เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 80 : ไฟสงคราม!

บทที่ 80 : ไฟสงคราม!

บทที่ 80 : ไฟสงคราม!


บทที่ 80 : ไฟสงคราม!

“ในเมื่อท่านเซียงถิงชุนไว้ใจ ข้าก็จะเลือกคนเอง”

สายตาหลัวตงเฉวียนกวาดมองนายร้อย​แต่ละคนที่อยู่ในเต็นท์

นายร้อยเซีย เเละคนอื่นๆต่างก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น

ใครจะบ้าอยากทำภารกิจเสี่ยงตายกันเล่า?

เดาสิว่าทำไมถึงเรียกว่าหน่วยลาดตระเวนกลางคืน

ไม่นาน หลัวตงเฉวียนก็พูดขึ้น

“หลิวจินคุย เฉินซานซือ เเละข้า…พวกเราสามคนเลือกคนมาจากเหล่าลูกน้อง…คนละสิบคน”

“เดือนหน้าเราจะไปที่ทุ่งหญ้า ต้องสืบให้รู้ว่ากองกำลังของชนเผ่าซีเหอมีมากน้อยเพียงใด”

เซียงถิงชุนเพิ่งจะนั่งลงเเล้วหยิบถ้วยชาขึ้นมา

พอได้ยินแบบนี้ เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไร

“ข้า…รับคำสั่ง!”

หลิวจินคุยรับคำสั่งด้วยความไม่เต็มใจ

เฉินซานซือก็ไม่ใช่คนสองมาตรฐาน…คำสั่งก็คือคำสั่ง เขาย่อมต้องปฏิบัติตาม

แต่หลัวตงเฉวียนดันไปด้วยนี้สิ เเบบนี้เกรงว่าอีกฝ่ายอาจจะมีแผนร้ายแอบแฝง

“ให้ข้าไปแทน!” ทันใดนั้นหวังจื๋อก็ลุกขึ้นยืน

“ข้าอยู่ในระดับหลอมกระดูกขั้นสมบูรณ์ ย่อมดีกว่า​นายร้อยเฉิน”

“นายร้อยหวัง…ข้าไม่ได้ให้เจ้าพูด” หลัวตงเฉวียนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ข้าก็ไม่ได้พูดกับเจ้า!”

หลังจาก​พูด​จบ​ หวังจื๋อก็ตะโกนไปที่เก้าอี้ประธาน

“ท่านเซียงถิง​ชุน​ ไอ้หลัวมันมีเเผนร้ายเเน่ๆ!”

“ไอ้อ้วนวัง เจ้าหมายความว่ายังไง?!”

“หรือเจ้าคิดว่า ข้าจะทำร้ายนายร้อยเฉิน?” หลัวตงเฉวียนจ้องเขม็ง

“เจ้าคิดยังไง มีแต่เจ้าเท่านั้นที่รู้ดี!”

“ท่านผู้พั​นเซียง ข้าไม่ได้เข้าข้างเฉินซานซือนะ…แต่หลัวตงเฉวียนจะไปด้วยไม่ได้ พวกมันสองคนไม่ถูกกัน ยังไงก็ไปได้แค่คนเดียว!” หวังจื๋อยังคงยืนกราน

“หวังจื๋อ เจ้ากล้าขัดคำสั่งรองผู้พันงั้นหรือ?!”

“หึๆ…เป็นรองผู้พันแล้วคิดว่าวิเศษมากนักหรือไงวะ?”

“เจ้าเชื่อไหมว่าข้าสามารถ​ไปฟ้องกระทรวง​ได้!”

“ฟ้องไปเลย ข้าไม่กลัวเจ้าหรอก!”

“พอได้แล้ว!!!”

เซียงถิงชุนทุบโต๊ะด้วยความโกรธ

“หวังจื๋อ! งั้นเจ้าก็ไปกับเฉินซานซือก็แล้วกัน!”

“ท่านผู้พันเฉียบแหลมมาก…ข้ารับรองว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จให้ได้!” หวังจื๋อเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม​ทันที

หลังจากมอบหมายภารกิจเสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายกันไป

เมื่อ​ทุกคน​ออกไปจนหมด เซียงถิงชุนก็หลับตาแล้วเอ่ยถามคนสนิท​

“หลัวตง​เฉวียน​”

“ตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือว่าให้เฝิงยง จ้าวคัง และหลิวจินคุยไป…ทำไมเจ้าถึงเปลี่ยนคนเอง?”

“ข้าบอกแล้วว่า หลังจากฤดูใบไม้ผลิ เจ้าจะทำอะไรกเฉิน​ซาน​ซือ​ข้าไม่สน…แต่ตอนนี้ข้ายังต้องใช้งานมัน!”

“ข้าผิดไปเเล้ว” หลัวตงเฉวียนกล่าว​เเล้วคุกเข่าลงข้างหนึ่ง

“แต่ท่านผู้พั​นเซียง พี่น้องตระกูลซุนก็อยู่ที่นี่ เเถมกำลังดึงตัวมัน…ถ้ารอถึงตอนนั้น ข้าก็จะไม่มีโอกาสลงมืออีกเเล้ว”

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้​ มุมปากของเซียงถิงชุนก็กระตุกเล็กน้อย

เเต่แล้ว เขาก็ตัดสินใจ​ได้ในที่สุด

“รออีกหน่อย…อย่างน้อย ก็จัดฉาก​ให้มันตายในสนามรบปีหน้า ไม่อย่างนั้น​ปัญหา​จะตามมา​มากมาย​”

“ข้าเข้าใจแล้ว” หลัวตงเฉวียนก้มหน้าลงเเล้วไม่ได้​พูด​อะไร​อีก

อีกด้าน

ทันทีที่ออกจากเต็นท์ หลิวจินคุยก็สบถออกมทันที​

“ไอ้หลัวตงเฉวียนบ้านั่น!”

“เมื่อก่อนข้าเลี้ยงข้าวมันตั้งหลายมื้อ ตอนนี้พอได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว มันกลับส่งข้าไปทำภารกิจเสี่ยงตายแบบนี้!”

“เเค่ฝึกถึงระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นต้นยังกล้ามาอวดดีขนาดนี้…นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อน ข้าฟันมันตายไปแล้ว” หวังจื๋อถ่มน้ำลายลงพื้น

จ้าวคังและนายร้อย​คนอื่นๆ แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินแล้วเดินจากไป

“นายร้อยเฉิน ไม่ต้องกังวลไป…ข้าไปกับเจ้าด้วย ดูสิว่าไอ้หลัวมันจะกล้าทำอะไรไหม” หวังจื๋อยิ้มเยาะ

“ขอบคุณมากขอรับ” เฉินซานซือกล่าวขอบคุณ

มีหวังจื๋อไปด้วย อย่างน้อยก็ไม่ต้องกลัวว่าอีกฝ่ายจะลอบฆ่าเขาได้

“หรือว่าข้ายังอ่อนแอเกินไป ถึงได้มีคนคิดร้ายกับข้าตลอด​เวลา​เเบบนี้”

เเต่บ่นไปก็เท่านั้น…เขาทำได้แค่ตั้งใจฝึกฝนให้ดียิ่ง​ขึ้น​

เเถมยังต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางไปสำรวจ​ทุ่งหญ้าด้วย

หลังจาก​นั้น​ เฉินซานซือก็กลับไปที่ลานฝึก เพื่อเลือกคนสำหรับภารกิจลาดตระเวน

“จูถง จวงอี้ จ้าวเฉียว หลี่ต้าจื้อ และเซี่ยเออร์หนิว”

เขาเลือกมาห้าคน รวมกับของหวังจื๋ออีกห้าคน

“ท่านเฉิน แล้วข้าล่ะ?” หวังลี่รู้​สึกประหลาดใจเล็กน้อย

“ให้ข้าไปด้วยเถอะ”

“เจ้าอยู่ที่นี่เเหล่ะ ตอนข้าไม่อยู่ ข้าอยากให้เจ้าช่วยซูเหวินไฉฝึกการวางขบวนทัพ” เฉินซานซือกล่าวอธิบาย​

หวังลี่เป็นคนที่เงียบๆ แต่ความเร็วในการฝึกฝนของเขา​นั้นไม่ช้าเลย เขาตามหลังจูถงมาติดๆ

เเละที่สำคัญที่สุด​ คือเขามีนิสัยสุขุม เชื่อฟังคำสั่ง ไม่ก่อเรื่องวุ่นวาย

“ขอรับ!” หวังลี่รับคำสั่งอย่างไม่เต็มใจ​สักเท่าไหร่​

“ส่วนพวกเจ้าห้าคน เดี๋ยวไปที่สนามฝึกม้า…จะมีคนสอนขี่ม้าให้พวกเจ้าโดยเฉพาะ”

การไปลาดตระเวน​ทุ่งหญ้า ขาดม้าไม่ได้เด็ดขาด​

…..

เวลาผ่านไปหลายวัน

ช่วงเวลา​นี้ เฉินซานซือยังคงฝึกฝนและต้มยาตามปกติ

หลังจากฝึกกระดูกแล้ว ก็ต้องฝึกผิวหนังต่อ

การฝึกผิวหนัง ไม่สามารถฝึกด้วยการฝึกวิทยายุทธเพียงอย่างเดียวได้เเล้ว

ขั้นนี้ เหล่าผู้​ฝึก​ยุทธ​ยังต้องทนทุกข์ทรมานจากการขัดผิวหนังด้วย

อุปกรณ์สำหรับขัดผิวหนังมีสองแบบ

แบบแรกคือทรายหยาบผสมเกลือ…เเละแบบที่สองคือผงเหล็ก

อุปกรณ์ที่ใช้ต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็ย่อมเเตกต่างกัน

เเน่นอนว่า เฉินซานซือเลือกใช้ผงเหล็กที่มีประสิทธิภาพ​มากกว่า​

ในถังไม้เบื้องหน้า​เขาตอนนี้​ เต็มไปด้วยผงเหล็กที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษ

เขาก้าวเข้าไปโดยไม่สวมเสื้อผ้า

ฟู่วววว!!!

ความรู้สึก​ราวกับตกอยู่ในทะเลเพลิงและขุมนรก

ถึงแม้เฉินซานซือจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เขาก็ยังทนทุกข์ทรมานจนหน้าตาบิดเบี้ยว

เขาฝืนทนอยู่ในนั้นสิบนาที ก่อนจะกระโดดออกมาด้วยฉากที่ทั้งตัวของเขาเต็มไปด้วยเลือด

เรียกได้ว่า ไม่มีผิวหนังส่วนไหนที่ไม่มีแผลเลย

เมื่อ​เห็น​เช่นนี้​ เขาก็รีบหยิบยาออกมา

ยาทาหยกดำนี้ราคาแพงมาก…ราคากล่องละห้าร้อยตำลึง เเถมยังใช้ได้แค่ยี่สิบวัน

แค่ระดับหลอมกระดูก การใช้ทรัพยากรก็สิ้นเปลืองขนาดนี้แล้ว…ไม่แปลกใจเลยที่ผู้​ฝึกยุทธที่มีพรสวรรค์หลายคน ถึงยอมไปเป็นเบี้ยล่างให้กับตระกูลใหญ่หรือสำนักยุทธ

ส่วนทหารที่เสี่ยงชีวิต ก็ยังพอมีโอกาสได้รางวัลจากความดีความชอบ…แต่คนธรรมดาที่ไม่มีสังกัด จะเอาเงินที่ไหนมาซื้อยาพวกนี้

ยาสีดำถูกทาลงบนร่างกายของเฉิน​ซาน​ซือ​เหมือนโคลน

ฟูมมมมม!!!

ความรู้สึกเย็นยะเยียบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง พลังยาซึมซาบเข้าไปรักษาบาดแผลที่ผิวหนังของเขาอย่างต่อเนื่อง

การฝึกผิวหนังด้วยวิธีนี้ ไม่เพียงแต่จะไม่ทำลายผิวหนังเท่านั้น…แต่ยังทำให้ผิวเนียนนุ่มขึ้นอีกด้วย

ไม่แปลกใจเลยที่ยาจะราคาแพงมาก…เพราะสมุนไพรที่ใช้ล้วนแต่หาได้ยาก

เเน่​นอน​ส่า เฉินซานซือแกะสูตรยาออกมาได้เเล้ว

เข่ลองผสมเองได้ประมาณหนึ่งกล่อง…เเต่ถ้ามากกว่านี้ เขาก็ไม่มีวัตถุดิบเหลือ​แล้ว

เพราะสมุนไพรที่ได้มาจากหุบเขายา เป็นเพียงหนึ่งในสวนสมุนไพรหลายแห่ง…นอกจากนี้​ ส่วนใหญ่ยังเป็นส่วนผสมของยาบำรุงเลือดและยาแช่ตัวเท่านั้น​

[วิชา: หอกงูทองอมตะ ส่วนแรก (เชี่ยวชาญ)]

[ความคืบหน้า: 105/1000]

….

พัฒนา​ช้าเกินไป!

สิ่งที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนของเขาได้มากที่สุด ก็คือหลิงเหอ

แต่หลิงเหอ มันดูดซับได้ช้ามาก!

แผนเดิมของเฉิน​ซาน​ซือ​คือ อีกสี่เดือนจะฝึกถึงระดับหลอมอวัยวะภายใน…โดยต้องกินหลิงเหออย่างต่อเนื่อง

แต่ยิ่งฝึก เฉินซานซือก็ยิ่งไม่กล้ากินมาก

พิษในเส้นชีพจร มันเริ่มไม่ใช่เรื่องเล่นๆเเล้ว

“ช่างเถอะ…ถึงรีบร้อนไปก็เท่านั้น”

เฉินซานซือปลอบใจตัวเอง เก็บของแล้วออกจากถ้ำ เเล้วลงจากเขาเพื่อกลับบ้าน

….

เป็นเวลาพลบค่ำ แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ส่องกระทบกับเมฆสีแดง

ในหมู่บ้านทหารดูสงบสุข ทุกบ้านกำลังก่อไฟทำอาหาร ควันจากปล่องไฟลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าจนดูเหมือนมังกรขาวกำลังบินอยู่บนฟ้า

“ท่านพี่กลับมาแล้ว” กู้ซินหลันออกมาต้อนรับ

ภรรยาของซูปินที่กำลังท้องก็อยู่ด้วย เธอลุกขึ้น​มาโค้งคำนับเล็กน้อยด้วย

“คารวะนายร้อยเฉิน”

“ท่านพี่ เย็นนี้พี่สาวถงบอกให้ท่านไปกินข้าวที่บ้านนาง…นางเตรียมอาหารไว้แล้ว”

“ท่านพี่ ท่านมองอะไร?”

“นายร้อยเฉิน…ท่านมองปล่องไฟทำไม?”

“……”

เฉินซานซือไม่ได้ยินที่ทั้งสองคนพูดเลย

ตอนนี้​ เขามองไปบนท้องฟ้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

เพราะเขาสังเกต​เห็นมังกรดำตัวหนึ่งปะปนอยู่ท่ามกลางมังกรขาว

นั่นไม่ใช่ควันไฟจากการทำอาหาร… แต่มันคือควันไฟเตือนภัย!

กองพันผอหยางที่ไม่ได้ทำสงครามมานาน เมื่อมีการจุดควันไฟเตือนภัย…แม้แต่ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านทหารก็ยังไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติ

“วู้วววว——”

“ข้าศึกบุก! ข้าศึกบุก!”

“ทหารทุกนาย รวมพล! รวมพล——”

เสียงของผู้ส่งสารดังก้องไปทั่วหมู่บ้าน พร้อมกับเสียงฝีเท้าม้าที่ย่างก้าวเข้ามา

………………..

จบบทที่ บทที่ 80 : ไฟสงคราม!

คัดลอกลิงก์แล้ว