เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 89 : ทะลวงขั้นฝึกผิวหนัง, อยู่​ยงคงกระพัน​ชาตรี​

บทที่ 89 : ทะลวงขั้นฝึกผิวหนัง, อยู่​ยงคงกระพัน​ชาตรี​

บทที่ 89 : ทะลวงขั้นฝึกผิวหนัง, อยู่​ยงคงกระพัน​ชาตรี​


บทที่ 89 : ทะลวงขั้นฝึกผิวหนัง, อยู่​ยงคงกระพัน​ชาตรี​

วันรุ่งขึ้น

ณ วันนี้​ เรื่องที่เฉินซานซือจับองค์ชายเก้าได้ก็ได้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองผอหยาง

ชื่อเสียงของเขาตอนนี้ แทบจะบดบังเซียงถิงชุนไปเลยทีเดียว

เเละข่าวนี้ทำให้มีคนอีกสองร้อยคนมาสมัครเข้ากองทัพที่ผอหยาง…เซียงถิงชุนรับคนเหล่านี้ทั้งหมดไว้ พร้อมกับส่งเรื่องไปยังกองบัญชาการ เพื่อขอเพิ่มกำลังพลชั่วคราว

เนื่องจากสงครามใกล้เข้ามาแล้ว...เบื้องบนไม่มีทางปฏิเสธแน่นอน

นอกจากนี้ เซียงถิงชุนยังขอให้ส่งกำลังเสริมมาเพื่อป้องกันเมืองผอหยาง…เพราะสงครามครั้งใหญ่ กำลังจะมาถึงแล้ว!

จากสรุปข้อมูลที่เฉินซานซือและคนอื่นๆสืบมาได้ ชนเผ่าซีเหอได้เพิ่มกำลังพลเป็นห้าพันนาย

ไม่แน่…เรื่องนี้มันอาจจะเกี่ยวข้องกับสมบัติเซียนจริงๆก็ได้

เเบบนี้ต่อไปอาจจะมีพวกลัทธิ​เทพวิญญาณ​เเฝงตัวเข้ามาในเมืองผอหยางอีกมาก

หนีดีใหม?

ไม่…ยังไงก็คงหนีไม่พ้นแล้วล่ะ

ตั้งแต่ข้ามโลกมา เขาไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว

ถ้าตอนนั้นเขาเลือกเข้าสำนักยุทธ ตอนนี้อาจจะยังคงประจบประแจงเหลียงจ่านที่สำนักเทียนหยวน แถมคงยังไม่ได้ฝึกวิชาถึงขั้นใหนเลยด้วยซ้ำ

ส่วนการเข้ากองทัพ ถึงจะได้ฝึกวิชาชั้นสูง…แต่ก็ต้องเอาชีวิตเข้าแลกเเบบนี้

ทุกทางเลือก ย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย

ตอนนี้​ สิ่งเดียวที่เฉินซานซือทำได้ คือการพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ!

อย่างไร​ก็ตาม, การเดินทางไปยังทุ่งหญ้าครั้งนี้ ถือว่าคุ้มค่ามาก

[วิชา: หอกงูทองอมตะ ส่วนแรก (เชี่ยวชาญ)]

[ความคืบหน้า: 885/1000]

….

การต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ทำให้เลือดลมสูบฉีด

พลังจากหลิงเหอที่เขากินก่อนออกเดินทางได้ถูกดูดซึมจนหมด มันจึงทำให้ความเชี่ยวชาญในวิชาหอกของเขา​เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ

อีกไม่กี่วันก็คงจะทะลวงไปถึงขั้นหลอมผิวหนังได้แล้ว

เเต่เรื่องนี้ ไม่จำเป็นต้องประกาศให้ใครรู้หรอก…ค่อยๆทะลวงไปเงียบๆ ก็พอเเล้ว

ที่ผ่านมา แค่โชว์พรสวรรค์ให้คนอื่นเห็นบ้างประปราย​

ต่อไปยังต้องรับมือกับ หลัวตงเฉวียนที่เป็นระดับหลอมอวัยวะภายใน…ดังนั้น ยังไม่จำเป็นต้องทำให้เขาหวาดระแวง

ที่สำคัญที่สุด…ก่อนจะถึงขั้นหลอมอวัยวะภายใน ยังไงก็เลื่อนตำแหน่ง​ไม่ได้เเล้ว

เเล้วเขาจะทำเรื่องให้ยุ่งยากไปทำไม?

….

[ทักษะ : การแกะรอยเเละซ่อนตัว (ระดับ​ความสำเร็จ​เล็ก​น้อย​)]

[ความคืบหน้า: 705/1000]

[ทักษะ: การบัญชาการ (เชี่ยวชาญ)]

[ความคืบหน้า: 233/500]

[ทักษะ: การขี่ม้า (เชี่ยวชาญ)]

[ความคืบหน้า: (109/500)]

….

จะว่าไปแล้ว

ที่เขารอดกลับมาได้…ส่วนหนึ่ง​ก็เพราะ วิชาการแกะรอยเเละซ่อนตัวนี่แหละที่ช่วยไว้!

เเละถ้าไม่มีม้าขาวที่ว่องไวปานสายฟ้า…เฉินซานซือไม่มีทางจับองค์ชายเก้าได้ในเวลาสั้นๆแบบนั้นแน่

ดังนั้น…การเพิ่มความเชี่ยวชาญในทักษะต่างๆจึงถือว่าคุ้มค่ามาก

เเละนอกจากความเชี่ยวชาญในวิชาที่เพิ่มขึ้นแล้ว สิ่งที่ได้มาเเละมีมูลค่ามากที่สุด…ก็คงจะเป็นดาบเล่มนี้!

“ชิ้งงงง!”

เฉินซานซือชักดาบออกมา ทำเอากู้ซินหลันที่อยู่ในอ้อมกอดตกใจ

เฉิน​ซาน​ซือ​พึ่งจะผ่านความเป็นความตายมา…หลังจากที่ได้พบกัน ก็เลยใช้เวลาอันมีค่าด้วยกันทั้งคืน

เเละดาบเล่มนี้

ฝักดาบทำจากไม้มะเกลือ มีลวดลายเถาวัลย์สีทองประดับอยู่ตรงกลาง พร้อมอัญมณีสีแดงที่ส่องประกายระยิบระยับภายใต้แสงเทียน

ตัวดาบยาวสามฉื่อหกชุ่น ตรงกับสวรรค์สามร้อยหกสิบชั้น กว้างหนึ่งชุ่นแปดเฟิน ตรงกับครึ่งหนึ่งของกลุ่มดาวเทียนกัง…ดาบทั้งเล่มไร้ที่ติ แสงสีเงินสะท้อน​วาววับคมกริบ น้ำหนักก็กำลังดี

“ดาบเจิ้นเยว่!”

ชื่อของดาบเล่มนี้​ เฉินซานซือเคยอ่านเจอในหนังสือ

ราชวงศ์ที่ปกครองแผ่นดินก่อนราชวงศ์ต้าเซิ่ง คือราชวงศ์ต้าเยี่ยน

ดาบเจิ้นเยว่เล่มนี้ ถูกตีขึ้นโดยจักรพรรดิที่ทำให้ราชวงศ์ต้าเยี่ยนรุ่งเรือง ใครจะไปคิดว่าร้อยปีต่อมาจะตกไปอยู่ในมือของตระกูลหยูเหวิน

หลังจากราชวงศ์ต้าเยี่ยนล่มสลาย, ดินแดนแถบภาคกลางก็แตกแยกเป็นก๊กเป็นเหล่า…ยาวนานกว่าร้อยปี

ชนเผ่าต่างถิ่นต่างหลอมรวมเข้ากับวัฒนธรรมของชาวภาคกลาง อ่านหนังสือของชาวภาคกลาง สวมใส่เสื้อผ้าของชาวภาคกลาง และพูดภาษาของชาวภาคกลาง

ต่อมา พวกเขาก็ถูกจักรพรรดิไท่จู่แห่งราชวงศ์ต้าเซิ่งขับไล่กลับไปยังทุ่งหญ้า…สามร้อยกว่าปีมานี้ ชนเผ่าเร่ร่อนก็ถอยห่างจากวัฒนธรรมของชาวภาคกลางไปมาก แต่ภาษายังคงเหมือนเดิม

“ดาบดี!”

เฉินซานซือชอบดาบเล่มนี้มาก

ดาบเล่มนี้ฟันหอกของเขาจนเกือบพัง จนตอนนี้ต้องส่งไปซ่อมที่ร้านตีเหล็กแล้ว

เเละหลังจากกลับมาที่ผอหยาง ก็ไม่มีใครพูดถึงดาบเล่มนี้อีก เขาก็เลยถือว่าเป็นของเขาโดยปริยาย

ด้วยดาบเล่มนี้​ หลังจากเขาทะลวงขั้นฝึกผิวหนังได้​แล้ว ก็คงต้องหาเวลามาฝึกดาบด้วย!

ส่วนองค์ชายเก้า…เหมือนจะถูกส่งตัวไปยังเมืองหลวงตั้งแต่เมื่อคืน

องค์ชายเก้าเป็นบุคคลสำคัญ…พวกเขาไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่ององค์​ชายเลย

….

“เเต่นี่ก็นับได้ว่าเป็นความดีความชอบครั้งใหญ่ ไม่รู้ว่าฮ่องเต้จะประทานรางวัลอะไรให้บ้าง” เฉินซานซือคิดพลางพึมพำ​ในใจ

แต่ตอนนี้เป็นช่วงสงคราม ทางเหนืออยู่ไกลจากเมืองหลวงมาก การเดินทางไปกลับคงต้องใช้เวลานาน

ตอนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดสำห​รับ​เฉินซาน​ซือก็คือการเพิ่มพูนความแข็งแกร่งเท่านั้น​

….

วันรุ่งขึ้น

เฉินซานซือเดินไปที่ค่ายทหาร

จูถง ซูปิน และคนอื่นๆอยู่กันพร้อมหน้า…ไม่มีใครมีอาการบาดเจ็​บหลงเหลือ​อยู่​

เเละที่พวกเขารอดกลับมาได้ถึงหกคน ต้องยกความดีความชอบให้กับการบัญชาการรบที่เยือกเย็นของเฉิน​ซาน​ซือและกลยุทธ์กระบวนทัพวงกลม

เพราะ​ถ้าไม่เป็นแบบนั้น พวกเขา​คงจะถูกฆ่าตายตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

“หวังลี่ เจ้าคงรู้จักหลี่ต้าจื้อกับคนอื่นๆ ใช่ไหม”

เฉินซานซือพูดจบ เขาก็หยิบเงินยี่สิบตำลึงออกมา

“หาเวลาเอาเงินนี่ไปให้ครอบครัวของพวกเขา แล้วก็ดูด้วยว่าเงินช่วยเหลือและค่าชดเชยที่ผู้พันสัญญาไว้ให้ครบหรือยัง…ถ้ามีปัญหาอะไรก็มาบอกข้า”

ถึงจะเป็นแค่ทหารยศต่ำสุด​ แต่ก็เป็นชีวิตของคนๆหนึ่ง

เขาไม่เหมือนเซียงถิงชุน ที่มองชีวิตคนเป็นแค่ตัวเลข…ในเมื่อพอช่วยได้ เขาก็อยากจะช่วย

อีก​อย่าง​ เขาไม่ไว้ใจขุนนางพวกนั้นหรอก..ใครจะรู้ว่าเงินช่วยเหลือถูกยักยอกไปบ้างหรือเปล่า

“จูถง เรื่องค่ารักษาพยาบาลกองทัพออกให้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องการฝึกฝน ต่อไปทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับระดับหลอมเลือด ข้าออกให้ทั้งหมด จะดื่มยาบำรุงเลือด หรือยาบำรุงพลัง อะไรก็ตามสบายเลย” เฉินซานซือพูดอย่างใจกว้าง

เซียงถิงชุนคงให้ของดีๆเป็นรางวัล​เเก่พวกเขา​ไม่ได้หรอก

แต่สำหรับ​ยาบำรุงเลือด หรือยาบำรุงพลัง…ของพวกนี้ยังไงก็ต้องให้

ไม่งั้นใครจะมาทำงานให้เขา

“ขอบคุณนายร้อยเฉิน!” จูถงและคนอื่นๆก้มหัวขอบคุณ

คนจนๆอย่างพวกเขา ขาดแคลนที่สุดก็คือยาบำรุง…เเละถ้าไม่ใช่เพราะแบบนั้น ความเร็วในการฝึกฝนก็คงไม่ช้าแบบนี้หรอก

“หวังจื๋อ อาการ​บาดเจ็บของท่านเป็นยังไงบ้าง?” เฉินซานซือเอ่ยถาม

“ไม่มีปัญหา…ยังไงข้าก็ระดับหลอมกระดูกขั้นสมบูรณ์ โดนฟันแค่เเผล-สองแผล ไม่ตายหรอก”

“แต่ข้าแค้นใจจริงไที่ฆ่าหลัวตงเฉวียนไม่ได้…เจ้ารู้ไหมว่ามันอยู่ระดับไหน?”

“พึ่งจะเลื่อนขั้นเป็นรองผู้พัน, งั้นเขาก็ต้องเป็นระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นเริ่มต้นไม่ใช่เหรอ?” เฉินซานซือถามอย่างประหลาดใจ

“ไม่ใช่แน่ๆ!”

หวังจื๋อพาเขามาที่ที่ไม่มีคน แล้วพูดเสียงเบา

“ถึงแม้ระดับพลังของข้าจะตกลง แต่ข้าก็รู้ดีว่าแต่ละระดับควรจะมีพลังขนาดไหน…ยิ่งกว่านั้น ข้าอยู่ที่ผอหยางมานานกว่าสิบปี รู้แม้กระทั่งว่ามันฝึกวิชาอะไร”

“มันไม่ใช่เเค่ระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นเริ่มต้นแน่ๆ…อย่างน้อยๆก็ต้องขั้นเชี่ยวชาญ! ตอนนี้มันปกปิดระดับพลังที่แท้จริงอยู่​!”

“หืม…ข้าจะระวังไว้” เฉินซานซือพยักหน้า แล้วจดจำเรื่องนี้ไว้ในใจ

เขาเองก็กำลังคิดจะปกปิดเรื่องระดับพลังเหมือนกัน

ไม่นึกเลยว่าหลัวตงเฉวียนจะทำแบบนี้มาก่อน

ที่เขาคิดจะปกปิดระดับพลัง ก็เพื่อรับมือกับผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายใน…แล้วหลัวตงเฉวียนล่ะ มันปกปิดระดับพลังเพื่อรับมือกับใคร?

“เเต่เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก” หวังจื๋อกล่าวต่อ

“หลังจากกลับมาแล้ว เจ้ามีพี่น้องตระกูล​ซุนคอยดูเเลอยู่ หลัวตงเฉวียนไม่มีทางกล้าทำอะไรเจ้าหรอก ตั้งใจฝึกฝนไปเถอะ อีกไม่นานเจ้าก็จะไล่ตามมันทัน”

“แล้วซานหยวนจื่อล่ะ…หมอนั่นปกปิดระดับพลังหรือเปล่า?”

“ไม่” หวังจื๋อตอบ

“ครั้งที่แล้วที่จวนตระกูลจี้ ตอนที่เจ้าฝึกวิชา ข้าแกล้งเมาแล้วลองวัดระดับพลังของมันดูแล้ว มันเป็นระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นเริ่มต้นจริงๆ แต่ก็ฝึกฝนมาอย่างหนักแน่น ไม่ธรรมดาเลย”

เฉินซานซือเข้าใจแล้ว

เรื่องระดับพลัง ส่วนใหญ่แล้วจะมองออกแค่ระดับที่ต่ำกว่าตัวเอง ส่วนระดับที่สูงกว่าตัวเอง มองยังไงก็ไม่ทะลุ

ส่วนหวังจื๋อนี่ถือเป็นกรณีพิเศษ เขาระดับพลังตกลงมาจึงมองคนระดับสูงกว่าออก

หลังจากคุยกันเสร็จ เฉินซานซือก็ไม่พักผ่อนเเล้วรีบเริ่มฝึกฝนทันที

ตอนนี้ เขาเตรียมจะทะลวงขั้นฝึกผิวหนัง​ให้สำเร็จให้ได้

….

อีกด้าน ที่บ้านพักผู้พัน

ณ เวลานี้เซียงถิงชุนกำลังฝึกดาบอยู่ในลานบ้าน

“ท่านผู้พัน ท่านเรียกข้ามีอะไรหรือขอรับ?” หลัวตงเฉวียนเอ่ยถามหลังจากถูกสาวใช้พามาหา

เซียงถิงชุนไม่พูดอะไร เขายังคงฝึกดาบต่อไปเเละปล่อยให้อีกฝ่ายยืนรออยู่แบบนั้น

จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งชั่วยาม

เขาจึงเก็บดาบ รับผ้าร้อนจากสาวใช้มาเช็ดเหงื่อ

…แต่สุดท้ายก็ยังไม่รีบพูดอะไร นั่งลงบนเก้าอี้หวายแล้วจิบชาอย่างสบายอารมณ์

หลัวตงเฉวียนก็ยืนนิ่งเงียบ โดยไม่พูดอะไรสักคำ

ในที่สุด เซียงถิงชุนก็วางถ้วยชาลงแล้ววเอ่ยขึ้น

“ว่ามา หลัวตงเฉวียน”

“ทำไมเจ้าต้องทำแบบนั้นด้วย”

“ข้าน้อยไม่ทราบว่าเรื่องอะไรขอรับ!” หลัวตงเฉวียนก้มหน้า

“การปล่อยข่าวพวกเดียวกัน มันต่างอะไรกับการทรยศ!”

เซียงถิงชุนลุกขึ้น เดินไปหยุดตรงหน้าอีกฝ่าย ขณะที่พยายามระงับโทสะ

“เจ้า…เจ้าต้องรีบร้อนให้เฉินซานซือตายขนาดนั้นเชียวหรือ แม้แต่หน้าข้าก็ยังไม่เว้นให้?”

“ท่านผู้พัน ข้าน้อยก็แค่ต้องการป้องกันตัวเอง” หลัวตงเฉวียนไม่เสแสร้งอีกต่อไป

“ต่อไปมันคงจะมีอำนาจที่ชายแดน แค่พูดคำเดียว ก็สามารถทำลายอนาคตของข้า ทำลายอนาคตของตระกูลหลัวได้”

“เพี๊ยะ!”

เซียงถิงชุนตบหน้าอีกฝ่ายอย่างแรง จนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

“หลัวตงเฉวียน! อย่าลืมนะว่าใครที่พาเจ้าเข้ากองทัพ สอนวิทยายุทธให้ แถมยังยกทรัพยากรให้เจ้า…จนเจ้ามีระดับพลังอย่างทุกวันนี้!”

“ข้าน้อยไม่เคยลืมขอรับ!”  หลัวตงเฉวียนมีรอยฝ่ามือแดงเป็นปื้นบนใบหน้า แต่ก็ไม่กล้าขัดขืนอะไร

“บุญคุณของท่านผู้พัน ข้าน้อยจะขอตอบแทนด้วยชีวิต!”

“ฮึ่ม…โชคดีที่ไม่มีหลักฐาน เรื่องนี้ข้าจะช่วยเจ้าเอง!”

เซียงถิงชุนได้เเต่ถอนหายใจ

“แต่ถ้ามีครั้งต่อไปอีก ก็ช่วยตัวเองแล้วกัน!”

“ออกไปได้แล้ว!”

หลัวตงเฉวียนคำนับอย่างนอบน้อม ถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

หลังจากเดินออกจากประตู เขาก็ก้มลงบ้วนเลือดที่ปนมากับน้ำลายออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไร้ความรู้สึกต่อความโกรธของเซียงถิงชุน

อีกด้าน

“ซู่ๆๆๆ…”

ในถ้ำลับ เฉินซานซือกำลังเท “น้ำยาเสริมสร้างร่างกาย” ลงในถังไม้

ช่วงนี้ เขาไม่ได้ไปที่จวนตระกูลจี้อีก…จึงให้คนส่งยาที่ต้มเสร็จแล้วมาให้ที่บ้าน

วันนี้เป็นยาส่วนสุดท้ายแล้ว…หลังจากใช้หมดก็คงจะทะลวงระดับได้พอดี

จากนั้นก็ไม่ต้องใช้น้ำยาเสริมสร้างร่างกายอีกต่อไป

เฉินซานซือเริ่มจากการฝึกฝนผิวหนังด้วยทรายเหล็ก…หลังจากที่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ก็ลงไปแช่ตัวในยาต้มเช่นเดิม

ยาเย็นๆซึมเข้าสู่ร่างกาย ค่อยๆสมานแผลและบำรุงร่างกาย

หลังจากแช่ตัวอยู่พักหนึ่ง เฉินซานซือก็ปีนขึ้นมา หยิบหอกที่ซ่อมเสร็จแล้วมาฝึกฝน

เมื่อเริ่มฝึกวิชา

ยาที่ซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผลก็ถูกดูดซึมพลังไปจนหมด แล้วไหลออกมาทางรูขุมขน เหมือนหยาดน้ำค้างใสๆที่เกาะอยู่ตามตัว

ณ เวลานี้ เฉินซานซือมาถรู้สึกได้ว่าเขามาถึงจุดที่กำจะทะลวงระดับอีกครั้ง

ตอนนี้ พลังปราณเเละเลือดไม่ได้ส่งผลแค่เส้นเอ็นและกระดูกของเขาอีกต่อไป

เมื่อใช้พลังปราณเเละเลือดเสริมพลังหอก ผิวหนังของเฉินซานซือก็ได้รับการเสริมพลังไปด้วย…มันราวกับว่ามีเกราะหนังหนาๆหุ้มอยู่ทั่วร่าง

“ตูม!”

แทงหอกออกไปหนึ่งครั้ง เจาะเป็นรูขนาดใหญ่บนผนังถ้ำ

ความแข็งแกร่งโดยรวมของเฉินซานซือเพิ่มขึ้นอีกขั้น ผิวหนังหนาและเหนียวขึ้นกว่าหนังวัว…เเถมแข็งแกร่งกว่าหนังของสัตว์อสูรระดับสูงเสียอีก!

[วิชา: หอกงูทองอมตะ ส่วนแรก (ความสำเร็จเล็กน้อย)]

[ความคืบหน้า: 0/2000]

[ผลของวิชา: พลังเลือดช้างมังกร, เส้นเอ็นเก้ามังกร, กายาวัชรทองคำ, ผิวหนังแข็งเเกร่งดุจกระดูก]

[ผิวหนังแข็งเเกร่งดุจกระดูก: เมื่อพลังปราณเเละเลือดเอ่อล้น ผิวหนังจะเหนียวและแข็งแกร่งมาก พลังป้องกันเทียบเท่ากับกระดูกภายนอก  ดาบธรรมดาไม่สามารถฟันผ่านผิวหนังได้] (***มหาอุตม์ดีๆนี่เอง)

….

“ปึง! ปึง! ปึง!”

เฉินซานซือกำหมัดทุบกำแพงไปหลายหมัด ทิ้งรอยบุ๋มไว้มากมาย

อย่างไรก็ตาม เขากลับไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย

พลังป้องกันของผิวหนังในตอนนี้ได้กลายเป็นเกราะกระดูกที่แข็งแกร่ง แถมยังไม่ใช่กระดูกธรรมดา แต่เป็นกระดูกที่ฝึกฝนมาจากวิชาชั้นสูงอีกด้วย

…………………………

จบบทที่ บทที่ 89 : ทะลวงขั้นฝึกผิวหนัง, อยู่​ยงคงกระพัน​ชาตรี​

คัดลอกลิงก์แล้ว