เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 102 : ชนเผ่าป่าเถื่อนพ่ายแพ้ยับเยิน

บทที่ 102 : ชนเผ่าป่าเถื่อนพ่ายแพ้ยับเยิน

บทที่ 102 : ชนเผ่าป่าเถื่อนพ่ายแพ้ยับเยิน


บทที่ 102 : ชนเผ่าป่าเถื่อนพ่ายแพ้ยับเยิน

"ตกลง" ซูปินรับคำสั่ง

เขาจุดคบเพลิงขนาดยักษ์ที่เตรียมไว้บนกำแพงเมือง จนเปลวไฟพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

หลังจากทำภารกิจเสร็จ ซูปินก็ถามด้วยความสงสัยว่า

"ท่านซู ท่านแน่ใจนะว่าท่านเฉินเป็นคนสั่ง?"

"แน่นอนว่าท่านเฉินเป็นคนสั่ง"

ซูเหวินไฉโบกพัดขนนก พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"พวกเจ้าทำตามที่ข้าบอกก็พอ ถ้าไม่ทำตามเเล้วมีอะไรผิดพลาด ทุกคนจะโดนลงโทษทางทหาร"

"ทำเป็นเท่ เเล้วเจ้าไปเอาพัดมาจากไหน?" จูถงเอ่ยพลางแย่งพัดไป

"บอกมาสิ ไอ้หินมันบอกอะไรเจ้าบ้าง?"

ตอนนี้ในกองทัพ มีแต่จูถงคนเดียวที่ยังเรียกเฉินซานซือว่าไอ้หิน

ไม่ว่าจะแก้ยังไงก็ไม่หาย กลายเป็นคนพิเศษไปเลย

"ข้าเก็บได้จากพวกเศรษฐีที่ออกจากเมืองน่ะ เอามานี่เลย!"

ซูเหวินไฉเอื้อมมือไปคว้า แต่ก็คว้าไม่ถึง

"ท่านจู ท่านอยากโดนลงโทษทางทหารรึไง?!"

"หึ!"

จูถงยอมคืนพัดให้ แล้วพูดต่อ

"ไอ้หินมันให้อำนาจเจ้ามากมาย ถึงขนาดลงโทษใครก็ได้เลยหรือ?"

"ท่านซู"

เสียงเย็นชาของซุนหลีดังขึ้นด้านข้าง

"ท่านแน่ใจนะว่าการที่น้องรองของข้าสั่งแบบนั้นเเล้วมันจะมีประโยชน์”

“ให้ข้านำทหารม้าออกนอกเมืองไปห้าสิบนาย…ข้างนอกมีป่าเถื่อนตั้งหกพันคน กองกำลังของเราเหมาะกับการตั้งรับ ถ้าออกไปโจมตีเอง มันจะเสี่ยงเกินไปรึเปล่า?”

วันนี้ทั้งวันเป็นวันที่แปลกประหลาด

เริ่มจากเซียงถิงชุนตายนอกเมืองอย่างไม่ทราบสาเหตุ

ต่อมาผู้ตรวจการ นายอำเภอ และเฉินซานซือก็หายตัวไป ยังไม่กลับมาจนถึงตอนนี้

มันรู้สึกเหมือนมีเรื่องใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น แต่พวกเขากลับไม่รู้อะไรเลย

มีเพียงซูเหวินไฉที่ออกมาสั่งการต่างๆ โดยอ้างชื่อน้องชายของนาง…เขาสั่งการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ราวกับซ้อมมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เเละตอนนี้ถึงเวลาได้ใช้จริงสักที

"คุณหนูซุน ข้าเชื่อใจท่านเฉิน และขอให้ท่านเชื่อใจท่านเฉินด้วย" ซูเหวินไฉพูดอย่างใจเย็น

"พวกท่านทำตามที่ข้าบอกก็พอ มีท่านเฉินคอยรับผิดชอบ ยังไงคืนนี้ก็จะเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ที่สุด และเป็นชัยชนะครั้งเดียวของผอหยางนับตั้งแต่เปิดศึกมา"

"นอกจากนี้…ชีวิตของชาวเมืองหลายหมื่นคน ขึ้นอยู่กับพวกเราแล้ว!"

ณ ค่ายทหารป่าเถื่อน

อู๋มู่เอ๋อร์อ่านจดหมายในมือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"นายท่าน เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือขอรับ?" รองแม่ทัพถามอย่างไคร่รู้

"ลัทธิเทพวิญญาณถูกโจมตีจนสูญเสียคนไปมาก…แต่ไม่เป็นไร พวกเขายังสามารถส่งยอดฝีมือระดับเปลี่ยนพลังที่จะมากับกองทัพใหญ่ที่จะถึงในอีกสองสามวัน"

อู๋มู่เอ๋อร์วางจดหมายลงแล้วเอ่ยอย่างมั่นใจ "การยึดเมืองผอหยาง เป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น"

"นายท่าน…พวกลัทธิเทพวิญญาณ พวกมันต้องการอะไรกันเเน่?" รองแม่ทัพถามด้วยความสงสัย

"ข้าได้ยินมาว่า ทุกเมืองที่ถูกยึด ลัทธิเทพวิญญาณจะเข้าไปเก็บเลือดหัวใจของคนเป็นๆ…เเต่เลือดหัวใจ มันจะไปมีประโยชน์อะไรกัน?"

"เรื่องที่ไม่ควรถาม ก็อย่าถาม…หน้าที่ของเราคือยึดเมืองผอหยาง" อู๋มู่เอ๋อร์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เเต่ว่ากันตามจริง ความมุ่งมั่นของชาวต้าเซิ่งช่างนั้นน่ากลัวมาก

ต่อสู้กันมากว่าเดือนหนึ่งแล้ว แต่จำนวนคนบนกำแพงเมืองกลับเพิ่มมากขึ้น

เเต่พวกเขากลับสูญเสียหนักจนไม่กล้าบุกต่อ…ต้องรอให้กองทัพใหญ่มาเสริม

แต่มันก็ยังมีเรื่องน่าขัน

พวกมันดันเกิดความขัดแย้งกันเอง!

อู๋มู่เอ๋อร์มองศพหลายศพในเต็นท์ด้วยสายตาดูถูก

ศพเหล่านี้ถูกพบที่หน้าประตูเมืองเมื่อไม่นานมานี้

เเละพวกมันล้วนเป็นระดับหลอมอวัยวะภายใน

บวกกับข่าวที่ได้รับมาว่าเซียงถิงชุนหายตัวไป…ตอนนี้ในเมืองผอหยาง คงไม่มีระดับหลอมอวัยวะภายในเหลืออยู่อีกแล้ว

"ใครๆก็บอกว่าชาวต้าเซิ่งชอบทะเลาะกันเอง ในราชสำนักมีหลายพรรคหลายพวกคอยแย่งชิงอำนาจ ต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย”

“ก่อนหน้านี้ข้ายังไม่เชื่อ เเต่ตอนนี้ดูเหมือนจะจริงยิ่งกว่าจริงเสียอีก!”

"นายท่านพูดถูก ข้าว่าราชวงศ์ต้าเซิ่งคงอยู่ได้อีกไม่นาน พวกเราคงจะได้ครอบครองดินแดนอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ในไม่ช้า!"

….

เเต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากัน

มันก็มีเสียงดังวุ่นวาย มาจากข้างนอก

"รายงาน!" ทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในเต็นท์อย่างกระวนกระวาย

"กองกำลังจากเมืองผอหยางมาบุกค่ายขอรับ!"

"บุกค่าย? พวกมันเสียระดับหลอมอวัยวะภายในไปมากมายขนาดนั้น จะเอาอะไรมาบุก!"

อู๋มู่เอ๋อร์หยิบดาบโค้งขึ้นมา แล้วรีบออกจากเต็นท์

เเต่เมื่อเห็นความวุ่นวายทางประตูเมืองตะวันตก เขาก็รู้ทันทีว่าเป็นเรื่องประหลาด

"พวกนี้ไม่ใช่ทหาร แต่เป็นชาวบ้านธรรมดา แถมดูเหมือนพวกเศรษฐี กับ ข้าราชการ…คิดจะมาหาที่ตายรึไง!"

"ส่งคำสั่ง…ไปเรียกกองทหารม้าทางตะวันออกมาทั้งหมด บดขยี้พวกมันให้สิ้นซาก!"

หลังจากออกคำสั่งแล้ว กองทหารม้าก็รีบมาสมทบ

อู๋มู่เอ๋อร์กำลังจะเข้าร่วมรบด้วยตัวเอง ทันใดนั้น ทางตะวันออกก็เกิดเพลิงไหม้ พร้อมเสียงตะโกนดังสนั่นหวั่นไหว!

"รายงาน!" ทหารม้าอีกคนควบม้าเข้ามา

"นายท่าน เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! กองกำลังเสริมจากเมืองเหิงคังมาถึงแล้ว!"

"อะไรนะ?" อู๋มู่เอ๋อร์ขมวดคิ้ว

"เจ้าแน่ใจหรือ?"

เมื่อหลายวันก่อน มีคนหนีออกจากเมืองไปทางเมืองเหิงคัง

ตอนนั้นเขาก็เดาว่าพวกนั้นไปขอความช่วยเหลือ

แต่ถ้าดูจากระยะทางแล้ว กองกำลังจากเมืองเหิงคังน่าจะมาถึงในอีกสี่วัน ซึ่งช้ากว่ากองทัพใหญ่ของชนเผ่าป่าเถื่อน

เเต่ทำไมถึงมาเร็วขนาดนี้?

แถมยังเป็นทหารม้าทั้งหมดอีก?

"ข้าเห็นกับตาขอรับ" ทหารคนนั้นพูดด้วยความตื่นตระหนก

"ฝุ่นตลบ ฟ้าสะเทือน เเถมยังมีทั้งธงและคบเพลิงเต็มไปหมด…คาดว่าอย่างน้อยก็น่าจะมีมากกว่าสองพันคน!"

"อืม เมืองเหิงคังน่าจะส่งกำลังพลมาได้ประมาณนี้จริงๆ..."

อู๋มู่เอ๋อร์หันไปพูดกับรองแม่ทัพอย่างรวดเร็ว

"เจ้าอยู่เฝ้าที่นี่ อย่าได้ตื่นตระหนก…ข้าจะไปดูด้วยตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น!"

ในสถานการณ์แบบนี้ ต้องรู้ข้อมูลให้แน่ชัด

ถ้ากองทัพแตกตื่น มันก็พังทลายได้ง่ายๆ

……

"ฆ่ามัน~~"

"ฆ่ามัน~~"

ทางตะวันออกของเมือง

ซุนปู้ฉีและคนอื่นๆทำตามคำสั่งของซูเหวินไฉ

พวกเขาออกจากเมืองอย่างเงียบๆ แล้วไปรวมตัวกันทางตะวันออกพร้อมกับสองร้อยนาย

ใช้ผ้าขาดๆทำเป็นธง แล้วจุดคบเพลิงให้สว่างไสวทั่วทั้งภูเขา สุดท้ายก็ตีกลองรบและตะโกนโห่ร้อง

"ไอ้บัณฑิตแก่ๆนี่ ใช้ชื่อท่านซานซือมาข่มพวกเรา สั่งให้ทำเรื่องไร้สาระแบบนี้มันจะมีประโยชน์อะไร?!"

