เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1​06 : หนึ่งคนยืนหยัดต่อสู้กับศัตรูนับพัน!

บทที่ 1​06 : หนึ่งคนยืนหยัดต่อสู้กับศัตรูนับพัน!

บทที่ 1​06 : หนึ่งคนยืนหยัดต่อสู้กับศัตรูนับพัน!


บทที่ 1​06 : หนึ่งคนยืนหยัดต่อสู้กับศัตรูนับพัน!

เฉินซานซือนรีบลงจากม้า แล้ววิ่งเข้าไปในป่าตามเสียงที่ได้ยิน

จากนั้น​ไม่นาน เขาก็เห็นหานเฉิงกำลังปล่อยเหยี่ยวนอกกำแพงเมืองไปทางด้านหลังกองหิน

นกเหยี่ยว​ตัวนี้มันดูแปลกประหลาด ไม่เหมือนนกทั่วไป น่าจะเป็นสัตว์อสูร

“ท่านเฉิน จดหมายจากจวนผู้บัญชาการมาแล้ว พวกเรารอดแล้ว…” หานเฉิงพิงอยู่กับก้อนหินเเล้วพูดขึ้น​

“ท่านผู้บัญชาการบอกว่า สนามรบหลักทางตะวันตกเฉียงเหนือทั้งสามมณฑลกำลังถึงจุดชี้ขาด ตอนนี้ยังไม่สามารถส่งกองทัพหลักทั้งแปดหรือกองกำลังพิเศษมาได้”

“แต่ก็ยังสามารถ​รวบรวมทหารจากรอบๆมาให้ได้ถึงห้าหมื่นนาย…นอกจากนี้​ แม่ทัพฝึกหัดจากทางตะวันตกเฉียงเหนือทั้งสามมณฑลก็กำลังเดินทางมาหยุนโจวทั้งกลางวันกลางคืน”

“แม่ทัพฝึกหัด?” เฉินซานซือสังเกตเห็นจุดสำคัญ

“หมายถึงแบบข้า?”

“ใช่” หานเฉิงพยักหน้า

“ทุกปีช่วงเดือนกุมภาพันธ์หลังจากฤดูใบไม้ผลิ จะมีการคัดเลือกแม่ทัพฝึกหัด…หลายคนจะมาถึงเมืองเหลียงโจวก่อนล่วงหน้า แต่ก็ต้องรอให้คนครบก่อนถึงจะเริ่มการคัดเลือกอย่างเป็นทางการ”

“ประมาณเจ็ดวัน พวกเขาก็น่าจะถึงเมืองฮวนเหวิน ชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือของหยุนโจว จากนั้นจะส่งกำลังไปยังเมืองต่างๆในหยุนโจวตามสถานการณ์”

“ระยะทางจากที่นี่ไปเมืองฮวนเหวินไม่ไกล ก็น่าจะประมาณเจ็ดวันเหมือนกัน”

“แต่เส้นทางนี้ ถ้าจะไปเมืองฮวนเหวิน ต้องข้ามแม่น้ำ”

“เเถมแม่น้ำหงเจ๋อ เป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือ”

“การพาชาวบ้านสี่หมื่นคนข้ามแม่น้ำ ไม่รู้ต้องเสียเวลาเท่าไหร่”

“ท่านเฉิน ข้ายังคงแนะนำเหมือนเดิม อย่าไปสนใจชาวบ้านหรือทหารทั่วไปเลย พาทหารม้าไปเร็วๆเถอะ แค่ข้ามแม่น้ำไปได้ก็ปลอดภัยแล้ว”

“อีกอย่าง ครั้งนี้ที่รวบรวมแม่ทัพฝึกหัดทั้งหมดไว้ด้วยกัน ข้าเกรงว่าท่านผู้บัญชาการคงอยากใช้สงครามครั้งนี้เป็นบททดสอบ”

“การต่อสู้จริงในสงคราม จะเป็นส่วนสำคัญของการคัดเลือกแม่ทัพฝึกหัด”

“เพราะการคัดเลือกแม่ทัพ ถ้าแม่ทัพคนไหนนำทัพไม่เป็น ต่อให้มีวรยุทธสูงส่งก็ไร้ประโยชน์”

“การเข้าร่วมสงครามที่หยุนโจวครั้งนี้ จึงสำคัญมากอย่างแน่นอน”

“ดังนั้น ท่านเฉินควรไปถึงเมืองฮวนเหวินโดยเร็วที่สุด ถึงตอนนั้น ทางจวนผู้บัญชาการจะมอบหมายกองกำลังให้ท่านตามระดับวรยุทธ…ถ้าพลาดโอกาสนี้ ก็เท่ากับพลาดโอกาสสำคัญในการสร้างความประทับใจให้ท่านผู้บัญชาการ”

