เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 66 : เส้นเอ็นเก้ามังกร

บทที่ 66 : เส้นเอ็นเก้ามังกร

บทที่ 66 : เส้นเอ็นเก้ามังกร


บทที่ 66 : เส้นเอ็นเก้ามังกร

ระดับหลอมกระดูก

ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นสูงสุด จะแบ่งเป็น หลอมเส้นเอ็น หลอมกระดูก หลอมผิวหนัง และหลอมไขกระดูก

เเละทุกครั้งที่ทะลุระดับ ความแข็งแกร่งของกระดูกจะเพิ่มขึ้น

เเต่การเปลี่ยนแปลงของกระดูกนั้น เป็นกระบวนการที่ยาวนาน เเละไม่สามารถทำได้ในวันเดียว

เช่นเดียวกับการฝึกฝนระดับหลอมเลือดจนถึงขั้นสูงสุด พลังปราณและเลือดจะคงที่

เมื่อฝึกฝนระดับหลอมกระดูกจนถึงขั้นสูงสุด กระดูกก็จะคงที่เช่นกัน

การฝึกเส้นเอ็น คือขั้นตอนแรก

หลังจากดื่มซุปบำรุงกระดูก สรรพคุณของยาก็ได้แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายผ่านพลังเลือดช้างมังกร

ทำให้กระดูกและเส้นเอ็นรู้สึกคันยุบยิบ เมื่อรวมกับความเจ็บปวดจากการฝึกฝนวิธีการหายใจและท่ายืน…มันจึงกลายเป็นความทรมานที่เกินจะบรรยายได้

เฉินซานซือถอดเสื้อออก…เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรง

เขาหลับตาลงท่ามกลางสายลมเย็นๆ ของฤดูใบไม้ร่วง และเริ่มฝึกท่าหอกงูทองอมตะที่ซับซ้อนที่สุด

ท่าทางของเขาดูบิดเบี้ยว แต่จริงๆ แล้วทุกการเคลื่อนไหวล้วนหนักแน่นมั่นคง การใช้ท่าที่ยากลำบากร่วมกับท่ายืนที่ซับซ้อน และวิธีการหายใจขั้นสูง…จะช่วยฝึกฝนกระดูกและเส้นเอ็นให้ถึงขีดสุด

เฉินซานซือมีประสบการณ์มาก เขาไม่ได้ใจร้อน ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามเวลา

เเละทันใดนั้นเอง ซุนหลีที่เพิ่งกลับมาก็ได้เห็นภาพนี้พอดี

นางจึงยืนอยู่ข้างกำแพงและให้คำแนะนำเเก่เขา

"น้องชาย เจ้าต้องผ่อนคลายความเร็วในการไหลเวียนของพลังปราณและเลือดลง แล้วตั้งสมาธิกับการเชื่อมต่อระหว่างกระดูกและเส้นเอ็น…ยิ่งเส้นเอ็นแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีต่อการเสริมสร้างกระดูกมากขึ้นเท่านั้น…”

“เฮ้อ…เอาเถอะ พี่สาวจะช่วยเจ้าเอง”

เฉินซานซือกำลังจดจ่ออยู่กับการสะบัดหอกยาว เขาจึงไม่ได้ตอบคำพูดของหญิงสาว

ได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าเบาๆ ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้

จากนั้นเฉินซานซือก็รู้สึกว่ามีมือที่เย็นเฉียบแตะลงบนข้อต่อและเส้นเอ็นของเขา ช่วยนำทางการฝึกเส้นเอ็น

เขาตั้งใจทำความเข้าใจตาม

จนกระทั่งถึงจุดหนึ่ง เส้นเอ็นในร่างกายของเฉินซานซือก็มีชีวิตขึ้นมา!

