก"
"มันก็แค่คนมาจากเมืองเล็กๆ จะไปเข้าใจ 'สถานการณ์โดยรวม' ได้ยังไง" อินฮั่นเหวินพูดอย่างดูถูก
"ข้าเข้าใจทุกอย่างที่พวกท่านพูด" เฉินซานซือยังคงพยายามครั้งสุดท้าย
"แต่ถ้าไม่จัดการทหารที่ไล่ตามมาก่อน ชาวบ้านหลายหมื่นคนที่อพยพมาจากผอหยางจะเป็นยังไง…พวกเขาต้องถูกฆ่าตายหมดแน่!"
"ชาวบ้าน?"
"ชาวบ้านอะไร?" เฉาฟานประหลาดใจมาก
"องค์ชาย เขาคงหมายถึงพวกไพร่พวกนี้มั้งพ่ะย่ะค่ะ" อินฮั่นเหวินพูดอย่างรังเกียจ
"พวกมันควรจะอยู่ปกป้องเมืองของตัวเองสิ วิ่งหนีออกมาทำไม มาที่อื่นก็เปลืองข้าวเปลืองน้ำ…สมควรตายจริงๆ!"
"อ้อ หมายถึงพวกนี้นี่เอง" เฉาฟานมองไปที่ชาวบ้านที่เสื้อผ้าขาดวิ่น ก่อนจะพูดต่อ
"เอาเถอะ…พวกเขาก็เป็นประชาชน​ของข้าเหมือนกัน รีบส่งคนไปบอกเมืองฮวนเหวินให้ส่งเรือข้ามฟากมา ส่วนพวกเขาจะข้ามมาได้กี่คนก็ช่าง ยังไงสถานการณ์โดยรวมสำคัญกว่า!”
“คุณหนูซุน คุณชายปู้ฉี และคุณชายเฉิน พวกเราต้องไปรายงานท่านแม่ทัพจิงแล้ว ถ้าพวกท่านไม่ไปด้วย ก็รีบข้ามแม่น้ำไปเองเถอะ ยังทันเวลาอยู่…ลาก่อน!”
พูดจบเขาก็พาลูกน้องออกไปอย่างรวดเร็ว
"องค์ชาย!" ซุนหลีพยายามจะรั้งไว้แต่ก็ไม่ทัน
กองทัพห้าหมื่นนายเคลื่อนพลไปอย่างรวดเร็ว
ชาวบ้านหลายหมื่นคนล้วนถูกเมินเฉยโดยสิ้นเชิง
กองทัพอ้อมไปทางถนนหลวงทางเหนือ ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็หายลับไปจากสายตา เหลือไว้เพียงฝุ่นตลบอบอวล
เมื่อฝุ่นจางลง มันก็ราวกับว่าพวกเขาไม่เคยปรากฏ​ตัวที่นี่เลย
"ท่านเฉิน...เราจะทำยังไงดี!"
"พวกเขาไม่คิดจะทิ้งทหารไว้เลยสักคน…เเล้วเเบบนี้​จะทำยังไงดี!" ซูเหวินไฉร้อนใจจนกระทืบเท้าอย่างเเรง
เฉินซานซือมองตามกองทัพหายไป ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยใบหน้าเรียบเฉย
"จะข้ามแม่น้ำ…ต้องไปอีกนานไหม"
"อีกหนึ่งวัน" ซูเหวินไฉตอบโดยไม่ลังเล
"งั้นเราก็ถ่วงเวลาเพิ่มอีกหนึ่งวัน"
"ถ่วงไม่ได้หรอกขอรับ" ซูเหวินไฉมั่นใจเรื่อง​นี้มาก
"ที่นี่เป็นที่ราบ เมื่อทหารม้าออกมาจากภูเขา เราก็ทำอะไรไม่ได้เเล้ว…ได้แต่ปะทะซึ่ง​ๆหน้า แล้วก็ถูกฆ่าตาย”
“ถ่วงเวลาสักสามชั่วโมงยังไม่ได้เลย”
"ใครบอกว่าข้าจะรอให้พวกมันออกมา" เฉินซานซือยกหอกขึ้น เเล้วพูดช้าๆ ชัดๆ
"ส่งคำสั่ง!”
