- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 86 : ตีฝ่าท่ามกลางกองทัพนับพัน
บทที่ 86 : ตีฝ่าท่ามกลางกองทัพนับพัน
บทที่ 86 : ตีฝ่าท่ามกลางกองทัพนับพัน
บทที่ 86 : ตีฝ่าท่ามกลางกองทัพนับพัน
เสียงตะโกนก้องกังวานทำลายความเงียบสงัดของทุ่งหญ้า
คบเพลิงนับไม่ถ้วนสว่างไสวขึ้นภายในและภายนอกค่ายทหารป่าเถื่อน เชื่อมต่อกันเป็นทะเลเพลิง…จนรอบๆสว่างไสวราวกับกลางวันในรัศมีหลายลี้
เฉินซานซือตกใจมาก
ตอนนี้เขายังงงอยู่เลยว่าทำไมตัวเองถึงถูกพบเห็น
จนกระทั่งเห็นทหารป่าเถื่อนกำลังรวมตัวกันไปในทิศทางอื่น ประกอบกับได้ยินเสียงตะโกน…เขาจึงรู้ว่าคนที่ถูกพบเห็นไม่ใช่เขา
แต่เป็นหวังจื๋อและคนอื่นๆ!
“พวกเขาอยู่ไกลขนาดนั้น ทำไมถึง…”
เฉินซานซือไม่กล้าอยู่ต่อ รีบอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีออกจากค่ายอย่างรวดเร็ว
แต่ทักษะ [การแกะรอยและซ่อนตัว] ไม่ใช่เวทมนตร์ล่องหน ค่ายทหารก็ไม่ใช่ป่ารกทึบที่มีที่ซ่อนตัวมากมาย ก่อนหน้านี้พวกป่าเถื่อนไม่ทันระวังตัว ประกอบกับแสงสลัว เขาจึงสามารถเดินสวนทางกับพวกนั้นได้…สุดท้ายมันจึงมีคนสังเกตเห็นเขา
“นั่นใคร! คนอื่นกำลังออกไปไล่ล่าข้าศึก เจ้าทำอะไรอยู่!?”
“ฟ้าวววว”
เฉินซานซือไม่พูดพร่ำทำเพลง ยิงธนูใส่ทันที
“มีคนต้าเซิ่ง! ตรงนี้!”
“วี้ดดดด”
เฉินซานซือยิงธนูใส่ป่าเถื่อนที่วิ่งเข้ามาหาเขา พร้อมกับเป่านกหวีดเสียงดัง ม้าขาวที่รออยู่ก่อนแล้วก็วิ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว
เขากระโดดขึ้นหลังม้า ไม่กี่วินาทีก็ทิ้งห่างทหารที่ไล่ตามมา
หลังจากวิ่งออกมาได้ประมาณสามลี้ เฉินซานซือก็พบกับหวังจื๋อและคนอื่นๆ
พวกเขากำลังถอยไปทางขวา โดยมีทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนหลายสิบนายไล่ตามมา
“พวกเจ้าถูกพบเห็นได้ยังไง!? เเล้วทำไมไม่หนีกลับเมือง ทำไมถึงวิ่งมาทางนี้!?” เฉินซานซือตะโกนถามจากบนหลังม้า
“บัดซบ! ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน!” หวังจื๋อตะโกนตอบ
“พวกเราแทบจะไม่หายใจเลยด้วยซ้ำ ไม่มีทางที่จะถูกพบเห็นได้แบบบนี้หรอก!” หวังจื๋อบ่นพึมพำ
“หลังจากที่ท่านไปได้ไม่นาน ก็มีทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนกลุ่มหนึ่งมา พวกมันเหมือนกับรู้ว่ามีคนซ่อนอยู่แถวนั้น พวกมันปิดทางหนีทั้งหมด แล้วก็ค้นหาอย่างละเอียด!” ซูปินอธิบายเสริม
“รู้ล่วงหน้า?” เฉินซานซือนึกถึงอะไรบางอย่าง
“หลัวตงเฉวียน! ข้าขอสาปแช่งบรรพบุรุษของแกกทั้งโครต!” หวังจื๋อพูดขึ้นมาคนเเรก
“ไอ้สารเลวนั่นต้องเป็นคนปล่อยข่าวแน่ๆ!”
เขาคิดว่าการออกมาทำภารกิจกับเฉินซานซือจะไม่มีปัญหาอะไร จึงไม่คิดเลยว่าหลัวตงเฉวียนจะเล่นสกปรกแบบนี้!
“บนโลกนี้มีคนใจแคบขนาดนี้ด้วยเหรอ?”
เฉินซานซือรู้สึกว่ามันไร้เหตุผลสิ้นดี ตอนนั้นเขาเป็นฝ่ายถูกกลั่นแกล้งแท้ๆ กลับทำเหมือนเขาไปแย่งของๆคนอื่น…ช่างเป็นการรังแกคนที่อ่อนแอกว่าโดยไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย!
“ตึกๆๆๆๆ”
มีทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนกลุ่มหนึ่งที่กำลังลาดตระเวนอยู่ใกล้ๆ
พอพวกมันได้ยินเสียง ก็ขี่ม้าเข้ามาขวางทางทันที
“ฉึก!” เฉินซานซือพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว เเล้วแทงทหารถือธงตายคาที่
“ตั้งขบวน! ตั้งขบวน!”
ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา พวกเขาฝึกซ้อมกันทุกวัน จนจำขบวนทัพได้ขึ้นใจแล้ว
ม้าศึกสิบเอ็ดตัวตั้งขบวนเป็นวงกลม พุ่งเข้าใส่ทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนที่ขวางทางอย่างดุดัน
ขบวนทัพวงกลม จะเรียกว่าวงล้อก็ได้ หรือจะเรียกว่าเครื่องตัดวงกลมก็ได้!
ม้าศึกแต่ละตัว คนแต่ละคน คือใบมีดบนเฟือง …เฉินซานซือและหวังจื๋อคือสองคนที่คมที่สุด รองลงมาก็คือซูปิน ฟางปู้ผิง เเละคนอื่นๆ
ขบวนนี้สามารถรับมือกับการโจมตีจากทุกทิศทุกทาง ไม่ต้องกลัวการลอบโจมตี
นอกจากนี้ ตำแหน่งของทั้งสิบสองคนก็สลับสับเปลี่ยนกันไปมา คนที่ระดับพลังต่ำกว่าจะทำหน้าที่เป็นหูเป็นตา คอยระวังการลอบโจมตีจากด้านหลัง ทำให้เฉินซานซือสามารถมุ่งเน้นไปที่ศัตรูด้านหน้าได้อย่างเต็มที่ ทุกครั้งที่หอกในมือของเขาพุ่งออกไป ก็จะมีศัตรูตายไปหนึ่งคน
ทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนยี่สิบคนที่รวมตัวกันมา ถูกสังหารจนหมดภายในไม่กี่รอบ
วันนี้ จวงอี้และจ้าวเฉียวเพิ่งเคยฆ่าคนเป็นครั้งแรก…แต่เมื่อมองไปที่เฉินซานซือ พวกเขาก็รู้สึกเหมือนมีที่พึ่ง ไม่รู้สึกตื่นตระหนก ขบวนทัพวงกลมจึงยังคงสมบูรณ์แบบ
เเกนหลัก!
ตราบใดที่ผู้นำยังอยู่ ทุกคนก็จะไม่หวั่นไหว!
อย่างไรก็ตาม…ถึงแม้ว่าจะมีพลังโจมตีที่น่าทึ่ง แต่ช่วงเวลาที่เสียไปก็เพียงพอให้ทหารที่ไล่ตามมาล้อมพวกเขาไว้ได้
“ฮ่าๆๆๆ”
เสียงฝีเท้าม้าดังมาจากทุกทิศทุกทาง มีทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนจำนวนมหาศาล ไม่รู้ว่ามีกี่คน…เห็นเพียงแต่ความมืดมิดที่ไม่มีที่สิ้นสุด
“ตั้งขบวนให้มั่น! อย่าแตกแถว!”
เฉินซานซือใช้ความสามารถ [กลางคืนสว่างราวกลางวัน] เพื่อหาจุดอ่อนของวงล้อม แล้วนำทุกคนบุกฝ่าออกไป
แต่น่าเสียดาย…ที่นี่คือดินแดนของศัตรู! แถมยังเป็นฐานที่มั่นของศัตรู! เเล้วเขาจะหนีรอดไปได้ง่ายๆได้ยังไง?
ทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนหลายร้อยนายเข้าล้อมพวกเขา ขบวนทัพวงกลมยังคงหมุนและบุกตะลุยไปข้างหน้า แต่ความเร็วในการสังหารก็ช้าลงเรื่อยๆ เเถมศพที่กองอยู่ก็เกือบจะทำให้ม้าสะดุด!
“ไป!” แม่ทัพข้าศึกขี่ม้าตามมาจากระยะร้อยจั้ง
“ผู้พัน….นั่นผู้ฝึกยุทธขั้นหลอมอวัยวะ!” เฉินซานซือจำอีกฝ่ายได้ทันที
เเละด้านหลังหัวหน้าเผ่า ยังมีทหารไล่ตามมาอีกหลายร้อย!
แบบนี้ต่อให้เฉินซานซือมีพลังมากแค่ไหน ขบวนทัพวงกลมจะแข็งแกร่งแค่ไหน พวกเขาก็ไม่สามารถสู้กับแม่ทัพขั้นหลอมอวัยวะและทหารม้าอีกหลายร้อยนายได้หรอก
“ดูท่าวันนี้เราคงไม่รอดแล้ว!” หวังจื๋อฟันหัวทหารถือธงขาดกระเด็น จากนั้นเสียงของเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง
“ข้าตายไม่เสียดาย! แต่เจ้าต้องรอด! ม้าของเจ้าเร็วมาก…พวกเราจะเปิดทางให้เจ้า เจ้าอาจจะมีโอกาสรอดกลับไป”
“ในอนาคตจงตั้งใจฝึก ล้างแค้นให้พวกเรา!”
“ท่านเฉิน! พี่ซานซือ!….ท่านไปเถอะ!” จวงอี้และจ้าวเฉียวพูดขึ้นพร้อมกัน
“เลิกพูดบทตัวประกอบได้แล้ว! วันนี้จะไม่มีใครต้องตายทั้งนั้น!” เฉินซานซือพูดพลางสู้ไปด้วย
“หวังจื๋อ ท่านเคยอยู่ระดับอะไรมาก่อน?”
“ถามทำไม!?” หวังจื๋อไม่เข้าใจ
“ต่อให้ข้าเคยเก่งแค่ไหน ตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว!”
“ข้าอยากรู้ว่า…” เฉินซานซือแทงหอกไปด้านหลัง สังหารศัตรูหนึ่งคน
“สำหรับเจ้าผู้พันขั้นหลอมอวัยวะนั่น ท่านรับมือได้นานแค่ไหน? ท่านแค่ตกระดับลงมา น่าจะยังแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกยุทธระดับหลอมกระดูกขั้นสมบูรณ์ทั่วๆไปมากใช่มั้ย?”
“แน่นอนอยู่แล้ว! ข้าแค่ตกระดับ แต่ทักษะการใช้ดาบยังอยู่…ระดับหลอมกระดูกขั้นสมบูรณ์ทั่วๆไป สู้ข้าไม่ได้เกินห้ากระบวนท่าหรอก!”
“หัวหน้าเผ่าป่าเถื่อนนี่ ดูยังไงก็ยังสู้เซียงถิงชุนไม่ได้เลย! …ข้าคงรับมือได้สักพัก!”
“ถามแบบนี้…นี่เจ้าคิดจะทำอะไร?” หวังจื๋อถามอย่างสงสัย
“ถ่วงเวลาให้ข้า!”
“พวกเจ้ารักษาขบวนทัพไว้ ต้องต้านไว้ให้ได้! ข้ามีวิธีพาพวกเจ้ากลับบ้าน!”
เฉินซานซือไม่รอให้คนอื่นตั้งตัว ทันใดนั้นเขาก็หันหัวม้าเเล้วมุ่งหน้าไปในทิศทางตรงกันข้าม
เเละที่นั่นคือฐานที่มั่นของพวกป่าเถื่อน!
“เจ้านั่นมันบ้าไปแล้วรึไง!?” หวังจื๋ออยากจะห้ามเเต่ก็ไม่ทันเเล้ว
“หืม? หยุด!” หัวหน้าเผ่าป่าเถื่อนเห็นแม่ทัพม้าขาวเปลี่ยนทิศทาง เขาก็เข้าใจได้ทันที เเละรีบขี่ม้าไล่ตามไป
“จะไปใหน!”
“เคร้ง!”
เสียงโลหะกระทบกันดังก้อง ประกายไฟกระจายในความมืด
ด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวของขั้นหลอมอวัยวะ หวังจื๋อถึงกับต้องตัวเอนไปด้านหลัง แขนสั่นเทา แต่ก็ยังต้านทานได้
“พวกป่าเถื่อนสารเลว! เจ้าหนีไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!”
“ขั้นหลอมกระดูกกล้ามาขวางข้า? อยากตายมากรึไง!?”
…
อีกด้าน
“หยุดมัน! หยุดมันเร็วเข้า!”
เฉินซานซือบุกฝ่าวงล้อมในทิศทางตรงกันข้าม
ด้วยความเร็วของม้าขาว หลังจากสังหารขุนพลขั้นหลอมเลือดสองนาย ก็ไม่มีใครตามเขาทันอีกต่อไป
เขาเข้าใกล้ฐานที่มั่นของศัตรูมากขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้เขาไม่ได้บุกเข้าทางประตูหลักที่มีการป้องกันแน่นหนา แต่เลือกไปที่จุดอ่อนทางทิศตะวันตก
ม้าขาวกระโดดข้ามรั้วสูงสองเมตร พุ่งเข้าไปในค่ายที่เต็มไปด้วยกระโจม
ก่อนหน้านี้ เขาได้สำรวจผังค่ายมาแล้ว ตำแหน่งนี้มีแต่ทหารราบ…ซึ่งการมีเเค่ทหารราบก็หมายความว่าไล่ไม่ทัน ขวางเขาไม่ได้!
กว่าทหารม้าจะตามมาถึง ก็ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งนาที…เเละถ้าถูกล้อม เฉินซานซือตายแน่
เเต่ถ้าถึงที่หมายได้ภายในหนึ่งนาทีก่อนถูกล้อม…เขาก็มีโอกาสรอด!
“ไป!”
เฉินซานซือแทงทหารราบตายไปเจ็ดแปดนาย ใช้เวลาเพียงห้าสิบกว่าวินาทีก็บุกถึงกระโจมใหญ่
ตลอดทาง ทหารส่วนใหญ่เห็นเพียงเงาสีขาวพุ่งผ่านไป มีเพียงลมเย็นๆ พัดผ่าน ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
“นั่นใคร!?”
ภายในกระโจม องค์ชายเก้าเพิ่งได้ยินเสียงเเอะอะโวยวาย ก็เห็นม้าขาวพุ่งเข้ามาชนทหารที่เฝ้ากระโจมจนกระเด็นไปไกล
“ชิ้งงง!”
เขาดึงดาบออกมาแล้วตะโกนลั่น
“เจ้าเป็นใคร!?”
“ปกป้ององค์ชาย!” นายร้อยขั้นหลอมกระดูกที่หัวหน้าเผ่าทิ้งไว้ให้คุ้มกันองค์ชาย รีบคว้าอาวุธขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“ปัง!”
แต่ยังไม่ทันได้ลงมือ มันก็มีลูกธนูพุ่งเข้าใส่เขาเสียก่อน
นายร้อยขั้นหลอมกระดูกหลบไม่ทัน คิดจะใช้แขนปัดป้อง แต่ลูกธนูกลับทะลุเข้ากลางอก ตายคาที่ โดยไม่มีโอกาสได้สู้เลยด้วยซ้ำ
“ไปตายซะ!”
องค์ชายเก้าก็ไม่ใช่คนอ่อนแอ เขาตั้งสติได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉวยโอกาสพุ่งเข้าหาศัตรู…ดาบเจิ้นเยว่ในมือเปล่งประกายเย็นเยียบ ฟันใส่แม่ทัพต้าเซิ่งที่อยู่บนหลังม้าอย่างรุนแรง
เคร้งงงง!!!!
หอกใบหญ้าปะทะกับดาบเจิ้นเยว่ จนเกิดเสียงกระทบกันดังก้อง
องค์ชายเก้าถอยหลังไปหลายก้าว ดาบในมือสั่น สะท้านจนเกือบจะหลุดมือเพราะแรงปะทะอันมหาศาล
“ดาบดีนี่!”
อีกฝ่ายน่าจะอยู่ระดับหลอมกระดูกขั้นต้น พลังไม่เท่าเฉินซานซือ แต่ดาบเล่มนี้กลับฟันหอกของเขาจนเป็นรอย!
“ปกป้ององค์ชาย!”
ในขณะเดียวกัน กระโจมใหญ่ก็ถูกล้อมอย่างรวดเร็ว
พลธนูและพลหน้าไม้จำนวนมากล้อมอยู่รอบด้าน แต่ทั้งสองคนอยู่ใกล้กันเกินไป พวกเขาจึงไม่กล้ายิง
ขุนพลระดับหลอมกระดูกขั้นสมบูรณ์คนหนึ่งถือดาบยาวพุ่งเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
เขาคิดจะลอบโจมตีจากด้านหลัง แต่พอก้าวเข้ามาในระยะเจ็ดก้าว เขาก็เห็นเงาสีเงินลอยเข้ามา
เขาขนลุกซู่ รีบเหวี่ยงดาบป้องกันอย่างสุดกำลัง ตัดเงาสีเงินขาดก่อนที่มันจะถึงหน้า
“หอกเร็วมาก!”
แค่ปะทะกันครั้งเดียว นายร้อยของชนเผ่าป่าเถื่อนก็เหงื่อแตกพลั่ก
เขารีบยกดาบเตรียมรับมือกับการโจมตีครั้งต่อไป แต่อีกฝ่ายไม่สนใจเขาเลย มันมุ่งเป้าไปที่องค์ชายเก้าเพียงอย่างเดียว
“เคร้งๆๆๆๆๆ”
หอกในมือเฉินซานซือพุ่งเข้าใส่องค์ชายเก้าราวกับสายฝน เสียงกระทบของหอกกับดาบเจิ้นเยว่ดังก้อง
ตอนนี้ เฉินซานซือรู้สึกได้ว่ามีคนเข้ามาในกระโจมมากขึ้นเรื่อยๆ เข้ามาล้อมด้านหลังเขา จนจิตสังหารแผ่กระจายไปทั่ว
พลังเลือดช้างมังกรในร่างกายของเขาเดือดพล่าน
หอกในมือกลายเป็นเงามังกรสีเงิน เส้นเลือดในแขนร้อนราวกับเครื่องจักรที่ทำงานหนักจนเหมือนจะลุกไหม้ได้ทุกเมื่อ
แต่ในที่สุด องค์ชายเก้าก็ต้านทานการโจมตีไม่ไหว
แขนของเขาชาจนจับดาบไม่อยู่ เเละดาบเจิ้นเยว่ก็ถูกกระแทกขึ้นไปกลางอากาศ
ในเวลาเดียวกัน หอกใบหญ้าก็ฉีกกระชากกล้ามเนื้อเเล้วแทงทะลุไหล่ของเขา
เฉินซานซือคว้าดาบเจิ้นเยว่กลางอากาศ พลิกตัวไปอยู่ด้านหลังองค์ชายเก้า จ่อคมดาบที่คอของอีกฝ่าย
เขาตะโกนด้วยดวงตาแดงก่ำ มองไปที่ทหารป่าเถื่อนที่อยู่รอบด้านเขม็ง
“ถอยไปให้หมด!”
……………………….