เส้นเอ็นของผู้ฝึกยุทธ รวมถึงเส้นเอ็นใหญ่ เส้นเอ็นเล็ก และเยื่อหุ้มกระดูกที่หุ้มอยู่บนผิวกระดูก

ในขณะนี้…เส้นเอ็นทั่วร่างกายของเขาราวกับมีชีวิต

เส้นเอ็นใหญ่เหมือนมังกร เส้นเอ็นเล็กเหมือนงู พวกมันพันรอบข้อต่อ กล้ามเนื้อ และเยื่อหุ้มกระดูก…คอยดูดซับพลังเลือดช้างมังกรเพื่อเสริมสร้างกระดูกอย่างต่อเนื่อง

[วิชา: หอกงูทองอมตะ ส่วนแรก (เริ่มต้น)]

[ความคืบหน้า: 0/500]

[ผลของวิชา: พลังเลือดช้างมังกร, เส้นเอ็นเก้ามังกร]

[เส้นเอ็นเก้ามังกร: เส้นเอ็นแข็งแกร่งดุจมังกร เส้นเอ็นชั้นยอดเท่านั้นที่จะหล่อเลี้ยงกระดูกชั้นยอดได้]

เส้นเอ็นเก้ามังกร?

เฉินซานซือรีบควบคุมพลังปราณและเลือด ทันใดนั้น​เส้นเอ็นสีเขียวก็ปรากฏขึ้นทั่วร่างกาย

โดยเฉพาะที่แขน คอ และขมับ ที่จะเห็นได้ชัดเจนเป็นพิเศษ…มันราวกับมังกรสีเขียวที่พันรอบตัว ดูน่ากลัวอย่างยิ่ง

เส้นเอ็นเหล่านี้ไม่เพียงแต่นำมาซึ่งพลังที่แข็งแกร่ง แต่ยังเพิ่มความแข็งแกร่งของกระดูกขึ้นอย่างมากอีกด้วย

ถ้าไม่ใช่ผู้ฝึก​ยุทธด้วยกัน…สำหรับ​คนธรรมดา ​ต่อให้ใช้มีดพิเศษ​ก็คงฟันกระดูกเขาไม่เข้า

"เส้นเอ็นของเจ้านี่มัน..." ซุนหลีรู้สึก​ไม่แน่ใจ

นางจับแขนที่แข็งแรงของเฉินซานซือไว้ แล้วสัมผัสถึงการเต้นของเส้นเอ็นอย่างระมัดระวัง

"เก้ามังกรพันรอบกระดูก น้องชายเป็นกายาเก้ามังกรงั้นหรือ?”

“ถึงว่าล่ะ ถึงว่าทำไมถึงฝึกวิทยายุทธได้เร็วขนาดนี้”

"กายาเก้ามังกร?"

เฉินซานซือไม่ได้หลีกเลี่ยง​, เขารู้ว่าการรับศิษย์ ยังไงก็ต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติอยู่แล้ว

โดยเฉพาะเส้นเอ็นแบบนี้ ยิ่งปิดบังไม่ได้ใหญ่​เลย

โชคดีที่ตามกฎปัจจุบัน ยิ่งระดับสูงขึ้น แผงค่าสถานะ​ก็จะยิ่งปรับปรุงร่างกายให้ดีขึ้น

ในที่สุดก็จะกลายเป็นร่างกายพิเศษจริงๆ…โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าใครจะจับได้

เเละเฉินซาน​ซือก็ถือโอกาสนี้ ถามหาความรู้เพิ่มเติมทันที​

"ขอพี่สาวโปรดชี้แนะ กายาเก้ามังกรนี้มีความพิเศษอย่างไร?"

"มีหลายอย่างเลย" ซุนหลีอธิบาย

"ถ้าเป็น​พวกร่างกายพยัคฆ์ ร่างกายงูหลามทองคำ หรืออะไรพวกนี้จะเห็นได้ตั้งแต่เด็กๆ…แต่กายาเก้ามังกรจะค่อยๆปรากฏออกมาตามระดับการฝึกฝน”

"เช่น นักรบธรรมดา เมื่อฝึกถึงขั้นหลอมกระดูกขั้นสูงสุดจะมีผิวหนังและกระดูกที่แข็งแกร่ง สามารถป้องกันการบาดเจ็บร้ายแรงได้

"แต่นักรบที่มีร่างกายพิเศษ เมื่อฝึกถึงขั้นหลอมกระดูกขั้นสูงสุด จะมีผิวหนังและกระดูกที่แข็งแกร่งกว่า ผิวหนังจะเหมือนกระดองเต่า กระดูกจะแข็งกว่าหิน ในการต่อสู้จริง พวกเขาจะถูกฆ่าได้ยากมาก”

"กายาเก้ามังกร เมื่อฝึกถึงขั้นหลอมกระดูกขั้นสูงสุด ก็จะมีผิวหนังและกระดูกที่แข็งแกร่งเช่นกัน”

"อย่าง​ไรก็ตาม, แต่ละร่างกายจะมีความพิเศษต่างกันไป”

"กายาเก้ามังกร จุดเด่นที่สุดคือการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ละระดับจะได้รับข้อได้เปรียบบางอย่าง”

"ระดับหลอมเลือด จะได้พลังเลือดเก้ามังกร ระดับหลอมกระดูก จะได้เส้นเอ็นเก้ามังกร..."

"เลือดเก้ามังกร?" เฉินซานซือสังเกตเห็นจุดสำคัญ

"กายาเก้ามังกรสร้างเลือดเก้ามังกรได้อยู่แล้ว" ซุนหลีพูดอย่างมั่นใจ

"มิน่าล่ะ น้องชายถึงมีพลังปราณและเลือดที่แข็งแกร่งและยั่งยืนขนาดนี้"

นี่มัน…ไม่ถูกต้อง

พลังปราณและเลือดของเฉินซานซือไม่ใช่เลือดเก้ามังกร แต่เป็นเลือดช้างมังกร!

หรือว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการทะลุระดับของแผงค่าสถานะ… จะไม่ใช่ร่างกายแบบเดียวกัน?

เเต่เรื่องนี้ เขาคงไม่สามารถถามต่อได้แล้ว

"ยินดีกับน้องชายด้วย" ซุนหลียกยิ้ม​ยินดี

"การทะลุระดับหลอมกระดูกในครั้งนี้น่าทึ่ง​มาก, เเละก่อนที่เจ้าจะกลับไปเหลียงโจวกับข้า เจ้าคงจะทำให้ข้าประหลาดใจได้อีกแน่ๆ"

"ต้องขอบคุณพี่สาวซุนที่ช่วยชี้แนะ" เฉินซานซือกล่าวขอบคุณ

การฝึกฝนถึงระดับหลอมกระดูก ทำให้เขาได้เลื่อนขั้นเป็นนายร้อย สามารถบังคับบัญชาคนร​ได้อย่างถูกต้อง

และตำแหน่งนายร้อยก็มีระดับขุนนางด้วย

เป็นขุนนางระดับหก…

เมื่อดูจากยศจากตำแหน่งแล้ว ตำแหน่งนายร้อยระดับหกจะสูงกว่า​ผู้​ตรวจการ​ระดับเจ็ดเสียอีก

ตอนนี้​ เมื่อมีสถานะเป็นขุนนางในราชสำนักแล้ว…ใครจะกล้ามาทำอะไรเขาโดยไม่มีหลักฐานอีก

หลังจาก​นั้น​ เฉินซานซือก็รีบไปที่ค่ายทหารเพื่อรายงานเรื่องการทะลุระดับทันที

เซียงถิงชุนก็รีบจัดการให้อย่างรวดเร็ว​

เขารีบเขียนรายงานส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของราชสำนักเพื่อขอเลื่อนตำแหน่งให้เฉินซานซือเป็นนายร้อย

เเละตอนที่ออกมาจากค่าย เขาก็เจอนายอำเภอจี้พอดี

เจ้าหมอนั่นกำลังขึ้นรถม้าที่หน้าค่าย เพื่อมุ่งหน้าเข้าไปในเมือง เเละคนที่ขับรถม้าเป็นศิษย์ของสำนักฝึกยุทธเทียนหยวน

หลังจากที่นายอำเภอจี้มาถึงเมืองผอหยาง เขาก็พักอยู่ที่คฤหาสน์ที่สำนักฝึกยุทธจัดเตรียมไว้ให้…ช่วงนี้สำนักฝึกยุทธหลายแห่งคงยุยงนายอำเภอจี้ให้เล่นงานเขาไม่น้อยแน่ๆ

“หึๆ…เริ่มจากหุบเขายาก่อนเลยละกัน!”

ตอนนี้เฉินซานซือฝึกฝนจนถึงระดับหลอมกระดูกแล้ว แถมยังมีธนูหนักสิบห้าศิลา…การไปสำรวจหุบเขายาจึงไม่ใช่เรื่องยากหรืออันตราย​อีกต่อไป​

คืนนี้ เขาต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าข้างในมันมีอะไรกันแน่

เเละที่เขาไม่บอกเรื่องนี้กับใคร ก็เพราะรู้ว่าเซียงถิงชุนมีแนวโน้มที่จะปกปิดเรื่องนี้เอาไว้

ส่วนซุนหลี…

เพิ่งรู้จักกันไม่นาน ความเชื่อใจยังมีไม่มากพอ

ถ้าบอกไปตอนนี้ เเล้วในอนาคต​ถ้าอีกฝ่ายหาสมบัติเซียนในหุบเขายาไม่เจอ นางก็อาจจะหันมาสงสัยเขาได้

ไปดูด้วยตัวเองก่อนดีกว่า เเละถ้าจัดการคนเดียวไม่ไหว ค่อยหาทางอื่น

แต่มันก็ยังมีปัญหาอีกอย่าง

“ถ้าออกไปตอนกลางวัน ระหว่างทางต้องมีคนเห็นแน่ๆ…เเต่ถ้าออกไปตอนกลางคืน ซุนหลีก็นอนอยู่ที่บ้านข้า”

“คงต้องทำให้นางคิดว่าข้าไม่ได้ออกไปไหน”

เฉินซานซือคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็คิดหาวิธีออกได้

ตกดึก ในห้องนอน

“ซินหลัน คืนนี้ต้องลำบากเจ้านิดหน่อยแล้ว”

“ลำบากยังไงหรือ?”

“อีกประเดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง”

“……”

อีก​ด้าน​ ภายในห้องพัก

ซุนหลีนอนอยู่บนเตียงพร้อมกับกอดดาบยาวเอาไว้แน่น

นางเงี่ยหูฟังเสียงที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องนอนของเฉินซานซือตลอดทั้ง​คืน

“……”

“ยิ่งวันยิ่งเกินไปแล้วนะ”

“ถึงจะยังหนุ่มยังแน่น แต่ก็ไม่ควรจะทำอะไรตามใจตัวเองขนาดนี้”

“เเต่ข้าก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง จะให้ไปพูดเรื่องแบบนี้ได้ยังไงกัน”

“รู้งี้ไม่มานอนค้างที่นี่ดีกว่า”

เสียงดังอึกทึกครึกโครมอยู่นาน กว่าจะเงียบลงก็ปาเข้าไปเที่ยงคืน

เฉินซานซือรอต่ออีกเกือบชั่วโมง

หลังจากแน่ใจแล้วว่าซุนหลีหลับสนิท เขาจึงค่อยๆลุกขึ้น เเล้วปีนกำแพงออกจากบ้านไป

……………………

จบบทที่ บทที่ 66 : เส้นเอ็นเก้ามังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว