เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 82 : ลุยเดี่ยว​!

บทที่ 82 : ลุยเดี่ยว​!

บทที่ 82 : ลุยเดี่ยว​!


บทที่ 82 : ลุยเดี่ยว​!

ครั้งนี้ มีหอกยาวสามเล่มพุ่งเข้าใส่พร้อมกัน

เเต่ร่างกายของเฉินซานซือก็เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วราวกับภูตผี ในพริบตาเดียวเขาก็หายไปจากหลังม้า ใช้มือข้างหนึ่งจับอานม้า ส่วนร่างกายห้อยอยู่ข้างๆ จึงหลบการโจมตีได้อย่างหวุดหวิด

เเละก่อนที่อีกฝ่ายจะดึงหอกกลับ เฉินซานซือก็ใช้แรงส่งจากเอว ดีดตัวกลับขึ้นไปบนหลังม้าอย่างรวดเร็ว คว้าด้ามหอกทั้งสามเล่มของศัตรู​เอาไว้ใต้รักแร้ กล้ามเนื้อบนแขนเริ่มปูดโปน…พลังจากเลือดช้างมังกรบวกกับกายาเก้ามังกร ทำให้เขามีกำลังมหาศาลจนสามารถ​หักด้ามหอกไม้ทั้งสามเล่มได้อย่างง่ายดาย

“ฟุ่บ—”

มีเสียงคมอาวุธแหวกอากาศมาจากด้านหลัง

เฉินซานซือใช้ประสาทหูรับรู้ถึงการโจมตี​นี้

ศัตรู​ฉลาดมาก รู้ว่าตัวเขาว่องไว…จึงเปลี่ยนเป้าหมายมาโจมตีม้าขาวแทน

“ไป!”

เฉินซานซือกระโดดขึ้นไปกลางอากาศ ยื่นหอกแทงทะลุร่างของทหารถือหอกที่เสียอาวุธไปแล้ว แย่งม้าของมันมา แล้วใช้ศพของมันเป็นอาวุธฟาดไปข้างหลัง

ระหว่างนั้น ม้าขาวที่ไม่ต้องแบกน้ำหนักเฉินซานซือก็พุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง หลบคมดาบจากด้านหลังได้สำเร็จ

ความรู้สึกเชื่อมโยงกัน!

จนถึงตอนนี้ที่ได้ออกรบจริงๆ เฉินซานซือถึงได้เข้าใจว่ามันสำคัญแค่ไหน

เขากระโดดกลับขึ้นไปบนหลังม้าขาว แทงทหารม้าตายไปอีกสามนาย และหลุดจากวงล้อมอีกครั้ง

เพียงแค่สิบกว่าวินาที…ก็มีทหารม้าตายไปหกเจ็ดนายแล้ว

“นายร้อย!” ทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนลังเล ไม่กล้าบุกโจมตีอีก

พวกเขา ต่างก็มองไปที่นายร้อยของตน

แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้รับคำสั่ง…ชายขี่ม้าขาวก็เป็นฝ่ายบุกเข้ามาแทน

ท่ามกลางความโกลาหล

เฉินซานซือเห็นเพียงคมดาบ คมหอก และคมอาวุธต่างๆที่เต็มไปด้วยเจตนาสังหาร

ศัตรูล้อมรอบตัวเขาจากทุกทิศทาง เขาจึงไม่มีเวลาแยกแยะว่าใครเป็นขุนพล ใครเป็นทหาร ได้แต่วาดหอกยาว แทงพวกคนเถื่อนตายไปทีละคน พร้อมกับป้องกันการโจมตีจากทุกทิศทางจนเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วราวกับสายฝนสีเลือด

การต่อสู้เต็มกำลังเช่นนี้ เป็นการใช้พลังปราณเเละเลือดอย่างหนักหน่วง สำหรับผู้ฝึกยุทธทุกคน

นอกจากพละกำลังจากร่างกายแล้ว ผู้ฝึกยุทธยังใช้พลังปราณเเละเลือดเพื่อเสริมการโจมตีอีกด้วย

มันก็เหมือนกับการใช้สกิล ที่ต้องใช้มานา

เมื่อมานาหมด ก็จะเหลือแต่พลังจากร่างกายเท่านั้น

โชคดีที่มานาของเฉินซานซือมากกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย

พลังจากเลือดช้างมังกรไหลเวียนอย่างไม่หยุดยั้ง จนร่างกายของเฉินซานซือร้อนผ่าว

ตอนนี้เขาไม่รู้สึกเหนื่อยล้าเลยแม้แต่น้อย หอกในมือยิ่งทิ่มแทงยิ่งแม่นยำ ยิ่งทิ่มแทงยิ่งรุนแรง…เหล่าทหารม้าของศัตรูล้มลงต่อหน้าเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นไม่ขาดสาย

“บุกต่อไป!” นายร้อยของชนเผ่าป่าเถื่อนถือดาบโค้ง จ้องมองสถานการณ์อย่างตั้งใจ

เขาพร้อมที่จะลงมือด้วยตัวเอง หลังจากอีกฝ่ายใช้พลังปราณเเละเลือดจนเกือบหมด

หลังจากที่ผู้ฝึกยุทธทะลวงไปถึงระดับหลอมกระดูก สิ่งที่เพิ่มขึ้นหลักๆคือพลังป้องกัน พละกำลัง และความเร็…ส่วนพลังปราณเเละเลือดจะเพิ่มขึ้นไม่มากนัก

ดังนั้น ตามทฤษฎีแล้ว

การจะใช้ทหารม้าสังหารผู้ฝึกยุทธระดับหลอมกระดูก จึงต้องแลกมาด้วยความสูญเสียอย่างหนัก

แต่การใช้ชีวิตของทหารม้ายี่สิบกว่านาย ก็น่าจะทำให้พลังปราณเเละเลือดของอีกฝ่ายลดลงไปได้สักครึ่งหนึ่ง…เเละเมื่อถึงตอนนั้น เขาค่อยลงมือ ก็จะได้เปรียบ เเถมหากมีคนช่วยโจมตีด้านข้าง ก็สามารถตัดหัวอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย!

การใช้ชีวิตยี่สิบกว่าคนแลกกับชีวิตของนายร้อยระดับหลอมกระดูก ถือว่าคุ้มค่ามาก

แต่ไม่นานนัก…นายร้อยของชนเผ่าป่าเถื่อนก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

เพราะนายร้อยหนุ่มของต้าเซิ่งดูเหมือนจะยังคงแข็งแกร่งเหมือนเดิม ถึงแม้จะฆ่าทหารม้าไปยี่สิบกว่านายแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าพลังปราณเเละเลือดจะลดลง แม้แต่พลังป้องกันที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้ฝึกยุทธระดับหลอมกระดูกก็ยังไม่ถูกใช้งาน

พูดง่ายๆก็คือ แม้แต่ผิวหนังของอีกฝ่ายก็ยังไม่ถลอกด้วยซ้ำ!

“เป็นไปไม่ได้ จากข้อมูลที่สายลับส่งมาเมื่อสองเดือนก่อนบอกว่ามีนายร้อยหนุ่มที่เพิ่งเริ่มฝึกวิชาหลอมกระดูก…แล้วคนที่พึ่งจะฝึกสำเร็จมันจะมีพลังรบขนาดนี้ได้ยังไง”

“หรือแค่สองเดือนมันก็ทะลวงระดับได้แล้วงั้นเหรอ ตอนนี้มันดูเหมือนจะมีพลังขั้นความสำเร็จเล็กน้อยหรือขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของระดับหลอมกระดูกด้วยซ้ำ!”

นายร้อยของชนเผ่าป่าเถื่อนรู้สึกมึนงง

ที่เขาตัดสินใจล้อมฆ่าอย่างรวดเร็วก็เพราะข้อมูลนี้

แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าข้อมูลจะผิดพลาดอย่างมหันต์

“เราไม่มีเวลาแล้ว!”

กว่าจะรู้ตัว ทหารม้าต้าเซิ่งก็ใกล้จะตามมาทันเต็มที

“ถอยทัพ!” นายร้อยของชนเผ่าป่าเถื่อนตะโกน แล้วเป็นคนแรกที่ถอยกลับไป

เหล่าทหารชนเผ่าป่าเถื่อนที่เหลืออีกสามสิบกว่านายก็ไม่อยากสู้ต่อแล้ว ต่างก็หันหลังกลับแล้วควบม้าหนีไปทางเหนือ

“นายร้อย!”

“เจ้าบ้านั่น…มันยังตามมาอยู่ขอรับ!”

“อะไรนะ!” นายร้อยของชนเผ่าป่าเถื่อนหันไปมอง ก็เห็นม้าขาวพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

เหล่าทหารม้าที่กล้าขวางทางมัน ต่างก็ร่วงลงจากหลังม้าด้วยเสียงร้องโหยหวนโดยไม่มีใครหยุดได้

ในพริบตาเดียวมันก็มาอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงสิบจั้งแล้ว

“เเกอยากตายนักใช่ใหม” นายร้อยของชนเผ่าป่าเถื่อนเดือดดาลสุดขีด

เอาเข้าจริง ตัวเขาก็มีพลังถึงระดับหลอมกระดูกขั้นความสำเร็จเล็กน้อย

ที่ยังไม่ออกโรงก็เพราะต้องการความปลอดภัยที่เเน่นอน

แต่ในเมื่อถอยไม่ได้….ก็ไม่ต้องถอยมันแล้ว!

เขาฉวยโอกาสตอนที่อีกฝ่ายแทงหอกใส่ทหารนายหนึ่งแล้วยังไม่ทันได้ดึงหอกกลับ ควบม้าพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วเล้วฟันดาบลงมาเหมือนแสงจันทร์สีดำ มุ่งตรงไปที่คอของอีกฝ่ายอย่างเเม่นยำ

แต่ทันใดนั้นเอง

“ฟุ่บบบ”

หอกยาวกลับเปลี่ยนทิศทางเเล้วพุ่งออกมาด้วยมุมที่แปลกประหลาด

แถมหอกนี้เร็วกว่าดาบของเขา มันจึงแทงทะลุไปที่หัวใจของเขาในพริบตา

นายร้อยของชนเผ่าป่าเถื่อนอยากจะหลบ แต่ก็ไม่ทันแล้ว เขาจึงได้แต่ยกแขนที่สวมปลอกแขนขึ้นมาป้องกัน

“เปรี้ยงงง”

“ฉัวะะะะ—”

ปลอกแขนขาดเหมือนกระดาษ จากนั้นหอกก็แทงทะลุแขนของเขาอย่างง่ายดาย

นายร้อยของชนเผ่าป่าเถื่อนกัดฟันทนความเจ็บปวด พยายามใช้มือจับด้ามหอกเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย และจะทำการโจมตีแลกชีวิต

แต่น่าเสียดาย ที่เขาไม่มีโอกาสนั้น

อาวุธยาวกว่าสามเมตรที่ควรจะเทอะทะ กลับเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วในมือของอีกฝ่าย …ตอนนี้มันดูรวดเร็วยิ่งกว่ามีดสั้นเสียอีก

เขายังไม่ทันได้มอง ปลายหอกก็หายไปจากแขนของเขา แล้วปรากฏขึ้นอีกครั้งที่กลางอก

“ตาย!”

เฉินซานซือระเบิดพลังปราณเเละเลือดทั่วร่าง ส่งพลังทั้งหมดไปที่แขน แล้วส่งต่อไปที่หอกยาว

“กร็อบ!”

ปลายหอกแหลมคมเหมือนสว่าน เจาะทะลุกระดูกและหัวใจนายร้อยของชนเผ่าป่าเถื่อน

เฉินซานซือชูศพนายร้อยของชนเผ่าป่าเถื่อนขึ้นสูง โบกร่างนั้นไปรอบๆเหมือนธง แล้วโยนออกไปทับร่างทหารม้าที่กำลังวิ่งหนีจนล้มลง

เพียงแค่การปะทะครั้งเดียว…เหล่าทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนต่างก็ต้องตกตะลึงสุดชีวิต

นายร้อยของพวกเขา พ่ายแพ้ในการปะทะเพียงครั้งเดียว!

“ถอยทัพ!”

“ถอยเร็ว!”

แม่ทัพตาย ขวัญกำลังใจก็พังทลาย

ทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนแตกตื่น ขบวนทัพแตกกระเจิง ต่างคนต่างก็ควบม้าหนีเอาชีวิตรอด

แต่ม้าขาวที่ยืนขวางอยู่ข้างหน้านั้นเป็นดั่งกำแพงกั้นนรก ใครที่กล้าเข้าใกล้ก็จะถูกแทงตายอย่างรวดเร็ว

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีทหารม้าต้าเซิ่งอีกกว่าร้อยนายตามมาสมทบ

ข้างหน้าไม่มีทางไป ข้างหลังมีข้าศึกไล่ตาม

ชัดเจนว่าพวกเขา ถึงคราวตายแล้ว

“ยอมแพ้!”

“นายท่านโปรดไว้ชีวิตพวกข้าด้วย! พวกข้ายอมแพ้เเล้ว!”

นายทหารคนหนึ่งเป็นคนเริ่ม จากนั้นคนอื่นๆก็ทำตาม

“ยอมแพ้?” เฉินซานซือขมวดคิ้ว

“ใครอนุญาตให้พวกเเกยอมแพ้กัน”

“ท่านหมายความว่ายังไง” เหล่าทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนยังไม่ทันได้เข้าใจ ก็เห็นม้าขาวพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างโหดเหี้ยมอีกครั้ง

พวกเขาจึงต้องกัดฟันต่อสู้จนสุดกำลัง

“นี่มัน…เกิดอะไรขึ้น”

ในที่สุดจ้าวคังก็มาถึงสนามรบ

เมื่อเขาเห็นม้าขาวกำลังพุ่งเข้าใส่ศัตรูซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนศพเกลื่อนกลาดสนามรบ เขาก็ถึงกับพูดไม่ออก

แค่คนกับม้าตัวเดียว ก็สามารถไล่ตีทหารม้าห้าสิบกว่านายจนแตกกระเจิงได้จริงหรือ

นั่นห้าสิบกว่านายเชียวนะ!

จำนวน​มากขนาดนั้น แม้แต่ผู้ฝึกยุทธระดับหลอมกระดูก ก็คงต้องใช้พลังปราณเเละเลือดจนหมด…จากนั้นก็ต้องใช้พละกำลังในการต่อสู้เเทน!

ที่สำคัญ อีกฝ่ายก็มีนายร้อยระดับหลอมกระดูกเหมือนกัน!

หากเฉินซานซือเผยจุดอ่อนเพียงเล็กน้อย ก็อาจจะทำให้เขาถูกลอบสังหาร​จนถึงแก่ความตายได้!

เเต่ตอนนี้เป็นสถานการณ์คับขัน ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมัวตกตะลึง…จ้าวคังจึงรีบออกคำสั่งให้กำลังพลเข้าร่วมรบทันที​

“รีบเข้าไปช่วยนายร้อยเฉิน, ห้ามปล่อยให้ศัตรู​หนีไปได้แม้แต่คนเดียว!”

หลังจาก​นั้น​ การไล่ล่าก็จบลงภายในครึ่งก้านธูป

ทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนทั้งห้าสิบนายไม่มีใครรอดกลับไป ส่วนใหญ่ถูกฆ่าตายในสนามรบ เหลือเพียงสองคนที่เอาไว้เค้นถามข้อมูล

นอกจากนี้ ​ยังยึดม้าศึกได้ยี่สิบกว่าตัว หอก และดาบอีกจำนวนหนึ่ง

“นายร้อยเฉิน เจ้าเก่งเกินไปแล้ว” จ้าวคังกล่าวด้วยความรู้สึกทึ่ง

“ถ้าเป็นข้า คงโดนทหารม้าสูบพลังปราณเเละเลือดไปหลายส่วน…แล้วก็โดนแม่ทัพข้าศึกลอบโจมตีจนตาย”

“เเต่เจ้ากลับสามารถ​สังหารทหารม้าไปได้ถึงสามสิบกว่านาย แถมยังสังหารแม่ทัพข้าศึกที่ระดับสูงกว่า… กลับไปคราวนี้ นอกจากรางวัลปกติแล้ว เจ้าต้องได้เลื่อนขั้นอย่างแน่นอน”

“นายร้อยจ้าวชมกันเกินไปแล้ว” เฉินซานซือพูดด้วยความ​รู้สึกเบิกบานใจ

เเต่ที่เขาเบิกบานใจไม่ใช่เพราะได้รับความดีความชอบ แต่เพราะการต่อสู้ครั้งนี้ได้ผลลัพท์​ที่ดีอย่างมากต่างหาก​!

ตอนนี้​ พิษในเส้นชีพจรของเขาถูกย่อยสลายไป​จนเกือบจะหมดไป เเถมความชำนาญของวิชาหอกก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก

ดูเหมือนว่าการต่อสู้ที่ต้องเสี่ยงชีวิต  จะช่วยดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการฝึกฝนเเบบธรรมดาหลายเท่า!

พูดง่ายๆก็คือ…การต่อสู้เสี่ยงตายมันยอดเยี่ยม​ที่สุด!

….

[วิชา: หอกงูทองอมตะ ส่วนแรก (เชี่ยวชาญ)]

[ความคืบหน้า: 205/1000]

….

ด้วยหลิงเหอที่ถูกดูดซึมาอย่าง​เต็มที่​ ความชำนาญของเขา​จึงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด…เเละนี่เทียบเท่ากับการฝึกฝนอย่างหนักหลายวัน

หลังจาก​นั้น​ จ้าวคังก็สั่งให้คนเก็บกวาดสนามรบ แล้วรีบกลับไปรายงาน

แต่สิ่งที่รอพวกเขาอยู่ ไม่ใช่การเฉลิมฉลอง แต่เป็นบรรยากาศที่หนักอึ้ง​ยิ่งกว่า​เดิม

“รายงานด่วนแปดร้อยลี้!”

“ตระกูลใหญ่ทั้งสี่ของชนเผ่า​ป่าเถื่อน​ในทุ่งหญ้าได้ร่วมมือกันอย่างลับๆ…ตอนนี้​พวกมันเปิดฉากโจมตีชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือทั้งสามมณฑล​เเล้ว!”

“นอกจากนี้ องค์ชายสี่แห่งเผ่าโทปา ยังนำทหารม้าห้าหมื่นนาย บุกตรงมายังเมืองอันติ้ง!”

“มณฑลยูเหวินของเราตกอยู่ในอันตรายแล้ว!”

……………………

จบบทที่ บทที่ 82 : ลุยเดี่ยว​!

คัดลอกลิงก์แล้ว