“ท่านเฉิน…โปรดคิดดูให้ดี”

“พี่หาน…เรื่องมาถึงขนาดนี้ คงไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว”

เฉินซานซือไม่รู้สึกเสียใจเลยแม้แต่น้อย

ถ้าเขาละทิ้งเมืองตั้งแต่แรก ก็แค่ถูกหาว่าขี้ขลาด…แต่ถ้าหนีกลางคันแบบนี้ เขาคงนอนไม่หลับไปตลอดแน่

ส่วนเรื่องการคัดเลือกแม่ทัพฝึกหัด เรื่องนั้นเขาไม่กังวล

การฝึกฝนของเขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แถมยังมีทักษะ [บังคับบัญชา] อีก…ถึงตอนแรกจะไม่ได้โดดเด่น แต่หลังจากออกรบ เขาต้องฉายแววออกมาแน่

เว้นแต่…จวนผู้บัญชาการจะเหมือนกับกองทัพ ภายนอกดูดี แต่ภายในเน่าเฟะ

แต่โอกาสเป็นแบบนั้นน้อยมาก

กองทัพที่เน่าเฟะ ไม่มีทางมีอำนาจขนาดนี้ได้

เเละถึงจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ในราชวงศ์ต้าเซิ่ง เขายังมีที่อื่นให้ไปอีกเหรอ?

….

“ตกลงตามนั้น!” หานเฉิงไม่ได้พูดอะไรต่อ

“ในเมื่อท่านเฉินตัดสินใจแล้วก็ตามนั้น…เเต่ข้ามีอีกเรื่อง ท่านช่วยหาข้ออ้างส่งคุณชายไปอยู่หน้าขบวนด้วย อย่าให้เขาอยู่เป็นกองหลังเลย”

“อืม ข้ารู้แล้ว”

เฉินซานซือบอกลาหานเฉิง

จากนั้น เขาก็หาตำแหน่งบนแผนที่แล้ววางแผนเส้นทางใหม่

บอกทุกคนว่าเปลี่ยนจุดหมายจากเมืองเหิงคังเป็นเมืองฮวนเหวิน แล้วให้ส่งข่าวไปยังหน้าขบวน

“เจ็ดวัน!”

“ถึงจะพาชาวบ้านไปด้วย ก็น่าจะทัน!”

ยังดีกว่าครึ่งเดือนแบบเส้นทางก่อนหน้า

แต่หลังจากนี้ คงเลี่ยงการถูกไล่ล่าไม่ได้แน่

ส่วนทหารม้าศัตรูสามพันนาย ตราบใดที่ไม่มีแม่ทัพที่สูงกว่าระดับหลอมอวัยวะภายใน เขาก็น่าจะรับมือได้

ส่วนตอนนี้ก็ต้องรีบฝึกฝน หาข้อมูลของศัตรู แล้วค่อยตัดสินใจอีกที

….

สามวันต่อมา

เขาจงใจเดินช้าๆอยู่ท้ายขบวนเพียงลำพัง ใช้เวลาว่างฝึกฝน แล้วใช้ความเร็วของม้าขาวเพื่อตามขบวนให้ทัน…ทำแบบนี้วนไปเรื่อยๆ

ต้องยอมรับเลยว่าม้าขาวมีประโยชน์มากจริงๆ

กลางดึก

เฉินซานซือดื่มเหล้าเสือเขี้ยวดาบไหสุดท้าย กินหลิงเหอเข้าไป แล้วเริ่มแกว่งหอก

แสงจันทร์ส่องประกาย หอกในมือของเขาตัดผ่านสายลมหนาว มีทั้งความหนักแน่นของงูทอง ความว่องไวของงูเหิน และความดุร้ายของหอกทะลวง…ทุกอย่างผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์

งูขาวพ่นพิษ วัวเหล็กไถนา นกนางแอ่นโฉบรัง มังกรเหลืองนอนแผ่…ทุกท่วงท่า ทุกกระบวนท่า ล้วนผสานรวมกัน

ตอนนี้ หอกในมือของเฉินซานซือไม่ใช่งูอีกต่อไป แต่มันเป็นงูหลามยักษ์ และเป็นงูหลามยักษ์ที่วันหนึ่งจะกลายเป็นมังกร!

พลังจากวิชาหอกสามผสาน ทำให้เลือดในร่างกายของเฉินซานซือราวกับขาดการควบคุม เเละไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง

ความเจ็บปวดจากภายในร่างกายทำให้เขาทรมานจนแทบจะเป็นลม จนกระทั่งค่อยๆทำความเข้าใจ สามารถทำให้กระบวนท่าหอกสอดคล้องกับการไหลเวียนของเลือด เขาจึงสามารถควบคุมพลังเลือดช้างมังกรได้อย่างอิสระ

ในขณะนั้น ด้วยพลังจากเลือด ความเร็วในการตอบสนอง พลังระเบิด ประสาทสัมผัสทั้งห้า ทุกอย่างนี้ล้วนได้รับการพัฒนาอย่างมาก

ในขั้นฝึกเคลื่อนย้ายโลหิต เขาสามารถรับรู้ถึงอันตรายจากทุกทิศทุกทาง และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว บวกกับพลังระเบิดที่น่าสะพรึงกลัว…

ไม่แปลกใจเลย ไม่ว่าจะเป็นเซียงถิงชุน หลัวตงเฉวียน หรืออู๋มู่เอ๋อร์…พวกเขาต่างก็สามารถปัดลูกธนูได้อย่างง่ายดาย

ยิ่งตอนสู้กับอู๋มู่เอ๋อร์…มันยังสามารถมองเห็นจุดอ่อนในกระบวนท่าหอกของเขาได้อย่างรวดเร็ว

สรุปก็คือ ข้อได้เปรียบของระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นต้น คือการใช้ประโยชน์จากความสามารถรอบด้านที่เพิ่มขึ้นจาก “ฝึกเคลื่อนย้ายโลหิต” เพื่อรับมือกับอันตรายต่างๆ แล้วใช้พลังระเบิดในการโต้กลับ

ตั้งรับ แล้วโต้กลับ!

เเถมด้วยพลังจากเลือดช้างมังกร เส้นเอ็นเก้ามังกร และร่างกายอื่นๆ…ความเร็วในการฝึกเคลื่อนย้ายโลหิตของเขาจึงเหนือกว่าคนอื่นในระดับเดียวกันมาก!

[วรยุทธ: วิชาหอกสามผสาน (เริ่มต้น)]

[ความคืบหน้า: 0/500]

[ผลของวิชา: พลังเลือดช้างมังกร, เส้นเอ็นเก้ามังกร, กายาวัชรทองคำ, ระบำโลหิตคลั่ง]

[ระบำโลหิตคลั่ง: ขั้นสูงสุดของการฝึกเคลื่อน​ย้ายโลหิต…บ้าคลั่งไร้ผู้ต้านทาน!]

บ้าคลั่งไร้ผู้ต้านทาน!

อาจเป็นเพราะวิชาหอกสามผสาน ได้หลอมรวมลักษณะเด่นของวิชาหอกหลายแบบ มันจึงทำให้เกิดความบ้าคลั่งคูณสาม!

ความรวดเร็ว ความดุร้าย ความอึด…เมื่อรวมกันแล้ว ก็คือความบ้าคลั่ง ความบ้าระห่ำไม่กลัวตาย!

หลังจากเข้าสู่ระดับหลอมอวัยวะภายใน ข้อได้เปรียบด้านความอึดของเฉินซานซือยังคงอยู่ และจะยิ่งดีขึ้นตามระดับที่สูงขึ้น

แต่ตอนนี้ ถ้าอยากสัมผัสกับความอึดของเขา คงต้องรับมือกับการโจมตีอันดุเดือดในช่วงแรกให้ได้ก่อน!

คู่ต่อสู้ที่ยังไม่ถึงระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นความสำเร็จ​อัน​ยิ่งใหญ่…ตอนนี้ส่วนใหญ่สู้เขาได้ไม่เกินสามกระบวนท่าเเน่ๆ!

“ในที่สุดก็ฝึก​ถึงขั้นหลอมอวัยวะภายในแล้ว!”

เฉินซานซือถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เขาไม่ได้ตามขบวนไป แต่แยกกับม้าขาวชั่วคราว

สั่งให้มันไปหลบซ่อนตัวก่อน แล้วแอบเข้าไปในป่า รอการมาถึงของข้าศึก แล้วค่อยไล่ตามพวกมันไปอย่างลับๆ

ไม่ว่าจะเป็นการถอยหรือการไล่ล่า…กองทัพ​ก็ล้วนต้องหยุดพัก

ไม่ใช่ว่าม้าทุกตัวจะวิ่งได้วันละสองพันลี้เหมือนม้าขาว ถ้าวิ่งมากเกินไป ม้าก็จะเหนื่อยตาย ต้องหยุดพักเป็นระยะ และให้กินอาหารอย่างดี

