- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 72 : ผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายใน
บทที่ 72 : ผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายใน
บทที่ 72 : ผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายใน
บทที่ 72 : ผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายใน
ณ ค่ายทหาร
บนลานฝึกยุทธ เฉินซานซือเริ่มตรวจสอบผลการฝึก
"ใครที่ฝึกจนเกิดพลังปราณเเละเลือดแล้ว จงออกมา!"
เงียบ...
เฉินซานซือจึงเปลี่ยนคำสั่ง
"ใครที่ฝึกท่าหอกและท่ายืนสำเร็จแล้ว ออกมา!"
คราวนี้ มีสิบแปดคนเดินออกมา
นี่มากกว่าที่เฉินซานซือคาดไว้เสียอีก…ส่วนที่เหลือ ก็เป็นทหารราบธรรมดา
เนื่องจากส่วนใหญ่ยังเด็ก จึงไม่มีใครที่แม้แต่ท่ายืนก็ยังทำไม่ได้
ในกลุ่มคนเหล่านี้ คนที่มีพรสวรรค์ที่สุดคือ อู๋ต๋า
เฉินซานซือคาดการณ์ว่า เขาจะเป็นคนแรกที่ฝึกจนเกิดพลังปราณและเลือดได้
รองลงมาคือ จวงอี้
ส่วนจ้าวเฉียวก็ธรรมดา แต่ยิงธนูได้ดี…และข้อดีอีกอย่างคือเป็นคนซื่อสัตย์และเชื่อถือได้
ยังไง ภายหลังเขาก็สามารถใช้งานในด้านอื่นได้
นอกจากนี้ สำหรับจูถง และ หวังลี่
เนื่องจากค่ายทหารมียาสมุนไพรเพียงพอ พวกเขาจึงสามารถก้าวเข้าสู่ระดับหลอมเลือดขั้นเชี่ยวชาญได้
ตามหลักแล้ว ต้องรอให้พวกเขาไปถึงระดับความสำเร็จเล็กน้อยก่อน ถึงจะได้เลื่อนขั้นเป็นนายสิบ
แต่เฉินซานซือขาดแคลนกำลังพลจริงๆ จึงเลือกคนที่คาดว่าจะไปถึงระดับนั้นได้เร็วที่สุด มาทำหน้าที่นายสิบทดแทนไปก่อน แต่ก็ยังไม่มีตำแหน่งที่แท้จริง
"นายท่าน แล้วข้าล่ะ?"
เมื่อเห็นคนอื่นได้เลื่อนขั้นกันหมด ซูเหวินไฉก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงเข้ามาประจบประแจง
"ซูเหวินไฉ"
"ตอนนี้ข้ายังไม่มีตำแหน่งอะไรให้เจ้าเลย"
"ข้าไม่ต้องการตำแหน่งหรอก" ซูเหวินไฉพูดพร้อมกับยิ้ม
"แค่หาอะไรให้ข้าทำก็พอ ข้าสามารถช่วยนายท่านฝึกทหาร ดูแลพวกเขาให้ฝึกฝนอย่างเต็มที่ และวางแผนว่าปีหน้าจะลดการสูญเสียให้น้อยที่สุดได้อย่างไร"
"ได้เลย" เฉินซานซือไม่ได้ขัดข้องอะไร
….
[ทักษะ: การบังคับบัญชา (เริ่มต้น)]
[ความคืบหน้า: 85/500]
[ผลของทักษะ: แกนนำ]
….
หลังจากการทดลอง เฉินซานซือพบว่าบางครั้งเมื่อให้จูถงและคนอื่นๆช่วยสอนวิทยายุทธ ความเชี่ยวชาญของเขาก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน…นี่อาจจะเป็นเพราะพวกเขาอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของเขา
แต่ถึงกระนั้น มันก็เพิ่มขึ้นไม่มากเท่ากับการสอนด้วยตัวเอง
แต่นั่นก็เท่ากับการเพิ่มประสบการณ์แบบอัตโนมัติ เเล้วทำไมจะไม่ทำล่ะ?
"นายท่านดูให้ดีเถอะ!" ซูเหวินไฉกล่าว
"ข้าจะฝึกขบวนทัพขั้นพื้นฐานของพวกเขา ให้เป็นระดับแนวหน้าให้ได้!"
….
