เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่​ 64 : เเกนหลักของกองทัพ!

บทที่​ 64 : เเกนหลักของกองทัพ!

บทที่​ 64 : เเกนหลักของกองทัพ!


บทที่​ 64 : เเกนหลักของกองทัพ!

ตลอดทาง ซุนหลีคอยสอบถามเกี่ยวกับภูมิหลังของเฉินซานซืออย่างละเอียด​

เเละเฉินซานซือก็ตอบทุกคำถามอย่างไม่ปิดบัง​

"เจ้าลำบากมามากนะ" ซุนหลีพูดด้วยน้ำเสียง​เห็น​อกเห็น​ใจ

"ในอนาคต หากเจ้าประสบความสำเร็จ ขออย่าลืมความตั้งใจเดิมของตัวเอง"

"ข้าไม่เคยลืมขอรับ" เฉินซานซือพูดด้วยความจริงใจ

"ถึงแล้ว…ขอรับ"

เฉินซานซือเคาะประตูบ้าน

ทันใดนั้น​ หญิงสาวรูปร่างงดงามราวกับดอกบัวปรากฏตัวขึ้น

เเละแน่นอนว่าต้องเป็นกู้ซินหลัน

"พี่ซานซือ?" กู้ซินหลันมองไปที่หญิงสาวข้างๆ

"นี่แขกสินะ เชิญเข้ามาข้างในก่อนเจ้าค่ะ"

กู้ซินหลันรีบเข้าไปเตรียมน้ำชา แล้วขอให้เพื่อนบ้านไปซื้อขนมที่ในเมือง

ตั้งแต่ต้นจนจบ นางไม่ได้ถามสักคำว่าหญิงสาวคนนี้เป็นใคร

"นายกองเฉินมีภรรยาที่ทั้งสวยทั้งเก่งจริงๆ" ซุนหลีจิบชาเขียวพลางเปลี่ยนเรื่อง

"ก่อนมาที่นี่ ข้าได้ยินมาว่าเมืองผอหยางค่อนข้างวุ่นวาย มีทั้งเรื่องลัทธิเทพวิญญาณอาละวาด แถมยังมีคนหายตัวไปอีก…เจ้าพอจะรู้เรื่องเหล่านี้บ้างไหม?"

ลัทธิเทพวิญญาณ?

เฉินซานซือเข้าใจแล้ว ดูเหมือนว่าที่ท่านผู้บัญชาการส่งบุตรสาวของตัวเองมา ก็น่าจะเกี่ยวข้องกับสมบัติเซียน

"เรียนท่านแม่ทัพ ช่วงนี้พวกเราส่งคนออกไปตรวจเมืองทุกวัน แต่ก็ไม่พบอะไร"

อีกไม่เกินสามถึงห้าวัน หลังจากที่ฝึกฝนถึงระดับหลอมกระดูกแล้ว เฉินซานซือถึงจะกล้าไปสำรวจหุบเขายาให้ด้วยตัวเอง

"ไม่ต้องเรียกข้าว่าท่านแม่ทัพหรอก" ถึงแม้ซุนหลีจะเป็นคนจริงจัง แต่นางก็ค่อนข้างตรงไปตรงมา

"คุณสมบัติและวรยุทธของเจ้าไม่มีปัญหา รอจนถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า เจ้าก็ได้ไปเหลียงโจวกับข้า”

“ยังไงเจ้าก็ได้เป็นศิษย์ในของท่านผู้บัญชาการสูงสุด ดังนั้นเราก็เป็นพวกเดียวกัน เจ้าเรียกข้าว่าพี่สาวก็พอแล้ว”

"น้องชายเฉิน วันนี้พี่สาวไม่มีที่ไป ว่าจะขอพักที่นี่สักหน่อย เจ้าคงไม่ไล่ข้าใช่ไหม?"

น้องชาย?

เรียกแบบนี้แล้ว แสดงว่าการทดสอบเบื้องต้นผ่านแล้ว

เฉินซานซือไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ เขาจึงบอกให้กู้ซินหลันไปเตรียมห้องพัก

แต่เเบบนี้ก็ดีเหมือนกัน นี่คือบุตรสาวของท่านผู้บัญชาการสูงสุดเชียวนะ

ทั้งความรู้และวรยุทธต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ มีครูฝึกมาให้ถึงที่แบบนี้ จะปล่อยให้เสียเปล่าได้ยังไง?

ตอนเย็น เฉินซานซือกินหัวใจหมีไปเกือบครึ่งลูก แล้วดื่มซุปบำรุงกระดูกอีกหนึ่งถ้วย

เขารู้สึกได้ถึงพลังปราณและเลือดที่พลุ่งพล่าน จึงถือหอกยาวไปที่ลานบ้าน โค้งคำนับแล้วพูดว่า

"พี่สาวซุน โปรดชี้แนะ"

"เจ้าฉลาดดีนะ เอาล่ะ พี่สาวก็จะไม่เอาเปรียบโดยการมาขอที่พักฟรีๆ" ซุนหลีมองออกว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่

"ข้าอยู่ระดับหลอมกระดูกขั้นสูงสุด เจ้าลงมือได้เลย"

หลอมกระดูกขั้นสูงสุด?