ดังนั้น​ ทุกครั้งที่ข้าศึกหยุดพักจึงเป็น​โอกาส​

เฉินซานซือจะใช้ความมืด หาโอกาสจับคนที่เเยกตัวโดดเดี่ยวมาเค้นข้อมูล

เเละในที่สุด เขาก็ได้ข้อมูล​

แม่ทัพที่นำทหารม้ามาไล่ล่า มีระดับสูงสุดแค่หลอมอวัยวะภายในขั้นความ​สำเร็จ​เล็กน้อย​เท่านั้น​

เเละด้วยข้อมูล​นี้ เฉินซานซือก็ไม่ลังเลอีกต่อไป

สำหรับเขา สิ่งเดียวที่ต้องกังวล คือการถูกปราบโดยผู้ที่มีวรยุทธสูงกว่า

ไม่อย่างนั้น​ ด้วยวิชาหอก วิชาธนู บวกกับความเร็วของม้าขาว เขาคือเทพเจ้าแห่งสงครามกองโจร…ตราบใดที่ไม่บุกเข้าไปในวงล้อมของศัตรู ก็ไม่มีใครหยุดเขาได้

……

“ข้าศึกบุก!”

ทหารม้าชนเผ่าป่าเถื่อนเพิ่งจะหยุดพัก ก็มีลูกธนูระดมยิงมาราวสายฝน​ สังหารพวกเขา​ไปหลายนาย

ทุกคนมองไปยังเบื้องหน้า เห็นแม่ทัพขี่ม้าขาวอยู่คนเดียว!

“หน่วยสอดเเนมของพวกต้าเซิ่ง!”

“ตามไป เเล้วฆ่ามันซะ!”

“…”

ทหารม้าชนเผ่าป่าเถื่อนคิดว่าเฉินซานซือเป็น​หน่วยสอดเเนม

แต่พอตามไล่ล่าออกไป ม้าขาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

“หนีเร็วดีนี่!”

“ฟิ้ว—”

ขณะที่ทหารม้าชนเผ่าป่าเถื่อนคิดว่าเฉินซานซือหนีไปแล้ว มันก็มีลูกธนูยิงมาอีกหลายดอก

“มาอีกแล้ว…ตามไป!”

เเต่พอไล่ตาม ม้าขาวก็หายตัวไปอีกครั้ง

เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ วนไปวนมาหลายครั้ง!

“กล้ามาก!”

ในที่สุดแม่ทัพของเหล่าทหารม้าก็ทนไม่ไหว

พอเขาเห็นแม่ทัพม้าขาวปรากฏตัวอีกครั้ง เขาก็ขี่ม้าไล่ตาม โดยมีทหารม้าอีกสิบกว่านายตามไปติดๆ

แต่ครั้งนี้ ความเร็วของม้าขาวกลับช้าลงอย่างเห็​นได้​ชัด​

จนกระทั่งพวกเขาเข้าใกล้ในระยะสามร้อยก้าว…เฉินซานซือก็หันม้ากลับ แล้วควบม้าพุ่งเข้าใส่พลางง้างธนู

ฉึกๆๆๆๆๆ!!!

ทหารม้าที่อยู่ด้านหลังแม่ทัพล้มลงทีละคน จนกระทั่งเหลือระยะห่างแค่สิบก้าว ธนูในมือก็เปลี่ยนเป็นหอกโดยที้ไม่มี​ใครรู้ตัว

แม่ทัพชนเผ่าป่าเถื่อนมีอาวุธเป็นดาบยาว

เขาเตรียมพร้อมตั้งนานเเล้ว แต่พอถึงเวลาจริงๆ กลับไม่รู้ว่าจะรับมืวิชา​หอกอันพิศดาร​ของอีก​ฝ่าย​ยังไง

ในใจของเขา​ตอนนี้​ เกิดความกลัว ถึงขั้นอยากจะหันหลังหนี

“ฉึก—”

ในช่วงเวลาที่ลังเล หอกอันรวดเร็ว​ก็แทงทะลุหัวใจของมันไปแล้ว

ทหารม้าสามพันนายตามมาสมทบ…เเต่แม่ทัพม้าขาวก็หายตัวไปอีกครั้ง ราวกับภูตผีที่เเค่แวะเวียนมาเอาชีวิต!

บุกฝ่ากองทัพสามพันคน…สังหารแม่ทัพได้สำเร็​จ

เเถมหลังจากสังหารเเม่ทัพแล้ว ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย!

“ยัง…เรายังจะต้องตามไปอีกไหม?”

รองแม่ทัพกลืนน้ำลายอึกใหญ่​

ตอนนี้ เขาคงไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหนอีกเป็นเวลานาน

………………….

จบบทที่ บทที่ 1​06 : หนึ่งคนยืนหยัดต่อสู้กับศัตรูนับพัน!

คัดลอกลิงก์แล้ว