- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 88 : กลับมาอย่างยิ่งใหญ่!
บทที่ 88 : กลับมาอย่างยิ่งใหญ่!
บทที่ 88 : กลับมาอย่างยิ่งใหญ่!
บทที่ 88 : กลับมาอย่างยิ่งใหญ่!
“อะไรนะ?”
“น้องซานซือยังไม่กลับมา?” ซุนหลีถามอย่างสับสน
“ใช่!” ซุนปู้ฉีพยักหน้าอย่างแรง
“ข้าถามนายร้อยแซ่หลิวคนนั้นแล้ว เขาบอกว่ารอที่จุดนัดพบนานถึงครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่มีวี่แวว พวกเขาจึงกลับมาก่อน”
“พี่สะใภ้ถง!”
เมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างสองพี่น้อง สะใภ้ถงที่อยู่ในลานบ้านก็ทรุดลงทันที
กู้ซินหลานประคองเธอไว้ แล้วถามอย่างกังวล
“น้องหลี เกิด…เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ?”
“พวกพี่ใจเย็นๆก่อนนะ” ซุนหลีรีบปลอบ
“พวกเขาอาจจะหลงทาง หรือมีเรื่องอะไรทำให้ล่าช้า รออีกหน่อยเถอะ”
“หลงทาง?” กู้ซินหลานจับประเด็นได้อย่างรวดเร็ว
“พี่ซานซือกับคนอื่นๆ ออกไปนอกกำแพงเมืองงั้นเหรอ?”
เธอรู้จักสามีของตัวเองดี
เขาออกไปวิ่งเล่นบนภูเขาหู่โถวทุกวัน ยังไงก็ไม่มีทางหลงหรอก
ถ้าจะหลงทาง ก็คงเป็นบนทุ่งหญ้าที่ไม่คุ้นเคย
“ใช่ พวกเขาออกไปนอกเมือง” ซุนหลียอมรับในที่สุด
ทันใดนั้นบรรยากาศในบ้านเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที
หลังจากรอจนกระทั่งฟ้าสาง ก็ยังไม่มีวี่แวว
จนถึงกลางดึก แม้แต่ซูเหวินไฉก็พาหวังลี่และคนอื่นๆมารอฟังข่าว
เเต่เพราะที่บ้านมีผู้หญิงอยู่ พวกเขาจึงไม่สะดวกเข้าไปใกล้ จึงได้แต่ยืนรออยู่หน้าประตู
“จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับนายร้อยเฉินหรือเปล่า?” สีหน้าของหวังลี่เริ่มเคร่งเครียด
“พี่ซู ท่านว่าไง รองผู้พันหลัวกับนายร้อยหลิวกลับมาแล้ว…เเต่นายร้อยเฉินยังไม่กลับมา”
ซูเหวินไฉเดินวนไปวนมา “ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ! นายร้อยเฉินเป็นคนมีบุญวาสนา เขาต้องไม่เป็นไรแน่!”
ถึงจะพูดแบบนั้น
แต่หลังจากเวลาผ่านไปทั้งคืน…จนกระทั่งฟ้าเริ่มสาง ในค่ายทหารก็ยังคงเงียบสงัดอย่างน่ากลัว
“ข้ารู้อยู่เเล้วว่าถังรั่วซาน(หวังจื๋อ)มันไร้ประโยชน์!” ซุนปู้ฉีสบถด่า
“ตอนนั้นมันก็ทำพี่สามตาย ตอนนี้ยังปกป้องน้องซานซือไม่ได้อีก…เผ่าซีเหอนั่นมีผู้ฝึกยุทธขั้นหลอมอวัยวะแค่คนเดียวเองนะ!”
“ซีเหอ…” กู้ซินหลานรู้สึกใจหายวาบ
ชาวเมืองผอหยางทุกคนต่างรู้ดี…ชนเผ่าป่าเถื่อนที่เคยมาฆ่าล้างหมู่บ้านเมื่อหลายปีก่อน ก็คือคนของเผ่าซีเหอ
นี่สามีของนาง…ถูกส่งไปยังฐานที่มั่นของศัตรู แล้วก็ยังไม่กลับมา
หรือว่า…
“พี่ใหญ่ เราจะทำยังไงดี…หรือเราไปขอยืมคนออกไปดูกันไหม?” ซุนปู้ฉีเริ่มร้อนใจ
“เหลวไหล!” ซุนหลีดุ
“เจ้าสู้กับทหารนับพันนับหมื่นได้รึไง? รอไปก่อน ถ้าวันนี้ยังไม่กลับมา…”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ
“งั้นก็คงต้องบอกว่า เราคงไม่มีวาสนากับน้องชายคนนี้”
ถึงเป็นคำพูดที่โหดร้าย…แต่ความจริงก็เป็นแบบนี้
เป็นทหาร
ใครบ้างจะไม่ต้องเสี่ยงตาย?
ไม่ต้องพูดถึงเฉินซานซือ…แม้แต่ในกองทัพหลักทั้งแปด อัจฉริยะที่ตายไปก่อนจะเติบโตเต็ม ก็มีให้เห็นนับไม่ถ้วน
“เฮ้อ!” ซุนปู้ฉีกระทืบเท้า
แต่เขาก็ทำได้แค่ยอมรับความจริง
“ฮือๆๆ…” สะใภ้ถงร้องไห้โฮ
“อยู่บ้านก็เอาแต่โม้ว่าจะสร้างผลงาน ไม่ดูตัวเองเลยว่ามีปัญญารึเปล่า ลูกยังไม่ทันได้เกิดเลย…ซูปิน”
“…”
ดวงตาของกู้ซินหลานแดงก่ำ แต่เธอก็ไม่ได้ร้องไห้ออกมา
เธอแค่เดินกลับเข้าไปในบ้าน หยิบอุปกรณ์เย็บปักถักร้อยออกมานั่งลงบนม้านั่งหิน แล้วเย็บผ้าไปทีละเข็มๆ
เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องมาทางทิศตะวันออก
ความหวังในใจของทุกคนก็มอดดับลง
“ไป” ในที่สุดซุนหลีก็ทนไม่ไหว
“ปู้ฉีด…เจ้าออกไปนอกเมืองกับข้า ลองไปหาดูกัน”
“ได้!” ซุนปู้ฉีก็รอไม่ไหวแล้วเช่นกัน
สองพี่น้องออกจากบ้าน เเล้วเตรียมไปหาม้า
“ปู๊น…”
เเต่ในเวลานี้เอง
เสียงแตรที่ดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้น พร้อมควันดำที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจนบดบังแสงอาทิตย์
“จุดไฟสามกอง ปักธงสองผืน เผากองฟืนสามกอง แสดงว่ามีข้าศึกมากกว่าสองพันนายบุกเข้ามา!” ซุนปู้ฉีรู้จักสัญญาณนี้
…
บนกำแพงเมือง จ้าวคังรับหน้าที่เฝ้ายาม
เเม้ว่าจะรอทั้งคืน เเต่เขาก็ยังไม่เห็นหน่วยลาดตระเวนอีกทีมกลับมา
“คงตายไปแล้ว” เขาพูดพึมพำ เเล้วส่ายหัวเบาๆ
“มีพรสวรรค์แล้วไง อนาคตไกลแล้วไง ยังไม่ทันได้ออกจากเมืองผอหยางก็ตายเสียแล้ว…นอกจากนี้ หวังจื๋อก็ตายไปด้วย แบบนี้พวกผู้ใหญ่ในเมืองคงดีใจกันยกใหญ่”
จ้าวคังกลับเข้าไปในป้อม นั่งพิงกำแพงเพื่อเตรียมงีบหลับสักครู่
แต่พึ่งจะได้หลับตา ทหารที่อยู่บนหอสังเกตการณ์ก็ตะโกนขึ้นมาอย่างร้อนรน
“ข้าศึกบุก!”
“มีกองทัพใหญ่บุกเข้ามา! มีกองทัพใหญ่บุกเข้ามา!”
