- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 96 : วิชาหอกงูทองอมตะ (ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่)
บทที่ 96 : วิชาหอกงูทองอมตะ (ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่)
บทที่ 96 : วิชาหอกงูทองอมตะ (ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่)
บทที่ 96 : วิชาหอกงูทองอมตะ (ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่)
"นายร้อยเฉิน เจ้ามีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง!"
เซียงถิงชุนหันมาถามด้วยความเคยชิน(โยนงานนี่หว่า)
"รีบส่งข่าวไปยังเมืองเหิงคังเดี๋ยวนี้"
เฉินซานซือมองแผนที่สงคราม เเล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
"ตอนนี้ เมืองอันติ้งที่เป็นกำลังหลักของมณฑลหยุนถูกปิดล้อม มีเพียงเมืองเหิงคังเท่านั้นที่อาจส่งกำลังเสริมมาช่วยได้"
"คงไม่มีประโยชน์หรอก" เซียงถิงชุนส่ายหน้า
"ก่อนที่ชนเผ่าซีเหอจะบุกเมืองผอหยาง ข้าเคยส่งจดหมายไปยังเมืองเหิงคังแล้ว พวกเขาบอกว่าพวกเขาเป็นเมืองสุดท้ายที่สามารถป้องกันมณฑลหยุนได้…จะไม่ส่งทหารไปที่อื่น เว้นแต่จะมีคำสั่งโดยตรง”
“ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าส่งรายงานไปยังกระทรวงทหารที่เมืองหลวง แล้วค่อยส่งคำสั่งลงมา ไม่รู้จะเสียเวลาอีกเท่าไหร่…เเละคงไม่ทันการณ์แน่”
"สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว" เฉินซานซือแย้ง
"ตอนนี้เมืองอันติ้งถูกปิดล้อม ถ้าเมืองผอหยางแตกอีก เมืองเหิงคังก็จะถูกโจมตีจากสองด้าน…ถ้าอธิบายให้พวกเขาเข้าใจถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ พวกเขาก็ต้องช่วยบ้างแหละ"
"ก็ได้ ลองดูก็แล้วกัน" เซียงถิงชุนพยักหน้า
"ใครจะอาสาไป?"
"ข้าไปเอง!" หวังจื๋ออาสา
"ข้ารู้จักกับผู้บัญชาการที่เมืองเหิงคัง อย่างน้อยก็น่าจะขอทหารมาได้สักพันนาย ไม่สิ…สองพันนาย!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฉินซานซือก็นึกขึ้นได้ทันที
หวังจื๋อเคยไปเยี่ยมญาติที่เมืองอื่นสองครั้ง ครั้งละสิบกว่าวัน ที่แท้ก็ไม่ได้ไปเมืองอันติ้ง แต่ไปเมืองเหิงคังนี่เอง
"ดี!" เซียงถิงชุนตบไหล่อย่างแรง
"นายร้อยหวัง ความปลอดภัยของชาวเมืองผอหยางนับหมื่น ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว!"
"เข้าใจเเล้ว"
หวังจื๋อไม่พูดมาก คว้าดาบขนาดใหญ่แล้วเดินออกไปทันที
"พี่หญิงซุน" เฉินซานซือหันไปถามซุนหลี
"มีข่าวจากจวนผู้บัญชาการหรือยัง?"
ซุนหลีส่ายหน้า
'ไม่น่าเป็นไปได้' เฉินซานซือพึมพำในใจ
การที่หานเฉิงอยู่ที่นี่…แสดงว่าผู้บัญชาการซุนน่าจะรู้เรื่องในเมืองผอหยางเป็นส่วนใหญ่
เเต่ทำไมถึงไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรเลย?
ดูท่าทางแล้ว สถานการณ์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทั้งสามมณฑลคงจะวิกฤตกว่าที่คิด!
