เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 86 : ตีฝ่าท่ามกลางกองทัพนับพัน

บทที่ 86 : ตีฝ่าท่ามกลางกองทัพนับพัน

บทที่ 86 : ตีฝ่าท่ามกลางกองทัพนับพัน


บทที่ 86 : ตีฝ่าท่ามกลางกองทัพนับพัน

เสียงตะโกนก้องกังวานทำลายความเงียบสงัดของทุ่งหญ้า

คบเพลิงนับไม่ถ้วนสว่างไสวขึ้นภายในและภายนอกค่ายทหารป่าเถื่อน เชื่อมต่อกันเป็นทะเลเพลิง…จนรอบๆสว่างไสวราวกับกลางวันในรัศมีหลายลี้

เฉินซานซือตกใจมาก

ตอนนี้เขายังงงอยู่เลยว่าทำไมตัวเองถึงถูกพบเห็น

จนกระทั่งเห็นทหารป่าเถื่อนกำลังรวมตัวกันไปในทิศทางอื่น ประกอบกับได้ยินเสียงตะโกน…เขาจึงรู้ว่าคนที่ถูกพบเห็นไม่ใช่เขา

แต่เป็นหวังจื๋อและคนอื่นๆ!

“พวกเขาอยู่ไกลขนาดนั้น ทำไมถึง…”

เฉินซานซือไม่กล้าอยู่ต่อ รีบอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีออกจากค่ายอย่างรวดเร็ว

แต่ทักษะ [การแกะรอยและซ่อนตัว] ไม่ใช่เวทมนตร์ล่องหน ค่ายทหารก็ไม่ใช่ป่ารกทึบที่มีที่ซ่อนตัวมากมาย ก่อนหน้านี้พวกป่าเถื่อนไม่ทันระวังตัว ประกอบกับแสงสลัว เขาจึงสามารถเดินสวนทางกับพวกนั้นได้…สุดท้ายมันจึงมีคนสังเกตเห็นเขา

“นั่นใคร! คนอื่นกำลังออกไปไล่ล่าข้าศึก เจ้าทำอะไรอยู่!?”

“ฟ้าวววว”

เฉินซานซือไม่พูดพร่ำทำเพลง ยิงธนูใส่ทันที

“มีคนต้าเซิ่ง! ตรงนี้!”

“วี้ดดดด”

เฉินซานซือยิงธนูใส่ป่าเถื่อนที่วิ่งเข้ามาหาเขา พร้อมกับเป่านกหวีดเสียงดัง ม้าขาวที่รออยู่ก่อนแล้วก็วิ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว

เขากระโดดขึ้นหลังม้า ไม่กี่วินาทีก็ทิ้งห่างทหารที่ไล่ตามมา

หลังจากวิ่งออกมาได้ประมาณสามลี้ เฉินซานซือก็พบกับหวังจื๋อและคนอื่นๆ

พวกเขากำลังถอยไปทางขวา โดยมีทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนหลายสิบนายไล่ตามมา

“พวกเจ้าถูกพบเห็นได้ยังไง!? เเล้วทำไมไม่หนีกลับเมือง ทำไมถึงวิ่งมาทางนี้!?” เฉินซานซือตะโกนถามจากบนหลังม้า

“บัดซบ! ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน!” หวังจื๋อตะโกนตอบ

“พวกเราแทบจะไม่หายใจเลยด้วยซ้ำ ไม่มีทางที่จะถูกพบเห็นได้แบบบนี้หรอก!” หวังจื๋อบ่นพึมพำ

“หลังจากที่ท่านไปได้ไม่นาน ก็มีทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนกลุ่มหนึ่งมา พวกมันเหมือนกับรู้ว่ามีคนซ่อนอยู่แถวนั้น พวกมันปิดทางหนีทั้งหมด แล้วก็ค้นหาอย่างละเอียด!” ซูปินอธิบายเสริม

“รู้ล่วงหน้า?” เฉินซานซือนึกถึงอะไรบางอย่าง

“หลัวตงเฉวียน! ข้าขอสาปแช่งบรรพบุรุษของแกกทั้งโครต!” หวังจื๋อพูดขึ้นมาคนเเรก

“ไอ้สารเลวนั่นต้องเป็นคนปล่อยข่าวแน่ๆ!”

เขาคิดว่าการออกมาทำภารกิจกับเฉินซานซือจะไม่มีปัญหาอะไร จึงไม่คิดเลยว่าหลัวตงเฉวียนจะเล่นสกปรกแบบนี้!

“บนโลกนี้มีคนใจแคบขนาดนี้ด้วยเหรอ?”

เฉินซานซือรู้สึกว่ามันไร้เหตุผลสิ้นดี ตอนนั้นเขาเป็นฝ่ายถูกกลั่นแกล้งแท้ๆ กลับทำเหมือนเขาไปแย่งของๆคนอื่น…ช่างเป็นการรังแกคนที่อ่อนแอกว่าโดยไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย!

“ตึกๆๆๆๆ”

มีทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนกลุ่มหนึ่งที่กำลังลาดตระเวนอยู่ใกล้ๆ

พอพวกมันได้ยินเสียง ก็ขี่ม้าเข้ามาขวางทางทันที

“ฉึก!” เฉินซานซือพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว เเล้วแทงทหารถือธงตายคาที่

“ตั้งขบวน! ตั้งขบวน!”

ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา พวกเขาฝึกซ้อมกันทุกวัน จนจำขบวนทัพได้ขึ้นใจแล้ว

ม้าศึกสิบเอ็ดตัวตั้งขบวนเป็นวงกลม พุ่งเข้าใส่ทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนที่ขวางทางอย่างดุดัน

ขบวนทัพวงกลม จะเรียกว่าวงล้อก็ได้ หรือจะเรียกว่าเครื่องตัดวงกลมก็ได้!

ม้าศึกแต่ละตัว คนแต่ละคน คือใบมีดบนเฟือง …เฉินซานซือและหวังจื๋อคือสองคนที่คมที่สุด รองลงมาก็คือซูปิน ฟางปู้ผิง เเละคนอื่นๆ

ขบวนนี้สามารถรับมือกับการโจมตีจากทุกทิศทุกทาง ไม่ต้องกลัวการลอบโจมตี

นอกจากนี้ ตำแหน่งของทั้งสิบสองคนก็สลับสับเปลี่ยนกันไปมา คนที่ระดับพลังต่ำกว่าจะทำหน้าที่เป็นหูเป็นตา คอยระวังการลอบโจมตีจากด้านหลัง ทำให้เฉินซานซือสามารถมุ่งเน้นไปที่ศัตรูด้านหน้าได้อย่างเต็มที่ ทุกครั้งที่หอกในมือของเขาพุ่งออกไป ก็จะมีศัตรูตายไปหนึ่งคน

ทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนยี่สิบคนที่รวมตัวกันมา ถูกสังหารจนหมดภายในไม่กี่รอบ

วันนี้ จวงอี้และจ้าวเฉียวเพิ่งเคยฆ่าคนเป็นครั้งแรก…แต่เมื่อมองไปที่เฉินซานซือ พวกเขาก็รู้สึกเหมือนมีที่พึ่ง ไม่รู้สึกตื่นตระหนก ขบวนทัพวงกลมจึงยังคงสมบูรณ์แบบ

เเกนหลัก!

ตราบใดที่ผู้นำยังอยู่ ทุกคนก็จะไม่หวั่นไหว!

อย่างไรก็ตาม…ถึงแม้ว่าจะมีพลังโจมตีที่น่าทึ่ง แต่ช่วงเวลาที่เสียไปก็เพียงพอให้ทหารที่ไล่ตามมาล้อมพวกเขาไว้ได้

“ฮ่าๆๆๆ”

เสียงฝีเท้าม้าดังมาจากทุกทิศทุกทาง มีทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนจำนวนมหาศาล ไม่รู้ว่ามีกี่คน…เห็นเพียงแต่ความมืดมิดที่ไม่มีที่สิ้นสุด

“ตั้งขบวนให้มั่น! อย่าแตกแถว!”

