เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บท​ที่​ 109 : ผู้บัญชาการ​ซุน!

บท​ที่​ 109 : ผู้บัญชาการ​ซุน!

บท​ที่​ 109 : ผู้บัญชาการ​ซุน!


บท​ที่​ 109 : ผู้บัญชาการ​ซุน!



"ฮี้!"

เฉินซานซือควบม้าขาวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว​

เเละเมื่อมาถึงกลางกลุ่มชาวบ้าน เขาก็พบความผิดปกติ

ตอนนี้​ พวกชาวบ้านแตกตื่นอลหม่านราวกับเจอปีศาจร้าย

ขบวนที่เคยเป็นระเบียบกระจัดกระจายจนแทบควบคุมไม่ได้

"เกิดอะไรขึ้น พวกป่าเถื่อนไม่น่าจะอ้อมมาข้างหน้าได้เร็วขนาดนี้นี่!" เฉินซานซือรีบเร่งความเร็วมากขึ้น​

เเต่เเล้ว สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นธงหลายผืนที่ชูอยู่ล้วนเป็นธงของราชวงศ์ต้าเซิ่ง บนธงปักตัวอักษรชื่อของแม่ทัพใหญ่แห่งโหยวโจว "จิงฝูฮู่" อย่างชัดเจน

"เจ้าเป็นทหารหนีทัพมาจากไหน!"

นายทหารหนุ่มที่ก่อนหน้านี้ใช้แส้ฟาดชาวบ้านจนตายขี่ม้าเข้ามาหา เฉิน​ซาน​ซือ​

"ดูจากชุดเกราะที่เจ้าใส่ เจ้าเป็นถึงนายร้อย…เเต่ยามที่หยุนโจวกำลังคับขัน เจ้ากลับกล้าหนีทัพงั้นหรือ!"

เฉินซานซือยังไม่ทันได้อ้าปาก ก็ถูกตัดสิน​เสียเเล้ว

"ถ้าไม่ฆ่าพวกทหารหนีทัพอย่างพวกเจ้า…จะรักษาเกียรติของกองทัพต้าเซิ่งไว้ได้อย่างไร!"

นายทหารหนุ่มพูดพลางยกหอกขึ้น เตรียมจะลงมือ

แต่เขาก็ถูกขัดจังหวะเสียก่อน

"หยุดก่อน!" นายทหารอีกคนขี่ม้าดำเข้ามาอย่างช้าๆ

ในมือถือเขาดาบเขียวมังกรจันทร์เสี้ยว ข้างกายมีนายทหารระดับสูงในชุดเกราะเต็มยศตามมาอีกหลายคน

"องค์ชาย!" อินฮั่นเหวินแสดงความเคารพต่อผู้มาใหม่อย่างสูง

"คนผู้นี้เป็นทหารหนีทัพ ไม่ควรประหารหรือพ่ะย่ะค่ะ"

"ถามสถานการณ์ในหยุนโจวให้ชัดเจนก่อนเถอะ" เฉาฟานหรี่ตามอง ก่อนจะถามว่า

"เจ้ามาจากไหน"

"กองกำลังรักษาชายแดนเมืองอันติ้ง กองพันผอหยาง นายร้อยเฉินซานซือ" เฉินซานซือแนะนำตัว

"เจ้าคือนายร้อยเฉินซานซือนั่นหรือ" เฉาฟานดูประหลาดใจเล็กน้อย

คนอื่นๆที่อยู่ด้านหลังต่างก็มองหน้ากัน เห็นได้ชัดว่าทุกคนเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน

"เจ้าคือคนที่จับตัวไอ้ขยะจากตระกูลหยูเหวินได้น่ะหรือ" อินฮั่นเหวินพูดด้วยความสนใจ

"ในรายงานบอกว่าเจ้าฝ่าทหารม้ากว่าพันนายที่ล้อมรอบอยู่…แต่เจ้าเป็นแค่ระดับหลอมกระดูก เจ้าทำได้ยังไง"

"แค่โชคดีเท่านั้น" เฉินซานซือสัมผัสได้ถึงความดูถูกในน้ำเสียง

เขาจดจำมันไว้ในใจ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเล็กคิดน้อย สิ่งสำคัญที่สุดคือจัดการกับทหารที่ไล่ตามมา

แต่อีกฝ่ายกลับไม่ให้โอกาสเขาพูดเลย

"ข้าก็รู้อยู่แล้วว่าถามเจ้าไปก็เท่านั้น" อินฮั่นเหวินหัวเราะเยาะ

"คงเป็นตอนที่มันพลัดหลง เจ้าถึงจับตัวได้สินะ รายงานคงเป็นพวกขุนนางท้องถิ่นแต่งขึ้นมาให้เจ้าดูดี…ไอ้ลูกคนที่เก้าของตระกูลหยูเหวินมันก็เป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ การจับมันได้ไม่เห็นจะมีอะไรน่าอวด"

"เเต่เจ้าหนีมาทำไม" เฉาฟานถามเสียงเข้ม

"เท่าที่ข้ารู้ หยุนโจวกำลังคับขัน เจ้าเพิ่งได้รับพระราชโองการเลื่อนขั้นไม่นาน เจ้าควรจะรักษาเมืองไว้ ทำไมถึงทิ้งเมืองมาที่นี่…ถ้าเลยเมืองฮวนเหวินมาอีก ก็เกือบจะถึงเขตโหยวโจวแล้ว"

"ข้า..."

เฉินซานซือเริ่มหงุดหงิด เขามองออกว่าคนพวกนี้คงเป็นลูกหลานขุนนางชั้นสูง…ความหยิ่งยโสก็เป็นเรื่องปกติ แต่ทำไมถึงไม่ให้โอกาสเขาพูดเลย

"เขาไม่ใช่ทหารหนีทัพ!"

ทันใดนั้น เสียงเย็นชาก็ดังขึ้น

"คุณหนูซุน!" เฉาฟานเอ่ยทักทายอย่างสนิทสนม

"ข้าว่าแล้วทำไมข้าไม่เห็นเจ้าที่เหลียงโจว พวกเขาบอกแค่ว่าเจ้ากับคุณชายปู้ฉีไปหยุนโจว…ไม่คิดว่าเจ้าจะมาอยู่เมืองผอหยางเล็กๆนี้"

"องค์ชาย" ซุนหลีที่ใบหน้าซีดเซียวขี่ม้ามาข้างๆ เฉินซานซือ

"ท่านจะมาตัดสินว่าซานซือเป็นทหารหนีทัพได้อย่างไร ท่านรู้ไหมว่าถ้าไม่มีเขา ข้ากับน้องชาย รวมถึงทหารและชาวบ้านอีกหลายหมื่นคนคงตายด้วยน้ำมือพวกป่าเถื่อนไปแล้ว"

"ถูกต้อง!" ซุนปู้ฉีตามมาสมทบ

จากนั้น เขารีบเล่าเรื่องราวการรบที่ผอหยาง ที่กองกำลังพันกว่านายสามารถเอาชนะป่าเถื่อนได้กว่าหกพันคน

"ซุนปู้ฉี เจ้าโม้หรือเปล่า" อินฮั่นเหวินไม่เชื่อยอมเชื่อ

"เขาเป็นแค่ระดับหลอมกระดูก จะไปฆ่าเเม่ทัพระดับหลอมอวัยวะภายในได้ยังไง"

"เขามีกายาเก้ามังกร พลังฝีมือไม่ด้อยไปกว่าพวกเจ้าหรอก!"

"เเล้วพูดจาให้มันสุภาพหน่อย" ซุนปู้ฉีเอ่ยอย่างไม่พอใจ

"ถึงสิ่งที่เจ้าพูดจะเป็นเรื่องจริง…เเต่สุดท้ายมันก็ทิ้งเมืองอยู่ดี" อินฮั่นเหวินพูดอย่างเย่อหยิ่ง

"นั่นมันมีเหตุผล!"

"คุณชายปู้ฉี เจ้าจะปกป้องเขาไปทำไม นี่มันลำเอียงชัดๆ…การทิ้งเมืองหนีทัพถือเป็นโทษหนักนะ!"

"ไอ้แซ่อิน! อยากโดนกระทืบรึไง!"

"คุณชายปู้ฉี เจ้าจะทำอะไรข้าได้"

"พอแล้ว อย่าทะเลาะกันเลย" เฉาฟานเอ่ยเเล้วหันไปพูดกับเฉินซานซือ

"ท่านช่วยเเจ้งสถานการณ์ในหยุนโจวให้ข้าฟังได้หรือไม่ โดยเฉพาะเมืองอันติ้ง ไท่หนิง และหลิงเฟิง"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฉินซานซือก็จำต้องยอมทำตาม

"ด้านหลังห้าสิบลี้มีทหารม้าป่าเถื่อนสามพันนาย ทางตะวันตกเฉียงใต้มีอีกสองหมื่น จากรายงานของหน่วยสอดแนม ดูเหมือนว่าระดับสูงสุดจะเป็นระดับหลอมอวัยวะภายใน และมีระดับเปิดเส้นชีพจรจากลัทธิเทพวิญญาณอีกหนึ่งคน"

"ข้าไม่ได้ถามเรื่องนั้น" เฉาฟานส่ายหน้า

"ไม่ต้องห่วงเรื่องทหารที่ไล่ตามมา ข้างหน้าไม่ไกล เมืองฮวนเหวินได้เตรียมทหารสามหมื่นกว่านายรอไว้แล้ว…อีกทั้งยังมีแม่น้ำหงเจ๋อเป็นปราการธรรมชาติ พวกป่าเถื่อนข้ามมาไม่ได้หรอก”

“ที่ข้าอยากรู้ คือสถานการณ์ของพวกป่าเถื่อนในหยุนโจวและสถานการณ์การรบโดยละเอียด…โดยเฉพาะเมืองอันติ้ง ไท่หนิง และหลิงเฟิง”

"ข้าจะบอกเอง" ซุนปู้ฉีดรับหน้าที่ เเล้วเล่าสถานการณ์ทั้งหมดที่พวกเขารู้

"อ้อ…แบบบนี้เอง" เฉาฟานโบกมือ จากนั้นก็มีคนสองคนรีบนำแผนที่มาวาง

"ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้เมืองทั้งสามยังอยู่ ก็จัดการได้!”

“ต่อไป กองทัพเราจะส่งทหารสามหมื่นนายไปเมืองอันติ้ง สองหมื่นนายไปเมืองไท่หนิง เมื่อเมืองทั้งสองปลอดภัย เมืองหลิงเฟิงก็จะรอด…จากนั้นก็จะร่วมมือกับกองกำลังหลักจากสามเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือเพื่อยึดหยุนโจวคืนทั้งหมด”

"เเผนการยอดมาก!" อินฮั่นเหวินยิ้มเเย้ม

"องค์ชาย พวกเรารีบไปรายงานท่านแม่ทัพจิงกันเถอะ ขอให้ท่านแบ่งทหารให้พวกเราบัญชาการด้วย…การรบยังไม่ทันเริ่ม พวกเราก็สร้างผลงานได้แล้ว"

"อืม" เฉาฟานพยักหน้า เเล้วให้คนมาเก็บแผนที่

"คุณชายเฉิน ในเมื่อเจอกันแล้ว ก็ไปกับพวกเราเถอะ ท่านแม่ทัพจิงจะแบ่งทหารให้ท่านบัญชาการตามระดับ อย่าพลาดโอกาสสร้างผลงานเลย"

"องค์ชาย" เฉินซานซือใช้หอกชี้ไปด้านหลัง

"ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือจัดการทหารที่ไล่ตามมาก่อน"

"คุณชายเฉิน เจ้าไม่เข้าใจที่ข้าพูดหรือ" เฉาฟานเลิกคิ้วเข้ม

"ข้าบอกแล้วว่าข้างหน้าคือเมืองฮวนเหวิน พวกเราจะไปทางถนนหลวงทางเหนือ ไม่ต้องปะทะกับป่าเถื่อนนั่น…ตรงไปที่เมืองอันติ้งได้เร็วกว่าทางที่พวกเขามา เมื่อเราไปถึงเมืองอันติ้งก่อน ก็จะหาพื้นที่ตั้งรับ ถ้าพวกมันกล้ามาช่วย ก็เท่ากับเดินเข้าสู่ความตาย นี่เรียกว่า ล้อมจุดตีเสริม ถ้าพวกมันไม่มาช่วยก็ยิ่งดี พวกเราจะตีเมืองอันติ้งได้ง่ายๆ"