"ทุกคน อย่าท้อแท้!" เสียงของเซียงถิงชุนตะโกนดังก้อง
"ในสงครามก่อตั้งราชวงศ์ ท่านแม่ทัพใหญ่ยิ่นเหว่ยเคยตั้งรับที่เมืองผู๋ ตอนนั้นเขามีกำลังพลแค่เจ็ดพันนาย ขณะที่ข้าศึกมีถึงเเสนสามหมื่นนาย!”
“พวกเจ้าคิดว่าเขารับมือได้นานแค่ไหน? เจ็ดวัน? เจ็ดสิบวัน? ไม่ใช่เลย! เขารับมือได้นานถึงเจ็ดเดือน สังหารข้าศึกไปเเสนสองหมื่นนาย จนกระทั่งฮ่องเต้ไท่จู่รวบรวมกำลังพลได้สำเร็จ แล้วรวบรวมดินได้จนถึงทุกวันนี้!”
“เรามีเสบียงเพียงพอ รวมกำลังพลใหม่แล้วก็ยังมีมากกว่าพันนาย แถมยังมีชาวบ้านคอยช่วยเหลืออีก…เราจะกลัวกองทัพป่าเถื่อนแค่หมื่นนายทำไม!”
เฉินซานซือเคยอ่านเรื่องนี้มาก่อน
ยุทธการที่เมืองผู๋ เป็นหนึ่งในสามสงครามที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์การก่อตั้งราชวงศ์
เขานึกขึ้นได้ว่า ในชาติที่แล้วก็มีเรื่องราวคล้ายๆ กัน เรียกว่าจางสวินปกป้องเมืองซุยหยาง
ถึงเมืองผอหยางจะเป็นแค่เมืองเล็กๆ แต่เนื่องจากเป็นเมืองชายแดน กำแพงเมืองจึงแข็งแรงมาก
ถ้าระดมชาวบ้านมาช่วย ก็อาจจะรับมือได้สองสามเดือน แถมหวังจื๋ออาจจะพากำลังเสริมกลับมา…ก็ถือได้ว่ายังมีความหวังอยู่
เเต่สิ่งที่เฉินซานซือกังวลจริงๆ คือไม่รู้ว่าผู้ตรวจการเซวี่ย หรือฮ่องเต้กำลังวางแผนอะไรอยู่
เเถมถ้าพวกลัทธิเทพวิญญาณส่งผู้เชี่ยวชาญมาจริงๆ…คงจะเกิดเรื่องวุ่นวายภายในแน่!
…
หลังจากวางแผนเสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายกันไปประจำตำแหน่ง
"น้องสาม" ซุนหลีขึ้นมาบนกำแพงเมือง นั่งลงข้างๆเฉินซานซือ
"เจ้าไม่คิดจะไปเยี่ยมซินหลันหน่อยเหรอ?"
"มีพี่หญิงดูแลอยู่แล้ว ข้าไม่ต้องห่วงหรอก"
เฉินซานซือมีลูกน้องอีกเจ็ดแปดสิบนาย เเละไม่มีใครได้กลับบ้าน
ถ้าเขาไม่ทำเป็นแบบอย่าง จะกล้าพาลูกน้องไปเสี่ยงตายได้ยังไง
"อืม เจ้าวางใจได้เลย…ข้าเช่าบ้านไว้ให้แล้ว ซินหลันปลอดภัยดี"
ซุนหลีมองไปที่ซูปินที่อยู่ไม่ไกล แล้วพูดต่อ
"ครอบครัวของลูกน้องเจ้าก็ปลอดภัยดี ลูกสาวของเขาคลอดแล้ว"
"ขอบคุณ คุณหนูซุนมาก!" ซู ปินดีใจมาก เขายืนเฝ้ายามอย่างแข็งขันยิ่งกว่าเดิม (หวังว่าซูปินจะรอด T_T)
….
วันรุ่งขึ้น
เฟิงหยงและคนอื่นๆ ออกไประดมชาวบ้านมาช่วยเสริมความแข็งแกร่งของกำแพงเมือง
ผู้อพยพที่เข้ามาในเมืองต่างก็เต็มใจช่วยเหลือ
…ชาวบ้านในเมืองก็ไม่มีใครหลบหนี ล้วนทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่
ทำให้สุดท้าย ชาวบ้านที่มารวมตัวกันมีมากกว่าห้าพันคน
มีแต่เหล่าขุนนางที่ไม่ยอมส่งคนช่วย แค่บริจาคเงินและเสบียงเล็กน้อย…เเถมบอกว่าการป้องกันเมืองเป็นหน้าที่ของทหาร ตายบนกำแพงเมืองก็สมควรแล้ว
ส่วนลูกศิษย์สำนักยุทธก็พยายามหลบเลี่ยง ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ทำแบบขอไปที
บางคนคิดว่าเมืองคงแตกแน่ๆเลยคิดจะหนี พวกมันถึงขั้นแอบโจมตียามเฝ้าประตูเมืองตอนกลางคืน แต่ก็ถูกฆ่าตายทั้งหมด
คนพวกนี้ฝึกวิชามาหลายปี…เเต่วันๆก็เอาแต่รังแกชาวบ้าน พอถึงคราววิกฤตก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
เเละหลังจากอยู่ในสถานการณ์สงบมาหลายวัน
ในที่สุดชนเผ่าซีเหอก็ส่งกำลังเสริมมาครบ เเละเริ่มการโจมตีอีกครั้ง
บนกำแพงเมือง
ลุงไลเกาะติดเฉินซานซือไม่ห่าง ช่วยถือกระบอกธนูให้
"นายน้อยเฉิน ถ้าธนูไม่พอ บอกลุงนะ ลุงจะไปเอามาให้ เเต่นายน้อยต้องคุ้มครองลุงด้วยล่ะ…"
เฉินซานซือไม่มีเวลามาสนใจเขา มือข้างหนึ่งคอยง้างธนูฆ่าศัตรูที่ปีนกำแพงขึ้นมา ถ้าฆ่าไม่หมด ก็ใช้หอกมือขวา ดาบมือซ้าย
ผ่านไปครึ่งวัน…ยิงธนูไปไม่รู้กี่ดอก ฆ่าศัตรูไปไม่รู้กี่คน
ในที่สุด…แผงข้อมูลทักษะยิงธนูที่เงียบหายไปนานก็ปรากฏขึ้น
[ทักษะ: การยิงธนู (ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่)]
[ผลของทักษะ: ธนูหนึ่งดอกในหนึ่งพริบตา และไม่พลาดเป้าในระยะสามร้อยก้าว]
…
จากยิงหนึ่งดอกในสามพริบตา กลายเป็นหนึ่งดอกในหนึ่งพริบตา!
เเละหนึ่งพริบตาเท่ากับ 0.36 วินาที!
นั่นหมายความว่า ตอนนี้เขายิงธนูได้ประมาณสามดอกต่อวินาที!
เกินขีดจำกัดของมนุษย์ทั่วๆไปแล้ว!
และหลังจากบรรลุขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่แล้ว ทักษะยิงธนูก็ยังสามารถพัฒนาต่อไปได้อีก
แต่นี่ไม่ใช่เวลาคิดเรื่องนี้
….
ทันใดนั้น เฉินซานซือก็ยกธนูหนักสิบห้าศิลาขึ้นมา
เขายืนขวางบันได แขนที่ง้างธนูกลายเป็นเพียงภาพติดตา ลูกธนูพุ่งออกไปเป็นสายไม่ขาดตอน
ตราบใดที่ไม่ใช่โล่เหล็กหนา ทหารฝ่ายตรงข้าม…มากี่คนก็ตายหมด
"ใช้ธนูเร็วขนาดนี้เลยรึ?!"
ลุงไลคลานไปมาบนพื้น หลบลูกธนูและก้อนหินที่ตกลงมา เเล้วคอยหยิบกระบอกธนูมาเสริมให้
"ลุงไล่…ส่งลูกธนูกระบอกใหม่มาเร็ว!"
