- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 106 : หนึ่งคนยืนหยัดต่อสู้กับศัตรูนับพัน!
บทที่ 106 : หนึ่งคนยืนหยัดต่อสู้กับศัตรูนับพัน!
บทที่ 1​06 : หนึ่งคนยืนหยัดต่อสู้กับศัตรูนับพัน!
บทที่ 1​06 : หนึ่งคนยืนหยัดต่อสู้กับศัตรูนับพัน!
เฉินซานซือนรีบลงจากม้า แล้ววิ่งเข้าไปในป่าตามเสียงที่ได้ยิน
จากนั้น​ไม่นาน เขาก็เห็นหานเฉิงกำลังปล่อยเหยี่ยวนอกกำแพงเมืองไปทางด้านหลังกองหิน
นกเหยี่ยว​ตัวนี้มันดูแปลกประหลาด ไม่เหมือนนกทั่วไป น่าจะเป็นสัตว์อสูร
“ท่านเฉิน จดหมายจากจวนผู้บัญชาการมาแล้ว พวกเรารอดแล้ว…” หานเฉิงพิงอยู่กับก้อนหินเเล้วพูดขึ้น​
“ท่านผู้บัญชาการบอกว่า สนามรบหลักทางตะวันตกเฉียงเหนือทั้งสามมณฑลกำลังถึงจุดชี้ขาด ตอนนี้ยังไม่สามารถส่งกองทัพหลักทั้งแปดหรือกองกำลังพิเศษมาได้”
“แต่ก็ยังสามารถ​รวบรวมทหารจากรอบๆมาให้ได้ถึงห้าหมื่นนาย…นอกจากนี้​ แม่ทัพฝึกหัดจากทางตะวันตกเฉียงเหนือทั้งสามมณฑลก็กำลังเดินทางมาหยุนโจวทั้งกลางวันกลางคืน”
“แม่ทัพฝึกหัด?” เฉินซานซือสังเกตเห็นจุดสำคัญ
“หมายถึงแบบข้า?”
“ใช่” หานเฉิงพยักหน้า
“ทุกปีช่วงเดือนกุมภาพันธ์หลังจากฤดูใบไม้ผลิ จะมีการคัดเลือกแม่ทัพฝึกหัด…หลายคนจะมาถึงเมืองเหลียงโจวก่อนล่วงหน้า แต่ก็ต้องรอให้คนครบก่อนถึงจะเริ่มการคัดเลือกอย่างเป็นทางการ”
“ประมาณเจ็ดวัน พวกเขาก็น่าจะถึงเมืองฮวนเหวิน ชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือของหยุนโจว จากนั้นจะส่งกำลังไปยังเมืองต่างๆในหยุนโจวตามสถานการณ์”
“ระยะทางจากที่นี่ไปเมืองฮวนเหวินไม่ไกล ก็น่าจะประมาณเจ็ดวันเหมือนกัน”
“แต่เส้นทางนี้ ถ้าจะไปเมืองฮวนเหวิน ต้องข้ามแม่น้ำ”
“เเถมแม่น้ำหงเจ๋อ เป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือ”
“การพาชาวบ้านสี่หมื่นคนข้ามแม่น้ำ ไม่รู้ต้องเสียเวลาเท่าไหร่”
“ท่านเฉิน ข้ายังคงแนะนำเหมือนเดิม อย่าไปสนใจชาวบ้านหรือทหารทั่วไปเลย พาทหารม้าไปเร็วๆเถอะ แค่ข้ามแม่น้ำไปได้ก็ปลอดภัยแล้ว”
“อีกอย่าง ครั้งนี้ที่รวบรวมแม่ทัพฝึกหัดทั้งหมดไว้ด้วยกัน ข้าเกรงว่าท่านผู้บัญชาการคงอยากใช้สงครามครั้งนี้เป็นบททดสอบ”
“การต่อสู้จริงในสงคราม จะเป็นส่วนสำคัญของการคัดเลือกแม่ทัพฝึกหัด”
“เพราะการคัดเลือกแม่ทัพ ถ้าแม่ทัพคนไหนนำทัพไม่เป็น ต่อให้มีวรยุทธสูงส่งก็ไร้ประโยชน์”
“การเข้าร่วมสงครามที่หยุนโจวครั้งนี้ จึงสำคัญมากอย่างแน่นอน”
“ดังนั้น ท่านเฉินควรไปถึงเมืองฮวนเหวินโดยเร็วที่สุด ถึงตอนนั้น ทางจวนผู้บัญชาการจะมอบหมายกองกำลังให้ท่านตามระดับวรยุทธ…ถ้าพลาดโอกาสนี้ ก็เท่ากับพลาดโอกาสสำคัญในการสร้างความประทับใจให้ท่านผู้บัญชาการ”
