- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 103 : เตรียมตัวละทิ้งเมือง
บทที่ 103 : เตรียมตัวละทิ้งเมือง
บทที่ 103 : เตรียมตัวละทิ้งเมือง
บทที่ 103 : เตรียมตัวละทิ้งเมือง
อ่า...
หมวกเหล็กของเฉินซานซือถูกฟันเป็นสองซีก หน้าผากรู้สึกเจ็บแปลบ พร้อมมีเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย
ผิวหนังแข็งแกร่งดุจทองแดงและเหล็กกล้า
แต่ไม่ว่าจะเป็นทองแดงหรือเหล็กกล้า สุดท้ายก็ถูกทำลายได้อยู่ดี
ถ้าเป็นระดับหลอมกระดูก คงไม่สามารถทำอะไรผิวหนังของเขาได้แน่…แต่นี่คือระดับหลอมอวัยวะภายใน มันต่างกันถึงขั้นใหญ่นี่นา
แต่ยังไงก็รับมือไว้ได้แล้ว
และที่ทำแบบนี้ เฉินซานซือก็ไม่ได้บุ่มบ่าม
ตอนที่เขาสู้กับหลัวตงเฉวียน เขาได้ลองประมือกับอีกฝ่ายแล้ว และรู้ว่าพลังของระดับหลอมอวัยวะภายในนั้นแข็งแกร่งเพียงใด
เขามั่นใจว่ากายาวัชระทองคำของเขาสามารถรับมือได้ จากนั้นก็ใช้จังหวะที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว สังหารให้เด็ดขาด
กายาวัชระทองคำ วิชาดาบขั้นสมบูรณ์
ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้เลย!
...
ทางด้านซุนหลี
แม้เธอจะสามารถสังหารนายร้อยระดับหลอมกระดูกสองคนได้ด้วยตัวคนเดียว แต่เธอก็ถูกดาบของศัตรูหลายเล่มฟันเข้า
สำหรับเธอตอนนี้ แม้แต่จะหันไปมองสถานการณ์ที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่สิบก้าวก็ยังยากเลย…เพราะต้องรับมือกับทหารม้าอีกหลายสิบนายที่กำลังรุมล้อมเธอต่อ
เเละถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป พลังปราณเเละเลือดของเธอคงจะค่อยๆหมดลงและถูกพวกมันรุมฆ่าตายเป็นแน่
ส่วนทหารม้าห้าสิบนายที่เธอพามา ในช่วงเวลาสั้นๆแบบนี้ ก็เหลือไม่ถึงครึ่งแล้ว...
แต่ในตอนนั้นเอง
เสียงลูกศรส่งสัญญาณก็ดังก้องไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน ตามมาด้วยเสียงตะโกนกังวาน
"อู๋มู่เอ๋อร์ตายแล้ว! กองทัพใหญ่จากเมืองเหิงคังมาถึงแล้ว! พวกชนเผ่าป่าเถื่อน พวกเจ้าจะยอมแพ้หรือจะสู้จนตาย!"
เฉินซานซือใช้หอกชูหัวของอู๋มู่เอ๋อร์ โชว์ให้ทุกคนเห็น
"ท่านแม่ทัพ...ตายแล้วเหรอ?!" ทหารม้าชนเผ่าป่าเถื่อน ทุกคนต่างตกตะลึง
"ฆ่ามัน!"
“ฆ่าพวกชนเผ่าป่าเถื่อน!”
หลังจากสัญญาณลูกศรดังขึ้น ซุนปู้ฉีและคนอื่นๆ ที่ซ่อนตัวอยู่บนเขาก็ถือคบเพลิงออกมาตะโกนก้องร้อง
เสียงกลองรบดังสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางเงามืดบนภูเขา ยากจะบอกได้ว่ามีคนอยู่กี่คน
"กองกำลังเสริม! กองทัพจากเมืองเหิงคังมาถึงแล้ว!"
"โดนซุ่มโจมตี! ถอยทัพ!"
"ถอย! ถอย!!"
"..."
ทหารม้าห้าร้อยนายที่ไร้ผู้นำต่างตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"จะหนีไปไหน!"