เฉินซานซือใช้หอกแทงทะลุคนไปสองคน จนกระทั่งได้กระบอกธนูมาถึงจะยิงต่อได้
"โครม!"
ทันใดนั้น รถศึกจู่โจมที่ใหญ่กว่าคนก่อนก็บุกมาถึงกำแพงเมืองได้สำเร็จ
แม่ทัพป่าเถื่อนกระโจนออกมาจากรถศึก…เขามาพร้อมขวานขนาดใหญ่ ไล่ฟาดฟันทหารที่ป้องกันเมืองไปทีเดียวห้าคน
ดูจากชุดเกราะที่สวมใส่แล้ว คงเป็นแม่ทัพคนสำคัญ แถมยังเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก…น่าจะเป็นหนึ่งในผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายในที่มาสมทบ!
"ชิ้งงงง!!"
เเละก่อนที่เฉินซานซือจะทันง้างธนูตอบโต้ แสงดาบก็วาบขึ้นไปปะทะกับขวานยักษ์
"นายร้อยเฉิน!" เซียงถิงชุนตะโกน
"ข้าจัดการมันเอง ส่วนเจ้าคอยระวังหลังให้ข้า!"
ผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายในสองคนต่อสู้กัน ต้องใช้พลังและสมาธิทั้งหมดในการปะทะกัน…จึงอาจถูกผู้ฝึกยุทธระดับหลอมกระดูกโจมตีลอบทำร้ายได้ ถ้าไม่มีคนคุ้มกัน
เฉินซานซือเปลี่ยนเป้าหมาย หันธนูไปเล็งรถศึกจู่โจม…เพื่อยิงสกัด
หลังจากต่อสู้กันหลายสิบกระบวนท่า เซียงถิงชุนก็สามารถตัดหัวแม่ทัพป่าเถื่อนได้ แม้จะได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
จากนั้นเขาก็ร่วมมือกับเฉินซานซือ สังหารศัตรูไปมากมายนับไม่ถ้วน
การต่อสู้ครั้งนี้…ดำเนินไปตั้งแต่เช้าจรดบ่าย
ในที่สุด…เมื่อพวกป่าเถื่อนเห็นว่าตีเมืองไม่สำเร็จง่ายๆ จึงต้องล่าถอยกลับไป
วันนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างสูญเสียอย่างหนัก
หลังจากตรวจสอบคร่าวๆแล้ว…ฝ่ายป่าเถื่อนเสียทหารไปอย่างน้อยสองพันนาย รวมถึงผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายในหนึ่งคน
ฝ่ายเมืองผอหยางเสียชีวิตกว่าหกร้อยนาย ซึ่งห้าร้อยนายเป็นชาวบ้าน
ชาวบ้านอ่อนแอ แต่ก็ต้องสู้ตาย
เพราะรู้ว่าถ้าเมืองแตก ยังไงก็ตายแน่ๆ
"โอ๊ย…ตายๆๆ"
ลุงไลนอนอยู่ท่ามกลางกองศพ พลางร้องโอดโอย
"วันๆข้าก็ลำบาก พอเกิดสงครามก็ต้องมาตายเเบบนี้ ชาติหน้าข้าขอเกิดเป็นหมาในบ้านเศรษฐี บ้างนะ"
…..
ตกกลางคืน
เฉินซานซือออกจากกำแพงเมืองที่เปื้อนเลือด หาที่เงียบสงบ เเล้วกินยาหลอมกระดูกเสวียนหยวนเม็ดสุดท้ายเพื่อเตรียมทะลวงขั้น
การฝึกระดับหลอมกระดูกมีสี่ขั้นตอน คือ เส้นเอ็น กระดูก ผิวหนัง และไขกระดูก
การหลอมกระดูกขั้นสุดท้าย คือการหลอมไขกระดูก
ไขกระดูกเป็นแหล่งกำเนิดของเลือด เเละเลือดทั้งหมดในร่างกายล้วนมาจากไขกระดูก
ต้องหลอมเลือดเข้าสู่ไขกระดูก แล้วใช้ไขกระดูกสร้างเลือดใหม่ เปลี่ยนแปลงเลือดในร่างกายทั้งหมด…ถึงจะเริ่มฝึกหลอมอวัยวะภายในได้
ยาที่ฮ่องเต้ให้ ไม่ได้เน้นการหลอมไขกระดูกโดยเฉพาะ แต่ใช้ได้กับทุกขั้นตอนของการหลอมกระดูก
ยามีพลังมหาศาล แต่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ช่วยเพิ่มพลังได้เร็วรองจากผลหลิงเหอ…ถือเป็นยาชั้นยอดทีเดียว!
ฟุ่บๆๆๆๆ
ขณะที่กวัดแกว่งหอก เลือดช้างมังกรในร่างกายของเฉินซานซือก็ค่อยๆสงบลง อุณหภูมิก็ลดลงจนเหมือนคนปกติ
ส่วนพลังที่แท้จริงนั้นได้ซึมผ่านเส้นเอ็น เยื่อหุ้มกระดูก เข้าสู่กระดูก และสุดท้ายก็เข้าสู่ไขกระดูก จนเหมือนไฟที่กำลังจะลุกไหม้
"ซี๊ด!"
ความร้อนแผดเผาจากไขกระดูก เฉินซานซือเจ็บปวดจนเส้นเลือดปูดโปน
เขาเกือบจะปล่อยหอกออกจากมือ…แต่สุดท้ายก็กัดฟันแน่น ดวงตาแดงก่ำ เเล้วฝืนฝึกฝนต่อไปอย่างช้าๆ
การฝึกฝนเป็นเรื่องที่เจ็บปวดอย่างมาก
ช่วงครึ่งหลัง เฉินซานซือเริ่มตาพร่ามัว ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ไม่รู้เวลาเท่าใด
เขาอาศัยความเคยชินในการฝึกฝน ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่…ในที่สุด ความเจ็บปวดที่ไขกระดูกก็หายไป เลือดเก่าถูกเลือดใหม่แทนที่ เเล้วไหลเวียนไปทั่วร่างกาย
[วิชา: หอกงูทองอมตะ ส่วนแรก (ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่)]
[ความคืบหน้า: 0/0]
[ผลของวิชา: พลังเลือดช้างมังกร, เส้นเอ็นเก้ามังกร, กายาวัชรทองคำ(สมบูรณ์)]
[กายาวัชรทองคำ(สมบูรณ์): ผิวทองแดงกระดูกเหล็ก, อยู่ยงคงกระพันฟันเเทงไม่เข้า, น้ำและไฟไม่อาจทำความเสียหายได้อีกต่อไป]
…..
ผิวหนังทองแดง กระดูกเหล็ก!
เฉินซานซือหมดแรง ทรุดลงกับพื้นพร้อมกับหอก
แต่ด้วยเลือดมังกรช้างที่ไหลเวียน ไม่กี่ลมหายใจเขาก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม ความเหนื่อยล้าจากการฝึกฝนก็หายไปจนหมด
เขารวบรวมพลังปราณเเละเลือด ผิวหนังทุกส่วนตั้งแต่หัวจรดเท้าแปรเปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ!
เขาลองใช้ดาบเจิ้นเยว่กรีดเเขน เเต่มันก็มีเพียงเสียงเสียดสีของโลหะ…ไม่มีรอยขีดข่วนใดๆเลย
ถึงร่างกายจะแข็งแกร่งมาก เเต่มันกลับยังเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว…ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ
เขามั่นใจว่าตอนนี้ ต่อให้ยืนอยู่เฉยๆ ให้ผู้ฝึกยุทธระดับหลอมเลือดขั้นสูงสุดฟัน มันก็คงไม่ระคายผิวเเม้เเต่น้อย
ตอนนี้ ตราบใดที่ยังมีพลังปราณและเลือด…เขาก็จะเป็นเครื่องจักรสังหารที่น่ากลัวที่สุดในสนามรบนี้
…………………………