เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 67 : หุบเขายา

บทที่ 67 : หุบเขายา

บทที่ 67 : หุบเขายา


บทที่ 67 : หุบเขายา

เฉินซานซือกำลังมุ่งหน้าไปยังเทือกเขาอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ใบหน้าของเขาถูกปิดบัง​ ด้านหลังแบกหอกยาวและคันธนูเอาไว้

ท่ามกลางความมืดมิดที่ไร้ซึ่งแสงจันทร์ เขาซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาอันลึกลับ​ โดยรอบเงียบสงัด มีเพียงเสียงกรอบแกรบของสัตว์หากินยามราตรี

ดึกดื่น​เช่นนี้​ มีเพียงแสงไฟสีส้มจางๆ ที่ส่องสว่างมาจากทางหุบเขายาเท่านั้น

เเละตรงทางเข้าหุบเขา​ มีศิษย์สำนักฝึกยุทธจำนวนไม่น้อยกำลังเฝ้าอยู่

"ข้างในต้องมีอะไรแน่ๆ!" เฉินซานซือพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะมุดเข้าไปในป่ารกทึบข้างๆ

ด้วยทักษะ [ตามรอยและะซ่อนตัว]

แม้ในสภาพแวดล้อมที่มืดมิดมองไม่เห็นอะไร, เขาก็ยังสามารถรับรู้ทุกความเคลื่อนไหวรอบตัวได้อย่างง่ายดาย และในไม่ช้าก็พบเส้นทางเล็กๆ ที่ขรุขระ ซึ่งสามารถใช้เข้าใกล้หุบเขายาได้โดยไม่ถูกพบเห็น

หลังจากนั้น เมื่อมาถึงต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านข้างบนของหุบเขายา เฉินซานซือก็เริ่มเฝ้าสังเกตโครงสร้างภายในหุบเขายาอย่างเงียบๆ

ข้างในเป็นสวนสมุนไพรจริงๆ ไม่ใช่แค่การปลอมแปลง…บริเวณโดยรอบนั้นปลูกสมุนไพรเอาไว้มากมาย

"เดี๋ยวค่อยเก็บกลับไป" เฉินซานซือพึมพำอย่างยินดี

"รู้งี้เอาถุงผ้ามาด้วยก็ดี!"

สมุนไพรเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกตาลุกวาว

ถึงแม้ช่วงนี้จะเสียเงินให้เซียงถิงชุนไปไม่น้อย…แต่สำนักฝึกยุทธก็ยังร่ำรวยเหมือนเดิม

"เอาล่ะ…ตอนนี้ต้องทำเรื่องสำคัญก่อน"

เฉินซานซือเริ่มนับจำนวนคนอย่างละเอียด

มีศิษย์ประมาณเจ็ดถึงแปดคนที่กำลังเฝ้าอยู่ตามทางเข้าต่างๆของหุบเขายา

โชคดีที่พวกมันกระจายกันอยู่ เขาจึงสามารถจัดการได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

เฉินซานซือลูบไปที่เอว แล้วหยิบลูกธนูเข็มดอกเหมยออกมาจากลูกธนูหลากหลายชนิดที่เหน็บเอาไว้

ลูกธนูชนิดนี้ เป็นลูกธนูเเบบหัวลูกศรแบน ปลายแหลมยาว มีพลังทะลุทะลวงสูงเเต่เสียงเบา เหมาะสำหรับการลอบสังหารอย่างเงียบเชียบ

“ทำงานหนักดึกดื่นป่านนี้คงเหนื่อยน่าดู พักผ่อนกันบ้างเถอะน้องๆ” เฉินซานซือพึมพำเบาๆ

“ฉึก—”

“ฉึก—”

ไม่ถึงครึ่งนาที ศิษย์สำนักฝึกยุทธทั้งแปดคนก็หลับไปตลอดกาล โดยไม่แม้แต่จะทันได้ส่งเสียงร้องใดๆ

จากนั้น เฉินซานซือจึงสามารถเข้าไปในหุบเขายาได้อย่างราบรื่น

เขาเดินลึกเข้าไปในหุบเขา จนพบต้นตอของแสงไฟ

ในกลางป่าลึกแห่งนี้ กลับมีบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่

เเถมดูจากรายละเอียดภายนอกแล้ว มันน่าจะเพิ่งสร้างเสร็จได้ไม่นาน

“อ้ากกกกก...”

เฉินซานซือยังไม่ทันได้เข้าใกล้ เขาก็ได้ยินเสียงครวญครางอย่างอ่อนแรงดังมาจากข้างใน

……

ภายในบ้านนั้น

ในห้องโถงที่ควรจะมีเฟอร์นิเจอร์ กลับว่างเปล่า มีเพียงเชิงเทียนเล่มเดียวที่ส่องแสงริบหรี่

ที่มุมห้อง มีหมอยาผมขาวคนหนึ่งกำลังบดยาอยู่ โดยคอยเติมส่วนผสมลงไปเป็นระยะ จนเกิดเป็นเสียงเสียดสีอย่างเป็นจังหวะ

ข้างๆเท้าของเขานอกจากสมุนไพรแล้ว ยังมีมัดต้นหลิงเหอสดๆกองอยู่ด้วย

และคนสำคัญอย่างเหลียงจ่านก็กำลังฝึกฝนอย่างขะมักเขม้นอยู่ข้างๆ โดยถือดาบยาวเอาไว้ในมือ

เงาดาบวูบไหว ตระการตา

“ฮู่ววว...”

