เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 99 : ทางเลือกแห่งความเป็นความตาย

บทที่ 99 : ทางเลือกแห่งความเป็นความตาย

บทที่ 99 : ทางเลือกแห่งความเป็นความตาย


บทที่ 99 : ทางเลือกแห่งความเป็นความตาย

บรรยากาศภายในจวนผู้ตรวจการต่างจากความวุ่นวายและทรุดโทรมภายนอกอย่างสิ้นเชิง

ที่นี่เงียบสงบและร่มรื่นมาก

ภายในห้องรับรอง ไม่เพียงแต่มีอาหารคาวหวานเต็มโต๊ะเท่านั้น แต่ยังมีนางโลมสองคนจากหอนางโลมชุนม่านมาขับกล่อมบทเพลงและร่ายรำอีกด้วย

เซวี่ยหยูผิงยืนรออยู่ที่หน้าประตูแล้วกล่าวเชื้อเชิญ "เชิญท่านเฉินเข้ามาด้านใน"

"ท่านเซวี่ยนี่ช่างมีอารมณ์สุนทรีย์จริงๆ" เฉินซานซือนั่งลงแล้วถามต่อทันที

“ท่านเรียกข้ามาทำไมหรือ?”

"ลองชิมอาหารก่อนเถอะ" เซวี่ยหยูผิงพูดอย่างใจเย็น

"รอให้หัวหน้าองครักษ์ถังกลับมาก่อน ค่อยคุยกันก็ยังไม่สาย"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฉินซานซือก็จงใจใช้มือที่เปื้อนฝุ่นคว้าอาหารกิน เเถมจิ้มไปเกือบทุกจาน

".…."

ฉากนี้ทำให้เซวี่ยหยูผิงวางตะเกียบลง เสียความอยากอาหารไปจนหมด

"อยู่กับค่ายทหารมานาน เลยติดนิสัยหยาบๆไปหน่อย ท่านคงไม่ถือสาข้านะ?" เฉินซานซือพูดพลางกินอย่างเอร็ดอร่อย

"ข้าไม่ถือสาหรอก" เซวี่ยหยูผิงพูดอย่างใจเย็น

"ท่านเฉินเหน็ดเหนื่อยกับการป้องกันเมืองมานาน เชิญท่านตามสบายเถอะ"

….

ประมาณครึ่งชั่วโมง ถังหมิงก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามา

"ท่านเซวี่ย ข้าทรมานครอบครัวของเซียงถิงชุนจนตายหมดแล้ว แต่ก็ยังเค้นถามที่ซ่อนของสมบัติเซียนไม่ได้"

"ครอบครัวท่านเซียง?"

"ท่านเซวี่ย นี่มันเรื่องอะไรกัน?" เฉินซานซือแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง

"อย่าตกใจไปเลยท่านเฉิน" เซวี่ยหยูผิงพูดอย่างใจเย็น

"ครั้งที่แล้วที่เราคุยกันเรื่องสมบัติเซียน สุดท้ายเราก็สืบจนรู้ว่า เซียงถิงชุนแอบซ่อนสมบัติเซียนเอาไว้ ซึ่งนั่นถือเป็นความผิดร้ายแรงถึงขั้นประหารเก้าชั่วโคตร เขาสมควรตายแล้วล่ะ…หัวหน้าองครักษ์ถัง เล่าต่อเถอะ"

หัวหน้าองครักษ์?

ชายคนนี้อยู่ในกองทัพ?

ไม่สิ…เฉินซานซือนึกถึงอีกหน่วยงานหนึ่งที่มีตำแหน่งแบบนี้

องครักษ์เสื้อแพร

องครักษ์เสื้อแพรที่อยู่ในระดับหลอมอวัยวะภายใน ได้เป็นแค่หัวหน้าองครักษ์เองเหรอ…

ถังหมิงขมวดคิ้วแล้วพูดต่อ

"ที่วัดจินจง ข้าก็ให้คนขุดดินหาจนทั่วแล้ว เเต่ก็ยังไม่เจออะไรเลย”

“ข้าว่าพวกเราควรไปได้แล้ว อีกสองวันคนของลัทธิเทพวิญญาณจะมาถึง พวกมันจะทำพิธีบูชายัญทั้งเมือง ไม่มีใครรอดแน่...”

พิธีบูชายัญทั้งเมือง?

ดูเหมือนว่าโลกนี้ ไม่ใช่มีแค่เรื่องของเซียนเท่านั้น แต่ยังมีพวกปีศาจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย!

และคำนี้ก็ทำให้เฉินซานซือถึงบางอ้อว่า ทำไมชนเผ่าซีเหอถึงได้ล้อมเมืองเอาไว้โดยไม่บุกโจมตี

พวกมันกำลังรอคนของลัทธิเทพวิญญาณ และอาจจะมีกองทัพใหญ่ตามมาสมทบอีก!

"ท่านเซวี่ย"

ในฐานะแม่ทัพผู้พิทักษ์เมือง เฉินซานซือเอ่ยถามในสิ่งที่คนในตำแหน่งนี้ควรพูด

"ลัทธิเทพวิญญาณจะมาสังหารหมู่ผู้คนในเมือง ราชสำนักไม่คิดจะส่งกำลังมาช่วยเหลือเลยหรือ?"

"ราชสำนักย่อมอยากจะช่วยเหลืออยู่แล้ว" เซวี่ยหยูผิงพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

"แต่หัวใจสำคัญของมณฑลหยุน คือเมืองอันติ้ง ไท่หนิง และหลิงเฟิง ตราบใดที่เมืองทั้งสามยังไม่แตกพ่าย สักวันเราก็จะชิงดินแดนกลับคืนมาได้…ดังนั้นในยามจำเป็น แม้แต่เมืองเหิงคังเราก็ยังยอมสละได้"

"ท่านเฉิน เก็บข้าวของของท่านให้เรียบร้อย คืนนี้เวลาตีหนึ่ง ให้ท่านมากับพวกเรา"

"ไปกับพวกท่าน?"

"ท่านเซวี่ยหมายถึง ให้กองทัพละทิ้งเมือง?"

"ไม่ ไม่ ไม่"

เซวี่ยหยูผิงพูดคำว่า "ไม่" ติดกันถึงสามครั้ง

"พวกเขาต้องอยู่ป้องกันเมืองต่อไป ท่านเฉิน…ข้าหมายถึง ให้ท่านไปคนเดียว"

"คนเดียว?" เฉินซานซือพูดเสียงต่ำ

"ท่านเซวี่ย ข้ายังมีภรรยาและลูกน้องอยู่ในเมือง จะให้ข้าทิ้งพวกเขาไปได้ยังไง?"

"ท่านเฉิน" เซวี่ยหยูผิงพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

"ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ท่านหนีไปคนเดียว ไม่ได้สั่งให้คนอื่นไปด้วย ส่วนภรรยาของท่าน ท่านคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ผู้หญิงก็เหมือนเสื้อผ้าใช่ไหม?"

‘แม่มึงสิเป็นเสื้อผ้า!’ เฉินซานซือโกรธมาก แต่ไม่ได้พูดออกมา

มาถึงขั้นนี้ เขาก็รู้ทันทีว่า ราชสำนักคิดจะทิ้งเมืองผอหยางทั้งเมือง!

"ท่านเฉิน ข้าพูดได้แค่นี้" เซวี่ยหยูผิงพูดต่อ

"พรุ่งนี้ตอนเที่ยงคืน พวกเราจะรีบออกจากที่นี่ หากท่านยังยืนยันจะพาคนอื่นไปด้วย ก็จงอยู่ป้องกันเมืองต่อไปเถอะ เเต่จำไว้ ถ้าจะมาให้มาคนเดียว!"

"หัวหน้าองครักษ์หาน เชิญแขกออกไป"

…..

หลังจากออกจากจวนผู้ตรวจการ

เฉินซานซือก็ครุ่นคิดอย่างหนัก ทบทวนบทสนทนาที่เพิ่งเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อจับประเด็นสำคัญ

ราชสำนักคิดจะรักษาแค่เมืองอันติ้ง ไท่หนิง และหลิงเฟิง ส่วนที่เหลือยอมสละทั้งหมดงั้นหรือ?

เมื่อดูจากแผนที่ เมืองทั้งสามตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เป็นปราการคอยคุ้มกันซึ่งกันและกัน…ตราบใดที่เมืองทั้งสามยังไม่แตกพ่าย รากฐานของมณฑลหยุนก็ยังอยู่ รอจนกว่ากองทัพจากสามมณฑลทางตะวันตกเฉียงเหนือจะว่าง พวกเขาก็จะสามารถกอบกู้ดินแดนที่เสียไปกลับคืนมาได้

แต่ในระหว่างนั้น

อีกสิบสองเมืองที่เหลือในมณฑลหยุน พวกเขาไม่ต้องการแล้วหรือ?

ปล่อยให้ชนเผ่าป่าเถื่อนฆ่าฟันและทำพิธีบูชายัญตามที่พวกมันต้องการงั้นหรือ?

อีกอย่าง พวกเขามั่นใจได้ยังไงว่ากองทัพจากสามมณฑลทางตะวันตกเฉียงเหนือจะว่าง และเมืองทั้งสามจะไม่ถูกตีแตก?

ทำไมตอนนี้ เขาถึงรู้สึกว่าชนเผ่าป่าเถื่อนกับราชสำนักเหมือนจะร่วมมือกัน?

"..."

ทันใดนั้น ความคิดที่น่ากลัวก็ผุดขึ้นในใจของเฉินซานซือ

เขาหันไปมองหานเฉิงที่เดินตามออกมา แล้ววรีบถามทันที

"หัวหน้าองครักษ์หาน ท่านเป็นคนของแม่ทัพซุนใช่ไหม?"

หานเฉิงพยักหน้ารับ

"งั้นข้าขอถามท่าน พวกเบื้องบนกำลังวางแผนอะไรกันแน่?"

"ข้าก็ไม่รู้ทั้งหมด" หานเฉิงขมวดคิ้ว

"รู้แค่ว่าพวกเขาวางแผนกันมานานแล้ว”

“และเพื่อไม่ให้ผู้บัญชาการซุนสงสัย พวกเขาถึงกับจงใจไม่ส่งยอดฝีมือมายังเมืองผอหยาง แม้แต่ฝ่าบาทเอง ก็ส่งองครักษ์เสื้อแพรมาแค่สองคนเพื่อติดตามท่านเซวี่ยมาสืบเรื่องสมบัติเซียนอย่างลับๆ”

"พวกเขากลัวผู้บัญชาการซุนมากสินะ" เฉินซานซือพยักหน้า

แบบนี้ถึงอธิบายได้ว่า ทำไมสมบัติเซียนที่สำคัญขนาดนี้…แต่พวกเขากลับไม่ยอมส่งยอดฝีมือตัวจริงมา กลับส่งคนมาตามระดับกำลังรบสูงสุดที่เมืองเล็กๆแบบนี้ควรมี ก็เพราะกลัวว่าผู้บัญชาการซุนจะเข้ามาขัดขวางแผนการของพวกเขานั่นเอง

แถมดูเหมือนว่า...พวกเขาจะทำสำเร็จแล้ว

"หัวหน้าองครักษ์หาน" เฉินซานซือถามต่อ

"ต่อไปเราควรทำอย่างไร ผู้บัญชาการซุนได้สั่งอะไรไว้บ้างหรือไม่?"

"ไม่มี" หานเฉิงส่ายหัวเบาๆ

"การติดต่อระหว่างข้ากับจวนผู้บัญชาการค่อนข้างล่าช้า ครั้งสุดท้ายที่ติดต่อกันก็คือตอนที่ท่านฉินสร้างวีรกรรมที่ทุ่งหญ้า…ตามที่ผู้บัญชาการซุนสั่ง ท่านเฉินแค่เอาตัวรอดก็พอ ส่วนเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับท่าน"

"เอาตัวรอด?" เฉินซานซือชะงักไปครู่หนึ่ง

"ท่านหมายความว่า ให้ข้าเชื่อฟัง แล้วหนีไปคนเดียว? ท่านไม่คิดบ้างเหรอว่า ซุนหลีกับซุนปู้ฉีก็อยู่ในเมืองนี้ด้วย ถ้าสิ่งที่เซวี่ยหยูผิงพูดเป็นความจริง พวกเขาก็ต้องตายที่นี่เหมือนกันสิ?"

"ท่านผู้บัญชาการไม่ได้สั่งอะไรไว้" หานเฉิงเกาหัว พูดตะกุกตะกัก

"ข้า...ข้าก็ไม่รู้ว่าควรทำยังไง เอาเป็นว่า ถ้าอยากมีชีวิตรอด ก็ทำตามที่พวกเขาบอก"

"มีชีวิตรอด..."

เฉินซานซือเข้าใจการใช้เหล้าพิษอย่างถ่องแท้แล้ว

ถ้าเขาเชื่อฟังและจากไปคนเดียว ถือว่าเขามีส่วนร่วมในแผนการลับนี้…ในอนาคตอาจได้รับการปลูกฝังให้เป็นคนสนิท

แต่ถ้าไม่ ก็มีเพียงสองทางเลือก

หนึ่ง คือ ตายในพิธีบูชายัญของพวกป่าเถื่อน

สอง คือ ตายเพราะพิษกำเริบภายในสามเดือน

ไม่สิ ไม่ต้องรอนานขนาดนั้น

เขาได้ยินความลับมากมายขนาดนี้ ถ้าพรุ่งนี้เขาไม่ทำตามที่อีกฝ่ายบอก คงมีโอกาสสูงที่จะถูกฆ่าปิดปากทันที!

เหล้าพิษเป็นเพียงแค่แผนสำรองสุดท้ายเท่านั้น!

"ฆ่าพวกมันทิ้งเลยไม่ได้หรือไง?!" เฉินซานซือเสนออย่างเด็ดขาด

หานเฉิงยังคงส่ายหัวทันที

"ถังหมิงอยู่ในระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นสูง ข้าไม่ใช่คู่มือเขา อีกอย่างเซวี่ยหยูผิงก็มีองครักษ์ระดับหลอมอวัยวะภายในอีกคน"

"ท่านหมายถึงหลัวตงเฉวียนสินะ?" เฉินซานซือพอจะคาดเดาได้

"ข้าจัดการมันได้ แต่ท่านสู้ถังหมิงไม่ได้จริงๆเหรอ?"

"เขาเก่งกว่าข้าสองเท่า" หานเฉิงยื่นนิ้วออกมา

"อย่ามองข้าแบบนั้น พวกเขาคัดเลือกคนมาอย่างเข้มงวดมาก แค่ผู้บัญชาการซุนส่งข้าเข้ามาได้ก็บุญแล้ว จะเอาคนที่เก่งกว่านี้มาจากไหน?"

ถ้าเป็นแบบนี้ ก็เป็นทางตันจริงๆ

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องสู้ไม่ได้…ต่อให้สู้ได้ ถ้าเขาฆ่าผู้ตรวจการ ต่อไปฮ่องเต้ก็ต้องหาทางฆ่าเขาอยู่ดี

ผู้บัญชาการซุนจะปกป้องเขาได้จริงๆเหรอ?

เฉินซานซือไม่อยากฝากชีวิตไว้กับคนอื่น

เว้นแต่ จะมีอีกฝ่ายหนึ่งเข้ามาฆ่าเจ้าเมือง…แบบนั้น เขาก็จะรอดตัวไปได้อย่างสมบูรณ์

ทั้งสามารถพาลูกน้องหนีไปได้ และก็ไม่ถูกฮ่องเต้จองเวร

"ถ้าท่านเป็นห่วงภรรยาก็ลองบอกข้าได้นะ" หานเฉิงพูด

"ถ้าท่านรับรองกับเซวี่ยหยูผิงได้ว่าจะไม่เป็นตัวถ่วง เขาอาจจะยอมให้ท่านพาภรรยาไปด้วย"

"เอาล่ะ…ข้าอยู่กับท่านนานไม่ได้ เดี๋ยวพวกนั้นจะสงสัย ถ้าท่านมีอะไรจะพูด ก็ให้มาเจอกันที่คอกม้าทางตะวันออกของกำแพงเมือง หลังเที่ยงคืนนี้"

พูดจบ หานเฉิงก็หายตัวไป

….

ณ เวลานี้ เฉินซานซือกลับไปประจำการที่กำแพงเมืองด้วยความหนักอึ้งในใจ

คืนนี้ตีหนึ่ง เขาต้องตัดสินใจภายในเวลาอันสั้นว่าจะอยู่หรือจะไป

"ท่านเฉิน!" ซูเหวินไฉเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้ม

"ข้าคิดแผนการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆของเมืองผอหยางไว้สิบกว่าแผน ท่านอยากดูไหม?"

"ท่านเฉิน!"

"สวัสดีท่านเฉิน!"

"ท่านเฉิน นี่คือยันต์คุ้มครองที่แม่ข้าให้เอามาให้ ท่านบอกว่าถ้ามีท่านอยู่ พวกเราก็จะรอด!"

"..."

ทันทีที่ขึ้นไปบนกำแพงเมือง

ก็มีทหารเข้ามาทักทายเฉินซานซือมากมายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพ

"ท่านเฉิน!" ซูปินถือกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้

"นี่คือชื่อที่ซูเหวินไฉตั้งให้ลูกสาวข้า ท่านดูหน่อยว่าชื่อไหนดี?"

"ศิษย์น้องรอง" ซุนหลีเดินเข้ามาพร้อมกับดาบยาว

"วิชาดาบของเจ้าฝึกไปถึงไหนแล้ว ถ้าต้องการความช่วยเหลือก็บอกข้าได้เลยนะ"

"ซานซือ สอนข้ายิงธนูอีกหน่อยสิ!" ซุนปู้ฉีพูดด้วยสีหน้าทะเล้น

"พอข้าฝึกจนเก่งแล้ว จะได้ไม่โดนท่านพ่อด่าว่าไร้น้ำยาอีก!"

คำพูดมากมายดังเข้ามาในหัว

เฉินซานซือไม่ได้สนใจ เดินผ่านพวกเขาไปยังกลุ่มผู้อพยพเเละชาวบ้านที่อยู่ใต้กำแพงเมือง

คนพวกนี้ ตั้งใจป้องกันเมืองอย่างเต็มที่

แม้แต่พ่อของซุนจื่อที่ขาพิการก็ยังฝืนแบกหิน

สุดท้าย คือเหล่าทหารใหม่ในลานฝึกที่เพิ่งเข้าร่วมหลังจากการต่อสู้ครั้งใหญ่ ตอนนี้พวกเขากำลังฝึกฝนวรยุทธ์กันอยู่

"คารวะท่านเฉิน!" ทุกคนหันมาคารวะเขาอย่างพร้อมเพรียง

เฉินซานซือมองไปที่ใบหน้าของพวกเขาทีละคน

[ความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้จนตัวตาย]

แม้แต่คนพวกนี้ ก็ยังยอมตายเพื่อเขา!

ดังนั้น ต่อให้เซวี่ยหยูผิงยอมให้เขาพาภรรยาหนีไปด้วย…เเต่เขาควรจะหนีไปจริงๆหรือ?

ความจริง…หลังจากหนีไปแล้ว เขาคงจะได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้ ได้เลื่อนขั้นเป็นขุนนางใหญ่โต มีชีวิตที่สุขสบาย

เพียงแต่ เวลานอนในตอนกลางคืน…เขาอาจจะฝันเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยไปตลอดชีวิต

บางครั้ง การมีความจำที่ดีเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี!

"ข้าเกลียดการนอนไม่หลับ"

"ถ้าหนีไปแบบนี้ คงนอนไม่หลับไปทั้งชีวิตแน่!!!"

เฉินซานซือกำดาบเจิ้นเยว่แน่นโดยไม่รู้ตัว

อีกอย่าง ต่อให้ไปเข้ากับฮ่องเต้จริงๆแล้วจะปลอดภัยจริงๆเหรอ?

อีกฝ่ายให้เหล้าพิษเขามาครั้งหนึ่งเเล้ว จะไม่มีครั้งที่สองได้ยังไง?

เขาจะต้องอยู่อย่างหวาดระแวง อัดอั้นตันใจไปตลอดชีวิตงั้นเหรอ?!

เเต่จะทำยังไงดี?

เขาอ่อนแอเกินไป อย่างมากก็แค่จัดการหลัวตงเฉวียนได้ แต่ถังหมิงที่อยู่ในระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นสูงล่ะ…ใครจะฆ่าเขา?

ต่อให้ฆ่าได้แล้ว จะทำอย่างไรไม่ให้ฮ่องเต้เอาผิดในภายหลัง?

"หืม?"

สายตาของเฉินซานซือมองไปที่ชุดคลุมสีแดงเพลิง ทันใดนั้นเขาก็นึกแผนการบางอย่างออก

………………………..

จบบทที่ บทที่ 99 : ทางเลือกแห่งความเป็นความตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว