เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 81 : ศัตรู​บุก!

บทที่ 81 : ศัตรู​บุก!

บทที่ 81 : ศัตรู​บุก!


บทที่ 81 : ศัตรู​บุก!

“รวมพล——”

เหล่าทหารกว่าเก้าร้อยนายรวมพลกันที่ลานฝึกขนาดใหญ่ด้วยความเร็วสูงสุด

แม้จะเกิดความโกลาหลขึ้นในค่ายทหาร แต่ก็ยังคงรักษาระเบียบวินัยขั้นพื้นฐานเอาไว้ได้

“รายงาน!”

“จุดควันไฟเตือนภัยสองจุดที่ชายแดน จุดควันไฟหนึ่งจุดและจุดกองฟืนหนึ่งกอง คาดว่าข้าศึกจะยกทัพมาโจมตีมากกว่าสิบนาย แต่ไม่เกินร้อยนาย!”

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้​ เซียงถิงชุนก็ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

“จ้าวคัง รับคำสั่ง!”

“เจ้าจงนำทหารม้าเร็วหนึ่งร้อยนายไปเสริมกำลังที่กำแพงเมืองโดยเร็ว หากข้าศึกมีจำนวนมากกว่า​หนึ่งร้อยนาย ให้ตั้งรับอยู่ในเมือง แต่ถ้ามีประมาณห้าสิบนาย ให้ออกจากเมืองไปไล่ตีข้าศึกไม่เกินระยะทางสามสิบลี้ ไม่ว่าจะไล่ตีสำเร็จหรือไม่ ห้ามเกินสามสิบลี้เด็ดขาด!”

“หลิวจินคุย เซียชิวอัน และหวังจื๋อ พวกเจ้านำกำลังพลไปเสริมกำลังป้องกันที่กำแพงเมือง และรายงานสถานการณ์ให้ข้าทราบทันที!”

“ขอรับ!”

นายร้อยทั้งสามปฏิบัติตามคำสั่งทันที

จากนั้น ทหารม้าเร็วหนึ่งร้อยนายของจ้าวคังก็ควบม้าออกจากค่ายจนฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วท้องฟ้า ช่างเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่ง

“ท่านผู้พัน” เฉินซานซือก้มหัวทำความเคารพ

“ให้ข้าไปกับท่านนายร้อยจ้าวด้วยเถิด”

“เจ้า?” เซียงถิงชุนลังเลเล็กน้อย

“ก็ได้ แต่ต้องเชื่อฟังคำสั่งนายร้อยจ้าว ห้ามทำตามอำเภอใจเด็ดขาด”

“ขอรับ!”

หลังจากได้รับอนุญาต เฉินซานซือก็รีบขึ้นขี่ม้าขาวของเขา

ไม่ถึงสองนาทีเขาก็ตามกองทัพใหญ่ทัน และมาอยู่เคียงข้างจ้าวคัง

“ม้าดีนี่!” จ้าวคังกล่าวด้วยความชื่นชม

“ม้าขาวของเจ้าเร็วกว่าม้าของท่านผู้พันอีกนะ”

เฉินซานซือก็รู้สึกได้เช่นกันว่า ความเร็วของม้าขาวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามระดับความชำนาญทักษะการขี่ม้าของเขา

แต่เขาไม่ได้เป็นผู้บัญชาการรบในครั้งนี้ จึงไม่กล้าแซงหน้ากองทัพ และขี่ม้าตามจ้าวคังไปติดๆ

“บ้าเอ๊ย!” จ้าวคังสบถขณะดึงบังเหียน

“เมืองผอหยางของเรานี่ กี่ปีแล้วนะที่ไม่มีข้าศึกยกทัพม้ามาบุก”

“ท่านนายร้อยจ้าว ท่านเคยผ่านสงครามมาไหม” เฉินซานซือเอ่ยถาม

“สักสามสี่ครั้งได้มั้ง” จ้าวคังตอบเสียงเรียบ

“ครั้งแรกเมื่อเก้าปีก่อน พวกคนเถื่อนขี่ม้ายกทัพมาแปดสิบนาย พวกมันพังกำแพงเมืองแล้วฆ่าคนในหมู่บ้านตายหมด”

“ตอนนั้นท่านผู้พันเซียงยังเป็นรองผู้พันอยู่ กองทัพไร้วินัยยิ่งกว่าตอนนี้มาก แทบจะไม่มีกำลังรบเลย พวกมันฆ่าคนปล้นของเสร็จก็หนีไป โดยที่เราทำอะไรไม่ได้เลย”

“บ่ายวันนั้น ครอบครัวของท่านผู้พันเซียงทั้งครอบครัวเพิ่งกลับมาจากซื้อของในเมือง เเล้วเจอพวกคนเถื่อนเข้ากลางทางพอดี…ไม่มีใครรอดชีวิตเลยสักคน”

“ปีต่อมา ผู้พันคนเก่าได้เลื่อนตำแหน่งย้ายไปที่อื่น ท่านผู้พันเซียงจึงได้ขึ้นเป็นผู้พัน กองทัพถึงได้เริ่มมีวินัยมากขึ้น”

“หลังจากนั้น พวกคนเถื่อนขี่ม้ายกทัพมาอีกหลายครั้ง เเต่ส่วนใหญ่ก็พ่ายแพ้กลับไป…จนในที่สุดก็เงียบหายไปพักใหญ่”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฉินซานซือก็เข้าใจในทันที

ที่เซียงถิงชุนถึงอยากจะปราบชนเผ่าซีเหอ ไม่ใช่แค่ต้องการเลื่อนตำแหน่งเท่านั้น แต่คงมีเรื่องแค้นส่วนตัวแฝงอยู่ด้วย

กองพันผอหยางมีหน้าที่ปกป้องกำแพงเมือง ระยะทางจึงไม่ไกลนัก พวกเขาคุยกันไปก็มาถึงจุดหมาย

หลังจากการเจรจาสันติภาพในแต่ละครั้ง ดินแดนส่วนกลางและชนเผ่าป่าเถื่อนก็จะมีการค้าขายกัน กำแพงเมืองจึงไม่ได้ปิดตายสนิท มักจะมีประตูเมืองเปิดไว้บ้าง

เเละตำแหน่งที่จุดควันไฟเตือนภัยอยู่ติดกับประตูเมือง

เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง พวกเขาก็เห็นศพทหารสองนายที่ถูกธนูยิงตายห้อยอยู่บนกำแพง

“พวกเจ้ามาแล้ว!” นายร้อยเฝิงโผล่หน้าออกมาเเล้วตะโกน

“ข้าศึกมีจำนวนไม่มาก มีผู้ฝึกยุทธระดับหลอมกระดูกแค่หนึ่งนาย…มันนำทหารม้าฝีมือดีมาห้าสิบกว่านาย!”

ชนเผ่าป่าเถื่อนต่างเลียนแบบราชวงศ์ต้าเซิ่งที่ใช้ระบบทหารประจำการ และชายฉกรรจ์ทุกคนในทุ่งหญ้ามีหน้าที่รับใช้ชาติ

พวกเขาทั้งหมดสามารถขึ้นม้าออกรบ และลงม้าเลี้ยงสัตว์ เป็นระบบทหารและคนเลี้ยงสัตว์เเบบผสมรวมกัน

“เปิดประตูเมือง!” จ้าวคังสั่งการโดยไม่รีรอ

“ตามคำสั่งของท่านผู้พัน เราจะออกไปฆ่าศัตรู…เปิดประตูเมืองเร็วเข้า!”

“เอี๊ยด——”

ประตูเมืองที่หนาหนักเปิดออก จากนั้นทหารม้าเร็วทั้งร้อยนายก็กรูกันออกไป

“ตามไปฆ่าให้หมด!” จ้าวคังตะโกนลั่น

แต่ระหว่างที่พวกเขากำลังเปิดประตูเมือง ทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนก็เริ่มล่าถอย…เมื่อทหารต้าเซิ่งตามออกมา พวกมันก็หนีไปไกลแล้ว

ตอนนี้ จึงกลายเป็นการแข่งขันว่าใครจะมีม้าที่เร็วกว่ากัน

ถึงแม้ม้าศึกที่เซียงถิงชุนหามาได้จะเป็นม้าที่ดี แต่ก็ไม่ได้ดีไปกว่าม้าจากทุ่งหญ้า…ยิ่งไล่ตามไปนานเท่าไหร่ ระยะห่างระหว่างพวกเขากับชนเผ่าป่าเถื่อนก็ยิ่งไกลมากขึ้นเท่านั้น

หากยังคงไล่ตามแบบนี้ต่อไป ยังไงก็คงเสียแรงเปล่า

เเต่ทันใดนั้นเอง

ฟุ่บบบ!!!

ม้าขาวตัวหนึ่งก็พุ่งแซงหน้าทหารต้าเซิ่งทั้งหมด และเข้าใกล้ทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนในเวลาไม่กี่อึดใจ เหลือระยะห่างเพียงหนึ่งร้อยยี่สิบก้าวเท่านั้น

บนม้าขาว ธนูถูกยกขึ้นเล็งอย่างเงียบเชียบ

ฟ้าววว!!!

ฉึก!!!

ลูกธนูพุ่งทะลุอากาศ ปักเข้าที่กลางหลังของทหารม้าชนเผ่าป่าเถื่อนคนหนึ่งเเละร่างของมันร่วงลงจากหลังม้าในทันที

“อะไร” จ้าวคังตกตะลึง

การยิงธนูบนพื้นดินและการยิงธนูบนหลังม้านั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

น่าเสียดายที่ลูกธนูนั้นไม่ได้ช่วยลดระยะห่างระหว่างสองฝ่ายลง ทหารต้าเซิ่งยังคงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

“ฮึ่มมม—”

เฉินซานซือเก็บธนู เปลี่ยนมาถือหอกยาว และกระตุ้นม้าให้วิ่งเร็วขึ้น มุ่งตรงไปยังทหารม้าของชนเผ่าป่าเถื่อนอย่างบ้าคลั่ง

“นายร้อยเฉิน…อันตราย!”

ข้างหน้าเป็นเนินลาดชัน จ้าวคังไม่ทันได้ห้าม ม้าขาวและหอกยาวก็หายไปจากสายตาของเขาเเล้ว

หัวใจของจ้าวคังหนักอึ้ง

ถึงแม้พวกคนเถื่อนจะมีผู้ฝึกยุทธระดับหลอมกระดูกแค่คนเดียว แต่พวกมันก็มีทหารม้าอีกห้าสิบกว่านาย การบุกเดี่ยวเข้าไปแบบนี้ ต้องถูกล้อมสังหารอย่างแน่นอน!

“เจ้าเด็กนี่ถึงจะมีพรสวรรค์ แต่ก็บุ่มบ่ามเกินไป”

“ไม่…เขาตายไม่ได้!”

“ถ้าเขาตาย หวังจื๋อต้องคิดว่าข้าร่วมมือกับหลัวตงเฉวียนวางแผนฆ่าเขาแน่ๆ!”

“ตามไป! ตามเร็วเข้า!”

…..

อีกด้าน

นายร้อยของชนเผ่าป่าเถื่อน ผู้สวมชุดเกราะเเละควบม้าอยู่หน้าสุดของขบวนหันกลับมาถามว่า

“สลัดพวกมันหลุดหรือยัง”

“ท่านนายร้อย มีม้าขาวตัวหนึ่งวิ่งเร็วมาก มันตามพวกเรามาติดๆเลยขอรับ!”

“กี่ตัว”

“ตัวเดียวขอรับ!”

“มันกล้ามาคนเดียว? หรือว่าเป็นเซียงถิงชุนมาเอง”

“ไม่ใช่ขอรับ ดูจากชุดเกราะแล้ว น่าจะเป็นนายร้อยธรรมดาๆคนหนึ่ง”

“นายร้อยธรรมดาๆ กล้าตามพวกเราห้าสิบนาย…มาหาที่ตายชัดๆ!”

นายร้อยของชนเผ่าป่าเถื่อนคำนวณความเร็วของทหารที่ตามมา รู้สึกว่าเวลาน่าจะเพียงพอ จึงออกคำสั่งทันที

“หลบไป ข้าจะไปตัดหัวมันเอง!”

เมื่อเขาหยุดม้าแล้วหันกลับไปมอง เขาก็เห็นชายขี่ม้าขาวถือหอกยาวไล่ตามมา

เเละเพียงแค่สะบัดหอกครั้งเดียว อีกฝ่ายก็สามารถแทงทะลุเหล่าทหารระดับหลอมเลือดตายไปหนึ่งนาย

“วิชาหอกร้ายกาจมาก!” นายร้อยของชนเผ่าป่าเถื่อนเปลี่ยนใจทันที

“รุมฆ่ามันด้วยกัน!”

ทหารม้าต่างจากทหารราบ

ด้วยพละกำลังจากม้าศึก ทั้งพลังและความเร็วของทหารม้าเหนือกว่าทหารราบมาก

เดิมที การจะฆ่าผู้ฝึกยุทธระดับหลอมเลือดขั้นสูงสุดต้องใช้ทหารราบยี่สิบนาย แต่ถ้าเป็นทหารม้า แค่สิบกว่านายก็เพียงพอ…เพียงแค่ทหารม้าบุกโจมตีเป็นระลอก ผู้ฝึกยุทธทั่วไปก็ยากจะต้านทานได้เกินสองสามรอบ

ยิ่งไปกว่านั้น ในบรรดาทหารม้าห้าสิบกว่านาย ไม่เพียงแต่มีทหารทั่วไปเท่านั้น ยังมีผู้ฝึกยุทธระดับหลอมเลือดขั้นสูงสุดและทหารฝีมือดีอีกด้วย

ด้วยพลังของพวกเขาทั้งหมด…แม้แต่ผู้ฝึกยุทธระดับหลอมกระดูกก็อาจจะถูกฆ่าตายได้อย่างง่ายดาย

หลังจากนายร้อยของชนเผ่าป่าเถื่อนออกคำสั่ง ทหารม้าชนเผ่าป่าเถื่อนก็เปลี่ยนทิศทาง เเล้วกระจายกำลังออกไปทันที

พวกเขาทำการล้อมม้าขาวจากทุกทิศทาง แล้วบุกโจมตีพร้อมกัน

“ฉึก——”

เฉินซานซือแทงหอกใส่ศัตรูที่พุ่งเข้ามา ทันทีที่ดึงหอกกลับเขาก็ได้ยินเสียงอาวุธแหวกอากาศมาจากด้านหลัง เขาจึงรีบก้มตัวลงบนหลังม้าหลบคมดาบ แล้วบิดเอวอย่างรวดเร็วหมุนตัวสามร้อยหกสิบองศา สะบัดหอกไปรอบๆ บีบให้ข้าศึกที่ต้องการลอบโจมตีจากทุกทิศทางต้องถอยกลับไป

จากนั้น ม้าขาวของเขาก็ร้องลั่นแล้วพุ่งไปข้างหน้า เขาฉวยโอกาสแทงหอกใส่ทหารม้าที่ขวางทางอีกครั้ง และหลุดจากวงล้อมได้สำเร็จ

ต่อให้ผู้ฝึกยุทธจะแข็งแกร่งแค่ไหน สุดท้ายก็มีแค่สองแขนสองขา

นี่คือเหตุผลที่กองทัพจึงมีความสำคัญ ตราบใดที่มีคนและเวลามากพอ บวกกับกลยุทธ์การต่อสู้เเบบพิเศษ ยังไงก็ย่อมมีโอกาสที่จะสังหารแม่ทัพข้าศึกได้

อย่างไรก็ตามการต่อสู้เสี่ยงตายแบบนี้ ทำให้เลือดของเฉินซานซือสูบฉีด

พลังปราณเเละเลือด เส้นเอ็น และเส้นชีพจร ต่างทำงานหนักเกินขีดจำกัดภายใต้สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด

พิษในเส้นชีพจรที่กำจัดยากเริ่มสลายไปอย่างรวดเร็ว และความชำนาญในวิชาหอกก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ในขณะเดียวกัน ทหารม้าชนเผ่าป่าเถื่อนก็ปรับเปลี่ยนรูปขบวน เตรียมล้อมฆ่ารอบที่สอง

“มาได้ถูกจังหวะเลยนะไอ้พวกเวร!”

………………………..

จบบทที่ บทที่ 81 : ศัตรู​บุก!

คัดลอกลิงก์แล้ว