ก็คือใกล้จะถึงระดับหลอมอวัยวะภายในแล้ว

ดูจากภายนอก พี่สาวซุนอายุไม่น่าจะเกินสิบแปดสิบเก้าปี ฝึกวิทยายุทธแค่สามถึงห้าปีก็ถึงระดับนี้ได้ นับว่านางเป็นอัจฉริยะชั้นยอดเลยทีเดียว

เเละโอกาสดีแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ!

การหายใจของเฉินซานซือเริ่มซับซ้อนขึ้น เลือดช้างมังกรเริ่มเดือดพล่าน พลังทั้งหมดรวมตัวกันอยู่ที่แขนทั้งสองข้าง หอกยาวในมือส่องประกายวาววับภายใต้แสงจันทร์ ราวกับงูพิษที่กำลังรอโอกาสจู่โจม

"เชิญ"

ซุนหลีในชุดแดงยืนอยู่ใต้ต้นบ๊วยในสวน ผมหางม้าที่มัดสูงแกว่งไกวไปตามแรงลม กระโปรงยาวพลิ้วไสว

นางหลับตาลง มือข้างหนึ่งจับด้ามดาบที่อยู่ข้างเอว เเต่ไม่ยอมชักดาบออกมา

จนกระทั่งเสียงหอกแหวกอากาศเข้ามาใกล้ นางจึงชักดาบออกมาเเล้วฟันลงไป!

"เคร้ง!"

เสียงดาบกระทบหอกดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า แม้แต่ม้าขาวที่กำลังนอนหลับอยู่ที่มุมสวนก็ยังตกใจตื่น

แรงปะทะมหาศาลทำให้เฉินซานซือถอยหลังไปหลายก้าว หอกในมือสั่นไหวไม่หยุด ฝ่ามือปวดร้าว แขนชาไปหมด

ณ ขณะนี้ เขาต้องใช้พลังปราณและเลือดเพื่อประคองตัวเองไม่ให้ล้มลง

เขายังเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธระดับหลอมเลือด…ส่วนอีกฝ่ายใกล้จะถึงระดับหลอมอวัยวะภายในแล้ว ความแข็งแกร่งของนางตอนนี้เป็นรองแค่เซียงถิงชุนเท่านั้น

เรื่องมีช่องว่างระหว่างทั้งสอง จึงเป็นเรื่องปกติ

"มาอีก!"

เฉินซานซือแทงหอกใส่ซุนหลีครั้งแล้วครั้งเล่า

เเต่ทุกครั้งหอกของเขาจะถูกฟันกระเด็น แรงปะทะที่สะท้อนกลับมาทำให้แขนและไหล่ของเขาปวดร้าว หลายครั้งเกือบจับหอกไว้ไม่อยู่

แต่ในระหว่างนี้ ความเชี่ยวชาญในการใช้หอกของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

"หอกงูทองอมตะ?"

ซุนหลีจำท่าหอกนี้ได้อย่างรวดเร็ว

"น้องชาย เจ้านี่ไม่ธรรมดาจริงๆ ฝึกหอกงูทองอมตะโดยที่ทั้งความเร็วและพลังก็ไม่ด้อยเลย…หืม?"

"เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!"

ชายหนุ่มไม่พูดอะไร และก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

เขามุ่งมั่นฝึกฝนใช้ท่าหอกกับนางโดยไม่พูดไม่จา, ราวกับว่านางเป็นหุ่นฝึกซ้อมที่มีชีวิต

"..."

ซุนหลีหมดหนทาง นางจึงต้องใช้ดาบรับมือกับหอกที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ

ดาบของนางมีลักษณะเหมือนดาบญี่ปุ่น มีรอยสีแดงเลือดอยู่ตรงกลางใบดาบ เมื่อฟันลงไป แสงดาบจะส่องประกายราวกับดอกบัวสีแดงเพลิงที่กำลังบานสะพรั่ง

ภายใต้แสงจันทร์ งูเงินตัวหนึ่งกำลังปะทะกับดอกบัวดอกหนึ่งอย่างต่อเนื่อง

การฝึกฝนที่ดุเดือดดำเนินต่อไปจนดึกดื่น

"เจ้าไม่เหนื่อยหรือ?" ซุนหลีเริ่มเสียใจที่ตกลงเป็นคู่ซ้อมให้เฉินซานซือ

นี่มันก็ผ่านมาตั้งหนึ่งชั่วยามแล้ว

ผู้ฝึกยุทธระดับหลอมเลือดขั้นสูงสุดจะมีความอดทนขนาดนี้ได้อย่างไร?

"ยังฝึกต่อได้อีกหน่อยขอรับ" ท่าทางของเฉินซานซือยังคงดุดัน

ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม ในที่สุดเขาก็หยุดมือ

…..

[วิชา: หอกงูทองอมตะ ส่วนแรก (ยังไม่เริ่มต้น)]

[ความคืบหน้า: 88/100]

[ผลของวิชา: พลังเลือดช้างมังกร]

….

ใกล้จะถึงระดับเริ่มต้นแล้ว

"ขอบคุณพี่สาวซุนมาก!"

เฉินซานซือกินหัวใจหมีไปเยอะ จึงยังรู้สึกอยากฝึกต่ออยู่บ้าง…แต่เมื่อเห็นว่าพี่สาวซุนดูเหนื่อยแล้ว เขาจึงตัดสินใจไม่ฝึกต่อ เเล้วกลับไปพักผ่อน

"ฮู่ว..."

ซุนหลียังไม่ถึงกับพลังปราณและเลือดพร่อง เพราะความแข็งแกร่งของทั้งสองต่างกันมากเกินไป

เพียงแต่นางเดินทางมาหลายวันติดต่อกัน ทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย…จึงได้มีอาการเเบบนี้

หลังจากเก็บดาบแล้ว ซุนหลีก็ไปนอนพักที่ห้องรับรอง พลางคิดถึงสถานการณ์ในเมืองผอหยาง

"ท่านพ่อพูดถูก ฝ่าบาทก็ส่งคนมาด้วย"

"เเถมมีข่าวจากในวังว่า ช่วงนี้ฝ่าบาทแอบพบกับทูตของชนเผ่าป่าเถื่อน"

"การพบปะกับทูตไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การแอบพบกันแบบนี้ แสดงว่าจะต้องมีลับลมคมในแน่ๆ"

"เกี่ยวข้องกับลัทธิเทพวิญญาณหรือเปล่า?"

"ไม่รู้ว่าซุนปู้ฉีสืบไปถึงไหนแล้ว"

"ช่างเถอะ ค่อยๆเป็นค่อยๆ ไป ยังไงก็ต้องรอจนถึงฤดูใบไม้ผลิเสียก่อน"

การเดินทางมาหลายวันทำให้นางเหนื่อยมาก

แต่ขณะที่กำลังจะหลับตาลงพักผ่อน นางก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ของคู่รักดังมาจากห้องนอนของเฉินซานซือ

"..."

"เขาไม่เหนื่อยบ้างหรือไง?"

……

สองวันต่อมา

เฉินซานซือตื่นเช้ามาฝึกหอกตามปกติ

ช่วงนี้ซุนหลีพักอยู่ที่บ้านของเขา…แต่นางออกไปข้างนอกแต่เช้า กลับดึกทุกวันจนแทบไม่เจอหน้ากัน เเละไม่มีโอกาสได้ฝึกซ้อมด้วยกันอีก

หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ เฉินซานซือก็ไปทำงานที่ค่ายทหาร

ระหว่างทางมีคนทักทายเขามากมาย

เขาดูแลคนมากกว่าร้อยคน ถึงจะไม่ใช่นายร้อย แต่ก็เหมือนนายร้อย

เเถมในกองพันผอหยาง นอกจากเซียงถิงชุนแล้ว ก็ไม่มีใครสั่งเขาได้

"หลังจากการฝึกทหารใหม่จบสิ้น ไม่รู้ว่าเราจะสามารถผลิตทหารราบและทหารม้าเพิ่มขึ้นมาอีกเท่าไหร่"

หลังจากพึมพำจบ เฉินซานซือก็เรียกคนของเขาทันที

"ซูเหวินไฉ ไปรวมพลทุกคนมา"

"ขอรับ!"

ประมาณสิบนาทีต่อมา ทหารทั้งหมดก็มารวมตัวกันอย่างไม่เป็นระเบียบ…หลายคนยังหาวอยู่ด้วยซ้ำ

‘ต้องหาเวลาสั่งสอนพวกเขาให้เข้มงวดกว่านี้ ปล่อยให้เหลวไหลแบบนี้ต่อไปไม่ได้’

เฉินซานซือขมวดคิ้ว แล้วออกคำสั่งทันที

"จูถง พาพวกเขาไปฝึกยืนหนึ่งชั่วยาม"

"ขอรับ!"

จูถงทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว

ส่วนเฉินซานซือฝึกหอกอยู่ข้างๆ เมื่อหยุดพัก เขาก็จะเดินไปสอนคนที่ทำท่าทางผิด

เเละช่วงนี้เวลานี้ เขาทำแบบนี้ทุกวัน

ในที่สุด แผงระบบก็เปลี่ยนไป

[ทักษะ: การบังคับบัญชา (เริ่มต้น)]

[ความคืบหน้า: 0/500]

[ผลของทักษะ: แกนหลัก]

[แกนหลัก: เมื่อมีแม่ทัพอยู่ ทหารทั้งหมดจะไม่หวั่นเกรงต่ออันตรายไม่ว่าจะเป็นสนามรบไหน!]

……………………….

จบบทที่ บทที่​ 64 : เเกนหลักของกองทัพ!

คัดลอกลิงก์แล้ว