“ท่านเฉิน…โปรดคิดดูให้ดี”
“พี่หาน…เรื่องมาถึงขนาดนี้ คงไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว”
เฉินซานซือไม่รู้สึกเสียใจเลยแม้แต่น้อย
ถ้าเขาละทิ้งเมืองตั้งแต่แรก ก็แค่ถูกหาว่าขี้ขลาด…แต่ถ้าหนีกลางคันแบบนี้ เขาคงนอนไม่หลับไปตลอดแน่
ส่วนเรื่องการคัดเลือกแม่ทัพฝึกหัด เรื่องนั้นเขาไม่กังวล
การฝึกฝนของเขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แถมยังมีทักษะ [บังคับบัญชา] อีก…ถึงตอนแรกจะไม่ได้โดดเด่น แต่หลังจากออกรบ เขาต้องฉายแววออกมาแน่
เว้นแต่…จวนผู้บัญชาการจะเหมือนกับกองทัพ ภายนอกดูดี แต่ภายในเน่าเฟะ
แต่โอกาสเป็นแบบนั้นน้อยมาก
กองทัพที่เน่าเฟะ ไม่มีทางมีอำนาจขนาดนี้ได้
เเละถึงจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ในราชวงศ์ต้าเซิ่ง เขายังมีที่อื่นให้ไปอีกเหรอ?
….
“ตกลงตามนั้น!” หานเฉิงไม่ได้พูดอะไรต่อ
“ในเมื่อท่านเฉินตัดสินใจแล้วก็ตามนั้น…เเต่ข้ามีอีกเรื่อง ท่านช่วยหาข้ออ้างส่งคุณชายไปอยู่หน้าขบวนด้วย อย่าให้เขาอยู่เป็นกองหลังเลย”
“อืม ข้ารู้แล้ว”
เฉินซานซือบอกลาหานเฉิง
จากนั้น เขาก็หาตำแหน่งบนแผนที่แล้ววางแผนเส้นทางใหม่
บอกทุกคนว่าเปลี่ยนจุดหมายจากเมืองเหิงคังเป็นเมืองฮวนเหวิน แล้วให้ส่งข่าวไปยังหน้าขบวน
“เจ็ดวัน!”
“ถึงจะพาชาวบ้านไปด้วย ก็น่าจะทัน!”
ยังดีกว่าครึ่งเดือนแบบเส้นทางก่อนหน้า
แต่หลังจากนี้ คงเลี่ยงการถูกไล่ล่าไม่ได้แน่
ส่วนทหารม้าศัตรูสามพันนาย ตราบใดที่ไม่มีแม่ทัพที่สูงกว่าระดับหลอมอวัยวะภายใน เขาก็น่าจะรับมือได้
ส่วนตอนนี้ก็ต้องรีบฝึกฝน หาข้อมูลของศัตรู แล้วค่อยตัดสินใจอีกที
….
สามวันต่อมา
เขาจงใจเดินช้าๆอยู่ท้ายขบวนเพียงลำพัง ใช้เวลาว่างฝึกฝน แล้วใช้ความเร็วของม้าขาวเพื่อตามขบวนให้ทัน…ทำแบบนี้วนไปเรื่อยๆ
ต้องยอมรับเลยว่าม้าขาวมีประโยชน์มากจริงๆ
กลางดึก
เฉินซานซือดื่มเหล้าเสือเขี้ยวดาบไหสุดท้าย กินหลิงเหอเข้าไป แล้วเริ่มแกว่งหอก
แสงจันทร์ส่องประกาย หอกในมือของเขาตัดผ่านสายลมหนาว มีทั้งความหนักแน่นของงูทอง ความว่องไวของงูเหิน และความดุร้ายของหอกทะลวง…ทุกอย่างผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์
งูขาวพ่นพิษ วัวเหล็กไถนา นกนางแอ่นโฉบรัง มังกรเหลืองนอนแผ่…ทุกท่วงท่า ทุกกระบวนท่า ล้วนผสานรวมกัน
ตอนนี้ หอกในมือของเฉินซานซือไม่ใช่งูอีกต่อไป แต่มันเป็นงูหลามยักษ์ และเป็นงูหลามยักษ์ที่วันหนึ่งจะกลายเป็นมังกร!