“…”
“กองทัพใหญ่ กองทัพใหญ่อะไร!?” จ้าวคังสะดุ้งตื่น รีบปีนบันไดขึ้นไปบนหอสังเกตการณ์
ทันใดนั้น เขาก็เห็นกองทหารม้าจำนวนมหาศาลปรากฏขึ้นบนที่ราบกว้างใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตา
คาดได้เลยว่ามีอย่างน้อยสองพันนาย!
เผ่าซีเหอมีคนสองพันคนก็จริง แต่ไม่ใช่ทหารม้าทั้งหมด
พวกมันมีการเพิ่มกำลังพลจริงๆหรือ?
แต่สถานการณ์นี้ ยิ่งทำให้จ้าวคังงุนงงเข้าไปใหญ่
ปกติเเล้ว…ใครมันจะทำสงครามแบบเเบไต๋เเบบนี้?
การบุกโจมตีเมือง ไม่ใช่เรื่องที่จะสำเร็จได้ภายในวันเดียว
ถึงเผ่าซีเหอจะอยากตีเมืองผอหยาง ก็ควรจะหาที่ตั้งค่ายก่อนเเล้วค่อยๆวางแผน
ใครมันจะขี่ม้าบุกเข้ามาตรงๆแบบนี้…นี่มันไม่เหมือนมาฆ่าตัวตายหรอกเหรอ?
เดี๋ยวก่อนนะ!
เหมือนพวกมันกำลังไล่ตามใครบางคนมา!
จ้าวคังเพ่งมอง พยายามที่จะมองเห็นให้ได้ชัดเจนมากขึ้น
ในที่สุด เขาก็เห็นว่าด้านหน้ากองทัพใหญ่ของชนเผ่าป่าเถื่อน…มีทหารม้าอยู่แปดนาย
ทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนกำลังไล่ตามคนกลุ่มนี้ แต่ดูเหมือนจะไม่กล้าเข้าใกล้ แค่ตามมาห่างๆ เหมือนกับว่าพวกมันหวาดกลัวอะไรบางอย่าง
….
ทันใดนั้นเอง
เซียงถิงชุนนำหน้าขึ้นมาบนกำแพงเมืองอย่างรวดเร็ว หลัวตงเฉวียนตามมาติดๆ จากนั้นก็เป็นซุนปู้ฉี ซุนหลี และสุดท้ายหวังลี่ อู๋ต๋า และคนอื่นๆที่ควบม้าตามมา
“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น!?” เซียงถิงชุนขึ้นมาบนหอสังเกตการณ์อย่างสับสน
สถานการณ์นี้มันกะทันหันเกินไป
เขารู้จากหลัวตงเฉวียนว่าเผ่าซีเหอเพิ่มกำลังพล
แต่นี่มันเร็วเกินไป!
ต่อให้พวกมันมีมากขนาดไหน ก็ไม่มีทางที่จะบุกโจมตีมาได้ในทันที
“ท่านผู้พัน คือ…นั่นคือนายร้อยเฉินกับคนอื่นๆ!”
ในที่สุดจ้าวคังก็มองเห็นทหารม้าแปดนายที่อยู่ข้างหน้านั้นชัดเจน
“น้องซานซือ?”
ซุนหลีและคนอื่นๆที่ขึ้นมาบนหอสังเกตการณ์ก็เห็นม้าขาวตัวหนึ่งที่กำลังวิ่งนำหน้าทหารม้าทั้งแปดนาย มันเลยดูโดดเด่นเป็นพิเศษ
เเละคนที่นั่งอยู่บนหลังม้า ถ้าไม่ใช่เฉินซานซือแล้วจะเป็นใคร
นอกจากนี้เขายังจับเด็กหนุ่มชนเผ่าป่าเถื่อนที่แต่งกายเหมือนขุนนางไว้เป็นตัวประกันอีกด้วย
“ตัวประกัน?”
ทุกคนเข้าใจได้ทันที
เห็นได้ชัดว่าเฉินซานซือและคนอื่นๆ ถูกล้อมโดยชนเผ่าป่าเถื่อน แต่พวกเขากลับจับตัวประกันได้ จึงใช้สิ่งนี้มาข่มขู่ศัตรูเพื่อเอาชีวิตรอด
เเต่ตัวประกันที่ทำให้ทหารม้าชนเผ่าป่าเถื่อนสองพันนายไม่กล้าทำอะไร จะต้องมีค่ามากแค่ไหน?
เเล้วคนสำคัญขนาดนี้ ทำไมถึงมาอยู่ที่เผ่าซีเหอได้!?
“เป็นไปได้ยังไง…” หลัวตงเฉวียนเอนตัวไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว
มือของเขาวางอยู่บนกำแพง ยืดคอออกไปมองอย่างสับสน
…
“ถอย!”
หลังจากเดินทางมาหลายวันหลายคืน ทุกคนต่างอ่อนล้า
แม้แต่เฉินซานซือ ก็ยังแทบจะหมดเเรงจนเสียงแหบแห้ง
“ถอยไปห้าลี้!”
“น้องชาย” ผู้พันของชนเผ่าป่าเถื่อนควบม้าตามมาห่างๆ
“พวกเจ้าถึงชายแดนแล้ว ควรจะคืนองค์ชายให้พวกเราได้แล้ว”
“ไร้สาระ รอให้พวกข้าเข้าเมืองก่อนค่อยว่ากัน!” เฉินซานซือส่งสัญญาณให้องค์ชายเก้าพูด
เเละองค์ชายเก้าก็เข้าใจความหมายอย่างง่ายดาย
“ทำตามที่เขาบอก ถอยไปห้าลี้ ให้พวกเขามีระยะปลอดภัยในการเข้าเมือง!”
ภายใต้สายตาของผู้คนนับพัน ทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนค่อยๆ ถอยกลับไปอย่างว่าง่าย
เฉินซานซือพาคนอื่นๆ จึงมาถึงกำแพงเมืองได้อย่างปลอดภัย
“น้องซานซือ!”
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีทหารม้าตามเจ้ามามากมายขนาดนี้!?” ซุนหลีตะโกนถามจากบนกำแพง
“ตอนพวกข้ากำลังสอดแนมได้ถูกทหารม้าของเผ่าซีเหอล้อม โชคดีที่มีคนๆนี้ จึงรอดมาได้”
โดนทหารม้าล้อมจริงๆด้วย
ในสถานการณ์แบบนั้น ยังรอดชีวิตกลับมาได้…นี่นับเป็นเรื่องมหัศจรรย์จริงๆ
เเละมันไม่เพียงเท่านั้น
ทุกคนยังเห็นว่ามีม้าสองตัวแบกศพอยู่ นี่หมายความว่าพวกเขายังนำศพของเพื่อนที่เสียชีวิตกลับมาด้วย!
สร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่!
“คนๆ นี้เป็นใคร!?” เซียงถิงชุนรีบถามอย่างรวดเร็ว
“น่าจะเป็นองค์ชาย”
“นี่…แนะนำตัวเองให้ทุกคนรู้จักหน่อย” เฉินซานซือสั่งการอย่างเย็นชา
“ได้…ได้!”
“พวกเจ้าจงฟัง!…ข้าคือองค์ชายเก้าแห่งตระกูลหยูเหวิน! ถ้าพวกเจ้ากล้าฆ่าข้า ท่านพ่อจะมาถล่มเมืองผอหยางให้ราบเป็นหน้ากลอง!”
องค์ชาย!
“องค์ชายเก้า?” ซุนปู้ฉีพึมพำ
“ข้าเคยได้ยินมาว่า ท่านข่านหยูเหวินมีลูกชายสิบคน เเต่มีแค่องค์ชายเก้าที่ท่านรักมาก ว่ากันว่าจะให้เป็นท่านข่านคนต่อไป…เเต่ทำไมเขาไม่อยู่ที่เมืองหลวง ทำไมถึงมาอยู่ที่เผ่าซีเหอ แล้วยังถูกน้องซานซือจับได้อีก”
เเต่การจับองค์ชายมาได้เป็นๆ…
เรื่องนี้ทำให้สีหน้าของเซียงถิงชุนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
นี่มันผลงานอันยิ่งใหญ่!
