- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 95 : สถานการณ์วิกฤติ!
บทที่ 95 : สถานการณ์วิกฤติ!
บทที่ 95 : สถานการณ์วิกฤติ!
บทที่ 95 : สถานการณ์วิกฤติ!
ผู้ตรวจการเซวี่ยจ้องมองเฉินซานซือจนกระทั่งดื่มเหล้าหมดแก้ว
ทันใดนั้น​ รอยยิ้มที่แทบมองไม่เห็นก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
"เหล้าดีจริงๆ!" เฉินซานซือคว่ำแก้วลง แสดงให้เห็นว่าดื่มหมดแล้ว
"ท่านผู้ตรวจการ เหล้าดีขนาดนี้ ท่านไม่ลองดื่มบ้างเหรอขอรับ?"
"ไม่ได้หรอก" ผู้ตรวจการเซวี่ยถอยหลังไปครึ่งก้าว
"นี่เป็นของที่ฮ่องเต้พระราชทาน คนนอกไม่มีสิทธิ์ดื่มหรอก"
"น่าเสียดายจริงๆ เหล้าดีๆแบบนี้ข้าต้องดื่มคนเดียวเลย" เฉินซานซือรินเหล้าอีกแก้วแล้วถามต่อ
"ข้าเป็นคนบ้านนอก ไม่รู้ธรรมเนียมเท่าไหร่ ต้องดื่มให้หมดเลยรึเปล่าขอรับ?"
"ไม่ต้องหรอก" ผู้ตรวจการเซวี่ยส่ายหัว
"ที่เหลือนายร้อยเฉินสามารถนำกลับไปเก็บไว้ได้"
"งั้น…ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ"
หลังจากพูดจบ​ เฉินซานซือก็ทำท่าจะเดินออกไป
"ท่านนายร้อย รอสักครู่" ผู้ตรวจการเซวี่ยเอ่ยรั้งไว้
"ข้ายังมีเรื่องจะพูดอีกนิดหน่อย"
ก่อนหน้านี้ไม่พูด รอให้เขาดื่มเหล้าพิษเสร็จ​ก่อนเเล้วค่อยพูด
ดูท่าทางแล้ว เขาคงเดาถูก
ดื่มเหล้าพิษแล้วก็ต้องยอมเชื่อฟัง ยังไงก็ใช้ประโยชน์ได้
ไม่ดื่ม ถือว่าขัดพระราชโองการ
ถึงจะไม่ถูกฆ่าในทันที แต่อนาคตก็ไม่แน่นอน
เฉินซานซืออยากรู้จริงๆ ว่าฮ่องเต้มีเป้าหมาย​อะไรปิดบังอยู่กันเเน่
"ท่านนายร้อยเฉิน" ผู้ตรวจการเซวี่ยพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ
"ท่านรู้ไหมว่า พวกข้ามาที่นี่ทำไม?"
"ก็มารับตำแหน่งผู้ตรวจการไม่ใช่เหรอขอรับ?" เฉินซานซือแสร้งทำเป็นไม่รู้
"แน่นอน นั่นเป็นเหตุผลหนึ่ง แต่ข้ายังมีภารกิจอื่นอีก" ผู้ตรวจการเซวี่ยพูดพลางทำสีหน้ากังวล
"ช่วงที่ท่านนายร้อยอยู่ในกองพัน…ได้ยินเรื่อง 'สมบัติ​เซียน' บ้างไหม?"
เฉินซานซือได้เเต่ส่ายหัวอย่างงุนงง
"ท่านนายร้อยเพิ่งเริ่มฝึกวิชา จะไม่รู้ก็ไม่แปลก" ผู้ตรวจการเซวี่ยอธิบายต่อ
"ภารกิจของข้า คือการตามหาสมบัติที่เซียนทิ้งเอาไว้ ก่อนที่สงครามจะจบลง"
"ท่านผู้ตรวจการพูดเล่นรึเปล่า?" เฉินซานซือแสร้งทำเป็นตกใจ
"บนโลกนี้มีเซียนด้วยเหรอ?"
"มีสิ จักรพรรดิองค์ปัจจุบันก็คือเซียนหมื่นปีไม่ใช่รึไง?" ผู้ตรวจการเซวี่ยหันไปมององครักษ์อีกคนหนึ่งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
"ถังหมิง เรื่องที่ให้ตรวจสอบเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ไม่เป็นไร บอกนายร้อยเฉินได้เลย…เขาเป็นพวกเดียวกับเราเเล้ว”
"ขอรับ" ถังหมิงพยักหน้า
"ตอนนี้สำนักยุทธต้องมีปัญหาแน่ๆ โดยเฉพาะบ้านสกุลเหลียง”
“ช่วงนี้พวกเขาวนเวียนอยู่แถวศาลากลางตลอด…จะพูดก็พูดไม่หมด ทำเหมือน​มีลับลมคมในอะไรบางอย่าง​”
เหลียงเซิงจื๋อสินะ?
เฉินซานซือรู้ว่าเขาต้องการอะไร
ดูท่าทางแล้ว เรื่องสมบัติ​เซียนคงจะลามไปถึงเซียงถิงชุนในไม่ช้า ยังไงก็คงปิดบังต่อไปได้อีกไม่นาน
"ใช้วิธีทั้งแข็งและอ่อน อย่าบีบคั้นมากเกินไป รีบเค้นเอาความจริงออกมา…ส่วนความผิดอื่นๆ ค่อยว่ากันทีหลัง" ผู้ตรวจการเซวี่ยเปลี่ยนเรื่อง
"พวกลัทธิ​เทพวิญญาณ​มีอะไรเคลื่อนไหวบ้าง?"
"จากข่าวที่ได้มา…" ถังหมิงทำสีหน้าเคร่งเครียด
"เหมือนจะมีผู้ฝึกยุทธระดับเหนือขั้นเปลี่ยนพลังจำนวนมากจะเดินทางมา"
เป็นอย่างที่เฉินซานซือคาดไว้จริงๆ
เขาเคยคิดไว้แล้วว่า ถ้าจะตามหาสมบัติ​เซียนจริงๆ ทำไมไม่ส่งผู้เชี่ยวชาญมา…
เเต่เมืองผอหยางเล็กๆแบบนี้ มีอะไรดีนักหนา?
ทั้งกองทัพบุกโจมตี ทั้งผู้เชี่ยวชาญที่แฝงตัวเข้ามา
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังหาเหตุผลที่กองทัพบุกโจมตีไม่ได้
ถ้าพวกลัทธิ​เทพวิญญาณ​จะมาตามหาสมบัติ​เซียน นั่นยังพอเข้าใจได้
แต่การที่ยกกองทัพมาบุกโจมตี มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
"เราเหลือเวลาไม่มากแล้ว ต้องหาสมบัติให้เจอก่อนที่พวกลัทธิ​เทพวิญญาณ​จะมาถึง" ผู้ตรวจการเซวี่ยลุกขึ้นยืน
"ท่านนายร้อย เรื่องวันนี้ท่านต้องปิดเป็นความลับ ห้ามบอกใครเด็ดขาด….เเล้วท่านก็โปรดช่วยสอดส่องเรื่องสมบัติ​เซียนด้วย ดูว่ามันมีความเกี่ยวข้องกับกองทัพหรือไม่ ถ้าพบเบาะแสอะไร นั่นจะเป็นความดีความชอบอันยิ่งใหญ่"
"เข้าใจแล้ว" เฉินซานซือพยักหน้า
เหลือเวลาไม่มาก?
ผู้ตรวจการเซวี่ยน่าจะรู้อะไรบางอย่าง แต่คงไม่ยอมบอกง่ายๆ
เหล้าพิษแก้วนี้…ดื่มเข้าไปก็ดีเหมือนกัน
บางที เหล้าพิษแก้วนี้อาจเป็นโอกาสรอดสำหรับ​เขาก็ได้
เพราะการดื่มเหล้าพิษ…หมายความว่า เขาได้กลายเป็นคนของฮ่องเต้
หลังจากคุยกันเสร็จ ผู้ตรวจการเซวี่ยก็ให้หานเฉิงออกไปส่งแขก
เมื่อออกมาถึงหน้าบ้าน หานเฉิงก็พูดด้วยน้ำเสียงต่ำ
"ท่านนายร้อย ต่อไปผู้ตรวจการเซวี่ยให้ทำอะไรก็ทำตาม อย่าปิดบังหรือขัดคำสั่งเด็ดขาด คำสั่งของฮ่องเต้คือโองการสวรรค์"
เฉินซานซือเข้าใจความหมาย เขาเป็นแค่ขุนนางขั้นหก ระดับพลังแค่หลอมกระดูก ถ้ากล้าขัดคำสั่งมีหวังตายแน่ๆ
ขนาดลูกชายคนที่สามของผู้บัญชาการซุน ที่เผลออวดดีก็ยังต้องชดใช้ด้วยราคาเเสนแพง
เเละสุดท้าย…ทั้งหมดก็เป็นเพราะพลังยังไม่แข็งแกร่งพอ
"ขอบคุณท่านองครักษ์หานที่เตือน" เฉินซานซือประสานมือคำนับ
เห็นได้ชัดว่าหานเฉิงกำลังเตือนเขาอยู่
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เขาก็ควรพูดจาให้ดีเอาไว้ก่อน
"ท่านองครักษ์หาน ต่อไปจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นหรือเปล่า?" เฉินซาน​ซือ​ตะล่อมถาม
"ข้าไม่รู้" หานเฉิงส่ายหน้า
"ข้าแค่รับคำสั่งจากผู้บัญชาการซุน ให้มาดูแลท่าน ส่วนเรื่องอื่นข้าไม่รู้จริงๆ"
"งั้นข้าขอตัวลา"
….
หลังจาก​นั้น​ เฉินซานซือก็ขี่ม้าขาวออกจากเมืองไปทำภารกิจลาดตระเวนพร้อมกับหวังจื๋อ
รอบนี้ต่างจากตอนไปทุ่งหญ้า ครั้งนี้พวกเขาแยกกันปฏิบัติหน้าที่เพื่อลดความเสี่ยง เฉินซานซือจึงเปลี่ยนเส้นทาง มุ่งหน้าไปยังเขาหู่โถว
ภายในถ้ำ
ด้วยความช่วยเหลือของ [แก้พิษร้อยชนิด] เฉินซานซือจึงสามารถ​ปรุงยาแก้พิษได้อย่างรวดเร็ว
ที่เขามีวัตถุดิบครบ เพราะตอนที่ไปเอามาจากบ้านสกุลเหลียง เขาขนเอาสมุนไพรทั้งหมดที่เอามาได้ติดตัวมาด้วย ซึ่งนั่นรวมถึงสมุนไพรแก้พิษหายากหลายชนิด
"อุ๊บ—"
เขาอาเจียนเป็นเลือดสีดำออกมา พิษโลหิตน้ำค้างก็ถูกกำจัดออกไปด้วยการอาเจียน​นี้
พิษโลหิตน้ำค้างไม่ใช่พิษร้ายแรงอะไร ข้อดีคือไม่มีสีไม่มีกลิ่น ยากที่จะตรวจพบ
ถ้าไม่ใช่เพราะเฉินซานซือมี [มองยาเห็นสูตร] คงคิดว่าฮ่องเต้พระราชทานเหล้าชั้นดีให้เป็นรางวัล…เพราะหลังจากดื่มไปแล้วร่างกายก็ไม่ได้มีอาการผิดปกติอะไรเลย
สามเดือนต่อไป ถ้าเขากลายเป็นคนสนิทของฮ่องเต้จริงๆ ฮ่องเต้ก็จะแอบส่งยาแก้พิษมาให้
แบบนี้ก็จะไม่มีใครรู้ ความสัมพันธ์ระหว่างฮ่องเต้กับเขาก็จะไม่เกิดรอยร้าวเพราะเรื่องนี้
ในทางกลับกัน ถ้าเขากลายเป็นคนสนิทของฮ่องเต้ไม่ได้ ก็จะต้องตายเพราะพิษโดยไม่รู้สาเหตุ
มันช่างเป็นวิธีที่แยบยลเเละชั่วร้าย​เสียจริง!
"ได้เลย! ข้าจะเป็นคนสนิทให้เจ้าก็ได้!"
หลังจาก​พูด​จบ​ เฉินซานซือก็หยิบกล่องไม้ที่ได้รับเป็นรางวัลออกมาเปิดออกดู ข้างในมีเม็ดยาสีแดงห้าเม็ดวางเรียงรายอยู่ คงเป็นยาหลอมกระดูกที่ว่านั่นแหละ เเละคราวนี้ไม่มีพิษแล้ว
ยานี้มีชื่อว่า "ยาหลอมกระดูกเสวียนหยวน" แต่ละเม็ดมีมูลค่ามากกว่าห้าร้อยตำลึง กล่องนี้รวมกันก็หลายพันตำลึง
ต่อให้เฉินซานซือรู้วิธีปรุงยา ก็คงหาวัตถุดิบ​ไม่ครบตามสูตรอยู่ดี
เเละเมื่อมียานี่แล้ว เขาคงหลอมกระดูกสำเร็จในเร็วๆนี้
เขาไม่รอช้า เก็บของแล้วลงจากเขา
เมื่อกลับมา ก็พบว่าพวกป่าเถื่อนบุกเข้ามาโจมตี​เมืองอีกแล้ว
…..
เย็นวันนั้น
พวกป่าเถื่อนก็เริ่มการโจมตีรอบใหม่
พวกมัน​ยังคงใช้เครื่องยิงหิน ลูกธนู และอาวุธหนักต่างๆโจมตีไม่ยั้ง
เเต่โชคดีที่มีผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายในทั้งสี่คนประจำการอยู่ทั้งสี่ด้านของกำแพงเมือง ถึงจะเสียหายไม่น้อย แต่ก็ยังต้านทานเอาไว้ได้
แต่หลังจากนั้น สถานการณ์กลับเลวร้ายลงอย่างมาก​
เพราะสามวันหลัง​จาก​นั้น หน่วยลาดตระเวนได้นำข่าวใหม่กลับมา
พวกป่าเถื่อนจะส่งกำลังเสริมมาอีกครั้งในอีกเจ็ดวัน
ถึงตอนนั้น กำลังพลจะเพิ่มเป็นหนึ่งหมื่นนาย และมีผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายในเพิ่มอีกสามคน!
"ตระกูลหยูเหวิน…พวกมัน​บ้าไปแล้วรึไง?!"
บ้านหลังหนึ่งใกล้ประตูเมืองด้านเหนือถูกยึดมาเป็นกองบัญชาการ
เซียงถิงชุนเดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวาย ใบหน้าและเสื้อผ้าเปื้อนเลือด…เขาไม่ได้กลับบ้านเลยตั้งแต่เริ่มสงคราม คอยเฝ้าอยู่บนกำแพงเมืองตลอดเวลา
"พวกเจ้าว่า พวกมันคิดอะไรอยู่? ต่อให้ยึดเมืองผอหยางได้แล้วจะทำอะไรต่อ? หรือว่า…พวกมันคิดจะปีนข้ามเขาหู่​โถวไปบุกเมืองอันติ้ง?!"
เเต่นั่นเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
ดูจากแผนที่แล้ว เมืองอันติ้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองผอหยาง
มีเทือกเขาหู่โถวกั้นกลาง ต่อให้ยึดเมืองผอหยางได้ ก็คงไม่สามารถข้ามเขาไปบุกเมืองอันติ้งได้…เพราะเสบียงและม้าลำเลียงไปไม่ได้หรอก
ถ้าจะไปเมืองอันติ้ง ต้องอ้อมไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองผอหยาง ไปตีเมืองเหิงคังก่อน แล้วค่อยไปเมืองอันติ้ง…ส่งกำลังมาเสริมฝั่งผอหยาง​นี้ไม่มี​ประโยชน์​เลย
เว้นแต่…กำแพงชายเเดนเมืองอันติ้งจะถูกตีแตกเสียก่อน!
จากนั้น​ กองทัพป่าเถื่อนก็จะอ้อมเมืองไปโจมตีด้านหลังของเมืองเหิงคัง ร่วมมือกับชนเผ่าซีเหอที่เมืองผอหยาง โจมตีเมืองเหิงคังจากทั้งสองด้าน
จากนั้นก็จะตัดกำลังเสริม​จากเมืองต่างๆ ทำให้เมืองอันติ้งกลายเป็นเมืองโดดเดี่ยว แล้วค่อยบุกโจมตี
ถึงจะมีความเสี่ยงสูง แต่นี่ก็เป็นไปได้มากที่สุด
แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับ…การตีกำแพงชายเเดนเมืองอันติ้งให้เเตก!