พลังจากวิชาหอกสามผสาน ทำให้เลือดในร่างกายของเฉินซานซือราวกับขาดการควบคุม เเละไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง
ความเจ็บปวดจากภายในร่างกายทำให้เขาทรมานจนแทบจะเป็นลม จนกระทั่งค่อยๆทำความเข้าใจ สามารถทำให้กระบวนท่าหอกสอดคล้องกับการไหลเวียนของเลือด เขาจึงสามารถควบคุมพลังเลือดช้างมังกรได้อย่างอิสระ
ในขณะนั้น ด้วยพลังจากเลือด ความเร็วในการตอบสนอง พลังระเบิด ประสาทสัมผัสทั้งห้า ทุกอย่างนี้ล้วนได้รับการพัฒนาอย่างมาก
ในขั้นฝึกเคลื่อนย้ายโลหิต เขาสามารถรับรู้ถึงอันตรายจากทุกทิศทุกทาง และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว บวกกับพลังระเบิดที่น่าสะพรึงกลัว…
ไม่แปลกใจเลย ไม่ว่าจะเป็นเซียงถิงชุน หลัวตงเฉวียน หรืออู๋มู่เอ๋อร์…พวกเขาต่างก็สามารถปัดลูกธนูได้อย่างง่ายดาย
ยิ่งตอนสู้กับอู๋มู่เอ๋อร์…มันยังสามารถมองเห็นจุดอ่อนในกระบวนท่าหอกของเขาได้อย่างรวดเร็ว
สรุปก็คือ ข้อได้เปรียบของระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นต้น คือการใช้ประโยชน์จากความสามารถรอบด้านที่เพิ่มขึ้นจาก “ฝึกเคลื่อนย้ายโลหิต” เพื่อรับมือกับอันตรายต่างๆ แล้วใช้พลังระเบิดในการโต้กลับ
ตั้งรับ แล้วโต้กลับ!
เเถมด้วยพลังจากเลือดช้างมังกร เส้นเอ็นเก้ามังกร และร่างกายอื่นๆ…ความเร็วในการฝึกเคลื่อนย้ายโลหิตของเขาจึงเหนือกว่าคนอื่นในระดับเดียวกันมาก!
[วรยุทธ: วิชาหอกสามผสาน (เริ่มต้น)]
[ความคืบหน้า: 0/500]
[ผลของวิชา: พลังเลือดช้างมังกร, เส้นเอ็นเก้ามังกร, กายาวัชรทองคำ, ระบำโลหิตคลั่ง]
[ระบำโลหิตคลั่ง: ขั้นสูงสุดของการฝึกเคลื่อน​ย้ายโลหิต…บ้าคลั่งไร้ผู้ต้านทาน!]
…
บ้าคลั่งไร้ผู้ต้านทาน!
อาจเป็นเพราะวิชาหอกสามผสาน ได้หลอมรวมลักษณะเด่นของวิชาหอกหลายแบบ มันจึงทำให้เกิดความบ้าคลั่งคูณสาม!
ความรวดเร็ว ความดุร้าย ความอึด…เมื่อรวมกันแล้ว ก็คือความบ้าคลั่ง ความบ้าระห่ำไม่กลัวตาย!
หลังจากเข้าสู่ระดับหลอมอวัยวะภายใน ข้อได้เปรียบด้านความอึดของเฉินซานซือยังคงอยู่ และจะยิ่งดีขึ้นตามระดับที่สูงขึ้น
แต่ตอนนี้ ถ้าอยากสัมผัสกับความอึดของเขา คงต้องรับมือกับการโจมตีอันดุเดือดในช่วงแรกให้ได้ก่อน!
คู่ต่อสู้ที่ยังไม่ถึงระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นความสำเร็จ​อัน​ยิ่งใหญ่…ตอนนี้ส่วนใหญ่สู้เขาได้ไม่เกินสามกระบวนท่าเเน่ๆ!
“ในที่สุดก็ฝึก​ถึงขั้นหลอมอวัยวะภายในแล้ว!”
เฉินซานซือถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เขาไม่ได้ตามขบวนไป แต่แยกกับม้าขาวชั่วคราว
สั่งให้มันไปหลบซ่อนตัวก่อน แล้วแอบเข้าไปในป่า รอการมาถึงของข้าศึก แล้วค่อยไล่ตามพวกมันไปอย่างลับๆ
ไม่ว่าจะเป็นการถอยหรือการไล่ล่า…กองทัพ​ก็ล้วนต้องหยุดพัก
ไม่ใช่ว่าม้าทุกตัวจะวิ่งได้วันละสองพันลี้เหมือนม้าขาว ถ้าวิ่งมากเกินไป ม้าก็จะเหนื่อยตาย ต้องหยุดพักเป็นระยะ และให้กินอาหารอย่างดี
ดังนั้น​ ทุกครั้งที่ข้าศึกหยุดพักจึงเป็น​โอกาส​
เฉินซานซือจะใช้ความมืด หาโอกาสจับคนที่เเยกตัวโดดเดี่ยวมาเค้นข้อมูล
เเละในที่สุด เขาก็ได้ข้อมูล​
แม่ทัพที่นำทหารม้ามาไล่ล่า มีระดับสูงสุดแค่หลอมอวัยวะภายในขั้นความ​สำเร็จ​เล็กน้อย​เท่านั้น​
เเละด้วยข้อมูล​นี้ เฉินซานซือก็ไม่ลังเลอีกต่อไป
สำหรับเขา สิ่งเดียวที่ต้องกังวล คือการถูกปราบโดยผู้ที่มีวรยุทธสูงกว่า
ไม่อย่างนั้น​ ด้วยวิชาหอก วิชาธนู บวกกับความเร็วของม้าขาว เขาคือเทพเจ้าแห่งสงครามกองโจร…ตราบใดที่ไม่บุกเข้าไปในวงล้อมของศัตรู ก็ไม่มีใครหยุดเขาได้
……
“ข้าศึกบุก!”
ทหารม้าชนเผ่าป่าเถื่อนเพิ่งจะหยุดพัก ก็มีลูกธนูระดมยิงมาราวสายฝน​ สังหารพวกเขา​ไปหลายนาย
ทุกคนมองไปยังเบื้องหน้า เห็นแม่ทัพขี่ม้าขาวอยู่คนเดียว!
“หน่วยสอดเเนมของพวกต้าเซิ่ง!”
“ตามไป เเล้วฆ่ามันซะ!”
“…”
ทหารม้าชนเผ่าป่าเถื่อนคิดว่าเฉินซานซือเป็น​หน่วยสอดเเนม
แต่พอตามไล่ล่าออกไป ม้าขาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
“หนีเร็วดีนี่!”
“ฟิ้ว—”
ขณะที่ทหารม้าชนเผ่าป่าเถื่อนคิดว่าเฉินซานซือหนีไปแล้ว มันก็มีลูกธนูยิงมาอีกหลายดอก
“มาอีกแล้ว…ตามไป!”
เเต่พอไล่ตาม ม้าขาวก็หายตัวไปอีกครั้ง
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ วนไปวนมาหลายครั้ง!
“กล้ามาก!”
ในที่สุดแม่ทัพของเหล่าทหารม้าก็ทนไม่ไหว
พอเขาเห็นแม่ทัพม้าขาวปรากฏตัวอีกครั้ง เขาก็ขี่ม้าไล่ตาม โดยมีทหารม้าอีกสิบกว่านายตามไปติดๆ
แต่ครั้งนี้ ความเร็วของม้าขาวกลับช้าลงอย่างเห็​นได้​ชัด​
จนกระทั่งพวกเขาเข้าใกล้ในระยะสามร้อยก้าว…เฉินซานซือก็หันม้ากลับ แล้วควบม้าพุ่งเข้าใส่พลางง้างธนู
ฉึกๆๆๆๆๆ!!!
ทหารม้าที่อยู่ด้านหลังแม่ทัพล้มลงทีละคน จนกระทั่งเหลือระยะห่างแค่สิบก้าว ธนูในมือก็เปลี่ยนเป็นหอกโดยที้ไม่มี​ใครรู้ตัว
แม่ทัพชนเผ่าป่าเถื่อนมีอาวุธเป็นดาบยาว
เขาเตรียมพร้อมตั้งนานเเล้ว แต่พอถึงเวลาจริงๆ กลับไม่รู้ว่าจะรับมืวิชา​หอกอันพิศดาร​ของอีก​ฝ่าย​ยังไง
ในใจของเขา​ตอนนี้​ เกิดความกลัว ถึงขั้นอยากจะหันหลังหนี
“ฉึก—”
ในช่วงเวลาที่ลังเล หอกอันรวดเร็ว​ก็แทงทะลุหัวใจของมันไปแล้ว
ทหารม้าสามพันนายตามมาสมทบ…เเต่แม่ทัพม้าขาวก็หายตัวไปอีกครั้ง ราวกับภูตผีที่เเค่แวะเวียนมาเอาชีวิต!
บุกฝ่ากองทัพสามพันคน…สังหารแม่ทัพได้สำเร็​จ
เเถมหลังจากสังหารเเม่ทัพแล้ว ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย!
“ยัง…เรายังจะต้องตามไปอีกไหม?”
รองแม่ทัพกลืนน้ำลายอึกใหญ่​
ตอนนี้ เขาคงไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหนอีกเป็นเวลานาน
………………….