เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 76 : ความบาดหมางของผู้บัญชาการซุนกับฮ่องเต้

บทที่ 76 : ความบาดหมางของผู้บัญชาการซุนกับฮ่องเต้

บทที่ 76 : ความบาดหมางของผู้บัญชาการซุนกับฮ่องเต้


บทที่ 76 : ความบาดหมางของผู้บัญชาการซุนกับฮ่องเต้

"ท่านไม่เป็นไรใช่ใหม?" เฉินซานซือรอสักพัก จึงเข้าไปพยุงหวังจื๋อขึ้น

"เจ้าได้ยินหมดแล้วรึ?" หวังจื๋อถามด้วยดวงตาว่างเปล่า

"ใช่ ข้าเป็นคนทำลายชีวิตน้องรองและทหารทั้งหมด..."

"แล้วทำไมท่านถึงไม่โดนประหาร?" เฉินซานซือถามอย่างสงสัย

ถ้าเป็นความผิดพลาดในการบัญชาการ จนทำให้กองทัพทั้งกองร้อยถูกทำลาย…ยังไงผู้บัญชาการก็ต้องโทษประหารสถานเดียว

"..."

หวังจื๋อเงียบไปนาน ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

"ตอนนั้นข้าไม่มีทางเลือก เจ้าเข้าใจไหมว่าข้าไม่มีทางเลือกจริงๆ"

หลังจากพูดจบ เขาก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอีกครั้ง

"ปีที่ห้าสิบเจ็ดของรัชศักราชหลงชิ่ง

"ด้วยการยุยงของขุนนางใหญ่เหยียนเหลียง ราชสำนักจึงใส่ร้ายผู้บัญชาการสูงสุด เรียกตัวเขากลับเมืองหลวง และจับขังคุก

"ปีเดียวกันนั้น กองทัพหนานซูยกทัพบุกโจมตี…กองทัพหลักทั้งแปดจึงถูกส่งไปป้องกันและตอบโต้”

"ตอนนั้น ชื่อจริงของข้าคือถังรั่วซาน ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพเสวียนอู่”

"แต่สงครามครั้งนั้น ไม่ใช่ความผิดพลาดในการบัญชาการของข้า

"ตอนนั้น กองทัพหนานซูยึดครองเมืองหลิงชวน และหัวเมืองสำคัญอื่นๆได้แล้ว

"ถ้าไม่รีบยึดเมืองหลิงชวนคืน เมื่อกองทัพหนานซูตั้งหลักได้ ทางใต้ก็จะตกอยู่ในอันตราย”

"แต่เมืองหลิงชวนตั้งอยู่ในชัยภูมิที่ได้เปรียบ ป้องกันง่าย โจมตียาก…วิธีที่ดีที่สุดในการยึดเมืองคืน คือบุกโจมตีเมืองคังหนิงที่อยู่ทางตะวันออก เพื่อเปิดทางเข้า”

"แต่จะตีเมืองคังหนิง ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย”

"วิธีที่ดีที่สุดคือรอให้กองทัพหลวงมาเสริมกำลัง แล้วบุกโจมตีด้วยกำลังพลที่มากกว่าหลายเท่า”

"แต่พวกมันกลับไม่ขยับ!" หวังจื๋อพูดด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น

"กองกำลังหลวงของฮ่องเต้ก็รวมตัวกันพร้อม…แต่กลับไม่เคลื่อนทัพไปที่เมืองคังหนิง เจ้าคิดว่าเพราะอะไร?"

"รอพวกท่านไปตาย" เฉินซานซือตอบ

"ใช่!"

"ราชสำนักต้องการใช้โอกาสนี้กำจัดกองทัพหลักทั้งแปด ยิ่งมีขุนพลตายมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งง่ายต่อการส่งคนของตัวเองเข้าควบคุม!”

"ท่านอาจารย์ที่ถูกขังอยู่ในคุก ก็เป็นตัวประกันที่เอาไว้คอยขู่พวกเรา…ถ้าพวกเราไม่ยอมทำตาม ยื้อเวลาจนกองทัพหลวงต้องมา ก็ยิ่งเป็นการยืนยันว่ากองทัพหลักทั้งแปดไม่ซื่อสัตย์ ท่านอาจารย์จะเป็นยังไง? แถมกองทัพหลักทั้งแปดก็ยังจะถูกกำจัดในภายหลัง

"ในทางกลับกัน ถ้ากองทัพหลักทั้งแปดแสดงความจงรักภักดีในตอนนี้ ยอมเป็นทัพหน้าให้กองทัพหลวง พิสูจน์ว่ายังอยู่ในการควบคุมของราชสำนัก ท่านอาจารย์และคนอื่นๆก็อาจจะมีชีวิตรอด”

"ข้ารู้เรื่องนี้ดี”

"แต่การส่งคนไปตายแทนกองทัพหลวงมันยังไม่พอ ต้องเพิ่มอีกคนเข้าไปด้วย!"

เฉินซานซือขมวดคิ้วเล็กน้อย "หมายถึงคุณชายสาม?"

หวังจื๋อไม่ได้ตอบตรงๆ แต่พูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลง

"เจ้ารู้ไหมว่ากองทัพหลักทั้งแปดถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อไหร่?”

"เจ็ดสิบสองปีก่อน ปีที่หนึ่งของรัชศักราชหลงชิ่ง ปีที่ฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์!”

"ท่านอาจารย์เป็นเพื่อนกับฮ่องเต้มาตั้งแต่เด็ก เป็นคนสนิทที่สุด ไม่งั้นฮ่องเต้จะให้ท่านอาจารย์ตั้งกองทัพได้ยังไง?”

"แม้แต่คนทั่วไปจะเรียกกองทัพหลักทั้งแปดว่า 'กองทัพซุน' ฮ่องเต้ก็ยังยอม”

"เจ้าเดาสิ…ว่าทำไม ปีที่ห้าสิบเจ็ดของรัชศกหลงชิ่ง ฮ่องเต้ถึงยอมไม่ได้แล้ว?”

"เพราะตระกูลซุนมีอัจฉริยะเกิดขึ้นมา”

“ใช่”

“ท่านอาจารย์มีลูกทั้งหมดห้าคน”

"ลูกคนโตกับคนรอง ตายในสนามรบตั้งแต่ยังหนุ่ม ต่อให้ยังมีชีวิตอยู่ ก็ไม่มีพรสวรรค์ คงไปได้ไม่ไกลบนเส้นทางแห่งวรยุทธ”

"แต่ลูกคนที่สาม ซุนปู้หุย เป็นยอดอัจฉริยะ”

"เขาฝึกวิทยายุทธไม่ถึงสี่ปี ก็ผ่านสมรภูมิรบมานับไม่ถ้วน ไม่เคยแพ้ใคร เเละมีชื่อเสียงในกองทัพมาก”

"ก่อนหน้านี้ ฮ่องเต้ยังยอมให้ราชวงศ์เฉามี 'กองทัพซุน' เพราะรู้ว่าสถานการณ์แบบนี้คงอยู่ได้ไม่นาน”

"เมื่อท่านอาจารย์วางมือหรือเสียชีวิต ราชสำนักก็จะได้กองทัพที่แข็งแกร่งมาครอบครอง ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย”

"แต่การปรากฏตัวของซุนปู้หุย เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง”

"นอกจากนี้น้องสามปู้หุย มีพรสวรรค์ทั้งพรสวรรค์และความทะเยอทะยาน…เขาประกาศว่าจะรับช่วงต่อกองทัพหลักทั้งแปดในอนาคต”

“และเรื่องนี้...ทำให้ฮ่องเต้ไม่พอใจ”

"สำหรับราชวงศ์ต้าเซิ่ง การมีผู้บัญชาการซุนคนหนึ่งถือเป็นกำลังสำคัญ เป็นแบบอย่างของความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกษัตริย์และขุนนาง”

"แต่ถ้าตระกูลซุนมีผู้บัญชาการคนที่สอง สถานการณ์ก็จะเปลี่ยนไป”

"กองทัพหลักทั้งแปดก็จะกลายเป็น 'กองทัพซุน' จริงๆ ตระกูลซุนก็จะไม่ใช่แค่ขุนนาง แต่เป็นเหมือนราชวงศ์อื่นที่ปกครองดินแดนของตัวเอง”

“แล้วราชสำนักจะยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง?”

"แถมเหล่าขุนพลในกองทัพหลักทั้งแปดยังสนับสนุนเขาอีก”

"ฮ่องเต้จะยอมได้ยังไง?”

"ดังนั้น จึงใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการจับท่านอาจารย์ขังคุก"

เฉินซานซือเข้าใจทุกอย่างแล้ว

ในมุมมองของเขา สถานการณ์เช่นนี้มีทางออกเพียงสองทาง

หนึ่ง ผู้บัญชาการซุนต้องตาย ตระกูลซุนถูกปลดจากตำแหน่งทางทหาร เเละอย่างน้อยก็ต้องถูกกักบริเวณ

สอง ซุนปู้หุยต้องตาย

"แต่ข้าเป็นคนเลี้ยงน้องสามปู้หุยมา จะให้ข้าเห็นเขาตายได้ยังไง?” เสียงของหวังจื๋อดังขึ้นอีกครั้ง

"ข้าคิดหาวิธีต่างๆมากมาย แม้กระทั่งคิดจะก่อกบฏ”

"แต่ท่านอาจารย์ถูกขังอยู่ในคุก ถ้าข้าลงมือ คนแรกที่จะตายก็คือท่านอาจารย์”

"แถมตอนนั้นกองทัพหลักทั้งแปดก็ยังไม่มีเทพยุทธคนที่สอง ยังไงก็ไม่มีทางชนะได้หรอก”

"สุดท้าย ข้าจึงทำได้แค่พาน้องสามปู้หุยไปตีเมือง พร้อมที่จะตายไปด้วยกัน…ใช้ชีวิตของทหารทั้งกองร้อย แลกกับทางรอดของกองทัพหลักทั้งแปด”

"แต่ข้าไม่ตาย…ข้าไม่ตาย!"

หวังจื๋อพูดด้วยดวงตาแดงก่ำ ใบหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

"ข้าเป็นคนแรกที่ปีนขึ้นไปบนกำแพงเมือง ไม่เคยถอย ไม่เคยป้องกัน…ต่อสู้จนหมดสติ แต่ข้าก็ไม่ตาย!”

"พอตื่นขึ้นมาก็อยู่บนเตียง เเละกองทัพหนานซูถูกตีจนถอยร่นไปแล้ว”

"ตอนนั้น ปู้ฉีกับซุนหลียังเด็ก มายืนอยู่ข้างเตียงข้า คอยถามข้าว่าพี่สามของพวกเขาอยู่ไหน…”

“เเละอีกไม่กี่วัน ท่านอาจารย์ก็กลับมา”

"ท่านอาจารย์บอกว่า ต่อไปนี้เราไม่ได้เป็นศิษย์อาจารย์กันอีกแล้ว ให้ข้าดูแลตัวเอง"

"เพราะลูกชายคนที่สามของท่านผู้บัญชาการงั้นหรือ?" เฉินซานซือเอ่ยถาม

"ไม่" หวังจื๋อส่ายหน้า

"ท่านอาจารย์ไม่ได้ตำหนิข้าเรื่องนั้น"

"ท่านอาจารย์บอกว่าท่านไร้ความสามารถจนปกป้องลูกชายของตัวเองไม่ได้…ส่วนน้องสามก็ยังอ่อนหัดและหุนหันพลันเเล่น สมควรได้รับผลของการกระทำ”

"ที่ไล่ข้าออกมา เพราะชีวิตน้องสามคนเดียวก็พอแล้ว ไม่ควรทำให้กองทัพเสวียนอู่ถูกทำลายทั้งหมด…การกระทำของข้าา มันเป็นการกระทำที่บุ่มบ่าม ไม่เหมาะที่จะเป็นขุนพลอีกต่อไป..."

"แล้วหลังจากนั้นล่ะขอรับ?" เฉินซานซือถามต่อ

"เรื่องก็จบลงแค่นั้นเหรอ?"

"ไม่! ยังไม่จบ!" หวังจื๋อเงยหน้าขึ้น

"ไม่นาน ท่านอาจารย์ก็แก้แค้นให้พวกเรา!

"ท่านอาจารย์บุกเข้าไปในเมืองหลวงเพียงคนเดียว…ฆ่าเสนาบดีกระทรวงกลาโหมที่ไม่ยอมส่งกำลังพลมาช่วยหน้าวัง แล้วก็จากมาอย่างสง่างาม"

ฆ่าคนหน้าวังหลวง?

นี่มันแทบจะเหมือนฆ่าต่อหน้าฮ่องเต้เลยไม่ใช่รึ?

ถ้ากล้าทำแบบนี้…เเล้วทำไมถึงไม่ลงมือก่อนหน้านั้น?

หรือว่าหลังจากเหตุการณ์นั้น พลังยุทธของผู้ตรวจการซุนพัฒนาขึ้น?

"มีข่าวลือว่า...ท่านอาจารย์บรรลุถึงระดับที่เหนือกว่าเทพยุทธแล้ว" หวังจื๋ออธิบาย

ระดับที่เหนือกว่าเทพยุทธ...

วิถีเซียนงั้นเหรอ?

เฉินซานซือรู้เริ่มรู้สึกว่า เรื่องราวมันเริ่มไกลตัวเขาเหลือเกิน

ตอนนี้ เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าระดับที่เหนือกว่าฝึกอวัยวะภายในคืออะไร รู้แค่ว่าเรียกว่าขั้นเปลี่ยนพลัง

แถมเรื่องราวบานปลายขนาดนี้แล้ว ผู้บัญชาการซุนก็ยังไม่คิดก่อกบฏอีกหรือ…เเล้วฮ่องเต้ยังจะเก็บเขาไว้ได้ยังไง?

เว้นแต่...

ทั้งสองฝ่ายต่างก็ฆ่ากันไม่ได้!

ทันใดนั้นเฉินซานซือก็นึกถึงเรื่องที่ฮ่องเต้ฝึกฝนมาหลายปีได้

….

เอาล่ะ

โดยรวมแล้ว ความขัดแย้งระหว่างกองทัพหลักทั้งแปดและราชวงศ์ค่อนข้างรุนแรง

แต่เขาก็ยังจำเป็นต้องไปที่จวนผู้บัญชาการซุน

เพราะถ้าอ้างอิงจากสถานการณ์เหล่านี้ เมื่อพลังยุทธของเขาถึงระดับหนึ่งเมื่อไหร่ ราชสำนักอาจจะคิดหาวิธีกำจัดเขาก็ได้

ถ้าเป็นแบบนั้น จวนผู้บัญชาการซุนก็ยังเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด

……………………….

จบบทที่ บทที่ 76 : ความบาดหมางของผู้บัญชาการซุนกับฮ่องเต้

คัดลอกลิงก์แล้ว