เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 90 : วิชาดาบเตียนชาง

บทที่ 90 : วิชาดาบเตียนชาง

บทที่ 90 : วิชาดาบเตียนชาง


บทที่ 90 : วิชาดาบเตียนชาง

เฉินซานซือชักดาบออกมา แล้วกรีดเบาๆที่แขน

เขารู้สึกเจ็บแปลบๆ เเละทันใดนั้น​มันก็มีรอยสีขาวปรากฏขึ้น แต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร

นี่เป็นดาบเจิ้นเยว่แท้ๆ

ถ้าเป็นดาบธรรมดา คงฟันไม่เข้าแน่

“แต่ก็ไม่ได้แข็งแกร่งตลอดเวลา ต้องให้พลังปราณเเละเลือดไหลเวียนถึงจะทำให้หนังเหนียว​ได้”

เฉินซานซือทดลองอยู่หลายครั้ง

ในสถานการณ์ปกติ ถ้าไม่โคจรพลัง​ปราณ​เเละ​เลือด…ผิวหนังของเขาก็ยังคงเหนียวกว่าคนทั่วไป แต่ก็ไม่ได้เหนือมนุษย์อะไรขนาดนั้น

“ถ้าฝึกถึงขั้นสูงสุด ก็คงจะพัฒนา​เป็นถึงกายาวัชรทองคำ!”

“แต่ตอนนี้ ยาหมดอีกแล้ว!” เฉินซานซือถอนหายใจ

สุราเสือเขี้ยวดาบที่กระทรวงกลาโหมส่งมาเป็นรางวัล เซียงถิงชุนยกให้เขาไปสองไห แต่นั่นเป็นยาสำหรับระดับหลอมกระดูกขั้นสมบูรณ์

ในตำราแพทย์บอกว่า ถ้าดื่มก่อนถึงเวลา จะไม่ได้ผล แถมยังเป็นโทษอีก…เขาจึงยังใช้ไม่ได้ในตอนนี้

“หึๆ…ไปขอยืมที่สำนักยุทธดีกว่า!”

….

หลังจากเฉินซานซือลงจากเขา ก็เป็นเวลากลางคืนแล้ว

ตอนนี้เขากำลังตรงไปยังจวนตระกูลเหลียงของสำนักเทียนหยวน

เริ่มจากที่นี่ก่อนแล้วกัน

ถ้าหาไม่ได้ ค่อยไปที่ตระกูลพานแห่งสำนักหยุนเหอ และตระกูลจ้าว

ถึงแม้ร้านขายยาของสำนักเทียนหยวนจะไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าที่บ้านจะไม่มีของดีเก็บไว้

เฉินซานซือลอบผ่านคนรับใช้และศิษย์ที่กำลังลาดตระเวนตอนกลางคืน กระโดดขึ้นไปบนหลังคาอย่างคล่องแคล่ว

ภายใต้ผลของ [เท้าเบาเหมือนขนนก] มันจึงไม่มีเสียงดังเลยแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตาม วันนี้เขาไม่ได้ซ่อนแม้กระทั่งหอก ยังคงแบกมันไว้บนหลังอยู่เลย

หอก ธนู ดาบเจิ้นเยว่ เรียกว่าพกมาครบทุกอย่าง

ไม่ใช่เเค่ไม่กลัวถูกจับได้

เพียงแต่…ขอให้ตระกูลเหลียงภาวนาอย่าให้ใครมาเจอเขาเข้าล่ะ

ไม่งั้นเมืองผอหยางคงมีคดีฆ่าล้างตระกูลเพิ่มอีกคดี

หึๆ…ตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว

ตอนที่เริ่มฝึกวิชาใหม่ๆ เจอคนของสำนักยุทธ เขายังต้องอดทนอดกลั้น

แต่ตอนนี้ แค่ขยับนิ้วเกี่ยวสายธนู เขาก็สามารถจัดการคนพวกนั้นได้อย่างง่ายดายแล้ว

แค่ยืมยามาใช้หน่อยเดียว…หวังว่าพวกตระกูลเหลียงจะรู้จักคิด

….

ไม่นานเฉินซานซือก็เจอห้องเก็บยา

คนที่เฝ้าอยู่กำลังหลับคาโต๊ะ นับว่าการนอนของเขาได้ช่วยชีวิตคนในตระกูลเหลียงไว้ได้หลายสิบคน

เขาเปิดหน้าต่างเข้าไปในห้องเก็บยา หยิบกระสอบมาใส่ยา…ไม่นานกระสอบก็เต็ม

“มีโสมดำจริงๆ แถมยังมีเยอะมากด้วย พอใช้ได้อีกนานเลย”

จากนั้นเฉินซานซือก็เจอกล่องสวยๆวางแยกไว้ในมุมห้อง พอเปิดออกดูก็เจอโสมกับเห็ดหลินจือ แถมยังมียาแก้พิษหายากอีกหลายชนิด

ไม่ว่าจะใช้ได้หรือไม่ได้ เขาก็เก็บไปทั้งหมด

….

ณ เวลานี้ในจวนตระกูลเหลียงที่เงียบสงบ

มีเพียงห้องหนังสือห้องเดียวที่ยังมีแสงเทียน

เฉินซานซือครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วก็ตัดสินใจเดินไปตามชายคา เเอบแง้มประตูดูข้างใน

ในห้อง ที่โต๊ะเขียนหนังสือมีชายวัยกลางคนผมหงอกขาวนั่งอยู่

มันมีหนังสือวางระเกะระกะเต็มโต๊ะ ในมือถือพัด เเล้วมองไปรอบๆอย่างเหม่อลอย

“นี่มันพัดของเหลียงจ่านนี่”

“ไอ้แก่…คิดถึงลูกชายหรือไง”

เฉินซานซือลังเลว่าจะส่งพวกเขาทั้งครอบครัวไปอยู่ด้วยกันดีไหม (โหดจาด)

…..

“ไอ้ขยะ!”

ทันใดนั้นเอง เสียงด่าทอแหลมสูงก็ดังขึ้น

หญิงวัยกลางคนที่ดูเหนื่อยล้าวิ่งออกมาจากห้องนอน ตรงมาที่ห้องหนังสืออย่างรวดเร็ว

“ไอ้ขยะหมาแก่!  เเกมานั่งทำเป็นเศร้าโศกเสียใจอยู่แบบนี้มันจะมีประโยชน์อะไร! ถ้าเจ้ารักลูกชายจริงๆ ทำไมไม่ไปแก้แค้นให้มัน!”

“ข้าก็อยากแก้แค้น!” เหลียงเซิงจื๋อพูดอย่างแค้นเคือง

“แต่เซียงถิงชุนมันระดับหลอมอวัยวะภายใน…ข้าจะไปสู้มันได้ยังไง!”

“แถมเรายังไม่มีหลักฐานอีก ยังไงมันไม่มีทางยอมรับแน่!”

เซียงถิงชุน?

เฉินซานซือรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

ที่แท้ท่านผู้พันก็รับเคราะห์แทนเขาอยู่นี่เอง

“แล้วไง!” หญิงวัยกลางคนตะโกนเสียงดัง

“เจ้าก็ไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นสิ!”

“เซียงถิงชุนมันจะเก่งที่สุดในโลกหรือไง!?  ข้างกายท่านผู้ตรวจการ ข้างกายท่านนายอำเภอก็มีระดับหลอมอวัยวะภายในไม่ใช่หรือไง! เจ้าก็ไปขอร้องให้พวกเขาช่วยสิ!”

“ไม่มีใครช่วยข้าหรอก” เสียงของเหลียงเซิงจื๋อเหมือนจะร้องไห้

“จี้กวงเสียนกับเซียงถิงชุนมันพวกเดียวกัน จะมาช่วยข้าฆ่าเซียงถิงชุนได้ยังไง?”

“เเล้วต่อให้ขายบ้านขายช่อง ก็ไม่มีปัญญาจ้างคนมาฆ่ามันหรอก!”

“แล้วท่านผู้ตรวจการล่ะ?!” หญิงวัยกลางคนลดเสียงลง

“ช่วงนี้ท่านผู้ตรวจการเรียกพวกเจ้าไปพบหลายครั้งไม่ใช่หรือไง?  ขอให้เขาช่วยไม่ได้หรือ?”

“ยิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่!”

“ท่านผู้ตรวจการเซวี่ยคนใหม่ได้ยินว่าเป็นคนของคณะเสนาบดี แม้แต่ของกำนัลของพวกเราก็ยังไม่ค่อยรับ”

“เเล้วคนเย่อหยิ่งมากเเบบนั้น จะมาช่วยฆ่าคนให้พวกเราได้ยังไง? แถมช่วงนี้ที่เขาเรียกพวกเราไปพบ ก็เพื่อถามเรื่องสมบัติเซียนต่างหาก!”

“ถ้าอยากให้เขาช่วย เว้นแต่…”

ทันใดนั้น เขาก็เหมือนจะเข้าใจความหมายของภรรยา

“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ การซ่อนสมบัติเซียนเป็นความผิดร้ายแรงถึงประหารเก้าชั่วโคตร… ถ้าทำแบบนั้น ถึงจะแก้แค้นให้จ่านเอ๋อร์ได้… แต่อาณาจักรร้อยปีของตระกูลเหลียงก็จะพังทลายทันที!”

“อาณาจักร?” หญิงวัยกลางคนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

“เหลียงเซิงจื๋อ ลูกชายเจ้าก็ตายไปแล้ว เเล้วเจ้าจะเก็บอาณาจักรไว้ให้ใคร?  อีกอย่าง อีกไม่นานพวกทหารป่าเถื่อนก็จะบุกมาแล้ว…เจ้าคิดว่าจะหลบอยู่ที่บ้านได้หรือ?  เซียงถิงชุนมันจะไม่เกณฑ์เจ้าไปรบหรือไง?!”

“ฮึ่ม…เจ้าจะลงมือหรือไม่” หญิงวัยกลางคนพูดพลางเอาปิ่นปักผมจ่อที่คอตัวเอง

“นั่นเจ้าจะทำอะไร?!” เหลียงเซิงจื๋อลุกขึ้นอย่างร้อนรน

“ถ้าเจ้ามันขี้ขลาดตาขาว ข้าก็จะไปหาจ่านเอ๋อร์เอง!”

“อ๊า…” เหลียงเซิงจื๋อตะโกนอย่างบ้าคลั่ง แล้วคว่ำโต๊ะ

“พวกเจ้าบีบข้ากันหมด งั้นก็ตายไปด้วยกันหมดนี่แหละ…เซียงถิงชุน! ข้าจะตายไปพร้อมกับเจ้า!”

….

ช่างเป็นภาพความรักระหว่างพ่อลูกที่แสนซาบซึ้ง!

หึๆ….ซาบซึ้งงั้นหรือ?

เฉินซานซือหัวเราะเยาะ

ตอนที่พวกมันจับชาวบ้านมาทดลองยา ทำไมไม่คิดบ้างว่าคนอื่นก็มีครอบครัว

ต่อให้ฆ่าพวกมันทั้งตระกูล ก็ไม่สมควรได้รับความเห็นใจแม้แต่น้อย…ถือว่ากำจัดภัยให้ชาวบ้านด้วยซ้ำ

แต่ในเมื่อพวกมันโยนความผิดให้เซียงถิงชุน แถมยังเกี่ยวข้องกับสมบัติเซียนอีก เขาจึงลงมือฆ่ามั่วไม่ได้ เดี๋ยวมันจะยุ่งยากซะเปล่าๆ

“เเต่ท่านผู้ตรวจการกำลังตามหาสมบัติเซียนจริงๆ แถมข้างกายยังมีระดับหลอมอวัยวะภายในอีกด้วย!”

“ดูเหมือนตระกูลเหลียงกำลังจะไปฟ้องท่านผู้ตรวจการแล้ว”

“ท่านผู้พันเซียง เอาตัวให้รอดนะ”

เฉินซานซือไม่รอช้า กระโดดออกไป ทิ้งจวนตระกูลเหลียงไว้เบื้องหลัง แล้วหายไปในความมืด

…..

“อะไรนะ”

“เจ้าอยากฝึกดาบ?” หวังจื๋อที่กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่เงยหน้าขึ้นมอง เเล้วถามด้วยความสงสัย

“แน่ใจนะ?”

“แน่ใจ” เฉินซานซือพยักหน้าอย่างหนักแน่น

เขาเคยไปถามซุนหลีกับซุนปู้ฉีแล้ว เเต่พวกเขาไม่มีใครฝึกดาบเลย…จึงได้แต่มาหาหวังจื๋อ

หวังจื๋อนึกอยู่ครู่หนึ่ง เเล้วตอบว่า

“ข้ามีวิชาดาบอยู่​บ้าง…ตามข้ามา”

นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินซานซือได้มาบ้านของหวังจื๋อ ภายในบ้านของเขาดูเรียบง่ายเกินคาด

ลานบ้านไม่มีคนดูแล ห้องต่างๆก็ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ มีเพียงห้องนอนที่มีเตียงกับหีบใบหนึ่งที่ล็อกไว้อยู่

หวังจื๋อเปิดหีบ เอาตำราวิทยายุทธออกมาหลายเล่ม…แล้วหยิบตำราดาบหลายเล่มโยนมาให้เฉินซานซืออย่างไม่ใยดี

“ดูเอา อยากฝึกเล่มไหนก็เลือกเอาเลย…ข้าไม่มีอะไรมาก นอกจากตำราวิทยายุทธ”

“ตอนที่ข้าโดนไล่ออกมา พวกนั้นยึดตำราวิทยายุทธระดับหลอมอวัยวะภายในขึ้นไปไปหมด ส่วนตำราขั้นต่ำกว่านั้น ข้าเก็บไว้ทั้งหมด”

“ในบรรดาตำราพวกนี้ ที่ดีที่สุดก็น่าจะเป็นวิชา ‘ดาบเตียนชาง’...มันเป็นวิชาเดียวกับที่ท่านอาจารย์ใช้”

“ท่าน​ผู้​บัญชาการ​ซุน?”

“ไม่ใช่ว่าท่านใช้หอกหรอกเหรอ?” เฉินซานซือถามอย่าง​สงสัย​

“ท่านใช้ดาบด้วย ตอนที่ท่านยังไม่ทะลวงเป็นเทพยุทธ​ ท่านฝึกวิชาสารพัดอย่าง” หวังจื๋อลูบคาง

“วิชา ‘ดาบเตียนชาง’ เป็นวิชาลับของสำนักชางซาน หนึ่งในแปดสำนักใหญ่เมื่อร้อยกว่าปีก่อน”

“เเต่หลังจากที่สำนักชางซานก่อกบฏและถูกทำลาย วิชานี้ก็ตกไปอยู่ในมือของราชสำนัก…ในเมื่อท่านอาจารย์ยังฝึกวิชานี้ แสดงว่าต้องเป็นวิชาที่ดีแน่”

“แต่มันก็น่าจะฝึกยากมาก…ถ้าจะฝึกมัน มันอาจจะกระทบกับการฝึกหอกของเจ้าได้นะ”

“สำหรับ​เรื่องนั้น…ข้าอยากรู้มากกว่าว่าการฝึกอาวุธหลายชนิดมันมีประโยชน์ยังไง” เฉินซานซือพูดถึงข้อสงสัยในใจ

หนึ่งในประโยชน์ของวิทยายุทธ คือการทำให้ร่างกายทะลวงขีดจำกัด

แต่เมื่อร่างกายแข็งแกร่งขึ้นตามระดับพลังแล้ว การฝึกอาวุธชนิดใหม่จะช่วยอะไรได้อีก?

ร่างกายคงจะไม่แข็งแกร่งขึ้นมากหรอก…ไม่งั้นก็คงเป็นที่รู้กันไปนานแล้ว

“ก่อนถึงขั้นเปลี่ยนพลัง การฝึกอาวุธหลายชนิดจะทำให้พลังปราณเเละเลือดแข็งแกร่งขึ้น…เเละหลังจากถึงขั้นเปลี่ยนพลังแล้ว จะทำให้พลังภายในแข็งแกร่งขึ้น นอกนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีก” หวังจื๋อเปลี่ยนยาที่แผลพลางอธิบายอย่างใจเย็น

“ดังนั้น ปกติแล้วคนที่หมดหวังจะทะลวงขั้น มักจะหาวิชาต่างๆมาฝึก เพื่อเพิ่มพลังต่อสู้ เพราะสุดท้ายแล้ว การต่อสู้ระหว่างคนที่มีระดับพลังเท่ากัน ก็มักจะขึ้นอยู่กับว่าใครมีพลังปราณและเลือดกับพลังภายในมากกว่ากัน”

“ตอนนี้ระดับพลังของเจ้ายังก้าวหน้าได้อีกเยอะ ตอนนี้ฝึกวิชาเยอะไปก็ไม่มีประโยชน์เท่าไหร่หรอก”

“เเละต่อให้ฝึกสำเร็จ ในการต่อสู้จริงก็ใช้สองวิชาพร้อมกันไม่ได้ สมองคนเรามีแค่หนึ่ง จะควบคุมสองอย่างพร้อมกันได้ยังไง”

“อย่างมากก็แค่ใช้อาวุธยาวกับอาวุธสั้นคู่กัน เพื่อป้องกันตอนที่ศัตรูเข้ามาประชิดตัว…เจ้าก็น่าจะคิดแบบนี้เหมือนกันใช่ไหม?”

“ก็ใช่ขอรับ” เฉินซานซือไม่ได้ปฏิเสธ

แต่ในใจเขาก็นำข้อมูลที่ได้มาเชื่อมโยงกัน

คนที่หมดหวังจะทะลวงขั้น…นั่นคงรวมถึงท่านผู้บัญชาการ​ซุนในอดีตด้วย

จนกระทั่งปีที่สิบห้าของรัชศักราช​หลงชิ่ง ท่านผู้บัญชาการ​ซุนถึงทะลวงไปเป็นเทพยุทธ​ขั้นสูงสุด

การที่ท่านฝึกดาบ มันเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า?

แน่นอนว่าตอนนี้เป็นแค่การคาดเดา

เทพยุทธ​ยังอีกไกลจากเขามาก

ลองฝึกดาบดูก่อน…แล้วค่อยว่ากัน

“ข้าเอาเล่มนี้แหละ!” เฉินซานซือเลือกรับตำรา ‘ดาบเตียนชาง’ มาในที่สุด​

“ตามใจเจ้า”

“ถ้ามีพื้นฐานระดับพลังอยู่แล้ว การฝึกวิชาอื่นๆจะเร็วกว่ามาก…แต่จะเร็วขนาดไหน ก็ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์และความสามารถของเจ้าแล้ว”

“ขอบคุณมากนายร้อย​หวัง!” เฉินซานซือโค้งคำนับ​

จากนั้น​ เขาก็ไม่รอช้าเริ่มฝึกดาบทันที

วิธีการหายใจเฮ่าหลานเป็นวิชาพื้นฐานที่ใช้ได้กับทุกวิชา

สิ่งที่ต้องฝึกเพิ่มคือท่าพื้นฐานและกระบวนท่าเท่านั้น​

ยังจำได้ว่าตอนฝึกวิชาครั้งแรก แค่ฝึกท่าพื้นฐานกับกระบวนท่าให้คล่อง ก็ใช้เวลาเกือบสิบวัน

แต่ตอนนี้เมื่อเริ่มฝึกดาบ

เขากลับใช้เวลาแค่ครึ่งวันเท่านั้น​!

[วิชา: ดาบเตียนชาง (ยังไม่เริ่มฝึก)]

[ความคืบหน้า: 0/50]

[ผลลัพธ์​: ยังไม่มี]

…..

แค่ห้าสิบก็เริ่มฝึกได้แล้ว?

เฉินซานซือลองฝึกดู…ปรากฏว่ามันเร็วกว่าที่คิด

ทุกครั้งที่ฝึกกระบวนท่าครบหนึ่งรอบ ความเชี่ยวชาญก็จะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ด้วยความเร็วขนาดนี้ แค่หนึ่งวัน…ก็คงฝึกวิชาถึงระดับ​เริ่มต้น​ได้แล้ว

“ดาบดีจริงๆ!” เฉินซานซือถือดาบเจิ้นเยว่เเล้วเพ่งมองด้วยความชอบใจอีกครั้ง

ดาบบรรพบุรุษแบบนี้ ไม่สามารถประเมินค่าเป็นเงินได้…มันเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแท้จริง

“ได้ยินว่าองค์ชายเก้าถูกส่งตัวไปเมืองหลวงแล้ว” หวังจื๋อกล่าวสิ่งที่ได้​ยินมา

นี่เป็นเรื่องดี

ถ้าองค์ชายเก้าอยู่ที่ผอหยาง

ชนเผ่าป่าเถื่อนจะต้องส่งกำลังเสริมมาอีกแน่ แถมยังต้องส่งแม่ทัพระดับสูงมาด้วย…ถ้าเป็น​แบบ​นั้น เซียงถิงชุนคงรับมือไม่ไหว

แต่ตอนนี้องค์ชายเก้าถูกส่งตัวไปแล้ว

ถ้าตระกูลหยูเหวินอยากได้คนคืน ก็ต้องไปขอจากฮ่องเต้

เเต่แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่าผอหยางจะปลอดภัย ตรงกันข้าม มันยังคงเต็มไปด้วยอันตราย

ตอนนี้ชนเผ่าซีเหอมีทหารอย่างน้อยห้าพันนาย และอาจจะมากกว่านั้นก็ได้

สำหรับกองทัพพันนายของเมืองผอหยาง

ถึงจะเป็นฝ่ายตั้งรับ ก็ยังคงกดดันไม่น้อย

ตอนนี้​ ทั้งในและนอกกำแพงเมืองได้เริ่มสร้างป้อมปราการเเล้ว

สงครามครั้งใหญ่ กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า​

………………….

จบบทที่ บทที่ 90 : วิชาดาบเตียนชาง

คัดลอกลิงก์แล้ว