เฉินซานซือถือหอกที่เสียบหัวอู๋มู่เอ๋อร์ไว้ในมือข้างหนึ่ง และถือดาบเจิ้นเยว่ไว้ในมืออีกข้างหนึ่ง พุ่งเข้าไปกลางวงล้อมของศัตรู
การกระทำเช่นนี้ยิ่งทำให้เหล่าทหารม้าเชื่อว่าพวกเขาถูกซุ่มโจมตี ขวัญกำลังใจหายไปจนหมดสิ้น…คิดเพียงแค่จะหนีเอาชีวิตรอด
"ชนะแล้ว!"
เฉินซานซือรู้ดี
เมื่อทหารม้ากลุ่มนี้กลับไปถึงค่าย นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของความพ่ายแพ้ของพวกมัน!
...
บนกำแพงเมือง
"ไอ้ขี้เกียจ ยังไม่ให้พวกเราไปสมทบอีก!…พวกหวังจื๋อ พวกเขาจะตายกันหมดแล้ว!" จูถงเดินวนไปวนมาด้วยความร้อนใจ
"ท่านเฉิน...ท่านเฉินทำไมยังไม่กลับมาอีก?" ซูปินก็เริ่มกระวนกระวาย
"ท่านเฉินต้องปลอดภัยแน่!"
ท่ามกลางความวุ่นวาย ซูเหวินไฉกลับเป็นคนที่ใจเย็นที่สุดในกลุ่ม
"รออีกเดี๋ยว อีกไม่นาน กองทัพชนเผ่าป่าเถื่อน หกพันนาย…จะต้องถูกทำลายลงในพริบตา!"
สิ้นเสียงของเขา
ในที่สุดบนภูเขาด้านทิศตะวันออก แสงเพลิงก็สว่างขึ้นอีกครั้ง
"ดีมาก! กองทัพชนเผ่าป่าเถื่อน จบสิ้นแล้ว!" ซูเหวินไฉโบกพัดขนนกอย่างไม่ลังเล
"หลิวจินไคว่ จูถง อู๋ต๋า ซูปิน ฟังคำสั่งข้า เปิดประตูเมืองด้านตะวันตก ยกทัพออกไปโจมตี! ให้ทหารม้าตั้งขบวนรถนำหน้า ส่วนที่เหลือตามมา…ฆ่าทุกคนที่ขวางหน้า”
“เเต่จงจำไว้ ต้องส่งเสียงดังๆพร้อมจุดคบเพลิงให้สว่างด้วย!”
"ซูเหวินไฉ..." หลิวจินไคว่ถามอย่างกังขา
"พวกเรากำลังเอาชีวิตไปฝากไว้กับเจ้าและเฉินซานซือนะ…รับผิดชอบด้วยล่ะถ้าเกิดอะไรขึ้น!"
เมื่อคืน หลังจากซูเหวินไฉจัดการทุกอย่าง โดยให้ซุนหลีและน้องชาย รวมถึงหวังจื๋อเป็นผู้นำ พวกเขาก็เริ่มเข้าควบคุมกองทัพในเมือง บอกว่าจะเตรียมตีฝ่าวงล้อมในตอนกลางคืน
ตอนแรกพวกเขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และไม่ใช่ว่าจะเชื่อฟังคำสั่งของใครก็ได้
แต่ตอนนี้คนในเมืองครึ่งหนึ่งล้วนเป็นคนของเฉินซานซือ โดยเฉพาะซุนหลีและน้องชาย…พวกเขาจึงมีอิทธิพลมากมาย ไม่มีใครกล้าหักหน้า
ที่สำคัญที่สุดคือ เซียงถิงชุน หลัวตงเฉวียน และคนอื่นๆต่างหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เห็นได้ชัดว่ากำลังมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น และเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความเป็นความตาย พวกเขาจึงจำต้องยอมทำตาม
แต่หลังจากทำตามแผนนี้แล้ว...ทำไมถึงรู้สึกเหมือนกำลังจะถึงจุดจบกันนะ?
"ออกจากเมือง!"
ประตูเมืองเปิดออก
กำลังรบที่เหลือทั้งหมดในเมือง ได้พากันออกไปจนหมด
กองทัพจำนวนไม่ถึงพันคน กลับบุกโจมตีกองทัพชนเผ่าป่าเถื่อนหกพันนายอย่างห้าวหาญ!
...
อีก​ด้าน​ ที่ประตูเมืองด้านตะวันตก
พานฉวนตายไปแล้วท่ามกลางสนามรบ
จ้าวซ่านหมิงแขนขาด เเละกำลังจะตาย
ลูกศิษย์สำนักยุทธ เหล่าเศรษฐี ส่วนใหญ่ตายไปหมดแล้ว
พวกหวังจื๋อและคนอื่นๆ ที่สู้รบมาอย่างหนัก ก็บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก
"ซูเหวินไฉมันหลอกข้ารึเปล่า? ไอ้หินมันสั่งแบบนี้จริงๆเหรอ?!" หวังจื๋อมองกองทัพชนเผ่าป่าเถื่อน ที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด
"ช่างเถอะ…ไปตายเอาดาบหน้าก็แล้วกัน!"
สิบห้าปีก่อน เขาขึ้นมาบนกำแพงเมืองเเบบนี้เพื่อตายอย่างมีเกียรติ​เเต่เขาไม่ตาย
วันนี้…ถ้าได้ตายในสนามรบโดยลากพวกป่าเถื่อน​มาได้มากขนาดนี้ ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว!
"เอาเลย ชาติหน้าค่อยมาเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันใหม่!" เซียชิวอันที่กระดูกโผล่ออกมา ก็เตรียมใจจะตายเช่นกัน
…..
แต่ทันใดนั้น​เอง ประตูเมือง​เบื้องหลังพวกเขาก็เปิดออก
"ฆ่าพวกมันให้หมด!"
แสงเพลิงสว่างไสว มาพร้อม​เสียงตะโกนก้องร้องดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า!
ทหารชนเผ่าป่าเถื่อน ต่างตกตะลึงกับพลังที่ศัตรู​แสดงออกมา
แต่สุดท้าย​ พวกเขา​ก็ยังไม่ถึงกับแตกตื่น เพราะจำนวนของพวกเขามีมากกว่า เพียงแต่สงสัยเล็กน้อย​ว่าทำไมคืนนี้คนในเมืองผอหยางถึงได้บ้าคลั่งเช่นนี้
พวกมันเอาความมั่นใจมาจากไหน หรือว่าอยากตายกันแน่?
จนกระทั่งทหารม้ากลุ่มที่ออกไปก่อนหน้านี้กลับมา มันก็ได้ไขข้อข้องใจให้กับพวกเขาทั้งหมด
"ท่านอู๋มู่เอ๋อร์...ตายแล้ว!"
"ทหารม้าสามพันนายจากเมืองเหิงคังมาช่วยพวกมันแล้ว!"
"ไม่ใช่ ห้าพันนายต่างหาก!"
"..."
"อะไรนะ?!"
รองแม่ทัพถึงกับพูดไม่ออก แต่เขาก็ยังพยายามตั้งสติ
"อย่าพึ่งตกใจไป! พวกมันจะมีทหารเสริมมามากมายขนาดนั้นได้ยังไง!"
…..
ทันใดนั้น​ ม้าขาวตัวหนึ่งก็วิ่งฝ่าเข้ามาในสนามรบ พร้อมชูหัวที่คุ้นเคยขึ้นภายใต้แสงจันทร์
"หัวของอู๋มู่เอ๋อร์อยู่ที่นี่…ยอมแพ้ซะ!"
"นั่นมัน…ท่านแม่ทัพ"
"ฉึกกกก!!—"
ลูกธนูเจาะเกราะพุ่งเข้ามาปักอกรองแม่ทัพระดับหลอมกระดูกขั้นสมบูรณ์จนร่วงลงจากหลังม้า
เเละสถานการณ์​นี้ราวกับฟางเส้นสุดท้าย ที่ทำให้จิตใจของกองทัพชนเผ่าป่าเถื่อนพังทลายลง
ข่าวการตายของแม่ทัพและรองแม่ทัพแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ยิ่งเล่าก็ยิ่งเกินจริง
เเละในที่สุด มันก็กลายเป็นว่ากองทัพหลักทั้งแปดได้ชัยรับชนะในสนามรบหลักที่เมืองเหลียงโจว และผู้บัญชาการ​ซุนได้นำทัพมาล้อมพวกเขาเเล้ว
ในชั่วขณะนั้น
กองทัพชนเผ่าป่าเถื่อนทั้งหกพันนาย…แตกพ่ายยับเยิน!
ทหารเมืองผอหยางไล่ฆ่าฟันอย่างเมามัน แต่กองทัพชนเผ่าป่าเถื่อน กลับไม่คิดจะสู้ ทิ้งอาวุธและชุดเกราะ วิ่งหนีแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง!
จนถึงตอนนี้…หลิวจินไคว่, เซียชิวอัน, จ้าวคัง และคนอื่นๆมองเฉินซานซือที่ยืนอยู่ท่ามกลางกองทัพศัตรู​ที่แตกพ่าย ราวกับมองเทพเจ้า
ในคืนเดียว เมืองผอหยางที่เคยตกอยู่ในวงล้อม…กลับได้รับชัยชนะมาอย่างงดงาม!
อีกหลายปีต่อไป ต่อให้ราชวงศ์ดแปรเปลี่ยน เเต่การต่อสู้ครั้งนี้จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่า:
[ในวันที่หกของเดือนสิบสอง ปีที่เจ็ดสิบสองแห่งรัชสมัยหลงชิ่งของราชวงศ์จักรพรรดิไท่จู่ผู้ยิ่งใหญ่…เฉิน​ซาน​ซือ​ได้สังหารแม่ทัพข้าศึกหลายนาย และนำกองกำลังที่เหลืออยู่เพียงพันกว่านาย เอาชนะกองทัพชนเผ่าป่าเถื่อนหกพันนาย เหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่ายุทธการที่ผอหยาง หรือ ยุทธการ​มังกรผงาดฟ้า
...
จนกระทั่งรุ่งสาง กองทัพชนเผ่าป่าเถื่อนหกพันนายได้ทิ้งเสบียงและสัมภาระไว้มากมาย
พวกมันถอยร่นไปจนพ้นกำแพงเมือง เเละไม่มีใครแม้แต่จะหันกลับมามอง
ยุทธศาสตร์ขึ้นอยู่กับฟ้าดิน สถานที่ และความสามัคคีของผู้คน!
จำนวนคนไม่ได้เป็นตัวตัดสินแพ้ชนะเสมอไป…เพียงแค่ใช้ประโยชน์จาก "สถานการณ์" ก็สามารถเอาชนะข้าศึกที่มีจำนวน​มากกว่าได้!
กองทัพชนเผ่าป่าเถื่อน บุกโจมตีนานแล้วแต่ไม่สำเร็จ และตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ได้สูญเสียแม่ทัพระดับหลอมอวัยวะภายในไปแล้วถึงสามนาย ขวัญกำลังใจจึงตกต่ำ…ดังนั้น​เมื่อแม่ทัพระดับหลอมอวัยวะภายในคนสุดท้ายตาย กองทัพจึงแตกกระเจิงเป็นธรรมดา
ส่วนทางฝ่ายเมืองผอหยาง
หลังจากที่ป้องกันเมืองมานาน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐี ทหาร หรือชาวบ้าน ต่างก็มีขวัญกำลังใจสูง เเละสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน
แถมหลายร้อยคน ยังได้บังเกิด [ความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้จนตัวตาย]
เมื่อเทียบกันแล้ว ความแตกต่างมันมากเกินไป
ยิ่งไปกว่านั้น บังเอิญมีข่าวลือว่ากองทัพจากเมืองเหิงคังอาจจะส่งกำลังมาช่วยในเร็วๆนี้
ด้วยเหตุนี้ เมื่อฟ้าดิน สถานที่ และผู้คน ล้วนเข้าข้างเมืองผอ​หยาง…
กองทัพชนเผ่าป่าเถื่อน จะไม่พ่ายแพ้ได้อย่างไร?
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลองกับปาฏิหาริย์ครั้งนี้อยู่ เฉินซานซือก็ประกาศคำสั่งอีกอย่างหนึ่งทันที
เเละนั่นคือการละทิ้งเมือง!
"ละทิ้งเมือง?"
"ทำไมล่ะ?" จ้าวคังและคนอื่นๆถามอย่างสงสัย
"เมื่อคืนชนเผ่าป่าเถื่อน ตายไปกว่าครึ่ง แค่เหยียบกันตายก็หลายร้อยแล้ว เเถมตอนนี้พวกมันถอยไปไกลถึงกำแพงเมือง บางทีอาจจะกลับไปที่ทุ่งหญ้าแล้วก็ได้”
“ในเมืองผอหยางมีเสบียงเหลือเฟือ พวกเราน่าจะใช้โอกาสนี้เสริมกำลังป้องกัน แล้วตั้งรับต่อไปไม่ใช่เหรอ?”
"ชนเผ่าป่าเถื่อน ล้อมเมืองไว้นานแล้วแต่ไม่บุก พวกเจ้าคิดว่าพวกมันทำอะไรอยู่?”
“พวกมันกำลังรอส่งกำลังมาเสริมไง! และครั้งต่อไป อาจจะมีแม่ทัพระดับที่สูงกว่านี้ก็ได้!”
เฉินซานซือพูดความจริงที่โหดร้ายต่อหน้าทุกคน
"ส่วนพวกเรา ศพของผู้บังคับบัญชาหลายท่านถูกพบในค่ายชนเผ่าป่าเถื่อน ตอนนี้พวกเราจึงไม่มีแม้แต่ระดับหลอมอวัยวะภายใน…จะป้องกันเมืองต่อไปได้อย่างไร?"
"ท่านเฉินพูดถูก!" ซูเหวินไฉเสริม
"เมื่อคืนพวกเราจับเชลยชนเผ่าป่าเถื่อนมาได้ มันบอกว่าจะมีกองทัพอย่างน้อยสามหมื่นนายมุ่งหน้ามาที่ผอหยาง! ส่วนพวกชนเผ่าป่าเถื่อนที่ล่าถอยไป อีกไม่นานพวกมันก็จะตั้งหลักได้ แล้วกลับมาบุกอีกครั้ง!”
“ตอนนี้มีทางเดียวที่เราจะรอด คือละทิ้งเมือง แล้วหนีไป!”
"ทะ...ท่านเฉิน แล้วพวกเราล่ะ?"
ชาวบ้านที่กำลังซ่อมแซมกำแพงเมือง เมื่อได้ยินว่ากองทัพจะละทิ้งเมือง พวกเขา​ต่างก็วางเครื่องมือลง พร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ละทิ้งเมือง
นั่นมีความหมายอีกอย่าง​ คือการทิ้งพวกเขาไว้เบื้องหลัง!
เรื่องแบบนี้ ไม่ใช่ว่าพวกเขา​ไม่เคยได้ยินมาก่อน
กองทัพหนีไป ทิ้งให้ชาวบ้านถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
แล้วที่พวกเขาสู้ยิบตาปกป้องเมืองมาทั้งเดือน มันจะมีความหมายอะไร?
แต่ที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือ ชาวบ้านกลับไม่ได้โวยวายต่อเลย
พวกเขากลับไปหยิบเครื่องมือขึ้นมา แล้วซ่อมกำแพงเมืองต่อไป แค่สีหน้าของพวกเขาดูว่างเปล่า และการเคลื่อนไหวก็ดูแข็งทื่อ ราวกับศพเดินได้ที่ไร้วิญญาณ
ทหารราบและชาวบ้านส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นเดียวกัน
การละทิ้งเมือง สิ่งสำคัญคือการหนีเอาชีวิตรอด
พวกเขาขี่ม้าไม่เป็น มีโอกาสสูงที่จะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
ยิ่งไปกว่านั้น ครอบครัวของพวกเขาส่วนใหญ่อยู่ที่นี่ จะให้ทิ้งไปได้อย่างไร
ภรรยา ลูก พ่อ แม่ จะทิ้งให้พวกเขาตายอยู่ที่นี่เหรอ?