ใครจะคิดว่า…แค่ส่งหน่วยลาดตระเวนออกไปไม่กี่ทีมจะสามารถจับตัวองค์ชาย ท่านข่านในอนาคตของตระกูลหยูเหวินกลับมาได้!
นี่มันผลงานที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน!
เเละเมื่อลูกน้องสร้างผลงาน ผู้บังคับบัญชาก็จะได้รับอานิสงส์ไปด้วย!
“ดี ดีมาก…ดีจริงๆ!”
เซียงถิงชุนพูดคำว่า “ดี” ติดๆ กันสามครั้ง
“เปิดประตูเมือง เร็ว รีบรับนายร้อยเฉินและคนอื่นๆเข้ามา!”
มีทหารม้ากว่าร้อยนายออกไปรับพวกเขา
เเละทันทีที่กลับเข้ามาในเมือง คนจำนวนหกคนก็ล้มลงไปห้าคน…เหลือเพียงเฉินซานซือที่ยังยืนอยู่ได้
เขาโยนองค์ชายลงจากหลังม้า ให้ทหารรีบเข้าไปควบคุมตัวไว้ทันที
“หลัวตงเฉวียน! ข้าจะเอาชีวิตเจ้า!”
“เคร้ง!”
หลังจากหายใจได้ทั่วท้องแล้ว หวังจื๋อก็ลุกขึ้นจากพื้น ชักดาบยาวของทหารที่อยู่ข้างๆ ออกมา ฟันใส่หลัวตงเฉวียนทันที
แต่เขาเป็นแค่ระดับหลอมกระดูก แถมยังบาดเจ็บสาหัส…จะไปสู้อีกฝ่ายได้ยังไง
หลัวตงเฉวียนยกดาบขึ้นป้องกัน สะบัดอีกฝ่ายจนกระเด็นไปอย่างง่ายดาย
“เจ้าอ้วน…เจ้าบ้าไปแล้วรึไง!?”
“ผู้พันเซียง!” หวังจื๋อตะโกนอย่างสุดเสียง
“พวกเราอยู่บนทุ่งหญ้าอย่างระมัดระวังมาก เเต่จู่ๆก็ถูกทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนพบเห็นและเข้าล้อม ข้าสงสัยว่ามีคนจงใจแจ้งข่าวให้พวกมัน เพื่อคิดจะฆ่าพวกเรา! เเละคนๆนั้นก็คือหลัวตงเฉวียน!”
“ใส่ร้ายป้ายสี! ข้าจะทำร้ายพวกเดียวกันเองทำไม!?”
หลัวตงเฉวียนโกรธจัด
“พวกเจ้าไม่ระวังเอง แล้วมาโทษข้าได้ยังไง! คนตั้งสามสิบคนเป็นพยาน ข้ากับพวกเจ้าไม่ได้ไปทางเดียวกันสักหน่อย! เจ้าจะกล่าวหาข้า ก็ต้องมีหลักฐานสิ!”
“หลิวจินคุย!” เซียงถิงชุนหันไปถามพยาน
“พูดความจริงมา!”
“ที่รองผู้พันหลัวพูดเป็นความจริง” หลิวจินคุยรายงานตามความจริง
“เขาอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือสุด มีข้าคั่นอยู่ตรงกลาง ห่างจากนายร้อยเฉินกับคนอื่นๆมาก”
“อืม” เซียงถิงชุนพยักหน้า
“หวังจื๋อ นี่คงเป็นการเข้าใจผิด การปล่อยข่าวและคิดร้ายพวกเดียวกันเป็นความผิดร้ายแรง อีกอย่าง พวกเจ้าก็รอดกลับมาแล้ว…แถมยังสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่อีก เรื่องนี้ให้จบแค่นี้เถอะ!”
“ข้า…” หวังจื๋อพูดไม่ออก
จริงๆแล้ว มันก็เป็นแค่การคาดเดาของเขา ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนเลย
….
แต่สำหรับเฉินซานซือ
รอดกลับมางั้นเหรอ?…เฉินซานซือแสยะยิ้มในใจ
เขารอดกลับมาจริง แล้วหลี่ต้าจื้อ เซี่ยเอ้อร์หนิว และคนอื่นๆล่ะ?
ส่วนหลักฐาน
ในเมื่อหายากนัก ก็ไม่ต้องหามันแล้ว!
ขั้นหลอมอวัยวะมันไกลเกินเอื้อมสำหรับเหรอ?
เซียงถิงชุนก็ไม่อยากให้เรื่องนี้บานปลาย…เพราะหลัวตงเฉวียนเป็นมือขวาของเขา
เมื่อไม่สามารถใช้กระบวนการยุติธรรมได้…ก็ต้องใช้ผลลัพธ์ที่เราเลือกเอง
เฉินซานซือจึงไม่ได้แสดงท่าทีอะไร ได้แต่พูดว่า
“ขอให้ท่านผู้พันช่วยดูแลครอบครัวของพี่น้องที่เสียชีวิตด้วย!”
“ไม่ใช่แค่ดูแล” เซียงถิงชุนเอ่ยอย่างอารมณ์ดีที่เรื่องจบลงอย่างง่ายดาย
“เรื่องนี้จะต้องรายงานไปยังราชสำนัก ทั่วทั้งราชสำนักจะต้องตกตะลึง! เเละการเดินทางครั้งนี้ ทุกคนจะได้รับรางวัล!”
……
เเต่ทันใดนั้นเอง
นอกกำแพงเมือง ก็มีทหารม้าคนหนึ่งขี่ม้ามาถึงใต้กำแพงเมือง เเล้วตะโกนขึ้นมาว่า
“ทหารต้าเซิ่งจงฟัง!”
“ถ้าพวกเจ้ายังไม่ส่งองค์ชายออกมา พวกข้าจะถล่มเมืองผอหยางให้ราบเป็นหน้ากลอง!”
“ก็ลองดูสิ!” เซียงถิงชุนตะโกนตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ข้าจะรอพวกเจ้าอยู่ที่นี่เอง…รีบๆเข้ามาล่ะ!”
“ดี! พวกเจ้ารอไว้ได้เลย!”
ทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนค่อยๆ ถอยกลับไป จนหายลับไปจากสายตา
การบุกโจมตีเมือง ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ทันที มันต้องมีการเตรียมการหลายอย่างมาก
วันนี้…ถือว่าเป็นการประกาศสงครามเท่านั้น
…
เจ็ดวันต่อมา
รายงานการรบจากเมืองเล็กๆชายแดน ก็ได้ถูกส่งจากกระทรวงกลาโหมไปยังคณะเสนาบดี…ส่งต่อไปยังสำนักงานเลขานุการ และในที่สุดก็ถึงพระหัตถ์ของฮ่องเต้ที่พระราชวังว่านโซ่ว โดยขันทีใหญ่เป็นผู้ทูลว่า
“วันที่สองเดือนพฤศจิกายน เฉินซานซือ นายทหารระดับหกแห่งเมืองผอหยาง ได้นำทีมหน่วยลาดตระเวนสิบนายบุกเข้าไปในดินแดนศัตรู…จับตัวองค์ชายเก้าแห่งตระกูลหยูเหวินท่ามกลางวงล้อมของทหารม้าสองพันนาย และกลับมาได้อย่างปลอดภัย”
“น่าสนใจ” เสียงเรียบนิ่งดังมาจากหลังม่าน
“น่าเสียดายที่เกิดผิดที่”
“เอาเถอะ เรามีคุณสมบัติสามประการ ประการหนึ่งคือความเมตตา”
“มอบโอกาสให้แม่ทัพหนุ่มคนนี้กันเถอะ”
……………………….