เฉินซานซือใช้ความสามารถ [กลางคืนสว่างราวกลางวัน] เพื่อหาจุดอ่อนของวงล้อม แล้วนำทุกคนบุกฝ่าออกไป

แต่น่าเสียดาย…ที่นี่คือดินแดนของศัตรู! แถมยังเป็นฐานที่มั่นของศัตรู! เเล้วเขาจะหนีรอดไปได้ง่ายๆได้ยังไง?

ทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนหลายร้อยนายเข้าล้อมพวกเขา ขบวนทัพวงกลมยังคงหมุนและบุกตะลุยไปข้างหน้า แต่ความเร็วในการสังหารก็ช้าลงเรื่อยๆ เเถมศพที่กองอยู่ก็เกือบจะทำให้ม้าสะดุด!

“ไป!” แม่ทัพข้าศึกขี่ม้าตามมาจากระยะร้อยจั้ง

“ผู้พัน….นั่นผู้ฝึกยุทธขั้นหลอมอวัยวะ!” เฉินซานซือจำอีกฝ่ายได้ทันที

เเละด้านหลังหัวหน้าเผ่า ยังมีทหารไล่ตามมาอีกหลายร้อย!

แบบนี้ต่อให้เฉินซานซือมีพลังมากแค่ไหน ขบวนทัพวงกลมจะแข็งแกร่งแค่ไหน พวกเขาก็ไม่สามารถสู้กับแม่ทัพขั้นหลอมอวัยวะและทหารม้าอีกหลายร้อยนายได้หรอก

“ดูท่าวันนี้เราคงไม่รอดแล้ว!” หวังจื๋อฟันหัวทหารถือธงขาดกระเด็น จากนั้นเสียงของเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง

“ข้าตายไม่เสียดาย! แต่เจ้าต้องรอด! ม้าของเจ้าเร็วมาก…พวกเราจะเปิดทางให้เจ้า เจ้าอาจจะมีโอกาสรอดกลับไป”

“ในอนาคตจงตั้งใจฝึก ล้างแค้นให้พวกเรา!”

“ท่านเฉิน! พี่ซานซือ!….ท่านไปเถอะ!” จวงอี้และจ้าวเฉียวพูดขึ้นพร้อมกัน

“เลิกพูดบทตัวประกอบได้แล้ว! วันนี้จะไม่มีใครต้องตายทั้งนั้น!” เฉินซานซือพูดพลางสู้ไปด้วย

“หวังจื๋อ ท่านเคยอยู่ระดับอะไรมาก่อน?”

“ถามทำไม!?” หวังจื๋อไม่เข้าใจ

“ต่อให้ข้าเคยเก่งแค่ไหน ตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว!”

“ข้าอยากรู้ว่า…” เฉินซานซือแทงหอกไปด้านหลัง สังหารศัตรูหนึ่งคน

“สำหรับเจ้าผู้พันขั้นหลอมอวัยวะนั่น ท่านรับมือได้นานแค่ไหน? ท่านแค่ตกระดับลงมา น่าจะยังแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกยุทธระดับหลอมกระดูกขั้นสมบูรณ์ทั่วๆไปมากใช่มั้ย?”

“แน่นอนอยู่แล้ว! ข้าแค่ตกระดับ แต่ทักษะการใช้ดาบยังอยู่…ระดับหลอมกระดูกขั้นสมบูรณ์ทั่วๆไป สู้ข้าไม่ได้เกินห้ากระบวนท่าหรอก!”

“หัวหน้าเผ่าป่าเถื่อนนี่ ดูยังไงก็ยังสู้เซียงถิงชุนไม่ได้เลย! …ข้าคงรับมือได้สักพัก!”

“ถามแบบนี้…นี่เจ้าคิดจะทำอะไร?” หวังจื๋อถามอย่างสงสัย

“ถ่วงเวลาให้ข้า!”

“พวกเจ้ารักษาขบวนทัพไว้ ต้องต้านไว้ให้ได้! ข้ามีวิธีพาพวกเจ้ากลับบ้าน!”