"เดี๋ยวก่อน ข้ายังพูดไม่จบ!" เฉินซานซือผสานลมปราณ เปล่งเสียงดังกังวานดุจระฆังใหญ่ เพื่อให้ทุกคนในบริเวณนั้นได้ยิน
"เราจะละทิ้งเมือง แต่ข้าไม่ได้บอกว่าจะทิ้งผู้​คน!”
“ประกาศคำสั่ง! ถึงชาวเมืองผอหยางทุกคน ผู้ใดประสงค์จะอพยพ ก็ให้ติดตามกองทัพไป! พวกเราเหล่าทหาร จะเป็นกองหลังให้!”
เมื่อสิ้นเสียงของเฉิน​ซาน​ซือ
ไม่ใช่แค่ชาวบ้านเท่านั้น​ที่ตกตะลึง​…แม้แต่ซูเหวินไฉและเหล่าทหาร ต่างก็ตกตะลึงเช่นกัน​
พาชาวบ้านอพยพไปด้วย?
แล้วจะเป็นกองหลังให้พวกเขาอีก?
ประวัติศาสตร์​นับพันๆปีมา เคยมีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ?
ไม่กลัวถูกชาวบ้าน​ถ่วงเเข้งถ่วงขาหรือไง?
"แน่นอน ข้าไม่ได้บังคับใคร" เฉินซานซือพูดต่อ
"ก่อนเที่ยงวันนี้ เราจะออกเดินทางจากประตูเมืองด้านตะวันตก มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก จุดหมายปลายทางคือเมืองเหิงคัง”
“จะไปหรือจะอยู่ ก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ! เเต่พวกเจ้าต้องคิดให้ดี ถ้าไปแล้ว อาจจะไม่ได้กลับมาอีก และมีโอกาสสูงที่จะตายระหว่างทาง!”
…
หลังจากเงียบไปชั่วครู่ ชาวเมืองก็คุกเข่าลงพร้อมกัน
​
"ท่านเฉิน!"
"พวกข้าขอติดตามไปด้วย!"
"พวกข้าจะอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับท่าน จนกว่าชีวิตจะหาไม่!"
"อยู่ที่นี่ก็คงถูกพวกชนเผ่าป่าเถื่อน ฆ่าล้างเมืองอยู่ดี!"
พวกชนเผ่าป่าเถื่อน ชอบข่มเหงน้ำใจ คงไม่มีทางไว้ชีวิตใครแน่
เมื่อเทียบกันแล้ว การจากไปคือทางรอดเดียวเท่านั้​น
"ซูเหวินไฉ เจ้าจัดการเรื่องนี้" เฉินซานซือทิ้งคำสั่งไว้ ก่อนจะเดินไปที่คอกม้าทางทิศตะวันออก เพื่อไปหาหานเฉิงที่บาดเจ็บสาหัส
"องครักษ์​หาน มีข่าวจากจวนผู้บัญชาการหรือยัง?"
"รออีกหน่อย…น่าจะมีข่าวเร็วๆ นี้" หานเฉิงตอบ
"ดี!"
เฉินซานซือพลันคิดถึงคำพูดของผู้ตรวจการ​เซวี่ย เขารู้สึกว่าการไปเมืองเหิงคังก็อาจจะไม่ปลอดภัย
ผู้ตรวจการ​เซวี่ยเคยบอกเขาว่าในยามจำเป็น เมืองเหิงคังก็สามารถละทิ้งได้!
แต่ถ้ามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก ออกจากมณฑลหยุนโจว ก็จะเป็นมณฑลโหยวโจว ซึ่งเป็นหนึ่งในสามมณฑลทางตะวันตกเฉียงเหนือ
หากมณฑลหยุนโจวถูกยึดจริงๆ ก็คงต้องไปพึ่งพามณฑลโกยวโจว เพราะ​ที่นั่นมีกองทัพหลักทั้งแปดและจวนผู้บัญชาการ
พวกเขา​อาจจะได้รับความช่วยเหลือมากกว่า และที่นั่นคือความหวังสุดท้าย
…………………..