"องค์ชาย ไม่ต้องเสียเวลาพูดกับมันหรอก"

"มันก็แค่คนมาจากเมืองเล็กๆ จะไปเข้าใจ 'สถานการณ์โดยรวม' ได้ยังไง" อินฮั่นเหวินพูดอย่างดูถูก

"ข้าเข้าใจทุกอย่างที่พวกท่านพูด" เฉินซานซือยังคงพยายามครั้งสุดท้าย

"แต่ถ้าไม่จัดการทหารที่ไล่ตามมาก่อน ชาวบ้านหลายหมื่นคนที่อพยพมาจากผอหยางจะเป็นยังไง…พวกเขาต้องถูกฆ่าตายหมดแน่!"

"ชาวบ้าน?"

"ชาวบ้านอะไร?" เฉาฟานประหลาดใจมาก

"องค์ชาย เขาคงหมายถึงพวกไพร่พวกนี้มั้งพ่ะย่ะค่ะ" อินฮั่นเหวินพูดอย่างรังเกียจ

"พวกมันควรจะอยู่ปกป้องเมืองของตัวเองสิ วิ่งหนีออกมาทำไม มาที่อื่นก็เปลืองข้าวเปลืองน้ำ…สมควรตายจริงๆ!"

"อ้อ หมายถึงพวกนี้นี่เอง" เฉาฟานมองไปที่ชาวบ้านที่เสื้อผ้าขาดวิ่น ก่อนจะพูดต่อ

"เอาเถอะ…พวกเขาก็เป็นประชาชน​ของข้าเหมือนกัน รีบส่งคนไปบอกเมืองฮวนเหวินให้ส่งเรือข้ามฟากมา ส่วนพวกเขาจะข้ามมาได้กี่คนก็ช่าง ยังไงสถานการณ์โดยรวมสำคัญกว่า!”

“คุณหนูซุน คุณชายปู้ฉี และคุณชายเฉิน พวกเราต้องไปรายงานท่านแม่ทัพจิงแล้ว ถ้าพวกท่านไม่ไปด้วย ก็รีบข้ามแม่น้ำไปเองเถอะ ยังทันเวลาอยู่…ลาก่อน!”

พูดจบเขาก็พาลูกน้องออกไปอย่างรวดเร็ว

"องค์ชาย!" ซุนหลีพยายามจะรั้งไว้แต่ก็ไม่ทัน

กองทัพห้าหมื่นนายเคลื่อนพลไปอย่างรวดเร็ว

ชาวบ้านหลายหมื่นคนล้วนถูกเมินเฉยโดยสิ้นเชิง

กองทัพอ้อมไปทางถนนหลวงทางเหนือ ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็หายลับไปจากสายตา เหลือไว้เพียงฝุ่นตลบอบอวล

เมื่อฝุ่นจางลง มันก็ราวกับว่าพวกเขาไม่เคยปรากฏ​ตัวที่นี่เลย

"ท่านเฉิน...เราจะทำยังไงดี!"

"พวกเขาไม่คิดจะทิ้งทหารไว้เลยสักคน…เเล้วเเบบนี้​จะทำยังไงดี!" ซูเหวินไฉร้อนใจจนกระทืบเท้าอย่างเเรง

เฉินซานซือมองตามกองทัพหายไป ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยใบหน้าเรียบเฉย

"จะข้ามแม่น้ำ…ต้องไปอีกนานไหม"

"อีกหนึ่งวัน" ซูเหวินไฉตอบโดยไม่ลังเล

"งั้นเราก็ถ่วงเวลาเพิ่มอีกหนึ่งวัน"

"ถ่วงไม่ได้หรอกขอรับ" ซูเหวินไฉมั่นใจเรื่อง​นี้มาก

"ที่นี่เป็นที่ราบ เมื่อทหารม้าออกมาจากภูเขา เราก็ทำอะไรไม่ได้เเล้ว…ได้แต่ปะทะซึ่ง​ๆหน้า แล้วก็ถูกฆ่าตาย”

“ถ่วงเวลาสักสามชั่วโมงยังไม่ได้เลย”

"ใครบอกว่าข้าจะรอให้พวกมันออกมา" เฉินซานซือยกหอกขึ้น เเล้วพูดช้าๆ ชัดๆ

"ส่งคำสั่ง!”

“กองทัพทั้งหมด…เตรียม​ตัวบุกโจมตี!”

...

อีก​ด้าน​

ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำหงเจ๋อมีหมู่บ้านเล็กๆอยู่สองสามแห่ง

เมื่อได้ยินข่าวว่าพวกป่าเถื่อนมาบุก ชาวบ้านจึงอพยพไปเมืองฮวนเหวินฝั่งตรงข้ามหมดแล้ว

ใต้ต้นหลิวต้นหนึ่ง มีกระดานหมากรุกที่ชาวบ้านทำจากหินทิ้งไว้

เเละในหมู่บ้านที่ว่างเปล่า มีคนสองคนกำลังเล่นหมากรุกกันอยู่

คนหนึ่งดูเหมือนจะอายุประมาณห้าสิบปี หน้าขาวไม่มีหนวดเครา สวมชุดนักปราชญ์สีเขียว ดูเป็นผู้คงแก่เรียน

แต่เสียดาย​ที่ขาของเขาพิการ ตอนนี้​กำลัง​นั่งอยู่บนรถเข็นที่ทำจากไม้

ส่วนฝั่งตรงข้าม มีชายชราผมสีเงินสลับดำ ไว้เคราแพะ นั่งอยู่บนก้อนหิน

ในมือเขาถือหมากสีดำ ลังเลอยู่นาน ไม่ยอมวางหมากสักที…จนทำให้นักปราชญ์วัยกลางคนไม่พอใจ

"ท่านอาจารย์ วางหมากได้แล้ว"

"เจ้าจะรีบร้อนไปใหน" ชายชราพูดอย่างหัวเสีย

"เจ้าจะเล่นต่อหรือให้เลิกเล่น"

นักปราชญ์วัยกลางคนรีบหุบปาก

ครู่หนึ่งเขาก็ถามอย่างระมัดระวัง ต่อ

"ท่านอาจารย์ ท่านจะไม่สนใจผอหยางจริงๆหรือ น้องชายกับน้องสาวอยู่ที่นั่นนะ"

"จะเอาทหารที่ไหนไปช่วย" ชายชราขมวดคิ้ว

เขาขยับหมากขาวไปหนึ่งช่องอย่างแนบเนียน แล้วใช้หมากดำวางทับ ก่อนจะพูดอย่างพอใจ

"เอาล่ะ ถึงตาเจ้าแล้ว"

นักปราชญ์วัยกลางคนไม่ลังเล วางหมากลงหนึ่งช่อง แล้วพูดต่อ

"ท่านอาจารย์ ข้าหมายความว่าให้ท่านไปคนเดียว พาน้องชายกับน้องสาวกลับมา…นั่นก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร"

"ข้าไป? ได้สิ งั้นเจ้าไปสู้กับจ้าวลัทธิเทพวิญญาณเองไหมล่ะ" ชายชราลังเลอีกครั้ง พลางยกหมากขึ้นลง

"ส่วนเจ้าเด็กนั่นกับยัยเด็กแสบ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ ก็ถือว่าไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับอนาคต​อีกต่อไป"

"ท่านอาจารย์" นักปราชญ์วัยกลางคนมองด้วยความสงสาร

"น้องชายกับน้องสาวยังอายุ​น้อย....."

"ลูกหลานย่อมมีบุญวาสนาของตัวเอง" ชายชราวางหมากลงขัดจังหวะ

"วางใจเถอะ ถ้าพวกเขามีบุญรอดกลับมา ข้าก็จะปูทางให้พวกเขาตามที่เคยสัญญาไว้…ถึงจะลำบากหน่อยก็ช่างมันเถอะ"

"ท่านอาจารย์ ช่วงนี้...ท่านดูแปลกไปนะ"

"พูดกับอาจารย์แบบนี้ได้ยังไง"

"ท่านอาจารย์..."