เฉินซานซือไม่รอให้คนอื่นตั้งตัว ทันใดนั้นเขาก็หันหัวม้าเเล้วมุ่งหน้าไปในทิศทางตรงกันข้าม

เเละที่นั่นคือฐานที่มั่นของพวกป่าเถื่อน!

“เจ้านั่นมันบ้าไปแล้วรึไง!?” หวังจื๋ออยากจะห้ามเเต่ก็ไม่ทันเเล้ว

“หืม? หยุด!” หัวหน้าเผ่าป่าเถื่อนเห็นแม่ทัพม้าขาวเปลี่ยนทิศทาง เขาก็เข้าใจได้ทันที เเละรีบขี่ม้าไล่ตามไป

“จะไปใหน!”

“เคร้ง!”

เสียงโลหะกระทบกันดังก้อง ประกายไฟกระจายในความมืด

ด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวของขั้นหลอมอวัยวะ หวังจื๋อถึงกับต้องตัวเอนไปด้านหลัง แขนสั่นเทา แต่ก็ยังต้านทานได้

“พวกป่าเถื่อนสารเลว! เจ้าหนีไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!”

“ขั้นหลอมกระดูกกล้ามาขวางข้า? อยากตายมากรึไง!?”

อีกด้าน

“หยุดมัน! หยุดมันเร็วเข้า!”

เฉินซานซือบุกฝ่าวงล้อมในทิศทางตรงกันข้าม

ด้วยความเร็วของม้าขาว หลังจากสังหารขุนพลขั้นหลอมเลือดสองนาย ก็ไม่มีใครตามเขาทันอีกต่อไป

เขาเข้าใกล้ฐานที่มั่นของศัตรูมากขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้เขาไม่ได้บุกเข้าทางประตูหลักที่มีการป้องกันแน่นหนา แต่เลือกไปที่จุดอ่อนทางทิศตะวันตก

ม้าขาวกระโดดข้ามรั้วสูงสองเมตร พุ่งเข้าไปในค่ายที่เต็มไปด้วยกระโจม

ก่อนหน้านี้ เขาได้สำรวจผังค่ายมาแล้ว ตำแหน่งนี้มีแต่ทหารราบ…ซึ่งการมีเเค่ทหารราบก็หมายความว่าไล่ไม่ทัน ขวางเขาไม่ได้!

กว่าทหารม้าจะตามมาถึง ก็ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งนาที…เเละถ้าถูกล้อม เฉินซานซือตายแน่

เเต่ถ้าถึงที่หมายได้ภายในหนึ่งนาทีก่อนถูกล้อม…เขาก็มีโอกาสรอด!

“ไป!”

เฉินซานซือแทงทหารราบตายไปเจ็ดแปดนาย ใช้เวลาเพียงห้าสิบกว่าวินาทีก็บุกถึงกระโจมใหญ่

ตลอดทาง ทหารส่วนใหญ่เห็นเพียงเงาสีขาวพุ่งผ่านไป มีเพียงลมเย็นๆ พัดผ่าน ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

“นั่นใคร!?”

ภายในกระโจม องค์ชายเก้าเพิ่งได้ยินเสียงเเอะอะโวยวาย ก็เห็นม้าขาวพุ่งเข้ามาชนทหารที่เฝ้ากระโจมจนกระเด็นไปไกล

“ชิ้งงง!”

เขาดึงดาบออกมาแล้วตะโกนลั่น

“เจ้าเป็นใคร!?”

“ปกป้ององค์ชาย!” นายร้อยขั้นหลอมกระดูกที่หัวหน้าเผ่าทิ้งไว้ให้คุ้มกันองค์ชาย รีบคว้าอาวุธขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“ปัง!”

แต่ยังไม่ทันได้ลงมือ มันก็มีลูกธนูพุ่งเข้าใส่เขาเสียก่อน

นายร้อยขั้นหลอมกระดูกหลบไม่ทัน คิดจะใช้แขนปัดป้อง แต่ลูกธนูกลับทะลุเข้ากลางอก ตายคาที่ โดยไม่มีโอกาสได้สู้เลยด้วยซ้ำ

“ไปตายซะ!”

องค์ชายเก้าก็ไม่ใช่คนอ่อนแอ เขาตั้งสติได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉวยโอกาสพุ่งเข้าหาศัตรู…ดาบเจิ้นเยว่ในมือเปล่งประกายเย็นเยียบ ฟันใส่แม่ทัพต้าเซิ่งที่อยู่บนหลังม้าอย่างรุนแรง

เคร้งงงง!!!!

หอกใบหญ้าปะทะกับดาบเจิ้นเยว่ จนเกิดเสียงกระทบกันดังก้อง

องค์ชายเก้าถอยหลังไปหลายก้าว ดาบในมือสั่น สะท้านจนเกือบจะหลุดมือเพราะแรงปะทะอันมหาศาล

“ดาบดีนี่!”

อีกฝ่ายน่าจะอยู่ระดับหลอมกระดูกขั้นต้น พลังไม่เท่าเฉินซานซือ แต่ดาบเล่มนี้กลับฟันหอกของเขาจนเป็นรอย!

“ปกป้ององค์ชาย!”

ในขณะเดียวกัน กระโจมใหญ่ก็ถูกล้อมอย่างรวดเร็ว

พลธนูและพลหน้าไม้จำนวนมากล้อมอยู่รอบด้าน แต่ทั้งสองคนอยู่ใกล้กันเกินไป พวกเขาจึงไม่กล้ายิง

ขุนพลระดับหลอมกระดูกขั้นสมบูรณ์คนหนึ่งถือดาบยาวพุ่งเข้ามาอย่างเงียบเชียบ

เขาคิดจะลอบโจมตีจากด้านหลัง แต่พอก้าวเข้ามาในระยะเจ็ดก้าว เขาก็เห็นเงาสีเงินลอยเข้ามา

เขาขนลุกซู่ รีบเหวี่ยงดาบป้องกันอย่างสุดกำลัง ตัดเงาสีเงินขาดก่อนที่มันจะถึงหน้า

“หอกเร็วมาก!”

แค่ปะทะกันครั้งเดียว นายร้อยของชนเผ่าป่าเถื่อนก็เหงื่อแตกพลั่ก

เขารีบยกดาบเตรียมรับมือกับการโจมตีครั้งต่อไป แต่อีกฝ่ายไม่สนใจเขาเลย มันมุ่งเป้าไปที่องค์ชายเก้าเพียงอย่างเดียว

“เคร้งๆๆๆๆๆ”

หอกในมือเฉินซานซือพุ่งเข้าใส่องค์ชายเก้าราวกับสายฝน เสียงกระทบของหอกกับดาบเจิ้นเยว่ดังก้อง

ตอนนี้ เฉินซานซือรู้สึกได้ว่ามีคนเข้ามาในกระโจมมากขึ้นเรื่อยๆ เข้ามาล้อมด้านหลังเขา จนจิตสังหารแผ่กระจายไปทั่ว

พลังเลือดช้างมังกรในร่างกายของเขาเดือดพล่าน

หอกในมือกลายเป็นเงามังกรสีเงิน เส้นเลือดในแขนร้อนราวกับเครื่องจักรที่ทำงานหนักจนเหมือนจะลุกไหม้ได้ทุกเมื่อ

แต่ในที่สุด องค์ชายเก้าก็ต้านทานการโจมตีไม่ไหว

แขนของเขาชาจนจับดาบไม่อยู่ เเละดาบเจิ้นเยว่ก็ถูกกระแทกขึ้นไปกลางอากาศ

ในเวลาเดียวกัน หอกใบหญ้าก็ฉีกกระชากกล้ามเนื้อเเล้วแทงทะลุไหล่ของเขา

เฉินซานซือคว้าดาบเจิ้นเยว่กลางอากาศ พลิกตัวไปอยู่ด้านหลังองค์ชายเก้า จ่อคมดาบที่คอของอีกฝ่าย

เขาตะโกนด้วยดวงตาแดงก่ำ มองไปที่ทหารป่าเถื่อนที่อยู่รอบด้านเขม็ง

“ถอยไปให้หมด!”

……………………….

จบบทที่ บทที่ 86 : ตีฝ่าท่ามกลางกองทัพนับพัน

คัดลอกลิงก์แล้ว