“กองทัพทั้งหมด…เตรียม​ตัวบุกโจมตี!”
...
อีก​ด้าน​
ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำหงเจ๋อมีหมู่บ้านเล็กๆอยู่สองสามแห่ง
เมื่อได้ยินข่าวว่าพวกป่าเถื่อนมาบุก ชาวบ้านจึงอพยพไปเมืองฮวนเหวินฝั่งตรงข้ามหมดแล้ว
ใต้ต้นหลิวต้นหนึ่ง มีกระดานหมากรุกที่ชาวบ้านทำจากหินทิ้งไว้
เเละในหมู่บ้านที่ว่างเปล่า มีคนสองคนกำลังเล่นหมากรุกกันอยู่
คนหนึ่งดูเหมือนจะอายุประมาณห้าสิบปี หน้าขาวไม่มีหนวดเครา สวมชุดนักปราชญ์สีเขียว ดูเป็นผู้คงแก่เรียน
แต่เสียดาย​ที่ขาของเขาพิการ ตอนนี้​กำลัง​นั่งอยู่บนรถเข็นที่ทำจากไม้
ส่วนฝั่งตรงข้าม มีชายชราผมสีเงินสลับดำ ไว้เคราแพะ นั่งอยู่บนก้อนหิน
ในมือเขาถือหมากสีดำ ลังเลอยู่นาน ไม่ยอมวางหมากสักที…จนทำให้นักปราชญ์วัยกลางคนไม่พอใจ
"ท่านอาจารย์ วางหมากได้แล้ว"
"เจ้าจะรีบร้อนไปใหน" ชายชราพูดอย่างหัวเสีย
"เจ้าจะเล่นต่อหรือให้เลิกเล่น"
นักปราชญ์วัยกลางคนรีบหุบปาก
ครู่หนึ่งเขาก็ถามอย่างระมัดระวัง ต่อ
"ท่านอาจารย์ ท่านจะไม่สนใจผอหยางจริงๆหรือ น้องชายกับน้องสาวอยู่ที่นั่นนะ"
"จะเอาทหารที่ไหนไปช่วย" ชายชราขมวดคิ้ว
เขาขยับหมากขาวไปหนึ่งช่องอย่างแนบเนียน แล้วใช้หมากดำวางทับ ก่อนจะพูดอย่างพอใจ
"เอาล่ะ ถึงตาเจ้าแล้ว"
นักปราชญ์วัยกลางคนไม่ลังเล วางหมากลงหนึ่งช่อง แล้วพูดต่อ
"ท่านอาจารย์ ข้าหมายความว่าให้ท่านไปคนเดียว พาน้องชายกับน้องสาวกลับมา…นั่นก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร"
"ข้าไป? ได้สิ งั้นเจ้าไปสู้กับจ้าวลัทธิเทพวิญญาณเองไหมล่ะ" ชายชราลังเลอีกครั้ง พลางยกหมากขึ้นลง
"ส่วนเจ้าเด็กนั่นกับยัยเด็กแสบ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ ก็ถือว่าไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับอนาคต​อีกต่อไป"
"ท่านอาจารย์" นักปราชญ์วัยกลางคนมองด้วยความสงสาร
"น้องชายกับน้องสาวยังอายุ​น้อย....."
"ลูกหลานย่อมมีบุญวาสนาของตัวเอง" ชายชราวางหมากลงขัดจังหวะ
"วางใจเถอะ ถ้าพวกเขามีบุญรอดกลับมา ข้าก็จะปูทางให้พวกเขาตามที่เคยสัญญาไว้…ถึงจะลำบากหน่อยก็ช่างมันเถอะ"
"ท่านอาจารย์ ช่วงนี้...ท่านดูแปลกไปนะ"
"พูดกับอาจารย์แบบนี้ได้ยังไง"
"ท่านอาจารย์..."
