- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 83 : จี้กวงเสียน
บทที่ 83 : จี้กวงเสียน
บทที่ 83 : จี้กวงเสียน
บทที่ 83 : จี้กวงเสียน
ภายในกระโจมใหญ่ของกองทัพ
“รายงานด่วนแปดร้อยลี้จากเมืองอันติ้ง!”
เซียงถิงชุนโยนจดหมายลงบนโต๊ะ
“ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ว่าชนเผ่าป่าเถื่อนทั้งสี่ที่แก่งแย่งชิงดีกันมานานหลายปี จะสามารถร่วมมือกันได้ในชั่วข้ามคืน”
“แค่นั้นก็พอทนแล้ว แต่นี่พวกมันยังไม่คิดจะตีเมืองเหลียงโจว กลับส่งกำลังพลห้าหมื่นนายมาตีเมืองหยูโจวแทน ในจดหมายบอกว่าพวกมันตั้งค่ายอยู่นอกกำแพงเมืองแล้ว พร้อมที่จะบุกโจมตีได้ทุกเมื่อ”
“ฝ่ายบัญชาการเมืองหยูโจวจึงสั่งให้เรากระชับแนวป้องกัน ตั้งรับอย่างมั่นคง ห้ามออกไปสู้รบโดยเด็ดขาด และให้รายงานสถานการณ์ให้ทราบทันทีหากมีอะไรเกิดขึ้น”
“พวกเจ้าคิดเห็นอย่างไรบ้าง?”
ตอนนี้​ นายร้อยทุกนายยืนอยู่ในกระโจม…ทันใดนั้น​ นายร้อยแซ่เฉียนก็เป็นคนพูดขึ้นมาก่อน
“การโจมตีของทหารม้าศัตรู​วันนี้ อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ขอรับ?”
“เป็นไปได้” เฟิงหยงเสริม
“กลุ่มทหารม้ากลุ่มนั้น ดูเหมือนจะไม่ได้มาปล้นสะดม แต่เหมือนมาทดสอบความแข็งแกร่งของแนวป้องกันกำแพงเมืองเรามากกว่า”
“จริงหรือ?” เซียงถิงชุนเอ่ยถามอย่างจริงจัง
“เจ้าหมายความว่าชนเผ่าซีเหอเตรียมที่จะบุกโจมตีเมืองผอหยางอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าไม่กล้าด่วนสรุปขอรับ” เฟิงหยงกล่าว “ด้วยกำลังพลของชนเผ่าซีเหอ พวกมันไม่น่าจะมีความกล้าขนาดนั้น แต่ก็ไม่แน่ว่าพวกมันอาจจะเพิ่มกำลังพลอย่างลับๆก็ได้”
ความยากง่ายของการบุกโจมตีและการตั้งรับนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง…หากต้องการตีเมือง มักจะต้องใช้กำลังพลมากกว่าฝ่ายป้องกันหลายเท่า
“ความเป็นไปได้มีน้อย” หลัวตงเฉวียนกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“ทั้งสามมณฑลทางตะวันตกเฉียงเหนือรวมทั้งเมืองอันติ้งล้วนเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ต้องใช้กองทัพขนาดใหญ่อย่างน้อยสามแสนนายถึงจะสามารถตีให้เเตกได้”
“แม้ชนเผ่าป่าเถื่อนทั้งสี่จะรวมกำลังกัน แต่กำลังพลและเสบียงก็ยังมีจำกัด…คงไม่มีเวลามาเพิ่มกำลังพลให้ชนเผ่าซีเหอหรอก”
“เเต่ถึงจะเป็นแบบนั้น เราก็ต้องระมัดระวังไว้ก่อน”
หลังจาก​พูด​จบ​ เซียงถิงชุนก็ออกคำสั่งทันที​
“หน่วยลาดตระเวนออกไปสืบข่าวล่วงหน้าสิบห้าวัน…นับจากนี้ไป สืบให้แน่ชัดว่าสถานการณ์ของชนเผ่าซีเหอเป็นอย่างไร”
“ขอรับ!”
หลังจากปรึกษาเรื่องสงครามเสร็จเเล้ว…ตอนนี้ก็ถึงเวลามอบรางวัลสำหรับการสังหารศัตรู
“นายร้อยเฉิน! เจ้าสามารถจัดการทหารม้าฝ่ายตรงข้ามไปได้กว่าสามสิบนาย แถมยังสังหารแม่ทัพข้าศึกได้อีก…เจ้าเหมาะสมกับคำว่าองอาจไร้เทียมทานจริงๆ!” เซียงถิงชุนกล่าวชมจากใจ
“แม้แต่ข้าในอดีต ก็ยังเทียบเจ้าไม่ได้!”
“ข้าจะรายงานราชสำนัก ขอพระราชทานยศรองผู้พันให้เจ้า”
“ส่วนสมุนไพรในค่ายทหาร นับจากนี้ไป เจ้าจะเอาไปใช้แช่ยาหรือทำอะไรก็ได้ตามสบาย ข้าจะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด!”
“แต่อย่างยาทาหยกดำนั้น ทางค่ายเรามีจำนวนจำกัด เเละนายร้อยทุกนายก็ต้องใช้…ข้าจึงไม่สามารถให้เจ้าใช้คนเดียวได้”
นายร้อยขั้นหก หากสร้างผลงานหรือดำรงตำแหน่งครบวาระ ก็จะได้รับพระราชทานยศรองผู้พัน
พูดง่ายๆก็คือ การเลื่อนยศทหาร
เมื่อยศทหารถึงระดับหนึ่งแล้ว จึงจะสามารถเลื่อนตำแหน่งได้อีก
เเต่หากไม่มีผลงานหรือพลังยุทธ์ไม่เพิ่มขึ้นมากนัก กระบวนการนี้จะใช้เวลานานมาก
ในอดีต แม้แต่เซียงถิงชุน หลังจากที่ฝึกฝนจนถึงขั้นหลอมอวัยวะแล้ว ก็ยังต้องดำรงตำแหน่งรองผู้พันอยู่หลายปีกว่าจะได้เลื่อนเป็นผู้พัน
“นอกจากนี้ เจ้ายังต้องการรางวัลอะไรอีกก็บอกมาได้เลย”
“ท่านผู้พัน ข้าต้องการม้า” เฉินซานซือเอ่ยอย่างไม่เกรงใจทันที​
“ม้ายี่สิบตัวที่ยึดมาได้ ข้าขอได้หรือไม่?”
“ได้!” เซียงถิงชุนตอบตกลงทันที
“ไม่เพียงแต่ม้ายี่สิบตัวที่เจ้ายึดมาเท่านั้น ข้าจะหาวิธีมอบม้าให้อีกสามสิบตัว!”
“ขอบคุณท่านผู้พัน!” เฉินซานซือโค้งคำนับ
ที่เขาขอรางวัลเป็นม้า ก็เพราะม้ามันมีประโยชน์มากจริงๆ
อีกอย่าง กองพันผอหยางก็ยากจนข้นแค้น…คงไม่มีรางวัลอื่นให้เขาแน่ๆ
เมืองผอหยางนี้ คงอยู่ต่อไปไม่ได้แล้วจริงๆ…ทรัพยากรมันขาดแคลนมากเกินไป
….
จากนั้น​
หลังจากเฉินซาน​ซือ​ออกจากกระโจม…ซานหยวนจื่อ
ก็มารออยู่ก่อนแล้ว
“ขอแสดงความยินดีกับนายร้อยเฉินที่สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม​!”
“ท่านสามารถจัดการทหารม้าข้าศึกเกือบทั้งหมดได้ด้วยตัวคนเดียวและม้าเพียงตัวเดียว…ผลงานเช่นนี้ แม้แต่องค์รัชทายาทก็คงต้องเหลียวมอง!”
คำพูดของเขา บ่งบอกเป็นนัยว่าการติดตามพวกเขานั้นจะมีอนาคตที่สดใส
“ยาอยู่ที่ไหน?” เฉินซานซือไม่พูดพร่ำทำเพลง
“องครักษ์ซาน ก่อนหน้านี้ท่านบอกว่าท่านนายอำเภอจะมอบยาชั้นยอดให้ข้าไม่ใช่หรือ?”
“ท่านนายอำเภอ​จี้ดีใจมากที่ท่านมีความตั้งใจจะสวามิภักดิ์ เขาอยากเชิญท่านไปที่จวนนายอำเภอ…เเละหลังงานเลี้ยง เขาจะต้มยาให้ท่านด้วยตัวเอง”
หลังจาก​พูด​จบ​ ซานหยวนจื่อก็ผายมือเชื้อเชิญ
“นายร้อยเฉิน เชิญทางนี้”
“ใจดีจังเลยนะ?”
“ท่านหวังจื๋อ มีคนจะเลี้ยงข้าวพวกเรา!”
ทันใดนั้น​ เฉินซานซือก็ตะโกนออกมา
“ใครนะ?!” หวังจื๋อที่อยู่ห่างออกไปร้อยเมตร พุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็วราวกับลมหมุน
“เจ้าเป็นองครักษ์ของท่านนายอำเภอรึ? ที่แท้ก็เป็นท่านนายอำเภอจี้เองที่จะเลี้ยงข้าว…ดี ดี ดี!”
“.....?”
ซานหยวนจื่อไม่คาดคิดว่าจะเป็นแบบนี้เลย
“องครักษ์ซาน” เฉินซานซือฉีกยิ้ม
“เพิ่มตะเกียบอีกคู่ ท่านนายอำเภอจี้คงไม่ว่าอะไรใช่ไหม?”
การกระทำครั้งนี้ของจี้กวงเสียน คงต้องการแสดงความปรารถนาดีถึงเก้าส่วน ไม่น่าจะมีแผนการอื่น
แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ต้องเตรียมการไว้ก่อนเผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
“...แน่นอนว่าท่านคงไม่ว่าอะไร”
ซานหยวนจื่อกล่าว​จบก็นำทางไปข้างหน้า
ณ ขณะนี้…นอกค่ายทหาร มีรถม้ามาเตรียมพร้อมไว้แล้ว
นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินซานซือได้นั่งรถม้า
ต้องยอมรับว่า คนรวยที่มีอำนาจนี่รู้จักการใช้ชีวิตจริงๆ
“เห้อ เฉินซาน​ซือ…แกนี่มันแน่จริงๆ” หวังจื๋อตื่นเต้นจนมือไม้สั่น
“จี้กวงเสียนนี่รวยมากเลยนะ…คราวนี้เราโชคดีแล้ว!”
รถม้าเคลื่อนที่ไปตามทางจนมาถึงตัวเมืองในช่วงพลบค่ำ สุดท้ายก็มาจอดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่
จี้กวงเสียนในชุดลำลอง รีบออกมาต้อนรับด้วยตัวเองอย่างรวดเร็ว​
“นายร้อยเฉิน ความกล้าหาญของท่านแพร่สะพัดไปทั่วผอหยางภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมงเเล้ว” จี้กวงเสียนกล่าวชม
“ข้าคิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกเจ้า หืม? แล้วนี่คือ…”
หวังจื๋อประสานมือคำนับอย่างรวดเร็ว​
“ข้าแซ่หวัง เป็นนายร้อยในกองทัพเช่นกัน…วันนี้เเค่มาขอท่านนายอำเภอเลี้ยงข้าวสักมื้อ”
“ไม่มี​ปัญหา…ในเมื่อแขกมาถึงแล้ว เชิญ เชิญ!”
จี้กวงเสียนดูเป็นกันเองและใจกว้างมาก
เขาถึงกับเชิญพ่อครัวทั้งหมดจากร้านอาหารปาเป่าโหลวมาที่บ้าน
วันนี้…อาหารทุกอย่างล้วนใช้วัตถุดิบชั้นดี มีทั้งเนื้อสัตว์ป่า ปลาบำรุงชั้นยอด และเหล้าเลือดกวางคุณภาพเยี่ยม
อาหารมื้อนี้ถ้าคิดตัง…คงมีราคาเป็นร้อยตำลึงเงิน
‘ไม่มีพิษ’
หลังจากที่เฉินซานซือได้รับความสามารถ​ [เห็นยาเเล้วรู้สูตร​]...เขาก็สามารถมองเห็นส่วนผสมที่เกี่ยวข้องกับ "ยา" ได้ทุกชนิด รวมถึงยาพิษด้วย
หากมีคนกล้าใส่ยาพิษลงในอาหาร เขามองปราดเดียวก็รู้เเล้ว
เเละหลังจาก​เช็ด​เเล้ว เขาก็ไม่เกรงใจ รีบคีบปลาบำรุงขึ้นมากินทันที
หวังจื๋อก็ไม่น้อยหน้า เขากินอย่างมูมมาม จนน้ำมันไหลเยิ้มเต็มปาก
ทั้งสองคนตั้งใจกินอย่างมาก…จนจี้กวงเสียนที่พยายามจะพูดหลายครั้งก็ไม่มีโอกาสได้พูด
สุดท้าย​ เขารอจนนายร้อยทั้งสองคนกินอิ่มแล้วจึงพูดขึ้น
“นายร้อยเฉิน ท่านคิดอย่างไรบ้างกับเรื่องที่ข้าชวนออกจากผอหยางเเล้วไปกับข้า?”
“ท่านนายอำเภอจี้ ท่านบอกว่าจะมอบยาชั้นยอดให้ข้าก่อนนี่?” เฉินซานซือเอ่ยถามถึงสิ่งที่​ต้องการ​ตรงๆ
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จี้กวงเสียนก็อมยิ้มเเล้วตบมือ
“เอาของขึ้นมา!”
สาวใช้สองคนยกถังไม้มาสองถัง ถังหนึ่งบรรจุทรายเหล็ก อีกถังหนึ่งบรรจุน้ำยาแช่ตัวที่ปรุงสำเร็จแล้ว
“บอกตามตรง บรรพบุรุษของข้าทำธุรกิจเกี่ยวกับสมุนไพรมานาน…ข้าจึงพอมีความรู้เรื่องการแพทย์อยู่บ้าง” จี้กวงเสียนพูดด้วยความภาคภูมิใจ
“ข้าได้ยินมาว่านายร้อยเฉินฝึกฝนจนถึงขั้นเสริมกระดูก กำลังฝึกฝนขั้นฝึกผิวหนัง…ยานี้เป็นยาชั้นยอดที่ช่วยในการฝึกฝนขั้นฝึกผิวหนัง มันมีชื่อว่า 'น้ำยาเสริมสร้างร่างกาย' จุดเด่นที่สุดคือมีทั้งสรรพคุณในการป้องกันร่างกายเหมือน ‘ยาทากายาหยกดำ' และสรรพคุณในการเสริมสร้างร่างกายที่เหนือกว่าน้ำยาแช่ตัวทั่วไป สามารถใช้ได้จนถึงขั้นเสริมกระดูกขั้นสูงสุด เดี๋ยวเจ้าลองใช้ดูก็รู้”
“ยานี้ท่านนายอำเภอของเราเป็นคนต้มเองเลยนะขอรับ…ใช้เวลาไปตั้งครึ่งวัน!” ซานหยวนจื่อกล่าวเสริม
“งั้นข้าขอลองหน่อยนะ”
เฉินซานซือถอดเสื้อผ้า เริ่มใช้ทรายเหล็กขัดผิว จากนั้นจึงลงไปแช่ในน้ำยา
ยานี้ต่างจากน้ำยาแช่ตัวทั่วไปที่ให้ความรู้สึกแสบร้อน
น้ำยานี้เมื่อแช่ลงไปแล้ว ให้ความรู้สึกคล้ายกับ ‘ยาทากายาหยกดำ'…ตัวยาซึมผ่านบาดแผลที่เกิดจากการขัดผิวด้วยทรายเหล็กเข้าสู่กล้ามเนื้อและกระดูก
มันไม่เพียงแต่สามารถฟื้นฟูผิวหนัง แต่ยังช่วยบำรุงเส้นเอ็นและกระดูกอีกด้วย
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนายอำเภอจี้ถึงใช้สิ่งนี้เป็นเส้นสายในราชสำนักได้!
“นายร้อยเฉิน”
“เป็นอย่างไรบ้าง?” จี้กวงเสียนถามด้วยความมั่นใจ
“ก็ธรรมดาๆ” เฉินซานซือตอบอย่างไม่ใส่ใจ
………………………