เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 105 : สถานการณ์​เลวร้าย!

บทที่ 105 : สถานการณ์​เลวร้าย!

บทที่ 105 : สถานการณ์​เลวร้าย!


บทที่ 105 : สถานการณ์​เลวร้าย!

สองวันต่อมา

ณ ด้านนอกกำแพงเมือง

ทหารชนเผ่าป่าเถื่อนที่แตกพ่ายไป ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งราวๆพันกว่าคน แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้กำแพงเมืองแม้แต่ก้าวเดียว

พวกมันถอยกลับไปตั้งค่ายที่ทุ่งหญ้าห่างออกไปหลายสิบลี้ แถมหน่วยสอดเเนมสองคนที่ส่งออกไปก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ยิ่งทำให้ไม่มีใครกล้าออกไปอีก

“ครืนนนนน—!”

ทันใดนั้น​ เสียงฝีเท้าม้าที่ดังสนั่นหวั่นไหวก็ลอยมาเเต่ไกล

ในวันเดียวกันนั้นเอง กองทัพใหญ่ที่ถูกดึงตัวมาจากสนามรบหลักที่เมืองเหลียงโจวก็เดินทางมาถึงเเล้ว

เเถมจำนวนมากกว่าที่ข่าวกรองรายงานไว้ เพราะมีมากถึงสี่หมื่นนาย!

“ไอ้พวกสารเลว!”

แม่ทัพระดับเปิดเส้นชีพจร​นามว่า อู๋เหลียงฮา ฟาดแส้ลงบนร่างทหารคนหนึ่ง

“พวกเจ้าควรจะล้อมเมืองอยู่ไม่ใช่รึไง! เเล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่!?”

แส้เดียว…ร่างของทหารคนนั้นขาดเป็นสองท่อน!

ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าแส้ไม่ได้โดนร่างของทหารเลย แต่มันกลับมีพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็นแผ่ออกมาจากแส้ แล้วฉีกกระชากร่างของทหารออกเป็นสองส่วน

“ท่านแม่ทัพไว้ชีวิตด้วย!”

ทหารชนเผ่าป่าเถื่อนคุกเข่าลงกับพื้น แล้วรีบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อนให้ฟังทันที​

“เหลวไหล!”

“ผู้บัญชาการซุนยังอยู่ที่สนามรบหลักเมืองเหลียงโจว ถ้าจะมาเมืองหยุนโจว ก็น่าจะอีกอย่างน้อยครึ่งเดือน!”

“เเบบนั้นเขาจะมาเมืองผอหยางได้ยังไง แล้วจะฆ่าแม่ทัพระดับหลอมอวัยวะภายในของเราได้ยังไง!?”

หลังจาก​พูด​จบ​ อู๋เหลียงฮาก็สั่งการ​อย่างเดือดดาล

“เคลื่อน​กองทัพบุกเมืองผอหยาง! ข้าจะไปดูซิว่าใครมันทำให้พวกเจ้าขี้ขลาด​ตาขาว​ได้ขนาดนี้!”

เมื่อกองทัพสี่หมื่นนายมาถึงหน้าประตูเมือง

สิ่งที่ปรากฏต่อหน้า…กลับเป็นเมืองร้าง

ไม่ใช่แค่ไม่มีทหาร แต่ไม่มีแม้แต่ชาวบ้านสักคน!

“โง่!...ไอ้พวกโง่เอ๊ย!”

อู๋เหลียงฮาตะโกน​ด้วยความโกรธ

“คนทั้งเมืองหลายหมื่นคน พวกเจ้าปล่อยให้หนีไปได้ยังไง!”

“ไม่ต้องบุก แค่ล้อมเมืองไว้ยังทำไม่ได้รึไง!”

“ไอ้พวกเวร…ไป…ไปเข้าเมือง ไปค้นให้ทั่ว!”

กองทัพชนเผ่าป่าเถื่อนหลั่งไหลเข้าเมือง

ส่วนอู๋เหลียงฮา เดินทางไปยังสถานที่แห่งหนึ่งเพียงลำพัง แล้วรออย่างเงียบๆ

ไม่นานนัก เหล่าสาวกของลัทธิ​เทพ​วิญญาณที่สวมชุดคลุมสีดำก็ทยอยเดินทางมาถึง

ผู้นำกลุ่ม เป็นถึงระดับเปิดเส้นชีพจร​โดยที่ในมือของเขาถือกระบองยาว

“แม่ทัพอู๋เหลียงฮา ทำไมเจ้าถึงส่งเมืองร้างมาให้ข้า!?”

“อู๋มู่เอ๋อร์มันไอ้พวกไร้ประโยชน์! ข้าส่งแม่ทัพระดับหลอมอวัยวะภายในไปช่วยมันมากมาย แต่กลับถูกตีเเตกจนเหลือแค่สองพันคน!”

อู๋เหลียงฮาพยายามระงับโทสะ เเล้วเอ่ยต่อ

“เราควรทำยังไงต่อดี? จะล้มเลิกเมืองผอหยางเลยไหม?”

“ไม่ได้!”

อามู่กู่ หัวหน้าสาขาลัทธิ​เทพ​วิญญาณกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“แผนการที่วางไว้ เราต้องการคนจากหยุนโจวหกแสนคน แค่เมืองเดียวก็มีคนอย่างน้อยสามหมื่นคน ถ้าปล่อยพวกมันไป แล้วจำนวนคนไม่ครบจะทำยังไง!?”

“งั้นก็ไล่ตาม” อู๋เหลียงฮากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“แม่ทัพในเมืองมันบ้าไปแล้ว ที่พาชาวบ้านไปด้วย…ยังไงความเร็วของพวกมันต้องช้ามากแน่ ข้าจะนำทัพไปตามทางหลวง ทหารม้าไม่กี่วันก็ตามทันแล้ว”

“งั้นส่งทหารม้าสามพันนายไปไล่ตามก็พอแล้ว ให้แม่ทัพระดับหลอมอวัยวะภายในนำทัพไป ส่วนข้าจะนำกำลังพลอีกส่วนหนึ่งไปเมืองเหิงคังก่อน…ที่นั่นมีคนมากกว่า จัดการที่นั่นเสร็จ ข้าจะไปตามพวกมันเอง” อามู่กูจัดการอย่างเป็นระบบ

“ส่วนคนที่เหลือ เจ้าพาทั้งหมดไปตีเมืองอันติ้ง”

เหนือระดับหลอมอวัยวะภายใน คือระดับแปรเปลี่ยนพลัง

เหนือระดับแปรเปลี่ยนพลัง คือระดับเปิดเส้นชีพจร​!

“เมืองอันติ้ง?” อู๋เหลียงฮาสับสนเล็กน้อย

“เจ้าแน่ใจนะ? ไม่ใช่ว่าตกลงกันแล้วเหรอ ว่าจะล้อมเมืองอันติ้งไว้เฉยๆ แล้วค่อยถอนทัพหลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้น?”

“นี่เป็นคำสั่งของเจ้าสำนัก” อาหมู่กู่กล่าว

“เมืองเหิงคังกำลังจะแตกแล้ว…ดังนั้น ถ้าเราตีเมืองอันติ้งได้อีก ถึงแม้จะยึดหยุนโจวไม่ได้ เราก็ยังเรียกร้องผลประโยชน์ได้มากขึ้น”

“ตกลง!” อู๋เหลียงฮาตอบรับ

“แม่ทัพในเมืองนั้น เต็มที่ก็แค่ระดับหลอมอวัยวะภายใน หรืออาจจะยังไม่ถึงด้วยซ้ำ ข้าฝากเจ้าจัดการด้วยล่ะ”

จากนั้นกองทัพใหญ่ก็กระจายกันออกไป

สำหรับพวกเฉินซานซือ ทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนสามพันนายก็ได้ออกเดินทางตามรอยที่กองทัพของเฉินซานซือทิ้งเอาไว้ทันที

...

อีกด้าน

“ฮู่ว—”

ในที่สุดพลังจากเหล้าเสือเขี้ยวดาบก็ถูกดูดซับจนหมด

เฉินซานซือปักหอกลงกับพื้น แล้วค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมา

[วรยุทธ: วิชาหอกสามผสาน (ยังไม่เริ่มต้น)]

[ความคืบหน้า: 45/100]

[ผลของวิชา: พลังเลือดช้างมังกร, เส้นเอ็นเก้ามังกร, กายาวัชรทองคำ]

หลังจากเริ่มฝึกเคลื่อนย้ายโลหิต ประสิทธิภาพในการใช้พลังจากหลิงเหอก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก…บวกกับเหล้าเสือเขี้ยวดาบ ทำให้การฝึกฝนของเขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

นับตั้งแต่ออกจากเมืองผอหยาง ก็ผ่านมาสองวันครึ่งแล้ว

อีกไม่เกินสองวัน เขาก็น่าจะเริ่มต้นระดับหลอมอวัยวะภายในได้

ถึงตอนนั้น ถ้าเจอแม่ทัพระดับหลอมอวัยวะภายใน ตราบใดที่ไม่ใช่ขั้นสมบูรณ์…เขาก็ไม่ต้องเอาชีวิตเข้าแลกเหมือนครั้งก่อนอีกต่อไป

แต่ว่า…ทหารม้าที่ไล่ตามพวกเขาก็น่าจะใกล้เข้ามาแล้ว

“ท่านเฉิน!”

หวังลี่ขี่ม้าเข้ามารายงาน

“ทหารจากนายร้อยหวังมาช่วยเหลือพวกเราแล้วครับ มีทั้งหมดสองพันนาย!”

เฉินซานซือเก็บหอกขึ้นม้า แล้วขี่ไปยังทางแยกข้างหน้า

ก่อนหน้านี้เขาเรียกม้าว่าเจ้าขาว แต่รู้สึกว่ามันยังขาดอะไรบางอย่าง เเละในเมื่อมันสามารถตามหาเขาได้ไกลเป็นพันลี้ ก็เลยเปลี่ยนชื่อให้เป็นเจ้าพันลี้…ถือว่าเป็นชื่อที่สมบูรณ์แบบ

…..

เมื่อมาถึงจุดนัดพบ

เขาก็เห็นกองทัพที่มีระเบียบวินัยค่อนข้างดี

ผู้นำขี่ม้าสีแดง เป็นถึงรองแม่ทัพระดับหลอมอวัยวะภายใน เเละในมือถือหอกยาว

“ท่านคือเฉินซานซือสินะ ท่านนำทหารพันกว่านายเอาชนะชนเผ่าป่าเถื่อนหกพันนายได้ ช่างเป็นวีรบุรุษที่หาได้ยากยิ่ง ข้าขอคารวะ”

หวังจื๋อกล่าวแนะนำ “ผู้นี้คือรองแม่ทัพตูหรง ท่านเเม่ทัพเมืองเหิงคังส่งเขามารับพวกเรา”

“ท่านเฉิน…เมืองเหิงคังกำลังแย่ เชิญท่านรีบกลับไปช่วยเหลือโดยด่วน” ตูหรงที่นั่งอยู่บนหลังม้ากล่าวอย่างเร่งรีบ

“ท่านรองแม่ทัพตู เราจะกลับไปเหิงคังตรงๆไม่ได้…ซูเหวินไฉ เอาแผนที่มา”

จากนั้น​ เฉินซานซือก็ใช้หอกชี้ไปที่แผนที่

“ท่านรองแม่ทัพตู รบกวนท่านนำทหารไปตามเส้นทางนี้ แล้วส่งคนจำนวนหนึ่งกลับไปเมืองเหิงคัง เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย พวกเราค่อยตามท่านไป”

“ทำไมต้องเสียเวลาวนไปวนมาด้วย?...แบบนี้คงต้องเสียเวลาอย่างน้อยวันครึ่ง” ตูหรงขมวดคิ้ว

“ท่านเฉิน หรือว่าท่านคิดว่าเมืองเหิงคังแตกแล้ว?”

เฉินซานซือพยักหน้ารับ

“เป็นไปไม่ได้!”

“เมืองเหิงคังตั้งอยู่บนภูเขา ป้องกันได้ง่าย โจมตีได้ยาก”

“ถึงจะโดนกองทัพใหญ่โจมตี ก็น่าจะป้องกันได้อย่างน้อยห้าเดือน จะเป็นไปได้ยังไงที่เมืองจะแตกภายในไม่กี่วัน” ตูหรงกล่าวอย่างมั่นใจ

“รบกวนท่านรองแม่ทัพตูทำตามที่ข้าเสนอด้วย” เฉินซานซือประสานมือคำนับ

“ข้างหลังข้ามีชาวบ้านหลายหมื่นคน…ข้าไม่กล้าเอาชีวิตพวกเขาไปเสี่ยง ทำแบบที่ข้าบอกจะปลอดภัยที่สุด”

ป้องกันได้ง่าย โจมตีได้ยาก?

เมืองผอหยางก็ป้องกันได้ง่าย แต่ใครจะไปคิดว่าจะมีปัญหาภายใน?

ดั่งโบราณ​บอกไว้ ป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุด มักจะถูกทำลายจากภายใน…เเล้วเขาก็ยังคงกังวลกับคำพูดของเซวี่ยหยูผิงด้วย

ตูหรงขมวดคิ้วครุ่นคิด สุดท้ายก็เอ่ยออกมา

“ถ้าเป็นเรื่องจริงล่ะก็ ข้ายิ่งไม่มีเวลามาเสียเวลาอยู่กับพวกเจ้า ข้าต้องรีบกลับไปเดี๋ยวนี้!”

“ท่านรองแม่ทัพตู โปรดระมัดระวังด้วย”

เฉินซานซือเอ่ยเตือนเป็นครั้งสุดท้าย

“โปรดนำทหารไปตามเส้นทางเล็กก่อน อย่างมากแค่สองวันก็ได้ข่าวแล้ว…ถึงตอนนั้น ท่านค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สาย”

“ไม่ได้!” ตูหรงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด​

“หวังจื๋อ หลานชายของเจ้า ข้าจะทิ้งไว้ให้….เจ้าพาพวกเขา​ไปตามเส้นทางของท่านเฉิน ส่วนที่เหลือ ต้องรีบกลับไปกับข้าเดี๋ยวนี้!”

พูดจบ เขาก็นำทหารกลับไปทางเดิมทันที

กองทัพที่ยิ่งใหญ่เมื่อครู่ ผ่านไปไม่นาน ก็เหลือทหารอยู่ที่นี่แค่สองร้อยกว่านาย

“เฮ้อ” เฉินซานซือถอนหายใจเบาๆ

เขาเตือนเต็มที่​แล้ว ทำอะไรไม่ได้เเล้ว

เพราะบ้านเกิดกำลังตกอยู่ในอันตราย…เป็นเรื่องปกติที่อีกฝ่ายจะใจร้อน

เขาเองก็หวังว่าเมืองเหิงคังจะปลอดภัย แต่ถ้าเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ ตู หรงคงไม่รอดกลับมาแน่

แต่ยังไงก็ดี เขาก็ได้กำลังพลเพิ่มมาอีกสองร้อยนาย

“ท่านลุงหวัง!”

“คารวะท่านอดีต​แม่ทัพหวัง!”

นายร้อยระดับหลอมกระดูกทั้งสาม คำนับหวังจื๋อ

“เอาล่ะ ลุกขึ้นเถอะ” หวังจื๋อเข้าไปพยุงพวกเขาทีละคน

“ท่านมีหลานชายเยอะขนาดนี้เลยหรือ?” เฉินซานซือถามอย่างแปลกใจ

“เรียนท่านเฉิน” เด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นก่อน

“พ่อของพวกเราเคยเป็นแม่ทัพในค่ายเสวียนอู่ เเละหลังจากเกิดเรื่อง ท่านแม่ทัพหวังก็พาพวกเรามาอยู่ที่เมืองเหิงคัง ทรัพยากรที่พวกเราใช้ฝึกฝน ล้วนมาจากท่านแม่ทัพหวัง…ถ้าไม่มีท่าน พวกเราคงไม่มีวันนี้”

“อย่าฟังพวกเขาพูดเหลวไหล ข้าต่างหากที่เป็นหนี้พวกเขา” หวังจื๋อกล่าวอย่างละอายใจ

“ตอนนั้นข้าบุกเมืองโดยพลการ ไม่ได้รายงานกองทัพใหญ่…แถมยังทำให้กองทัพทั้งหมดถูกทำลาย ไม่ใช่แค่ข้า แต่นายร้อยระดับหลอมกระดูกขึ้นไป ก็โดนปลดออกจากตำแหน่งทั้งหมด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง”

เฉินซานซือถึงบางอ้อ ตอนนี้​เขารู้​เเล้วว่าเงินของอ้วนนี่หมดไปกับอะไร

…..

เเละทันใดนั้น​เอง​

“รายงาน!”

อู๋ต๋า ผู้​นำหน่วยสอดแนมที่อยู่ด้านหลัง ขี่ม้าเข้ามารายงานอย่างรวดเร็ว

“แย่แล้วท่านเฉิน…ห่างออกไปห้าสิบลี้ พบกองทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนสามพันนาย, เเละดูเหมือนจะเป็นทหารระดับสูงด้วย!”

“อู๋ต๋า เจ้าจงนำคนอีกส่วนหนึ่งอยู่กับจวงอี้…หลังจากที่พวกเราเดินทางไปได้สิบลี้แล้ว ก็จุดไฟเผาป่าตรงนี้ซะ!” เฉินซานซือสั่งการอย่างเด็ดขาด

สองข้างทางตรงนี้ล้วนเป็นป่า…เเถมช่วงฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาว ป่าไม้จะแห้งเเละติดไฟง่าย ถ้าเผาคงจะสามารถชะลอความเร็วของทหารม้าได้อย่างแน่นอน

จากนั้น​ไม่นาน

ตูมมม!

เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วลุกลามอย่างรวดเร็ว

ไม่นานก็ขยายกลายเป็นทะเลเพลิง ควันสีดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พื้นที่โดยรอบหลายร้อยลี้กลายเป็นเถ้าถ่าน

เเละด้วยสิ่งนี้ ทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนก็จำเป็นต้องอ้อมไปทางอื่น

“นี่เป็นแค่แผนชั่วคราวเท่านั้น​” เฉินซานซือถอนหายใจ

การเดินทางครั้งนี้ทั้งยาวไกลและเต็มไปด้วยอุปสรรค เขาหวังว่าตัวเองจะคิดมากไปเอง และหลังจากผ่านเส้นทางเล็กนี้ไปแล้ว จะสามารถอ้อมไปยังเมืองเหิงคังได้

แต่น่าเสียดาย ที่ไม่นานข่าวร้ายก็มาถึง

“เมืองเหิงคังถูกตีแตกเเล้ว!”

“…”

หนึ่งวันต่อมา กองทัพเมืองเหิงคังสองพันนายที่เพิ่งเจอกัน กลับเหลือรอดมาแค่สิบกว่าคน

“สามวันก่อน รองเเม่ทัพคนหนึ่งแห่งเมืองเหิงคังทรยศ…เขาลอบโจมตีเเม่ทัพหม่าจนเสียชีวิต แล้วเปิดประตูเมืองให้ศัตรู​”

“ตอนนี้เมืองเหิงคังกำลังถูกชนเผ่าป่าเถื่อนสังหารหมู่! พวกเราที่รอดชีวิต ต่างก็หนีตายกันไปคนละทิศละทาง”

“…”

ทรยศ!?

“มันเกิดอะไรขึ้น!?” หวังจื๋อดึงคู่สนทนามาถามอย่างกังวล​

“เเม่ทัพหม่าเสียชีวิตแล้วงั้นรึ!?”

“เสียชีวิตแล้วขอรับ หัวของท่านถูกแขวนอยู่ที่ประตูเมือง…”

“ท่านหวังจื๋อ…หยุนโจวจบสิ้นแล้ว!”

“…”

ใจของเฉินซานซือหนักอึ้ง

เมืองเหิงคังแตก เมืองอันติ้งและอีกสามเมืองปิดประตูเมือง

เเบบนี้หมายความว่าส่วนที่เหลือของหยุนโจว จะถูกกองทัพเหยียบย่ำ…ชีวิตของชาวบ้านหลายแสนหรืออาจจะหลายล้านคน อาจจะถูกใช้เป็นเครื่องสังเวย!

ที่น่ากลัวยิ่งกว่า คือสถานการณ์ของพวกเขาจะยิ่งเลวร้ายลง

โหยวโจวอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ แต่ก็ต้องใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยครึ่งเดือน ระยะเวลานี้เพียงพอสำหรับชนเผ่าป่าเถื่อนที่จะตามพวกเขาทัน

“กุกกู— กุกกู—”

เเต่ทันใดนั้นเอง

มันก็มีเสียงนกร้องมาจากป่าใกล้ๆ

จวนผู้บัญชาการ ส่งข่าวมาแล้ว?

…………………

จบบทที่ บทที่ 105 : สถานการณ์​เลวร้าย!

คัดลอกลิงก์แล้ว