"หือ?"
"ท่านแพ้แล้ว" นักปราชญ์วัยกลางคนวางหมากลง ฝ่ายขาวก็เป็นฝ่ายชนะทันที​
"เจ้าไม่รู้จักออมมือให้ข้าบ้างรึไง" ชายชราลุกขึ้นอย่างโมโห
"ข้าว่าเจ้าจงใจแกล้งข้า!"
"ท่านอาจารย์ ไม่ใช่ข้าที่ชนะ…แต่เป็นฝ่าบาทต่างหากที่ชนะ" นักปราชญ์วัยกลางคนหลับตาลง เเล้วถอนหายใจ
"พวกเราถูกหลอกแล้ว สามเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือเป็นแค่กลลวง เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาคือหยุนโจว”
“เเละถึงตอนนี้จะส่งทหารจากโหยวโจวไปช่วย ก็คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยเจ็ดวัน รวมแล้วสิบวัน…ถึงตอนนั้นพวกมันคงทำพิธีกรรมเสร็จแล้ว”
"ในหยุนโจวมีชาวบ้านเกือบล้านคน!" นักปราชญ์วัยกลางคนน้ำตาคลอ เคาะกระดานหมากรุก ด้วยเสียงสั่นเครือ
"ในสายตาของมัน ชาวบ้านต้าเซิ่งคืออะไร พวกเราคืออะไร!”
“ส่วนเเม่ทัพฝึกหัด​รุ่นสุดท้าย บางคนก็หวังสร้างชื่อเสียง บางคนก็หวังวิชาเซียนในมือท่าน ไม่มีใครคิดถึงประชาชน คิดถึงชาวบ้านเลย…ชาวบ้านหยุนโจวช่างน่าสงสาร!”
"เจ้าสี่" ชายชราเอามือไพล่หลัง เเล้วมองออกไปไกลๆ
"ถ้าภายในสามวัน ไล่พวกมันออกจากสนามรบหลักทางตะวันตกเฉียงเหนือได้ ข้าค่อยรีบไป…คิดว่าจะช่วยคนได้สักกี่คน"
นักปราชญ์วัยกลางคนส่ายหน้าเเล้วถอนหายใจ
"นอกจากสามเมืองหลักแล้ว คงไม่มีใครรอด..."
….
"ขอคารวะท่านแม่ทัพ!"
ทันใดนั้น ​ร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวพร้อมคุกเข่าข้างหนึ่ง
"หานเฉิง…น้องชายกับน้องสาวเป็นยังไงบ้าง" นักปราชญ์วัยกลางคนถามอย่างรีบร้อน
"ปลอดภัยดีขอรับ!"
"ท่านเฉินจากผอหยางคุ้มครองพวกเขามาตลอดทาง ตอนนี้ใกล้จะถึงแม่น้ำหงเจ๋อแล้ว!"
"ดีมาก" นักปราชญ์วัยกลางคนโล่งใจ
"รีบส่งคนไปรับพวกเขากลับมา คุณชายเฉินช่วยน้องชายกับน้องสาม…ถือเป็นความดีความชอบอันยิ่งใหญ่"
"ท่านเฉิน…คงกลับมาไม่ได้แล้วขอรับ​" หานเฉิงก้มหน้า
"มีเรื่องหนึ่งที่ท่านแม่ทัพยังไม่รู้ ตอนที่ท่านเฉินออกมา เขาไม่ได้พาแค่คุณชายกับคุณหนูออกมาเท่านั้น​ เเต่ยังพาชาวบ้านอีกสามหมื่นกว่าคนมาด้วย!”
“เเละเพื่อให้ชาวบ้านข้ามแม่น้ำได้อย่างปลอดภัย ท่านเฉินกำลังนำกองกำลังพันกว่านาย ไปโจมตีสกัดกั้น​กองทัพป่าเถื่อนสองหมื่นนาย!”
"อะไรนะ!!!!"
……………………..