- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 75 : อดีตอันดำมือของหวังจื๋อ!
บทที่ 75 : อดีตอันดำมือของหวังจื๋อ!
บทที่ 75 : อดีตอันดำมือของหวังจื๋อ!
บทที่ 75 : อดีตอันดำมือของหวังจื๋อ!
"แกะสูตรยาได้เลยงั้นหรือ? ความสามารถดีนี่" เฉินซานซือพึมพำกับตัวเอง
"แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะยังไม่มีประโยชน์เท่าไหร่"
อย่างน้อยในเมืองผอหยาง ก็ไม่เห็นจะมีสูตรยาอะไรพิเศษ ร้านขายยาทั่วไปก็แค่จัดยาตามขนาดให้…จากนั้นลูกค้าก็นำกลับไปต้มเองที่บ้าน
ในเมื่อตำราวิทยายุทธยังถูกปกปิดเป็นความลับ สูตรยาขั้นสูงก็น่าจะถูกเก็บเป็นมรดกตกทอดของตระกูลเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม ถึงตอนนี้จะยังไม่มีประโยชน์…เเต่อนาคตอาจจะได้ใช้ก็ได้
ยังไงก็ถือว่าเป็นความสามารถติดตัวที่ไม่ธรรมดา
ณ เวลานี้…เมื่อเฉินซานซือมองไปที่หม้อดินบนเตาไฟ เขาไม่ได้เห็นแค่น้ำสีดำๆแต่เห็นสูตรยาอย่างละเอียด
ไม่ว่าจะเป็นปริมาณ น้ำหนัก อายุ หรือแม้กระทั่งว่าต้องใช้แบบสดหรือแบบตากแห้ง เขาก็มองออกทั้งหมด
"จะว่าไปแล้ว เงินที่พี่หญิงให้มาก็ใกล้จะหมดแล้วนี่"
การฝึกวิทยายุทธนี่มันเปลืองจริงๆ
จากนี้ เขาคงต่อไปคงต้องหาสมุนไพรมาต้มยาเอง ถึงจะประหยัดกว่า
"เฮ้อ..."
สิบวันที่ผ่านมา เขาต้องขี่ม้าไปๆมาๆตลอด จะให้บอกว่าไม่เหนื่อยก็คงเป็นไปไม่ได้
เเต่ตอนนี้ในที่สุดก็บรรลุเป้าหมายเรื่องทักษะการเเพทย์แล้ว…เฉินซานซือถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะขี่ม้าขาวกลับบ้าน
เเต่เมื่อเปิดประตูเข้าไป เขาก็ไม่เห็นใครในบ้าน
เฉินซานซือเดาว่ากู้ซินหลันน่าจะกำลังเย็บปักถักร้อยอยู่ในห้องนอน
และก็เป็นอย่างที่คิด…แถมในห้องนอนยังมีซุนหลีอยู่ด้วย
ซุนหลีได้ยินเสียงเขา…จึงรีบเก็บของทันที
"น้องรอง เข้าบ้านทำไมไม่ส่งเสียงหน่อยล่ะ"
"ขออภัยพี่หญิง ข้าไม่รู้ว่าพี่อยู่ที่นี่ด้วย" เฉินซานซือตอบ
"อืม..." ซุนหลีพลันนึกขึ้นได้ว่านี่ไม่ใช่บ้านตัวเอง
"ช่วงนี้น้องรองทำงานหนัก ข้าคงต้องขอตัวก่อน ไม่รบกวนการพักผ่อนแล้วล่ะ"
นางหยิบดาบที่วางอยู่บนโต๊ะ บอกลาแล้วก็เดินออกไป
“พี่ซานซือหน้าตาเลอะเทอะไปหมดแล้ว” กู้ซินหลันพูดพลางเก็บอุปกรณ์เย็บปักถักร้อย
“ให้ข้าทำอะไรให้ทานก่อนเถอะ”
“ตกลง” เฉินซานซือตอบรับ ก่อนจะถามด้วยความสงสัย
“พวกเจ้าปักอะไรกันอยู่รึ?”
เขาเปิดกล่องเก็บของ ข้างในมีทั้งผ้าเช็ดหน้า รองเท้าปัก กระเป๋าเงิน และอื่นๆ
มีบางชิ้นที่ด้ายพันกันยุ่งเหยิง ลายปักก็เบี้ยวๆ
“น้องหลีก็น่าสงสารเหมือนกันนะ” กู้ซินหลันพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“ข้าได้ยินนางเล่าว่า จริงๆแล้วนางไม่ได้ชอบฝึกวิทยายุทธเลย แต่นางไม่มีพี่ชาย แล้วก็อยากช่วยแบ่งเบาภาระของท่านพ่อ จึงจำเป็นต้องฝึกฝน”
“จริงรึ?”
เฉินซานซือรู้สึกต่างออกไป
ถึงการฝึกวิทยายุทธจะเหนื่อย แต่เขากลับชอบความรู้สึกที่ได้พัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ
จากนั้นเขาจึงกางแขนออก ให้กู้ซินหลันช่วยถอดชุดเกราะออก…แล้วก็นอนหลับไปทั้งอย่างนั้น โดยไม่แม้แต่จะถอดเสื้อชั้นใน
เขาหลับยาวจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น
เมื่อตื่นขึ้นมา หลังจากจัดการธุระที่ค่ายทหารเสร็จ เฉินซานซือก็เดินทางไปที่บ้านเก่าในหมู่บ้านเหยียนเปียน รวบรวมของที่ยึดมาได้ทั้งหมด แบกขึ้นหลังแล้วก็เดินขึ้นเขาไป
การต้มยาที่บ้าน ต่อให้ปิดปล่องไฟยังไง กลิ่นก็ยังลอยไปไกล มันคงจะไม่เหมาะ…ยังไงเขาก็ต้องหาสถานที่ที่ปลอดภัยกว่านี้
โชคดีที่เขาคุ้นเคยกับภูเขาหู่โถวเป็นอย่างดี จึงหาสถานที่ที่เงียบสงบและปลอดภัยได้ไม่ยาก
ไม่นานเขาก็พบถ้ำลึกแห่งหนึ่งบนหน้าผา
บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยหิน แทบไม่มีสัตว์หรือพืช…ปกติคงไม่มีใครผ่านมาทางนี้ แถมถ้ำยังอยู่บนหน้าผา จึงค่อนข้างปลอดภัย
หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจแล้ว เขาก็เริ่มจัดเตรียมสิ่งของ
“สมุนไพรพวกนี้ รวมๆกันแล้วน่าจะหลายพันตำลึงได้”
“นอกจากส่วนผสมของยาบำรุงเลือดและยาบำรุงพลังแล้ว ยังมีส่วนผสมของยาบำรุงกระดูกและยาอาบอีกเยอะเลย”
“น่าจะใช้ได้เป็นเดือน!”
“เเละถึงใช้หมดก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยแอบไปหยิบของที่ค่ายทหารมาใช้ก็ได้…คงไม่ต้องลำบากหาเงินเองแล้ว”
“แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ยาบำรุงเลือดกับยาบำรุงพลังแทบจะไม่มีผลกับข้าแล้ว คงต้องรอโอกาสเหมาะๆค่อยเอามาใช้ประโยชน์อย่างอื่น”
เฉินซานซือเริ่มจัดเตรียมสมุนไพรต่างๆ
เขาผสมยาบำรุงกระดูกและยาอาบอย่างละสิบชุด จากนั้นก็เริ่มฝึกวิทยายุทธในถ้ำ
จนกระทั่งพลบค่ำ เขาก็ลงจากเขากลับบ้าน พร้อมกับแพะภูเขาและนกพิราบที่ล่ามาได้ระหว่างทาง…เพื่อนำไปทำอาหารเย็น
“หืม…เสียงอะไรน่ะ?”
เฉินซานซือได้ยินเสียงดังโวยวายและเสียงต่อสู้มาจากในหมู่บ้านทหาร ตั้งแต่ยังอยู่ระยะไกล
แถมมันยังเป็นเสียงที่เขาคุ้นเคยอีกด้วย
“หวังจื๋อ? ซุนปู้ฉี?!”
เขารีบวางของที่ล่ามาได้ไว้หน้าบ้าน แล้วรีบวิ่งไปดูทันที
หน้าบ้านหลังหนึ่ง ซุนปู้ฉียืนถือหอกยาวขวางประตู…ไม่ให้ทหารอ้วนๆในชุดเกราะเข้าบ้าน
ใบหน้าของเขาดูโกรธจัด ต่างจากสีหน้าเฉยเมยที่เคยเห็น แม้แต่เสียงก็ยังสั่นเครือ
"แก ไอ้ถังรั่วซาน! ข้าคิดว่าแกตายไปแล้วซะอีก! ที่แท้ก็มาหลบอยู่ที่นี่เองรึ!"
"คุณชาย..." หวังจื๋อพูดด้วยน้ำเสียงประหม่า ใบหน้าของเขาดูแตกต่างจากตอนที่ชอบพูดจาเลียแข้งเลียขาอย่างมาก
"ท่านจำคนผิดแล้วกระมัง? ข้าแซ่หวัง ชื่อหวังจื๋อ ไม่ใช่ถังรั่วซานอะไรนั่น"
"ตอแหล!" ซุนปู้ฉีพูดด้วยความแค้น
"ต่อให้แกอ้วนขึ้น ต่อให้แกกลายเป็นผุยผง ข้าก็จำแกได้!”
“แก…ชดใช้ชีวิตพี่สามของข้ามาซะ!”
สิ้นเสียง หอกในมือของเขาก็พุ่งเข้าใส่หวังจื๋ออย่างรวดเร็ว
พลังโจมตีของเขารุนแรง เเละไม่ธรรมดา
หวังจื๋อไม่กล้าประมาท เขารีบชักดาบยาวออกมาป้องกัน รับการโจมตีของซุนปู้ฉีได้อย่างง่ายดาย
"คุณชาย ท่าน...ท่านจำคนผิดจริงๆ!"
"ตายซะ!" หอกของซุนปู้ฉีพุ่งเข้าใส่หวังจื๋อรุนเเรงราวกับพายุ เเละรวดเร็วราวสายฟ้า
แต่หวังจื๋อก็ยังรับการโจมตีได้ทั้งหมดอย่างง่ายดาย
เห็นได้ชัดว่า ถึงแม้ทั้งคู่จะอยู่ในระดับฝึกกระดูกเหมือนกัน แต่ความแข็งแกร่งของพวกเขาต่างกันมาก
หวังจื๋อจะตั้งรับอย่างเดียว เเละในที่สุดซุนปู้ฉีก็เริ่มหมดแรง จนความเร็วในการโจมตีลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ตอนนี้เขาเริ่มนึกเสียใจที่ไม่ได้ฝึกฝนอย่างจริงจัง ทำให้ไม่สามารถฆ่าศัตรูที่อยู่ตรงหน้าได้
"ถังรั่วซาน! แก...แกมันขี้ขลาด!"
"สิบห้าปีที่ผ่านมา แกไม่กล้าใช้ชื่อจริงของตัวเองด้วยซ้ำ?"
"หลบซ่อนอยู่ที่นี่เเบบนี้ เเล้วแกจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร?!"
เมื่อได้ยินดังนั้น หวังจื๋อก็ชะงักไป…ก่อนจะปล่อยดาบในมือลง
"กริ๊ง!"
ในที่สุดเขาก็ยอมรับทุกอย่าง
"น้องรอง ฆ่าข้าเถอะ"
พูดจบ เขาก็หลับตาลงเเละไม่คิดจะป้องกันตัวอีกต่อไป
"ได้! ข้าจะฆ่าแกเอง!" ซุนปู้ฉียกหอกขึ้น เตรียมแทงไปที่คอของหวังจื๋อ
เมื่อเห็นฉากนี้ เฉินซานซือตั้งใจจะเข้าไปห้าม…แต่ก็มีร่างสีแดงพุ่งเข้ามาขวางไว้ก่อน
"หยุด!"
"พี่?" ซุนปู้ฉีรีบหยุดหอกในมือ
"พี่ ดูสิ…มันคือใคร?!"
"ข้ารู้" ซุนหลีตอบเเบบเหมือนรู้มาก่อนแล้ว
นางเหลือบมองไปที่หวังจื๋อด้วยสายตาเย็นชา
"ถังรั่วซาน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"
"น้องหลี..." เมื่อเห็นซุนหลี หวังจื๋อก็คุกเข่าลงทันที
"เจ้ากับน้องรอง…เอาชีวิตข้าไปเถอะ"
"หึ เก็บชีวิตของเจ้าไว้ ไปตายในสนามรบตอนต้นปีหน้าเถอะ”
“ปู้ฉี ไปกันเถอะ” ซุนหลีพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"เเต่พี่"
"ข้าบอกให้ไปไง!"
"ฮึ่ย!"
ซุนปู้ฉีสบถอย่างอารมณ์ไม่ดี เเต่สุดท้ายก็เก็บหอกเเล้วเดินตามพี่สาวออกไป
ส่วนหวังจื๋อก็ยังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิม
ณ ขณะนี้ เฉินซานซือไม่จำเป็นต้องถามก็พอจะเดาเรื่องราวได้
ซุนปู้ฉีพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสิบห้าปีก่อน และการตายของพี่ชายคนที่สาม
ซึ่งสิบห้าปีก่อน ตรงกับปีที่ห้าสิบเจ็ดของรัชศกราชหลงชิ่ง
ปีนั้น กองทัพหลักทั้งแปดได้ต่อสู้กับกองทัพหนานซูที่เมืองคังหนิง
กองทัพเสวียนอู่หนึ่งในกองทัพหลักทั้งแปด ถูกทำลายจนหมดสิ้นในสงครามครั้งนั้น
ผู้บัญชาการกองทัพเสวียนอู่ในตอนนั้นคือ ถังรั่วซานาน…เเละรองผู้บัญชาการคือ ซุนปู้หุย
………………………