เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 69 : ฆ่าคนวางเพลิง

บทที่ 69 : ฆ่าคนวางเพลิง

บทที่ 69 : ฆ่าคนวางเพลิง


บทที่ 69 : ฆ่าคนวางเพลิง

“ตูม!”

กลางความมืดท่ามกลางราตรี แสงเพลิงได้พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

ใกล้ๆแสงเพลิง เฉินซานซือแบกกระสอบวิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว

คราวนี้ เขารวยจริงๆแล้ว!

ก่อนไป นอกจากจะได้เก็บของมีค่าทั้งหมดใส่กระสอบแล้ว เขายังได้ตำราแพทย์มาจากหมอยาอีกสองสามเล่ม ก่อนจะฆ่าปิดปาก

รวมๆแล้วไม่รู้ว่ามูลค่าเท่าไหร่!

เเต่เนื่องจากศพมีจำนวนมาก มันจึงจัดการยาก

อีกอย่าง เฉินซานซือกังวลว่าคนอื่นจะเห็นรอยลูกธนู เขาจึงลากศพทั้งหมดมารวมกันที่ลานบ้านแล้วเผาทำลายทิ้ง

เเละที่เขาทำตัวโหดแบบนี้ ก็เพื่อเตือนสำนักฝึกยุทธไปในตัว…จะได้ไม่กล้ามีใครกล้าจับคนเป็นๆมาทดลองยาอีก

ทันใดนั้น เฉินซานซือก็ครุ่นคิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น

หลิงเหอสามารถเพิ่มพลังยุทธได้จริงๆเหรอ?

หรือว่าฮ่องเต้เฒ่าเคยพบเซียนจริงๆ?

ท่านกำลังบำเพ็ญเซียนอยู่หรือเปล่า?

แล้วจะใช้สมบัติเซียนยังไง? ใช้ไฟพิเศษ ต้มหลิงเหอหรือ?

เฉินซานซือคาดเดาไปต่างๆนานา

สรุปคือ น้ำมันตะเกียงบวกหลิงเหอ เท่ากับ…ยาเพิ่มพลังยุทธ

คิดแบบนี้คงไม่ผิดแน่

ดังนั้น​ เรื่องนี้ถือว่าจบลงเเล้ว

และเซียงถิงชุนก็รับหน้าเสื่อไปเรียบร้อย…คงไม่มีใครสงสัยเขาหรอก

ต่อจากนี้ เขามีเวลาเหลือเฟือที่จะค่อยๆศึกษาสมบัติ​เซียน

เฉินซานซือแบกกระสอบสามสี่ใบ เดินทางออกจากเขาอย่างเร่งรีบ

ของเยอะแบบนี้ เอาทั้งหมดกลับไปคงไม่ดี เขาจึงนำไปซ่อนไว้ที่บ้านเก่าในหมู่บ้านเหยียนเปียนก่อน แล้วจึงอ้อมกลับไปยังค่ายทหาร

…..

“ศิษย์พี่ซุนไม่อยู่เหรอ?”

เมื่อกลับมา​ถึง​ เฉินซานซือก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติอย่างรวดเร็ว

ห้องพักว่างเปล่า!

เขารีบกลับไปที่ห้องนอนของตัวเอง จนกระทั่งหยิบเส้นผมที่ติดอยู่ตามขอบประตูและหน้าต่างได้อย่างละเส้น จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ก่อนออกเดินทาง เขาเผื่อไว้เเล้ว

เผื่อว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจึงได้ดึงผมของกู้ซินหลันไว้สองสามเส้นเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์

เเต่ดูเหมือนว่าเขาคิดมากไปเอง

ซุนหลีไม่ได้คิดจะจับตาดูเขา

อย่างไร​ก็ตาม, กลางดึกแบบนี้นางจะออกไปไหน?

มีโอกาสสูงมากที่นางจะไปสืบหาเบาะแสเกี่ยวกับหุบเขายา

“โชคดีที่ข้าเร็วกว่าก้าวหนึ่ง”

...