เขาหยุดฝึกก็ต่อเมื่อเหงื่อท่วมตัวและเหนื่อยล้า

ในขณะเดียวกัน บ่าวแก่ก็ลากชายคนหนึ่งที่ถูกมัดไว้แน่นหนาออกมาจากห้องข้างๆ

ชายที่ถูกมัดนั้นสวมใส่เสื้อผ้าป่านหยาบๆ มีใบหน้าซีดเผือด เส้นเลือดที่คอเป็นสีดำอมม่วง เหมือนไส้เดือนที่กำลังไต่ยั้วเยี้ย

ร่างกายของเขาชักกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ ปากส่งเสียงครางอย่างเจ็บปวด และอาเจียนเป็นเลือดสีดำออกมาตลอดเวลา

“พวกมันกำลังทำอะไรกัน?” เฉินซานซือคิดในใจ ขณะแอบอยู่บนหลังคา

เขาแอบเข้ามาอย่างยากลำบาก หลังจากเปิดกระเบื้องหลังคาออก เขาก็ได้เห็นภาพตรงหน้าอย่างชัดเจน

ดูเหมือนว่าชายคนนั้นจะโดนพิษ

สำนักฝึกยุทธจับคนมาวางยาทำไม หรือว่าเอามาทดลองยา?

สายตาของเขากวาดมองไปทั่วห้อง ทันใดนั้นก็มองเห็นบางอย่าง

สิ่งที่วางอยู่ข้างๆครกบดยานั่นมัน...หลิงเหอ?!

ดวงตาของเฉินซานซือเบิกกว้างทันที

ข้างนอกค่ายทหารก็มีไร่นาอยู่มากมาย ดังนั้นเขาไม่มีทางจำสิ่งนี้ไม่ได้

ในปีที่ 21 แห่งรัชศักราชหลงชิง ฮ่องเต้ผู้เฒ่าทรงอ้างว่าฝันเห็นเซียนมอบสมบัติให้

หลังจากตื่นขึ้นมา พระองค์ก็มีรับสั่งให้ใช้พื้นที่เพาะปลูกหนึ่งในสิบของทั้งประเทศเพื่อปลูกพืชชนิดนี้

แต่วัตถุนี้แม้จะมีชื่อว่าเซียนเช่า แต่ความจริงแล้วมันคือพืชมีพิษ

หากใครกินเข้าไป จะตายทันที

เเละอาการก็เหมือนกับชายคนนั้น เส้นเลือดเปลี่ยนเป็นสีดำ มีเลือดออกทั้งเจ็ดรูทวาร

สำนักฝึกยุทธจับคนมาให้กินหลิงเหอ?

เพื่ออะไร?

เฉินซานซือกลั้นหายใจ แล้วแอบดูต่อไป

อีกไม่กี่นาทีต่อมา ชายคนนั้นก็เริ่มมีเลือดไหลออกจากทั้งเจ็ดรูทวาร และสิ้นใจไปในที่สุด

บ่าวแก่ของตระกูลเหลียงที่รออยู่ก่อนแล้ว เขาหยิบมีดสั้นออกมา แล้วทำการผ่าท้องศพ

มือที่เหี่ยวย่นเหมือนกิ่งไม้แห้งของเขาล้วงเข้าไปในกองเลือดและเนื้อ หยิบยาเม็ดสีดำสนิทออกมา แล้วส่งให้หมอยาที่กำลังบดยาอยู่ที่มุมห้อง

“กำจัดพิษเรียบร้อยแล้ว คุณชายเชิญทานได้เลย”

หลังจากตรวจสอบแล้ว หมอยาก็ยื่นยาเม็ดให้เหลียงจ่านด้วยมือทั้งสองข้าง

เหลียงจ่านรับยาเม็ดที่เปื้อนเลือดและยังอุ่นอยู่ กลืนลงไปโดยไม่ลังเล

“ซี้ด!”

ทันทีที่กลืนยาลงไป เหลียงจ่านก็สูดหายใจเข้าลึก ใบหน้าแสดงความเจ็บปวด รีบเปลี่ยนเป็นท่ายืนให้มั่นคงและฝึกวิธีการหายใจ

กว่าจะระงับความผิดปกติภายในร่างกายได้ ก็เล่นเอาเขาเหนื่อยเล็กน้อย

“ยอดเยี่ยม​มาก!”

เหลียงจ่านรู้สึกถึงสรรพคุณอันทรงพลังของยา พลางกล่าวชื่นชม

“พานฉวนนี่มันอัจฉริยะจริงๆ! เขาคิดได้ยังไงนะ ที่จะใช้คนเป็นๆมากรองพิษเนี่ย?”

“แค่สิบคน ก็สามารถขจัดพิษได้มากกว่าเก้าส่วนแล้ว”

“เเถมยาเม็ดเดียวนี้มีสรรพคุณเทียบเท่าสมุนไพรราคาเป็นร้อยตำลึงเลย!”

“นี่ขนาดยังเป็นวิธีบ้านๆนะ”

“เพราะถ้าอยากให้หลิงเหอแสดงผลได้อย่างแท้จริง ต้องใช้สมบัติเซียน”

“น่าเสียดายที่เซียงถิงชุนมันเขี้ยวเกินไป จนถึงตอนนี้ พวกเรายังไม่รู้เลยว่าสมบัติเซียนคืออะไร!”

“ใช่ขอรับ” บ่าวแก่ถอนหายใจ

“ช่วงนี้เมืองผอหยางก็วุ่นวายเหลือเกิน แม้แต่ลูกแท้ๆของผู้บัญชาการซุนก็มา ดูเหมือนจะกำลังสืบเรื่องนี้อยู่ สำนักฝึกยุทธต่างๆจึงไม่กล้าจับคนเป็นๆอีก คนที่พึ่งโดนไปเมื่อกี้ เป็นคนสุดท้ายที่พวกเรามีแล้ว ต่อไปคงไม่มีแล้วขอรับ”

“พรสวรรค์ของข้ามันแย่จริงๆ” เหลียงจ่านบ่น

“ถึงจะมีหลิงเหอ ตอนนี้ข้าก็ฝึกขั้นหลอมกระดูกได้แค่ระดับเชี่ยวชาญ ยังห่างไกลจากระดับความสำเร็จเล็กน้อยอีกเยอะ”

“อิจฉาเจ้าเด็กนั่นจริงๆ ฝึกวิทยายุทธแค่สองเดือนก็ถึงระดับหลอมเลือดขั้นสูงสุดแล้ว”

“ว่าแต่ แค่เพราะลูกศิษย์ของซ่งวูไปหาเรื่องมัน ซ่งวูและตระกูลซ่งก็ต้องมาลงเอยแบบนี้...”

“ตอนนั้นฉินเฟิงตั้งใจจะเอาชีวิตมันเลยนะ ต่อไปมันจะปล่อยข้าไปหรือ?”

ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งกลัว

“เราต้องไปเร่งนายอำเภอจี้หน่อยแล้ว ต้องกำจัดมันก่อนที่มันจะถึงระดับหลอมกระดูก อย่างน้อยก็ต้องไล่มันออกจากอำเภอผอหยางให้ได้”

“เปรี้ยง!”

ทันทีที่เขาพูดจบ มันก็มีเสียงกระดูกแตกดังขึ้นข้างๆหู

สายฟ้าสีดำพุ่งลงมา ฟาดเข้าที่หัวของบ่าวแก่ระดับหลอมกระดูก เจาะกะโหลกศีรษะจนเป็นรูอย่างสยดสยอง!

“ลุง!”

เหลียงจ่านยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็มีสายฟ้าสีดำพุ่งลงมาอีกครั้ง

เเละคราวนี้ มันพุ่งตรงมาที่เขา

“เปรี้ยง!”

กระดูกของเหลียงจ่านไม่สามารถต้านทานได้เลย เขาถูกสายฟ้าที่น่ากลัวนี้เจาะทะลุไหล่ จากนั้นทั้งร่างก็ถูกตรึงติดกับผนังด้านหลัง

หมอยาคนนั้นก็ไม่รอด เขาถูกสายฟ้าสีดำฟาดเข้าที่ต้นขา ล้มลงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แค่สองถึงสามวินาที

จนกระทั่งตอนนี้ เหลียงจ่านจึงได้สติ

ในบ้านแบบนี้ ไหนเลยจะมีสายฟ้าสีดำ

สิ่งที่ปักอยู่บนตัวเขานั้น มันคือลูกธนูเจาะเกราะต่างหาก!

เเต่ธนูอะไรกัน ถึงได้มีพลังน่ากลัวขนาดนี้?!

เขาเป็นถึงผู้ฝึกยุทธระดับหลอมกระดูกเชียวนะ!

“โครม!”

มีเสียงดังสนั่นมาจากด้านบนอีกครั้ง เศษกระเบื้องหลังคาแตกกระจายร่วงลงมาจนหลังคาเป็นรูโหว่

เเละร่างหนึ่งก็ร่วงลงมาจากท้องฟ้า มือถือคันธนู ข้างหลังแบกหอกยาว

“หึๆ…เจ้าคิดจะจัดการข้าจริงๆสินะ!”

เฉินซานซือลอยลงมาพร้อมตวาดเสียงเย็น

………………………..

จบบทที่ บทที่ 67 : หุบเขายา

คัดลอกลิงก์แล้ว