พอคิดๆดูแล้ว ที่ผู้ตรวจการเซวี่ยบอกว่าเวลาเหลือน้อย…
"ท่านผู้พัน!" เฉินซานซือวิเคราะห์สถานการณ์ได้ จึงรีบพูดขึ้น
"รีบส่งคนไปเมืองอันติ้ง ตรวจสอบสถานการณ์เดี๋ยวนี้เลยขอรับ!"
"เจ้าหมายความว่า…เมืองอันติ้งกำลังแย่?!" เซียงถิงชุนถามอย่างตกใจ
"ถ้าเป็นแบบนั้น เมืองผอหยางก็ไม่ต่างอะไรกับเต่าในไหหรือ?"
เมื่อ​คิดถึง​สิ่งนี้ เซียงถิงชุนก็รีบสั่งการทันที
"จ้าวคัง เร็วเข้า…ไปทำตามที่นายร้อยเฉินบอก!"
"ขอรับ!"
...
เวลาผ่านไปอีกสามวัน
ชนเผ่าซีเหอยังไม่โจมตี เพราะพวกมันรอกำลังเสริมอยู่
เมืองผอหยางจึงเงียบสงบอย่างน่าประหลาด
ถึงวันนี้ เฉินซานซือกินยาหลอมกระดูกเสวียนหยวนเม็ดที่สาม เเละฝึกฝนควบคู่ไปด้วย
[วิชา: หอกงูทองอมตะ ส่วนเเรก (ความสำเร็จเล็กน้อย)]
[ความคืบหน้า: 1559/2000]
….
อีกไม่กี่วัน
หลังจาก​กินยาหมด เขาก็จะฝึกขั้นหลอมกระดูกสำเร็จแล้ว
นอกจากนี้ เขายังฝึกฝนการยิงธนูทุกวันด้วย
[ทักษะ: ยิงธนู (ความสำเร็จเล็กน้อย)]
[ความคืบหน้า: 808/1000]
….
ถ้ามีการต่อสู้บนกำแพงเมืองอีกครั้ง เขาก็น่าจะบรรลุขั้นต่อไปได้!
วันที่สี่
ในที่สุด จ้าวคังที่ถูกส่งไปสืบข่าวก็กลับมา
"ท่านผู้พัน!!" จ้าวคังวิ่งหน้าตั้งเข้ามา ร่างกายเต็มไปด้วยฝุ่นและความเหนื่อยล้า จนเซล้มลงกับพื้น
เขาลุกขึ้นอย่างโซซัดโซเซเเล้วรีบรายงาน​ต่อ
"ท่านผู้พัน! สิ่งที่นายร้อยเฉินคาดการณ์ไว้เป็นจริง”
“ทางสถานีส่งข่าวจากกำเเพง​ชายเเด​นขาดการติดต่อกับเมืองอันติ้งตั้งแต่หกวันก่อน ข้ารีบเดินทางไปกลางทางก็เจอผู้อพยพ…เมื่อสอบถามได้ความว่า กำแพงชายแดน​เมืองอันติ้งถูกตีแตกตั้งแต่เจ็ดวันก่อน กองทัพป่าเถื่อนห้าหมื่นนายบุกเข้าไปในเมือง ตอนนี้เมืองอันติ้งกำลังตั้งรับอยู่ในเมือง”
“พวกป่าเถื่อนบุกเมืองต่อไม่ได้ เลยอาจจะแบ่งกำลังไปโจมตีด้านหลังของเมืองเหิงคัง ถ้าเมืองเหิงคังแตก เส้นทางลำเลียงเสบียงของเมืองอันติ้งก็จะถูกตัดขาด มณฑลหยุนทั้งหมดอาจจะตกอยู่ในอันตรายใหญ่​หลวงเเล้ว!”
บูมมม!!!
ข่าวนี้…เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจทุกคน
ข่าว​นี้​หมายความว่า…เมืองผอหยางแทบจะหมดหวังที่จะได้รับกำลังเสริม
หมายความ​ว่า​ พวกเขา​ต้องรับมือกับกองทัพนับหมื่นด้วยกำลังพลแค่เก้าร้อยนาย!
"เจ้ามั่นใจใช่ใหม?!" จี้กวงเสียนไม่อยากจะเชื่อ
"กำเเพงชายเเดนเมืองอันติ้งตั้งรับได้ง่าย โจมตีได้ยาก…ทำไมมันถูกตีแตกในเวลาสั้นๆแบบนี้ได้?!"
…………………..