- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 66 : เส้นเอ็นเก้ามังกร
บทที่ 66 : เส้นเอ็นเก้ามังกร
บทที่ 66 : เส้นเอ็นเก้ามังกร
บทที่ 66 : เส้นเอ็นเก้ามังกร
ระดับหลอมกระดูก
ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นสูงสุด จะแบ่งเป็น หลอมเส้นเอ็น หลอมกระดูก หลอมผิวหนัง และหลอมไขกระดูก
เเละทุกครั้งที่ทะลุระดับ ความแข็งแกร่งของกระดูกจะเพิ่มขึ้น
เเต่การเปลี่ยนแปลงของกระดูกนั้น เป็นกระบวนการที่ยาวนาน เเละไม่สามารถทำได้ในวันเดียว
เช่นเดียวกับการฝึกฝนระดับหลอมเลือดจนถึงขั้นสูงสุด พลังปราณและเลือดจะคงที่
เมื่อฝึกฝนระดับหลอมกระดูกจนถึงขั้นสูงสุด กระดูกก็จะคงที่เช่นกัน
การฝึกเส้นเอ็น คือขั้นตอนแรก
หลังจากดื่มซุปบำรุงกระดูก สรรพคุณของยาก็ได้แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายผ่านพลังเลือดช้างมังกร
ทำให้กระดูกและเส้นเอ็นรู้สึกคันยุบยิบ เมื่อรวมกับความเจ็บปวดจากการฝึกฝนวิธีการหายใจและท่ายืน…มันจึงกลายเป็นความทรมานที่เกินจะบรรยายได้
เฉินซานซือถอดเสื้อออก…เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรง
เขาหลับตาลงท่ามกลางสายลมเย็นๆ ของฤดูใบไม้ร่วง และเริ่มฝึกท่าหอกงูทองอมตะที่ซับซ้อนที่สุด
ท่าทางของเขาดูบิดเบี้ยว แต่จริงๆ แล้วทุกการเคลื่อนไหวล้วนหนักแน่นมั่นคง การใช้ท่าที่ยากลำบากร่วมกับท่ายืนที่ซับซ้อน และวิธีการหายใจขั้นสูง…จะช่วยฝึกฝนกระดูกและเส้นเอ็นให้ถึงขีดสุด
เฉินซานซือมีประสบการณ์มาก เขาไม่ได้ใจร้อน ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามเวลา
เเละทันใดนั้นเอง ซุนหลีที่เพิ่งกลับมาก็ได้เห็นภาพนี้พอดี
นางจึงยืนอยู่ข้างกำแพงและให้คำแนะนำเเก่เขา
"น้องชาย เจ้าต้องผ่อนคลายความเร็วในการไหลเวียนของพลังปราณและเลือดลง แล้วตั้งสมาธิกับการเชื่อมต่อระหว่างกระดูกและเส้นเอ็น…ยิ่งเส้นเอ็นแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีต่อการเสริมสร้างกระดูกมากขึ้นเท่านั้น…”
“เฮ้อ…เอาเถอะ พี่สาวจะช่วยเจ้าเอง”
เฉินซานซือกำลังจดจ่ออยู่กับการสะบัดหอกยาว เขาจึงไม่ได้ตอบคำพูดของหญิงสาว
ได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าเบาๆ ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้
จากนั้นเฉินซานซือก็รู้สึกว่ามีมือที่เย็นเฉียบแตะลงบนข้อต่อและเส้นเอ็นของเขา ช่วยนำทางการฝึกเส้นเอ็น
เขาตั้งใจทำความเข้าใจตาม
จนกระทั่งถึงจุดหนึ่ง เส้นเอ็นในร่างกายของเฉินซานซือก็มีชีวิตขึ้นมา!
เส้นเอ็นของผู้ฝึกยุทธ รวมถึงเส้นเอ็นใหญ่ เส้นเอ็นเล็ก และเยื่อหุ้มกระดูกที่หุ้มอยู่บนผิวกระดูก
ในขณะนี้…เส้นเอ็นทั่วร่างกายของเขาราวกับมีชีวิต
เส้นเอ็นใหญ่เหมือนมังกร เส้นเอ็นเล็กเหมือนงู พวกมันพันรอบข้อต่อ กล้ามเนื้อ และเยื่อหุ้มกระดูก…คอยดูดซับพลังเลือดช้างมังกรเพื่อเสริมสร้างกระดูกอย่างต่อเนื่อง
…
[วิชา: หอกงูทองอมตะ ส่วนแรก (เริ่มต้น)]
[ความคืบหน้า: 0/500]
[ผลของวิชา: พลังเลือดช้างมังกร, เส้นเอ็นเก้ามังกร]
[เส้นเอ็นเก้ามังกร: เส้นเอ็นแข็งแกร่งดุจมังกร เส้นเอ็นชั้นยอดเท่านั้นที่จะหล่อเลี้ยงกระดูกชั้นยอดได้]
…
เส้นเอ็นเก้ามังกร?
เฉินซานซือรีบควบคุมพลังปราณและเลือด ทันใดนั้น​เส้นเอ็นสีเขียวก็ปรากฏขึ้นทั่วร่างกาย
โดยเฉพาะที่แขน คอ และขมับ ที่จะเห็นได้ชัดเจนเป็นพิเศษ…มันราวกับมังกรสีเขียวที่พันรอบตัว ดูน่ากลัวอย่างยิ่ง
เส้นเอ็นเหล่านี้ไม่เพียงแต่นำมาซึ่งพลังที่แข็งแกร่ง แต่ยังเพิ่มความแข็งแกร่งของกระดูกขึ้นอย่างมากอีกด้วย
ถ้าไม่ใช่ผู้ฝึก​ยุทธด้วยกัน…สำหรับ​คนธรรมดา ​ต่อให้ใช้มีดพิเศษ​ก็คงฟันกระดูกเขาไม่เข้า
"เส้นเอ็นของเจ้านี่มัน..." ซุนหลีรู้สึก​ไม่แน่ใจ
นางจับแขนที่แข็งแรงของเฉินซานซือไว้ แล้วสัมผัสถึงการเต้นของเส้นเอ็นอย่างระมัดระวัง
"เก้ามังกรพันรอบกระดูก น้องชายเป็นกายาเก้ามังกรงั้นหรือ?”
“ถึงว่าล่ะ ถึงว่าทำไมถึงฝึกวิทยายุทธได้เร็วขนาดนี้”
"กายาเก้ามังกร?"
เฉินซานซือไม่ได้หลีกเลี่ยง​, เขารู้ว่าการรับศิษย์ ยังไงก็ต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติอยู่แล้ว
โดยเฉพาะเส้นเอ็นแบบนี้ ยิ่งปิดบังไม่ได้ใหญ่​เลย
โชคดีที่ตามกฎปัจจุบัน ยิ่งระดับสูงขึ้น แผงค่าสถานะ​ก็จะยิ่งปรับปรุงร่างกายให้ดีขึ้น
ในที่สุดก็จะกลายเป็นร่างกายพิเศษจริงๆ…โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าใครจะจับได้
เเละเฉินซาน​ซือก็ถือโอกาสนี้ ถามหาความรู้เพิ่มเติมทันที​
"ขอพี่สาวโปรดชี้แนะ กายาเก้ามังกรนี้มีความพิเศษอย่างไร?"
"มีหลายอย่างเลย" ซุนหลีอธิบาย
"ถ้าเป็น​พวกร่างกายพยัคฆ์ ร่างกายงูหลามทองคำ หรืออะไรพวกนี้จะเห็นได้ตั้งแต่เด็กๆ…แต่กายาเก้ามังกรจะค่อยๆปรากฏออกมาตามระดับการฝึกฝน”
"เช่น นักรบธรรมดา เมื่อฝึกถึงขั้นหลอมกระดูกขั้นสูงสุดจะมีผิวหนังและกระดูกที่แข็งแกร่ง สามารถป้องกันการบาดเจ็บร้ายแรงได้
"แต่นักรบที่มีร่างกายพิเศษ เมื่อฝึกถึงขั้นหลอมกระดูกขั้นสูงสุด จะมีผิวหนังและกระดูกที่แข็งแกร่งกว่า ผิวหนังจะเหมือนกระดองเต่า กระดูกจะแข็งกว่าหิน ในการต่อสู้จริง พวกเขาจะถูกฆ่าได้ยากมาก”
"กายาเก้ามังกร เมื่อฝึกถึงขั้นหลอมกระดูกขั้นสูงสุด ก็จะมีผิวหนังและกระดูกที่แข็งแกร่งเช่นกัน”
"อย่าง​ไรก็ตาม, แต่ละร่างกายจะมีความพิเศษต่างกันไป”
"กายาเก้ามังกร จุดเด่นที่สุดคือการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ละระดับจะได้รับข้อได้เปรียบบางอย่าง”
"ระดับหลอมเลือด จะได้พลังเลือดเก้ามังกร ระดับหลอมกระดูก จะได้เส้นเอ็นเก้ามังกร..."
"เลือดเก้ามังกร?" เฉินซานซือสังเกตเห็นจุดสำคัญ
"กายาเก้ามังกรสร้างเลือดเก้ามังกรได้อยู่แล้ว" ซุนหลีพูดอย่างมั่นใจ
"มิน่าล่ะ น้องชายถึงมีพลังปราณและเลือดที่แข็งแกร่งและยั่งยืนขนาดนี้"
นี่มัน…ไม่ถูกต้อง
พลังปราณและเลือดของเฉินซานซือไม่ใช่เลือดเก้ามังกร แต่เป็นเลือดช้างมังกร!
หรือว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการทะลุระดับของแผงค่าสถานะ… จะไม่ใช่ร่างกายแบบเดียวกัน?
เเต่เรื่องนี้ เขาคงไม่สามารถถามต่อได้แล้ว
"ยินดีกับน้องชายด้วย" ซุนหลียกยิ้ม​ยินดี
"การทะลุระดับหลอมกระดูกในครั้งนี้น่าทึ่ง​มาก, เเละก่อนที่เจ้าจะกลับไปเหลียงโจวกับข้า เจ้าคงจะทำให้ข้าประหลาดใจได้อีกแน่ๆ"
"ต้องขอบคุณพี่สาวซุนที่ช่วยชี้แนะ" เฉินซานซือกล่าวขอบคุณ
การฝึกฝนถึงระดับหลอมกระดูก ทำให้เขาได้เลื่อนขั้นเป็นนายร้อย สามารถบังคับบัญชาคนร​ได้อย่างถูกต้อง
และตำแหน่งนายร้อยก็มีระดับขุนนางด้วย
เป็นขุนนางระดับหก…
เมื่อดูจากยศจากตำแหน่งแล้ว ตำแหน่งนายร้อยระดับหกจะสูงกว่า​ผู้​ตรวจการ​ระดับเจ็ดเสียอีก
ตอนนี้​ เมื่อมีสถานะเป็นขุนนางในราชสำนักแล้ว…ใครจะกล้ามาทำอะไรเขาโดยไม่มีหลักฐานอีก
…
หลังจาก​นั้น​ เฉินซานซือก็รีบไปที่ค่ายทหารเพื่อรายงานเรื่องการทะลุระดับทันที
เซียงถิงชุนก็รีบจัดการให้อย่างรวดเร็ว​
เขารีบเขียนรายงานส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของราชสำนักเพื่อขอเลื่อนตำแหน่งให้เฉินซานซือเป็นนายร้อย
เเละตอนที่ออกมาจากค่าย เขาก็เจอนายอำเภอจี้พอดี
เจ้าหมอนั่นกำลังขึ้นรถม้าที่หน้าค่าย เพื่อมุ่งหน้าเข้าไปในเมือง เเละคนที่ขับรถม้าเป็นศิษย์ของสำนักฝึกยุทธเทียนหยวน
หลังจากที่นายอำเภอจี้มาถึงเมืองผอหยาง เขาก็พักอยู่ที่คฤหาสน์ที่สำนักฝึกยุทธจัดเตรียมไว้ให้…ช่วงนี้สำนักฝึกยุทธหลายแห่งคงยุยงนายอำเภอจี้ให้เล่นงานเขาไม่น้อยแน่ๆ
“หึๆ…เริ่มจากหุบเขายาก่อนเลยละกัน!”
ตอนนี้เฉินซานซือฝึกฝนจนถึงระดับหลอมกระดูกแล้ว แถมยังมีธนูหนักสิบห้าศิลา…การไปสำรวจหุบเขายาจึงไม่ใช่เรื่องยากหรืออันตราย​อีกต่อไป​
คืนนี้ เขาต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าข้างในมันมีอะไรกันแน่
เเละที่เขาไม่บอกเรื่องนี้กับใคร ก็เพราะรู้ว่าเซียงถิงชุนมีแนวโน้มที่จะปกปิดเรื่องนี้เอาไว้
ส่วนซุนหลี…
เพิ่งรู้จักกันไม่นาน ความเชื่อใจยังมีไม่มากพอ
ถ้าบอกไปตอนนี้ เเล้วในอนาคต​ถ้าอีกฝ่ายหาสมบัติเซียนในหุบเขายาไม่เจอ นางก็อาจจะหันมาสงสัยเขาได้
ไปดูด้วยตัวเองก่อนดีกว่า เเละถ้าจัดการคนเดียวไม่ไหว ค่อยหาทางอื่น
แต่มันก็ยังมีปัญหาอีกอย่าง
“ถ้าออกไปตอนกลางวัน ระหว่างทางต้องมีคนเห็นแน่ๆ…เเต่ถ้าออกไปตอนกลางคืน ซุนหลีก็นอนอยู่ที่บ้านข้า”
“คงต้องทำให้นางคิดว่าข้าไม่ได้ออกไปไหน”
เฉินซานซือคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็คิดหาวิธีออกได้
ตกดึก ในห้องนอน
“ซินหลัน คืนนี้ต้องลำบากเจ้านิดหน่อยแล้ว”
“ลำบากยังไงหรือ?”
“อีกประเดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง”
“……”
…
อีก​ด้าน​ ภายในห้องพัก
ซุนหลีนอนอยู่บนเตียงพร้อมกับกอดดาบยาวเอาไว้แน่น
นางเงี่ยหูฟังเสียงที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องนอนของเฉินซานซือตลอดทั้ง​คืน
“……”
“ยิ่งวันยิ่งเกินไปแล้วนะ”
“ถึงจะยังหนุ่มยังแน่น แต่ก็ไม่ควรจะทำอะไรตามใจตัวเองขนาดนี้”
“เเต่ข้าก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง จะให้ไปพูดเรื่องแบบนี้ได้ยังไงกัน”
“รู้งี้ไม่มานอนค้างที่นี่ดีกว่า”
เสียงดังอึกทึกครึกโครมอยู่นาน กว่าจะเงียบลงก็ปาเข้าไปเที่ยงคืน
เฉินซานซือรอต่ออีกเกือบชั่วโมง
หลังจากแน่ใจแล้วว่าซุนหลีหลับสนิท เขาจึงค่อยๆลุกขึ้น เเล้วปีนกำแพงออกจากบ้านไป
……………………