“แต่ในเมื่อเป็นคำสั่งของท่านเฉิน…ยังไงก็ต้องทำตาม” หวังลี่พูดพลางโปรยฝุ่นขึ้นไปบนฟ้า แล้วตะโกนเสียงดัง

"นั่น…มาแล้วๆ!" ซุนปู้ฉีกอดหอกไว้แน่น

"มีคนมาแล้ว เป็นทหารม้าทั้งหมดเลย คนตรงกลางนั่น ใช่แม่ทัพอู๋มู่เอ๋อร์รึเปล่า? แล้วเจ้าบัณฑิตชราบอกให้พวกเราทำอะไรต่อ?!"

"หนีขึ้นเขาไปซ่อนตัว รอจนกว่าจะได้ยินเสียงลูกศรส่งสัญญาณ…ก็ให้พวกเราจุดไฟ พร้อมกันนั้นก็บุกกลับไป!"

หวังลี่พูดจบก็รีบวิ่งหนีไป

"ไป!"

ซุนปู้ฉีเองก็รีบตามไปติดๆ

…..

"อะไรวะ?!"

อู๋มู่เอ๋อร์ที่ตามมาถึง มองไปยังพื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้าแล้วหยุดม้าทันที

"นี่คือกองกำลังเสริมจากเมืองเหิงคังที่พวกเจ้าว่ารึ?!"

"นายท่าน มันมืดเกินไป พวกข้าก็มองไม่ชัด"

ทหารที่รายงานข่าวกลัวจะโดนลงโทษ

"จะขึ้นเขาไปดูไหมขอรับ?"

"ทหารม้าขึ้นเขา? คนมีสมองจะพูดแบบนี้รึ?!"

อู๋มู่เอ๋อร์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้ววสั่งการต่อ

"ถอยทัพ! คงเป็นกลลวง ไม่ต้องสนใจ!"

"หวืดดดดด~~"

ขณะที่พวกเขากำลังจะกลับค่าย มันก็มีลูกธนูพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วจนทำให้อู๋มู่เอ๋อร์สะดุ้ง

เขารีบใช้ดาบโค้งฟันลูกธนูที่พุ่งเข้ามาทีละดอกๆ

"เจ้า?!"

ในความมืด มีร่างคุ้นเคยขี่ม้าขาวอยู่ไม่ไกล

เเละอู๋มู่เอ๋อร์จำได้อีกฝ่ายได้ทันที!

เมื่อเดือนกว่าๆก่อน ก็เจ้าเด็กนี่แหละที่มาแย่งองค์ชายเก้าไปต่อหน้าต่อตาเขา!

นี่ถ้าไม่ใช่ช่วงสงครามที่ต้องการกำลังคน หัวของเขาคงหลุดไปนานแล้ว

"มันยิงธนูได้เร็วมาก!"

อู๋มู่เอ๋อร์ตั้งสติป้องกันลูกธนูที่พุ่งเข้ามา แล้วออกคำสั่งอย่างใจเย็น

"ล้อมมันไว้!"

ถึงมันจะยิงธนูได้เร็วแค่ไหน แต่ก็มีแค่คนเดียว

แค่ให้คนอื่นๆช่วยเบี่ยงเบนความสนใจ เขาก็เข้าใกล้อีกฝ่ายได้แล้ว

"พี่หญิงซุน!" เฉินซานซือตะโกน

ณ เวลานี้ซุนหลีมาถึงพอดี

เธอนำทหารม้าห้าสิบนาย แบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆสิบกลุ่ม บุกเข้าไปในกองทหารม้าของป่าเถื่อน แล้วต่อสู้กันอย่างดุเดือด

พวกเขาพยายามขัดขวางไม่ให้พวกนั้นไปล้อมเฉินซานซือ ทุกคนต้องรับมือกับศัตรูหลายคน ตัวเธอเองต้องสู้กับนายร้อยระดับหลอมกระดูกถึงสองคน

เเละเมื่อเห็นเป้าหมายที่น้องชายเล็งธนูใส่…นางก็เข้าใจแผนการทั้งหมดทันที

เฉินซานซือต้องการล่ออู๋มู่เอ๋อร์ออกมาจากค่าย แล้วทำแบบเดียวกับที่ทำบนทุ่งหญ้า

อย่างไรก็ตาม คราวนี้มันไม่ใช่การจับตัวองค์ชายไร้ค่า แต่เป็นการสังหารแม่ทัพระดับหลอมอวัยวะภายใน เพื่อทำให้กองทัพศัตรูแตกเเยก

"น้องชาย ข้าจะถ่วงเวลาให้เอง!" ซุนหลีที่กำลังถูกล้อมพูดอย่างจริงจัง

แต่ตอนนี้ไม่ใช่แค่นางเท่านั้นที่เข้าใจ…อู๋มู่เอ๋อร์ก็เข้าใจเช่นกัน

เจ้าเด็กนี่ต้องการฆ่าเขา แม่ทัพคนสุดท้ายของเผ่าซีเหอะ…เพื่อทำให้กองทัพของเขาพังทลาย

แต่ในฐานะแม่ทัพ เขาจะไม่รู้ถึงความสำคัญของตัวเองได้ยังไง?

ที่เขากล้านำทหารม้าห้าร้อยนายออกมาดูสถานการณ์ ก็เพราะรู้ว่าระดับหลอมอวัยวะภายในในเมืองผอหยางต่อสู้กันเองจนตายหมดแล้ว!

ส่วนเจ้าเด็กนี่ ก็แค่นายร้อยระดับหลอมกระดูก!

ถ้ามันมีความสามารถพอที่จะฆ่าเขาได้ ตอนที่อยู่บนทุ่งหญ้า มันคงไม่ปล่อยให้อ้วนคนนั้นรับดาบแทน…แล้วตัวเองไปจับองค์ชายเก้าหรอก!

"เคร้ง!”

“เคร้ง!”

“เคร้ง!”

"คนที่ประตูเมืองตะวันตก เจ้าก็เป็นคนส่งมาสินะ?" อู๋มู่เอ๋อร์ยิ้มเยาะ พลางปัดป้องลูกธนู

"ข้าไม่เข้าไปหาเจ้าหรอก เพราะแค่ธนูของเจ้าฆ่าข้าไม่ได้”

“ข้าจะถ่วงเวลาเจ้าไว้แบบนี้ ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ชาวบ้านที่ประตูเมืองตะวันตกก็จะถูกฆ่าตายหมด!”

"แถมยังมีสาวน้อยที่นำทหารม้าห้าสิบนายมาด้วย….เธอสวยไม่เบาเลยนะ จับมาเป็นทาสก็ไม่เลว!"

"เเละสุดท้าย พอธนูของเจ้าหมด ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!"

ตอนนี้ สิ่งเดียวที่เป็นภัยคุกคามต่อเขาก็คือธนูในมือของเฉินซานซือ!

แค่ระวังตัวเอาไว้ ถ่วงเวลาไปเรื่อยๆจนกว่าลูกธนูจะหมด…เขาก็ชนะแล้ว!

….

'มันฉลาดกว่าหลัวตงเฉวียน'

'รู้ว่าธนูข้าอันตราย เลยไม่เข้ามาใกล้'

'ถ้าสู้ตัวต่อตัว แบบนี้ไม่มีปัญหา…แต่ตอนนี้ข้างหลังมันยังมีทหารม้าอีกห้าร้อยนาย'

'หวังจื๋อ ซุนหลี พวกนั้นคงต้านไม่ไหวแน่'

'ดังนั้น...'

เฉินซานซือเก็บธนูแล้วชูหอกขึ้นโดยไม่ลังเล

"ข้าก็ไม่ได้คิดจะยืดเยื้อกับเจ้าเหมือนกัน!"

"กล้าบุกเข้ามาหาข้ารึ?" อู๋มู่เอ๋อร์กำดาบโค้งแน่น

"ข้าจะดูซิว่าแค่เดือนกว่าๆ เจ้าเก่งขึ้นแค่ไหน!"

"เคร้ง!"

ม้าศึกสองตัววิ่งสวนกัน ดาบโค้งปะทะกับหอกเป็นครั้งแรก

เฉินซานซือรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากหอก มันทำให้เลือดในร่างกายปั่นป่วนอย่างมาก เขาต้องตั้งสติแล้วรีบทรงตัว

ปกติเขาสามารถสู้แบบยืดเยื้อได้…แต่วันนี้ เขาต้องรีบฆ่าให้เร็วที่สุด!

เขาเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้ ใช้กระบวนท่าหอกที่รวดเร็วและดุดัน…แม้พลังจะด้อยกว่าระดับหลอมอวัยวะภายใน แต่เขาก็ไม่ถอย

เเต่การใจร้อนบุกอย่างเดียว มันก็ย่อมทำให้เกิดช่องโหว่

"ช่องโหว่ เต็มไปหมดเลยนะ!"

อู๋มู่เอ๋อร์ฉวยโอกาส ฟาดดาบโค้งลงมาเหมือนจันทร์เสี้ยว พุ่งตรงไปที่หน้าของเฉินซานซืออย่างรวดเร็ว

เขาคิดว่าเฉินซานซือต้องดึงหอกกลับเพื่อป้องกันการโจมตีที่รุนแรงขนาดนี้แน่ๆ

แต่กลับเรื่องจริงมันกลับไม่เป็นแบบนั้น

อีกฝ่ายไม่หลบแม้แต่น้อย ยังคงแทงหอกออกมาทั้งที่มีช่องโหว่มากมาย

'ไอ้หมอนี่…มันคิดว่าหัวของมันแข็งกว่าดาบของข้ารึไง?!'

'ตายซะ!'

ดาบโค้งฟันทะลุหมวกเหล็กของเฉินซานซือ ลงมาที่หัวพอดี

"เคร้งง!!!"

แต่สิ่งที่อู๋มู่เอ๋อร์คาดไว้ไม่ได้เกิดขึ้น

ดาบโค้งสัมผัสกับเนื้อหนัง แต่กลับมีเสียงเหมือนเสียดสีกับโลหะ แถมยังมีประกายไฟเล็กๆกระจายออกมา!

"กายาวัชระ?!"

อู๋มู่เอ๋อร์ตกใจสุดขีด

หลังจากเรื่องขององค์ชายเก้า เขาก็ได้สืบประวัติเฉินซานซือมาแล้ว

เด็กอัจฉริยะเจ้าของร่างกายาเก้ามังกร…เเล้วเเบบนี้ เขาจะมีกายาวัชระอีกได้ยังไง!

เลือดในกายอู๋มู่เอ๋อร์สูบฉีดอย่างรวดเร็ว เขารีบดึงดาบกลับมา ป้องกันหอกของอีกฝ่ายได้อย่างหวุดหวิด

"ชิ้งงงง!!"

ในเสี้ยววินาทีที่เข้าประชิดตัวได้ แสงเย็นเยียบก็วาบขึ้นจากเอวของเด็กหนุ่ม

แสงดาบพุ่งทะลุเมฆหมอกและหายไปในพริบตา!

"ดาบขององค์ชายเก้า..."

อู๋มู่เอ๋อร์จำดาบเล่มนี้ได้

เเต่ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าพื้นดินอยู่ใกล้หัวเข้ามาเรื่อยๆ แต่ร่างกายของเขายังนั่งอยู่บนหลังม้า

ก่อนที่เขาจะเข้าใจอะไร…โลกของเขาก็ดับวูบไปตลอดกาล

……………………….

จบบทที่ บทที่ 102 : ชนเผ่าป่าเถื่อนพ่ายแพ้ยับเยิน

คัดลอกลิงก์แล้ว