ตอนนี้ การประเมินทหารใหม่สิ้นสุดลงเเล้ว
ต่อไปเฉินซานซือก็น่าจะมีภารกิจสำหรับกองร้อย เเต่ไม่รู้ว่าจะเป็นการป้องกันเมืองหรือการทำนา
ถ้าเป็นการทำนา ก็คงต้องทำงานหนักหลายอย่าง
เอาจริงๆเขาอยากได้ภารกิจลาดตระเวนมากกว่า จะได้มีเวลาฝึกฝนเยอะๆ
"ปู้วววว~" เสียงแตรดังขึ้น
ช่วงนี้เซียงถิงชุนมักจะมาพูดคุยกับทหาร ทุกคนจึงเริ่มชินแล้ว
ทหารเกือบพันนายรวมตัวกันที่ลานฝึกอย่างรวดเร็ว
นายอำเภอจี้กว่างเสียนพร้อมด้วยองครักษ์ส่วนตัวก็ขึ้นไปบนเวที แล้วตะโกนว่า
"เหล่าทหารกล้าทั้งหลาย ต่างเหนื่อยกันมามากแล้ว!"
"ข้าเป็นขุนนางพลเรือน ไม่มีอำนาจแทรกแซงกิจการทหาร ดังนั้นพวกเจ้าไม่ต้องประหม่า ข้าแค่มาเยี่ยมเยียนทุกคน และนำของขวัญมาให้"
"ยกขึ้นมา!"
ไหเหล้าหลายสิบใบถูกยกขึ้นมาบนเวที
"รู้ไหมว่านี่คืออะไร?" จี้กว่างเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
"นี่คือเหล้าสมุนไพรที่ทำจากเลือดของเสือเขี้ยวดาบ สัตว์อสูรหายาก"
"สิ่งนี้เหมาะสำหรับผู้ฝึกยุทธระดับหลอมกระดูก ใช้ได้ทั้งกินและทา พลังของมันจะทำให้ฝีมือพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว"
"ไม่ต้องพูดถึงเมืองอันติ้ง แม้แต่ในมณฑลหยุนก็ไม่มีสัตว์อสูรชนิดนี้ให้ล่า ดังนั้นมันจึงหายากมาก…เรียกได้ว่ามีเงินก็ซื้อไม่ได้"
"ทั้งหมดนี้ ท่านเกาจากกระทรวงกลาโหม ส่งมาจากเมืองหลวงที่อยู่ห่างไกลหลายพันลี้"
"ท่านเกากล่าวว่า กองทัพของราชสำนักกำลังขาดแคลนกำลังพล จึงไม่สามารถส่งคนมาเพิ่มได้…แต่เขาจะไม่ปล่อยให้ความดีความชอบของเหล่าทหารต้องสูญเปล่า จึงส่งเหล้าสมุนไพรนี้มาให้"
"ในอนาคต เหล่าทหารทุกคนสามารถนำความดีความชอบมาแลกได้!"
เฉินซานซือไม่เคยได้ยินชื่อเหล้าสมุนไพรนี้มาก่อน
แต่เขามองเห็นนายร้อยคนอื่นๆ ต่างตื่นเต้นกันมาก
ดูเหมือนว่ามันจะมีค่าจริงๆ…ไม่แปลกใจเลยที่มันไม่มีขาย
อย่างไรก็ตาม ความดีความชอบน่ะ ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ
โชคดีที่เฉินซานซือมีหลิงเหอให้กิน ช่วงนี้จึงไม่ได้รีบร้อนอะไร
ว่าแต่...เจ้าจี้กว่างเสียนคนนี้ คงรวยไม่เบา!
เเละหลังจากปล้นหุบเขายามาได้สองวัน เฉินซานซือก็รู้สึกว่าการล่าสัตว์มันเริ่มไม่น่าสนใจเอาเสียเลย (เริ่มทรงโจรละพระเอกตู)
ลำบากลำบนเข้าไปในป่าลึก สุดท้ายก็ได้เงินมานิดเดียว…สู้ปล้นพวกคนรวยไม่ได้!
แต่จี้กว่างเสียนพกองครักษ์มาด้วยเยอะมาก และไม่รู้ว่าระดับสูงสุดของพวกเขาอยู่ที่ระดับไหน
ยังไงก็เป็นถึงนายอำเภอ ข้างกายน่าจะมีผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายในอยู่ด้วย
…
"นายร้อยเฉิน!" นายร้อยเซียเดินเข้ามาหา
"ท่านผู้พันเซียงให้เจ้าไปพบ"
เมื่อมาถึงกระโจมใหญ่
นอกจากเซียงถิงชุนและหลัวตงเฉวียนแล้ว ยังมีขุนนางพลเรือนอีกสองคนที่เฉินซานซือไม่รู้จัก
"ซานซือ ขั้นตอนการเลื่อนขั้นของเจ้าเสร็จสิ้นแล้ว" เซียงถิงชุนกล่าว
"สองท่านนี้คือขุนนางจากกรมคัดเลือกทหาร"
"คารวะท่านทั้งสอง"
หลังจากนั้น เฉินซานซือร่วก็ได้ให้ความร่วมมือกับขุนนางทั้งสองเกี่ยวกับการตรวจสอบเอกสาร
เเละนอกจากใบบรรจุแล้ว มันยังมีชุดขุนนางและชุดเกราะใหม่เอี่ยม
นายร้อยเป็นขุนนางระดับหก สวมชุดขุนนางสีเขียวที่มีลายเสือดาวอยู่บนชุด
"ข้าก็ได้สวนชุดลายสัตว์เดรัจฉานแล้วสินะ" เฉินซานซือถอนหายใจ
แต่ทหารในกองทัพ ไม่ค่อยมีโอกาสได้ใส่ชุดขุนนางนักหรอก…ส่วนใหญ่จะใส่ชุดเกราะมากกว่า
เเละชุดเกราะใหม่ยังคงเป็นผ้า แต่ดูประณีตกว่าเดิม
แต่คราวนี้มีหมวกเหล็กเพิ่มมาด้วย และส่วนสำคัญของร่างกายก็มีแผ่นเหล็กหนาๆที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการป้องกันขึ้นมาก
ไม่ใช่แค่เฉินซานซือที่ได้เลื่อนขั้นเท่านั้น หลัวตงเฉวียนก็ได้เลื่อนขั้นเช่นกัน
เขาได้เลื่อนขั้นเป็นรองผู้พัน ขุนนางระดับห้า
จากคำพูดของขุนนางทั้งสอง ทำให้เฉินซานซือรู้ว่าอีกฝ่ายได้ไปถึงระดับหลอมอวัยวะภายในแล้ว
นั่นหมายความว่า ตอนนี้ในกองพันนี้…มีผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายในถึงสองคน
"ซานซือ คนของเจ้าน่าจะประเมินเสร็จแล้วสินะ?" เซียงถิงชุนเอ่ยขึ้นมา
"อีกสองวัน เจ้าจะไปแทนที่จ้าวคัง พาลูกน้องไปประจำการที่กำแพงเมือง"
หน้าที่หลักของทหารในกองรักษาการณ์คือการทำนาและป้องกันเมือง
การป้องกันเมืองแบ่งออกเป็นการลาดตระเวนในเมืองและการป้องกันชายแดน
เเละการป้องกันชายแดนก็คือการไปเฝ้าระวังที่กำแพงเมือง ซึ่งค่อนข้างลำบากกว่า…เพราะต้องเฝ้ายามกลางคืน
แต่ชายแดนเมืองผอหยางไม่ได้ถูกกองทัพของชนเผ่าป่าเถื่อนรุกรานมานานกว่าสิบปีแล้ว ก็น่าจะค่อนข้างสงบ
สำหรับเฉินซานซือ ก็แค่เปลี่ยนสถานที่ฝึกวิทยายุทธเท่านั้นเอง
"รับคำสั่งท่านผู้พัน"
"เอาล่ะซานซือ เจ้าตามข้ามาหน่อย"
เซียงถิงชุนพาเขาไปยังที่โล่งไร้ผู้คน
"หยิบธนูสิบห้าศิลาของเจ้ามายิงข้า"
คำขอนี้ทำให้เฉินซานซือประหลาดใจเล็กน้อย
"ไม่เป็นไร" เซียงถิงชุนยิ้มอย่างใจกว้าง
"ข้าให้เจ้ายิง ก็ยิงมาเลย"
"ขอรับ" เฉินซานซือก็อยากรู้เหมือนกันว่าธนูของเขาจะสามารถรับมือกับผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายในได้หรือไม่
เฉินซานซือไม่ลังเลอีกต่อไป…เขาสูดหายใจเข้า แล้วก็ง้างธนูยิงออกไป
เปรี้ยงงง!!!
ลูกธนูเจาะเกราะพุ่งทะยานไปในอากาศ!
"ชิ้งงง!"
ทันใดนั้น แสงดาบก็วาบขึ้น
เซียงถิงชุนชักดาบที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมา ฟันลูกธนูขาดเป็นสองท่อน
ถึงแม้ว่าเฉินซานซือจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่สีหน้าของเขาก็ยังคงเคร่งเครียด
อีกฝ่ายกล้าให้เขายิง แสดงว่ามั่นใจว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขาคิดว่าอีกฝ่ายจะหลบ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะฟันลูกธนูของเขาได้อย่างง่ายดายเเบบนี้
เเละนับตั้งแต่ฝึกยิงธนูมา นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินซานซือยิงพลาดเป้า
"ข้าอยู่ที่ระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นเชี่ยวชาญ" เซียงถิงชุนค่อยๆเก็บดาบเข้าฝัก แล้วอธิบายอย่างใจเย็น
"เมื่อผู้ฝึกยุทธฝึกฝนถึงระดับหลอมอวัยวะภายใน ประสาทสัมผัส ปฏิกิริยาตอบสนอง และพละกำลังจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ธนูของเจ้าจึงยากที่จะยิงถูก เว้นแต่ว่าเจ้าจะยิงได้เร็วมาก เร็วจนข้าตั้งรับไม่ทัน!"
"ขอบคุณท่านพันที่ชี้แนะ" เฉินซานซือโค้งคำนับ
"อืม ไม่ต้องเกรงใจข้าหรอก"
หลังจากพูดจบ เซียงถิงชุนก็ไขว้มือไว้ด้านหลัง
"ที่ข้าเรียกเจ้ามา ข้ามีเรื่องจะคุยด้วยอีกเรื่อง"
"นายอำเภอจี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลซ่ง ดังนั้นเขาน่าจะไม่ค่อยชอบเจ้าเท่าไหร่"
"เเต่เอาจริงๆ เรื่องนี้ข้าก็มีส่วนผิดด้วย"
"ดังนั้นข้าจึงช่วยพูดกับเขาให้เจ้าแล้ว แต่ทางที่ดีเจ้าควรไปเยี่ยมเขาด้วยตัวเอง การขอโทษเขาจะถือว่าเป็นการสงบศึกที่ดีที่สุด"
"ตอนนี้เขาพักอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ที่สุดบนถนนหนิงเฟิงในเมือง หาง่ายมาก"
"อ้อ ใช่ องครักษ์ข้างกายเขาก็เป็นระดับหลอมอวัยวะภายในเหมือนกัน แต่เพิ่งเข้าสู่ระดับเริ่มต้น"
พูดจบเขาก็เดินจากไปอย่างสบายๆ
เฉินซานซือครุ่นคิดถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว
นี่ไม่ใช่การให้เขาไปขอโทษ แต่มันคือการบอกวิธีฆ่าจี้กว่างเสียนต่างหาก!
ก่อนอื่น เซียงถิงชุนเตือนว่าผู้ฝึกยุทธระดับหลอมอวัยวะภายในนั้นยากที่จะยิงด้วยธนู จากนั้นก็บอกที่อยู่ …สุดท้ายก็เตือนด้วยความหวังดีว่าองครักษ์ก็เป็นระดับหลอมอวัยวะภายใน ให้เขาเลือกช่วงที่นายอำเภออยู่คนเดียวเเล้วค่อยลงมือ
มันคือข้อมูลการลอบสังหารที่สมบูรณ์แบบชัดๆ
ดูเหมือนว่าเซียงถิงชุนจะไม่ถูกกับจี้กว่างเสียนสักเท่าไหร่
'น่าสนใจดีนี่'
แต่รอดูสถานการณ์ก่อนแล้วกัน
ถ้าเฉินซานซือจะฆ่า ก็ต้องฆ่าทั้งองครักษ์ด้วย เขาไม่ยอมปล่อยให้มีภัยคุกคามหลงเหลืออยู่เเน่ๆ
อีกอย่างงเซียงถิงชุน ก็ไม่ใช่คนที่ไว้ใจได้!
ต้องรอให้มีพลังมากพอก่อน เขาถึงจะลงมือ
ตอนนี้ ดูเหมือนว่าไม่เพียงแต่เขาต้องเพิ่มพูนพลังยุทธเท่านั้น…แต่ต้องฝึกยิงธนูให้มากขึ้นด้วย!
รวมถึงด้านศาสตร์การแพทย์
ตอนนี้เขามียาสมุนไพรมากมาย แต่ไม่รู้จะใช้ยังไง
คิดได้ดังนั้น เฉินซานซือก็ไปที่ร้านขายยา เพื่อไปหาหมอเจียงทันที
………………………….