เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 91 : ความเชี่ยวชาญดาบขั้นสูง!

บทที่ 91 : ความเชี่ยวชาญดาบขั้นสูง!

บทที่ 91 : ความเชี่ยวชาญดาบขั้นสูง!


บทที่ 91 : ความเชี่ยวชาญดาบขั้นสูง!

ทั้งในและนอกเมืองผอหยาง ต่างเข้าสู่สถานะเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม

ณ เวลานี้​ไม่ใช่แค่ทหารเท่านั้นที่ยุ่งจนหัวหมุน…ชาวบ้านทั่วไปก็หนีไม่พ้นการเกณฑ์มาใช้แรงงาน

กำแพงเมืองชายแดนที่สร้างมานานเกือบสองร้อยปี จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาในทุกๆ ปี

ตอนนี้สงครามกำลังจะเริ่มขึ้น จึงต้องเสริมความแข็งแกร่งให้กับจุดอ่อนต่างๆเป็นการใหญ่

กำแพงเมืองยาวสองร้อยลี้…แค่กำลังคนของกองพันย่อมไม่เพียงพอ จึงต้องพึ่งพาชาวบ้านมาช่วย

"ลุงไล่จื่อ กินข้าวก่อนเถอะ"

เฉินซานซือถูกส่งตัวไปควบคุมงาน พร้อมกับนำข้าวที่หวังลี่เตรียมไว้ไปแจกจ่ายให้ชาวบ้าน

การเกณฑ์แรงงานชั่วคราวแบบนี้ แม้แต่ข้าวก็ยังไม่จัดหาให้

เเต่ชาวบ้านไม่ทำก็ไม่ได้…ไม่เช่นนั้น หากชนเผ่าป่าเถื่อนตีเมืองแตก ก็คงไม่มีใครรอดชีวิตอยู่​ดี

"ซาลาเปาไร้นึ่งนี่มันหอมจริงๆนะ เจ้าหนูซานซือ เจ้าได้เป็นขุนนางแล้ว ช่วงนี้คงโกงกินไปไม่น้อยเลยสิ!" ไล่จื่อรับซาลาเปามากัดโดยไม่พูดจาขอบคุณสักคำ

"บังอาจ!" หวังลี่โพล่งขึ้นอย่างเดือดดาล

"เจ้านี่ ท่านนายร้อยอุตส่า​มีน้ำใจขอเสบียงจากกองพันมาให้พวกเจ้ากิน…เจ้ายังกล้าพูดเเบบนี้​อีกหรือ?!"

"ปากหมาพ่นแต่ไฟ!" ชาวบ้านคนอื่นๆ ต่างพากันต่อว่า

"ไล่จื่อ เจ้าไปตายซะเถอะ!"

"ใช่ ออกไปนอกเมืองแล้วไปตายด้วยน้ำมือของพวกป่าเถื่อนเถอะ ถึงจะสมกับที่เจ้าเกิดมา!"

"..."

เเน่นอนว่า เฉินซานซือไม่ได้สนใจคำพูดเหล่านั้น

เขาให้หวังลี่คอยดูแลอยู่ที่นี่ ส่วนตัวเองก็ไปจัดการธุระอื่นต่อ

เสบียงอาหาร เขาเป็นคนขอให้เซียงถิงชุนจัดสรรมาจากคลัง

การรบแบบตั้งรับ หากไม่ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้าน ความยากลำบากก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

หวังจะให้ม้าวิ่ง…แต่ไม่ให้มันกินหญ้าได้ยังไง?

เสบียงอาหารในกองพันมีเพียงพอสำหรับหกเดือน แบ่งให้ชาวบ้านเล็กน้อยก็คงไม่เป็นไรหรอก

อีก​อย่าง​ ในยุ้งฉางของเหล่าเศรษฐีและสำนักยุทธ มีเสบียงอาหารกักตุนไว้มากมาย…พวกเขา​รอแค่จะขึ้นราคาขายในฤดูหนาวเท่านั้น

ถ้าไม่พอจริงๆ…ก็ไปปล้นเอาจากสำนักยุทธก็ได้

….

เมื่อกลับมาที่ค่ายทหาร

เฉินซานซือเริ่มฝึกวิชาหอกเป็นเวลาสองชั่วยามโดยอาศัยสรรพคุณทางยาของหลิงเหอ จากนั้นก็เริ่มฝึกดาบ

วิชาดาบเตียนชาง แบ่งออกเป็นสามส่วน

ส่วนที่อยู่ในมือเขานี้ สามารถฝึกฝนจนถึงระดับหลอมอวัยวะภายในได้

มันมีทั้งหมดสิบสามกระบวนท่า แต่ละกระบวนท่ามีมากถึงเจ็ดสิบสองรูปแบบ เเต่ไม่มีลักษณะเด่นที่ชัดเจน

หากจะให้พูดถึงลักษณะเด่น ก็คือเน้นการสังหาร ทุกท่วงท่าล้วนมีไว้เพื่อฆ่าผู้คน

ทันใดนั้น​ ดาบเจิ้นเยว่ในมือของเฉินซานซือสั่นสะเทือน

บางครั้งก็รวดเร็วเหมือนพายุฝน บางครั้งก็เชื่องช้าเหมือนเมฆลอย แต่ละคมดาบล้วนแฝงไว้ด้วยพลังที่แปรปรวน เเละยิ่งใหญ่ตระการตา

[วิชา: ดาบเตียนชาง (เริ่มต้น)]

[ความคืบหน้า: 0/50]

[ผลลัพธ์: การใช้สองมือพร้อมกัน, ความเชี่ยวชาญดาบขั้นสูง]

[การใช้สองมือพร้อมกัน: ควบคุมสองสิ่งพร้อมกัน ใช้สองอาวุธเสริมจุดแข็ง-ปิดจุดอ่อน]

[ความเชี่ยวชาญดาบขั้นสูง: ต่ำกว่าระดับเปลี่ยนพลัง การฝึกวิชาดาบจะฝึกได้อย่างรวดเร็วและไร้อุปสรรค]

…..

หลังจากวิชา​ดาบถึงระดับเริ่มต้น, เเถบความเชี่ยวชาญก็ยังคงอยู่ที่ห้าสิบ

นั่นหมายความว่า ตราบใดที่ไม่เกินระดับพลังของตัวเอง การทะลวงขั้นก็ง่ายเหมือนการกินข้าวและดื่มน้ำ

ด้วยเหตุนี้ ความกังวลของหวังจื๋อที่ว่าจะกระทบต่อการฝึกหอกก็หมดไป

ที่สำคัญกว่านั้น

นั่นคือความสามารถ​ใน(การใช้สองมือพร้อมกัน)​

คนปกติจะไม่สามารถควบคุมสองสิ่งพร้อมกันได้

เเละการที่เฉินซานซือเลือกจะฝึกอาวุธสั้นอีกอย่าง ก็เพื่อรับมือกับสถานการณ์พิเศษ เพื่อให้สามารถ​รับมือกับศัตรูที่เข้ามาประชิดตัวได้บ้าง…ดีกว่าต้องต่อสู้มือเปล่า

แต่ถ้าสามารถใช้สองวิชาพร้อมกันได้ แบบ​นี้…มันก็จะเกิดผลลัพธ์​การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!

บางครั้ง หนึ่งบวกหนึ่งมีค่ามากกว่าสอง!

หอกในฐานะราชาแห่งอาวุธ เเต่มันมีข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือขนาดที่ยาวเกินไป ถึงแม้ว่าวิชาหอกของเขาจะอยู่ในระดับสูงส่ง และยังไม่เคยมีใครเข้ามาประชิดตัวได้สำเร็จ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีวันเกิดขึ้น

การที่สามารถใช้ดาบและหอกพร้อมกันได้ จะช่วยชดเชยข้อบกพร่องนี้ได้อย่างสมบูรณ์

หลังจาก​คิดได้เช่นนี้…เฉินซานซือก็ลองฝึกฝนทันที

ดาบเจิ้นเยว่และหอกใบหญ้าในมือของเขา เหมือนถูกควบคุมโดยคนสองคนที่เข้าขากันอย่างมาก

โดยเฉพาะดาบเจิ้นเยว่

แม้จะถือดาบด้วยมือซ้าย เขาก็ไม่รู้สึกอึดอัดหรือเเปลกใหม่​เลย…กลับกัน มันรู้สึกถนัดมืออย่างมาก!

เฉินซานซือถือหอกด้วยมือขวาและดาบด้วยมือซ้าย

เพียงสองวันสองคืน

เขาก็ฝึกดาบจนถึงระดับหลอมเลือดขั้นสูงสุด…พลังปราณและเลือดในร่างกายแข็งแกร่งขึ้น และการฝึกหอกก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย​

….

"นายร้อยเฉิน"

ทันใดนั้น​ จ้าวคังก็เดินมาหาเขา

"โปรดไปที่เต็นท์ใหญ่ ผู้พันเซียงมีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ทุกคนทราบ"

ภายในเต็นท์กลางกองทัพ

ตอนนี้​ นายร้อยทุกนายมาพร้อมหน้ากันเเล้ว

นอกจากนั้น ยังมีผู้ตรวจ​การเซวี่ย นายอำเภอ​จี้ รวมถึงซุนหลีและซุนปู้ฉีด้วย

เมื่อคนมาครบ…เซียงถิงชุนก็มองไปที่เฟิงหยง เป็นสัญญาณว่าให้เริ่มได้

"ขอรับ!"

เฟิงหยงชี้ไปที่จุดที่อยู่ห่างจากกำแพงเมืองไปทางทิศเหนือยี่สิบลี้บนแผนที่ทราย แล้วกล่าวว่า

"เมื่อสองวันก่อน ข้าได้รับคำสั่งให้ออกไปนอกเมืองเพื่อสอดแนมรอบใหม่ พบว่าชนเผ่าป่าเถื่อนเริ่มตั้งค่ายพักที่นี่ และได้รับข้อมูลที่แน่ชัดว่าอย่างช้าที่สุดภายในห้าวัน พวกมันจะเริ่มบุกโจมตีผอหยาง”

"กำลังพลทั้งหมดประมาณหกพันนาย ทหารม้าเร็วสองพันนาย ทหารม้าหนักห้าร้อยนาย”

"ระดับหลอมอวัยวะภายในเพิ่มเป็นสองคน ระดับหลอมกระดูกเพิ่มเป็นสิบคน ระดับหลอมเลือดขั้นสูงสุดจำนวนหนึ่ง”

"นอกจากนี้ ยังมีอาวุธหนักครบครัน ทั้งเครื่องยิงหิน รถลาก และอื่นๆอีกมากมาย”

"ส่วนฝั่งเรา”

“มีทหารที่พร้อมรบหนึ่งพันห้าสิบหกนาย, ศิษย์สำนักยุทธอีกสองร้อยนาย ระดับหลอมอวัยวะภายในสามคน ระดับหลอมกระดูกสิบสองคน”

"ท่านผู้พัน…ข้ารายงานครบแล้ว"

"อืม"

เซียงถิงชุนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ​

"โดยรวมแล้ว กำลังรบระดับสูงของเรามีมากกว่า แต่ชนเผ่าซีเหอมีกำลังพลมากกว่าเราหลายเท่า…แม้ว่าเราจะตั้งรับอย่างเดียว ก็คงจะต้านทานได้ไม่นาน”

"ดังนั้น ท่านจี้ ท่านพอจะช่วยขอให้กองบัญชาการทหารแห่งมณฑลอันติ้งส่งกำลังเสริมมาอีกหนึ่งพันห้าร้อยนายได้หรือไม่?"

"เรื่องนี้ข้าไม่มีอำนาจ" จี้กวงเสียนตอบอย่างกระอักกระอ่วน

"ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้กองทัพอันติ้งต้องเผชิญหน้ากับกองทหารม้าห้าหมื่นนายอยู่…คงไม่มีกำลังพลเหลือให้ส่งมาหรอก อย่างมากก็แค่ส่งผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายในจากตระกูลข้ามาช่วยอีกคน"

ภารกิจของเขายังไม่สำเร็จ…จึงไม่สามารถกลับไปได้

การอยู่ที่ผอหยาง ก็เท่ากับต้องร่วมเป็นร่วมตายกับเมืองนี้

"คุณหนูซุน"

เซียงถิงชุนหันไปมองซุนหลี

"ทางกองบัญชาการใหญ่พอจะส่งคนมาช่วยได้ไหม?"

“ข้าได้เขียนจดหมายส่งไปยังสถานีส่งข่าวให้รีบนำไปยังเหลียงโจวแล้ว…บิดาข้าคงจะมีการจัดเตรียมแน่นอน” ซุนหลีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เเต่ก่อนหน้านั้น ข้าและน้องชายจะอยู่ที่ผอหยางเพื่อช่วยรบอย่างแน่นอน พวกข้าจะไม่หนีทัพเด็ดขาด”

“ดี!”

“ใต้หล้ารู้จักความกล้าหาญของกองทัพหลักทั้งแปดดี ดูเหมือนว่าชื่อเสียงของพวกท่านจะไม่เกินจริง!” เซียงถิงชุนมองไปยังทุกคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยพลังใจ

“ทุกท่าน แม้แต่คุณหนูและคุณชายของผู้บังคับบัญชา​การสูงสุด​ยังยอมสู้จนตัวตาย เเล้วพวกเราทหารเมืองผอหยาง​จะถอยได้อย่างไร?”

“ข้าขอสั่ง! ตั้งแต่​พรุ่งนี้เป็นต้นไป ทหารทุกนายของกองพันนายผอหยางจะเข้าประจำการที่กำแพงเมือง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือข้าศึกตลอดสิบสองชั่วยาม!”

“รับทราบ!” ทุกคนขานรับพร้อม​กัน

…..

หลังจาก​นั้น​ เซียงถิง​ชุน​ก็ให้ทุกคนเเยกย้ายกันกลับไป

“นายร้อยเฉิน!”

เฉินซานซือที่กำลังจะกลับบ้านได้ถูกเรียกตัวเอาไว้

เขาหยุดเดินแล้วถามว่า

“ท่านจี้ มีอะไรหรือ?”

“ฮ่าฮ่า” จี้กวงเสียนหัวเราะ

“ท่านเฉินบุกเดี่ยวเข้าไปในเขตแดนข้าศึกหลายร้อยลี้ จับตัวองค์ชายท่ามกลางการล้อมของกองทัพศัตรู สร้างผลงานอันน่าทึ่ง…ไม่นานชื่อเสียงของท่านคงจะโด่งดังไปถึงเมืองหลวง”

“ท่านเกาเป็นคามองคนไม่ผิด ท่านต้องมีงานสำคัญให้ท่านทำอย่างแน่นอน”

“ท่านจี้ชมเกินไปแล้ว” เฉินซานซือตอบอย่างขอไปที

“น่าเสียดาย แม้ว่าข้าจะอยากออกจากผอหยางมาก…เเต่ตอนนี้ก็ทำไม่ได้ ไม่ว่าเรื่องใหญ่แค่ไหนก็ต้องรอให้สงครามจบลงก่อน”

เพียงคำพูด​เดียว ก็สามารถ​ถ่วงเวลาได้!

เเละตราบใดที่ถ่วงเวลาจนระดับพลังของเขาจะสูงขึ้นมากพอ…ปัญหาทุกอย่างก็จะคลี่คลายได้อย่าง​ง่ายดาย​

“ท่านเฉินพูดถูก” จี้กวงเสียนลูบเครา

“ข้าก็จะไม่ไปไหน จะอยู่ที่นี่ ร่วมเป็นร่วมตายกับทหารผอหยาง…เรื่องของเราควรปรึกษาหารือกันหลังสงครามจบลงจริงๆ”

“ท่านจี้มีคุณธรรม​สูงส่ง​จริงๆ!”

ทันใดนั้น​ เฉินซานซือก็เปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว​

“แต่ข้าไม่รู้ว่า…ยา…​”

“ไม่มี!” จี้กวงเสียนขัดขึ้น

“ท่านเฉิน ข้าเดินทางมาไกล จะพกสมุนไพร​ติดตัวมามากมายได้ยังไง”

“เเต่แน่นอนว่าถ้าท่านเฉินรับปาก ข้าก็พอจะส่งคนไปเอายาจากอันติ้งมาให้ได้”

“ท่านจี้เข้าใจผิดแล้ว” เฉินซานซือกล่าว

“ข้ารู้จักมารยาท ไม่มีคุณความดีก็ไม่ควรรับสิ่งตอบแทนหรอก”

“น้ำยาเสริมสร้างร่างกายล้ำค่ามาก แม้ว่าท่านจี้จะมีน้ำใจ ข้าก็ไม่กล้ารับมาใช้ฟรีๆอีก”

“ที่ข้าอยากถามคือ ท่านจี้ยังมียาอื่นอีกไหม?”

“ยกตัวอย่าง​เช่น ยาสำหรับรักษาอาการบาดเจ็บ ยาสำหรับฟื้นฟูพลังปราณและเลือด…ข้าไม่ต้องการมาก หรอก แค่พอใช้ครั้งเดียวก็พอแล้ว​”

“เรื่องนั้น…” จี้กวงเสียนครุ่นคิดครู่หนึ่ง

“มีสิ! ตระกูลจี้ของข้าทำธุรกิจยาสมุนไพรมาตั้งแต่แรกเริ่ม จะมีแค่สูตรยาเดียวได้ยังไง?”

“ไม่ว่าจะเป็นยาพอกแผลสำหรับรักษาบาดแผลภายนอก ยาเม็ดโลหิต​สำหรับฟื้นฟูพลังปราณและเลือด…เเละยาของตระกูลจี้ดีกว่าข้างนอกไม่รู้ตั้งกี่เท่า”

“ในเมื่อท่านเฉินเอ่ยปากแล้ว ข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร…เดี๋ยวข้าจะให้คนส่งไปให้นะ”

“ขอบคุณท่านจี้!” เฉินซานซือประสานมือคำนับ แล้วขอตัว

….

“ท่านนายอำเภอ…เขาเริ่มมาขอยาเราเองแล้ว” ซานหยวนจื่อเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

“แน่นอน สูตรยาสำหรับระดับหลอมกระดูกของตระกูลข้า องค์ชายมักจะนำไปใช้ฝึกฝนคนสนิท…เเถมใครได้ใช้แล้วก็ไม่อยากเปลี่ยนยา!” จี้กวงเสียนกล่าวอย่างมั่นใจ

“เจ้าไปส่งยาให้เขา เอาไปแค่พอใช้ครั้งเดียวก็พอ…เขาขอครั้งแรก เดี๋ยวก็ต้องขอครั้งที่สอง เราไม่ต้องกลัวควบคุมเขาไม่ได้อีกเเล้ว”

“สำเร็จ!”

เฉินซานซือปรุง ‘น้ำยาเสริมสร้างร่างกาย', ‘ยาฟื้นฟูพลังปราณเเละเลือด และยารักษาแผลภายนอกสูตรลับสำเร็จ

น้ำยาเสริมสร้างร่างกาย…แม้แต่ระดับหลอมกระดูกระดับความสำเร็จเล็กน้อยก็ยังใช้ได้ผล

[วิชา: หอกงูทองอมตะ ส่วนเเรก (ความสำเร็จเล็กน้อย)]

[ความคืบหน้า: 108/2000]

ส่วนยาอีกสองชนิดไม่ได้มีประโยชน์มากนัก แต่ไม่เอาไว้ก็เสียดาย

เเถมมันยังทำให้จี้กวงเสียนคิดว่าเขาติดใจในยาของตระกูลจี้อีก…อย่างน้อยก็คงไม่มายุ่งกับเขาก่อนที่สงครามจะจบลง

[ทักษะ: การแพทย์ (เริ่มต้น)]

[ความคืบหน้า: 403/500]

…..

“ทักษะการแพทย์ก็ใกล้จะทะลวงขั้นแล้ว!”

จากนั้น เมื่อเฉินซานซือกลับถึงบ้าน

กู้ซินหลันก็ทำอาหารเย็นไว้รอเรียบร้อยแล้ว

ในตอนกลางคืน

เธอนำชุดคลุมสีดำอมฟ้าที่ใช้เวลาเย็บปักถักร้อยนานสองเดือนออกมาสวมให้เฉินซานซือด้วยตัวเอง แล้วตรวจดูว่ามีจุดไหนที่ไม่พอดีหรือไม่ เพื่อที่จะได้แก้ไขในคืนนี้

“ขนาดกำลังพอดีเลย พี่ซานซือใส่แล้วดูหล่อมาก”

ใต้แสงเทียน หน้ากระจกทองแดง

กู้ซินหลันมองสามีของตนอย่างเงียบๆ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหลงใหล ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแดงก่ำและมีน้ำตาคลอ

เธอโผเข้ากอดเอวสอบแน่นของเขา เเล้วพึมพำว่า

“ลูกของพี่สาวถงใกล้จะคลอดแล้ว”

“ข้ารู้” นับตั้งแต่มาที่โลกนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินซานซือได้สวมเสื้อผ้าที่พอดีตัวและสบายขนาดนี้

เขารวบแขนเสื้อพลางตอบว่า

“ซูปินจะไปประจำการที่กำแพงเมืองกับข้า เจ้าช่วยดูแลภรรยาเขาด้วย”

“ข้าไม่ได้หมายความแบบนั้น…” กู้ซินหลันกอดแน่นขึ้น เสียงเบาลง

“ข้าแค่อยากบอกว่า ถ้าพี่กลับมาแล้ว พวกเราก็มีลูกกันเถอะ”

พอพูดถึงตอนท้าย

น้ำเสียงของเธอไม่ได้มีความเขินอายมากนัก แต่กลับเต็มไปด้วยความสะอื้น

ใจความสำคัญของประโยคนี้คือ “กลับมา”

“ไม่ต้องห่วง ข้ามากเก่งนะ” เฉินซานซืออุ้มเธอขึ้นในอ้อมแขน

“เเล้วเรื่องนี้ไม่ต้องรอให้กลับมา ทำตอนนี้เลยก็ได้”

“อื้อ~”

ค่ำคืนนี้

มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมากมายในค่ายทหาร

บิดาเงียบงัน มารดาเอ่ยกำชับ ภรรยาและบุตรหลั่งน้ำตา

เพราะไม่มีใครรู้ว่า คืนนี้อาจเป็นคืนสุดท้ายที่ได้อยู่พร้อมหน้ากัน

ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป

ทหารทุกนายจะต้องไปประจำการที่กำแพงเมือง เพื่อต่อต้านการรุกรานของชนเผ่าป่าเถื่อน

ก่อนสงครามจะจบลง จะไม่มีใครได้รับอนุญาตให้กลับบ้านทั้งนั้น

……………………….

จบบทที่ บทที่ 91 : ความเชี่ยวชาญดาบขั้นสูง!

คัดลอกลิงก์แล้ว