"หือ?"

"ท่านแพ้แล้ว" นักปราชญ์วัยกลางคนวางหมากลง ฝ่ายขาวก็เป็นฝ่ายชนะทันที​

"เจ้าไม่รู้จักออมมือให้ข้าบ้างรึไง" ชายชราลุกขึ้นอย่างโมโห

"ข้าว่าเจ้าจงใจแกล้งข้า!"

"ท่านอาจารย์ ไม่ใช่ข้าที่ชนะ…แต่เป็นฝ่าบาทต่างหากที่ชนะ" นักปราชญ์วัยกลางคนหลับตาลง เเล้วถอนหายใจ

"พวกเราถูกหลอกแล้ว สามเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือเป็นแค่กลลวง เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาคือหยุนโจว”

“เเละถึงตอนนี้จะส่งทหารจากโหยวโจวไปช่วย ก็คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยเจ็ดวัน รวมแล้วสิบวัน…ถึงตอนนั้นพวกมันคงทำพิธีกรรมเสร็จแล้ว”

"ในหยุนโจวมีชาวบ้านเกือบล้านคน!" นักปราชญ์วัยกลางคนน้ำตาคลอ เคาะกระดานหมากรุก ด้วยเสียงสั่นเครือ

"ในสายตาของมัน ชาวบ้านต้าเซิ่งคืออะไร พวกเราคืออะไร!”

“ส่วนเเม่ทัพฝึกหัด​รุ่นสุดท้าย บางคนก็หวังสร้างชื่อเสียง บางคนก็หวังวิชาเซียนในมือท่าน ไม่มีใครคิดถึงประชาชน คิดถึงชาวบ้านเลย…ชาวบ้านหยุนโจวช่างน่าสงสาร!”

"เจ้าสี่" ชายชราเอามือไพล่หลัง เเล้วมองออกไปไกลๆ

"ถ้าภายในสามวัน ไล่พวกมันออกจากสนามรบหลักทางตะวันตกเฉียงเหนือได้ ข้าค่อยรีบไป…คิดว่าจะช่วยคนได้สักกี่คน"

นักปราชญ์วัยกลางคนส่ายหน้าเเล้วถอนหายใจ

"นอกจากสามเมืองหลักแล้ว คงไม่มีใครรอด..."

….

"ขอคารวะท่านแม่ทัพ!"

ทันใดนั้น ​ร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวพร้อมคุกเข่าข้างหนึ่ง

"หานเฉิง…น้องชายกับน้องสาวเป็นยังไงบ้าง" นักปราชญ์วัยกลางคนถามอย่างรีบร้อน

"ปลอดภัยดีขอรับ!"

"ท่านเฉินจากผอหยางคุ้มครองพวกเขามาตลอดทาง ตอนนี้ใกล้จะถึงแม่น้ำหงเจ๋อแล้ว!"

"ดีมาก" นักปราชญ์วัยกลางคนโล่งใจ

"รีบส่งคนไปรับพวกเขากลับมา คุณชายเฉินช่วยน้องชายกับน้องสาม…ถือเป็นความดีความชอบอันยิ่งใหญ่"

"ท่านเฉิน…คงกลับมาไม่ได้แล้วขอรับ​" หานเฉิงก้มหน้า

"มีเรื่องหนึ่งที่ท่านแม่ทัพยังไม่รู้ ตอนที่ท่านเฉินออกมา เขาไม่ได้พาแค่คุณชายกับคุณหนูออกมาเท่านั้น​ เเต่ยังพาชาวบ้านอีกสามหมื่นกว่าคนมาด้วย!”

“เเละเพื่อให้ชาวบ้านข้ามแม่น้ำได้อย่างปลอดภัย ท่านเฉินกำลังนำกองกำลังพันกว่านาย ไปโจมตีสกัดกั้น​กองทัพป่าเถื่อนสองหมื่นนาย!”

"อะไรนะ!!!!"





……………………..

จบบทที่ บท​ที่​ 109 : ผู้บัญชาการ​ซุน!

คัดลอกลิงก์แล้ว