อีก​ด้าน​หนึ่ง​

“พี่สาว ที่นี่เหมือนมีคนมาแล้ว!” ซุนปู้ฉีพูดขณะยืนอยู่บนกำแพง

ตอนนี้ เขามองดูเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอยู่ในลานบ้าน เเล้ววิเคราะห์อย่างใจเย็น

“ยังต้องพูดอีกเหรอ?” ซุนหลีมองหลุมที่คนร้ายขุดไว้สำหรับฝังศพ

“ไอ้สารเลวนี่ กลัวยันไฟไหม้ป่า…ช่างเป็นคนดีจริงๆ!” ซุนปู้ฉีอุทานออกมา

ซุนหลีและซุนปู้ฉี ช่วงนี้คนหนึ่งสืบหาอย่างเปิดเผย ส่วนอีกคนหนึ่งสืบหาอย่างลับๆ

ไม่นานถึงจะรู้ว่าศิษย์สำนักฝึกยุทธมักจะออกจากเมืองเพื่อขึ้นเขา พวกเขา​ก็เลยตั้งใจจะมาดูในคืนนี้

เเละพอเห็นแสงเพลิงในบริเวณใกล้เคียง พวกเขา​จึงรีบมาดู เเล้วก็พบกับภาพตรงหน้า

“ดับเพลิง ดับเพลิง!”

...

ยามเฝ้าสวนสมุนไพรที่อยู่ใกล้เคียงเห็นความผิดปกติ จึงนำคนมาแล้วรีบวิ่งมาทางนี้

“วุ่นวาย​เเบบนี้​ พวกเรา​กลับกันก่อนเถอะ” ซุนหลีถอนหายใจเบาๆ

“วันหลังค่อยมาตรวจสอบสวนสมุนไพรที่อื่น”

...

วันรุ่งขึ้น

ทันทีที่เฉินซานซือมาถึงค่ายทหาร เขาก็ได้ยินคนมากมายกำลังพูดคุยกันเรื่องนี้

“พวกเจ้าได้ยินเรื่องนี้กันรึยัง”

“เมื่อคืนที่เขาเอ้อฉงเกิดไฟไหม้”

“ตอนตรวจเมืองเช้านี้ ข้าเห็นกับตาเลย…มีคนเเบกศพไหม้เกรียมลงมาจากเขาหลายศพ!”

“นอกจาก​นี้ เหมือนว่าคุณชายของสำนักฝึกยุทธเทียนหยวนจะโดนไฟคลอกตายด้วย!”

“เเต่ว่า…อยู่ดีๆมันจะเกิดไฟไหม้ป่าได้ยังไง?”

“หึๆ…มันชัดเจอยู่​เเล้วว่าต้องมีคนจงใจวางเพลิง”

“ใครกัน…ถึงได้กล้าขนาดนั้น?”

...

หลังจากฟังอยู่ครู่หนึ่ง เฉินซานซือก็เดินไปที่ลานฝึกทหาร เรียกรวมคนใต้บังคับบัญชาเพื่อเริ่มฝึกซ้อมตามปกติ

วันนี้​ ยังมีหลายคนที่ยังคงขี้เกียจและหลบเลี่ยงการฝึกซ้อมท่าพื้นฐานเหมือนเดิม

“เจ้าคือ จ้าวจิ้น จากหมู่บ้านหลี่จวงใช่ไหม?” เฉินซานซือเดินเข้าไปหา แล้วเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ใช่! ท่านรู้จักข้าด้วยหรือ?” ชายร่างกำยำแปลกใจ

“อืม” เฉินซานซือถาม

“ฝึกวิทยายุทธเป็นยังไงบ้าง?”

“ก็พอได้ขอรับ แต่มันเหนื่อยมาก” ชายร่างกำยำหัวเราะแห้งๆ

“เหนื่อยกว่าทำไร่ทำนามากเลย”

“งั้นเจ้ากลับไปทำไร่ทำนาเถอะ”

“ซูเหวินไฉ เจ้าพาเขาไปรับค่าจ้างของวันนี้ด้วย”

“ท่าน?!”

การไล่ออกอย่างกะทันหันเเบบนี้​ ไม่เพียงแต่ชายร่างกำยำเท่านั้น ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ตกตะลึงทั้งหมด

“เอาล่ะ ข้ามีเรื่องจะบอกพวกเจ้า” เฉินซานซือรู้ดีว่าเขาไม่สามารถตามใจคนของเขาต่อไปได้อีก

เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดด้วยเสียงอันดังสนั่น​

“ข้ารู้ว่าพวกเจ้ามาสมัครเป็นทหาร เพราะข้าที่เป็นคนบ้านนอกเหมือนกัน จึงคิดว่าข้าจะดูแลพวกเจ้า”

“ใช่ ข้าจะดูแลพวกเจ้า…”

“อย่า​งไรก็ตาม…ที่นี่ ข้าไม่สามารถ​รับประกันอะไรได้ทั้งนั้น”

“แต่สิ่ง​ที่​ข้าทำได้…ข้า เฉินซานซือ ขอสาบานไว้เลยว่าจะไม่โกงข้าวหรือเงินของพวกเจ้าแม้แต่เม็ดเดียว นอกจากนี้​ ถ้าใครมีพรสวรรค์ ข้าก็จะถ่ายทอดวิทยายุทธให้อย่างเต็มที่!”

“แต่!”

“ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะเข้าใจ ที่นี่คือกองทัพไม่ใช่คณะงิ้ว อีกไม่นาน พวกเจ้าบางคนจะต้องตาย! ต้องตายจริงๆ!”

“ถ้าตอนนี้ไม่ฝึกให้ดี ต่อไปเมื่อต้องออกไปรบ พวกเจ้าไม่เพียงแต่จะทำร้ายตัวเอง แต่ยังทำร้ายพี่น้องคนอื่นๆด้วย!”

“ดังนั้น ข้าจะขอพูดให้ชัดเจนไว้ก่อน”

“นับจากวันนี้เป็นต้นไป ใครก็ตามที่ยังขี้เกียจ หลบเลี่ยง ไม่ยอมฝึกให้เต็มที่…ก็ไปรับค่าจ้างแล้วกลับบ้านไปทำนาเหมือนจ้าวจิ้นซะ”

“ลูกน้องในกองกำลัง​ของข้า ไม่อนุญาตให้มีคนแบบนี้!”

“พวกเจ้าเข้าใจไหม?”

หลังจากเฉิน​ซาน​ซือ​พูดจบ ทั้งลานฝึกก็เงียบกริบทันที​

คนที่ขี้เกียจก่อนหน้านี้ต่างก็มีสีหน้าลำบากใจ

“พวกข้าเข้าใจแล้วขอรับ!”

ครู่หนึ่ง พวกเขาก็ตอบพร้อมกัน

สำหรับเด็กหนุ่มตรงหน้า ทุกคนต่างก็ชื่นชมเขา เพียงแต่ทุกคนยังไม่ชินกับการฝึกวิทยายุทธ

การสมัครเป็นทหาร พวกเขาก็ปรึกษาหารือกันในหมู่บ้านแล้วค่อยมา…ดังนั้น​ ถ้าใครถูกไล่ออก ก็คงอับอายขายขี้หน้ากันเป็นแน่

เฉินซานซือถอนหายใจเล็กน้อย​

เขารู้ดีว่าต้องเขาหาคนมาเชือดเป็นตัวอย่าง

ไม่เช่นนั้น ก็จะมีคนเอาแต่ใจในความเป็นกันเองของเขา แล้วทำลายกฎระเบียบ

อย่างจ้าวจิ้นเมื่อกี้ ตั้งแต่วันแรกที่เข้ากรมก็ไม่ตั้งใจฝึก…เเถมยังชอบชักชวนคนอื่นแอบออกจากค่ายกลับบ้านไปพักผ่อน

เเล้วคนแบบนี้ เขาจะเก็บไว้ทำไม?

“เอาล่ะ…ไปฝึกต่อ!”

เฉินซานซือออกคำสั่งอีกครั้ง

ณ เวลานี้…เหล่าทหารกลับไปฝึกท่าพื้นฐานตั้งใจ​

พวกเขา​กัดฟันอดทนต่อการฝึก ไม่มีใครกล้าขี้เกียจอีก

เเละทันใดนั้นเอง

คุณชายร่ำรวยคนเมื่อวานก็เดินมาทางเฉิน​ซาน​ซือ​อย่างรวดเร็ว​

ช่างมาตรงเวลาจริงๆ

...

อีก​ด้าน​หนึ่ง​

ณ สำนักฝึกยุทธเทียนหยวน

กลางลานบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้ ได้มีศพไหม้เกรียมวางเรียงรายอยู่หลายศพ

ศพทุกศพล้วนดำเกรียมเเละแข็งทื่อ เหมือนกิ่งไม้แห้ง…แทบดูไม่ออกว่าเป็นคน

“ไหน…จ่านเอ๋อร์อยู่​ใหน!” เหลียงเซิงจือตาแดงก่ำ เเละใกล้จะสติแตกเต็มที

“ใคร! ใครมันถึงกล้าทำแบบนี้!”

เขานั้นมีลูกสี่คน แต่มีลูกชายแค่คนเดียวเท่านั้น!

เเต่ลูกชายที่เขาคาดหวัง​ไว้ กลับมาตายแบบนี้อีก

เเละเจ้าสำนักอีกสองคนก็อยู่ที่นี่ด้วย

“ดูเหมือนเรื่องของพวกเราจะถูกเปิดโปงแล้ว” พานฉวนพูดอย่างหวาดหวั่น

“แต่แปลกมาก ที่ไม่มีใครมาหาพวกเรา?”

ไม่ว่าใครจะเป็นคนพบเรื่องที่เกิดขึ้นบนเขา…มันก็ไม่ควรจะเงียบแบบนี้

เเถมช่วงนี้มีคนกำลังสืบหาเรื่องบนเขาอยู่ไม่น้อยด้วย

“ลูกชายข้า!!!” เหลียงเซิงจือโศกเศร้าจนเเทบใจสลาย​

เขามองดูศพอย่างละเอียด พยายามหาว่าศพไหนคือลูกชายของเขา จนไม่มีกะจิตกะใจจะฟังที่พานฉวนพูดเลย

พานฉวนมองไปทางด้านข้าง เเล้วพูดว่า

“ท่านลุงจ้าว ท่านคิดว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือใคร?”

“ถ้าข้าจำไม่ผิด บุตรชายของท่านเหลียงและบ่าวแก่คนนั้น ล้วนเป็นระดับหลอมกระดูกใช่ไหม?” เจ้าสำนักแซ่จ้าวที่เงียบมาตลอดเอ่ยขึ้น

“แถมยังมีศิษย์เอกอีกเจ็ดแปดคนคอยคุ้มกันหุบเขายา แต่กลับไม่มีใครรอดกลับมาได้เลยแม้แต่คนเดียว”

“แสดงว่าคนร้ายมีฝีมือร้ายกาจมาก ต้องเป็​นคนที่สามารถ​จัดการผู้ฝึกยุทธระดับหลอมกระดูกได้เหมือนฆ่าเป็ดฆ่าไก่”

“ลองมองไปทั่วเมืองผอหยาง พวกเจ้าคิดว่าใครที่จะสามารถ​ทำได้ถึงขนาดนี้บ้าง?”

“เซียงถิงชุน!” พานฉวนตาโต

“เขาต้องสงสัยอะไรบางอย่าง แล้วเข้าไปในหุบเขายาเพื่อสืบหาความลับ…เเถมอาจจะกำลัง​วางแผน​หวังฮุบสมบัติเซียนไว้คนเดียว!”

“ใช่ ต้องเป็นแบบนั้นเเน่” เจ้าสำนักแซ่จ้าวยืนยัน

“ไม่เช่นนั้น ถ้าเรื่องถูกเปิดโปง ทำไมถึงไม่มีใครมาสอบสวนพวกเรา?”

“แต่ถ้าเป็นเซียงถิงชุนนั่นก็สมเหตุสมผล…สมบัติเซียนอยู่ในมือเขา เขาจะยอมให้เรื่องแดงขึ้นมาได้ยังไง?”

“เซียงถิงชุน…ไอ้คนสารเลว!” พานฉวนสบถด่า

“มันฆ่าตระกูลซ่งแล้วยังไม่พอ ยังถือวิสาสะที่ตัวเองมีจุดอ่อนของพวกเราอยู่ในมือ…พยายาม​ค่อยๆกัดกินเเละหวังจะกำจัดพวกเราให้สิ้นซาก!”

“เซียงถิงชุน!” เหลียงเซิงจือคำรามลั่น

“ข้าไม่มีวันยอมร่วมโลกกับเจ้า!”

“เเละต่อให้ตายเป็นผี ข้าก็จะลากเจ้าลงนรกไปด้วย!!!”

………………….

จบบทที่ บทที่ 69 : ฆ่าคนวางเพลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว