- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 61 : เเขกผู้มาเยือน!
บทที่ 61 : เเขกผู้มาเยือน!
บทที่ 61 : เเขกผู้มาเยือน!
บทที่ 61 : เเขกผู้มาเยือน!
ทักษะ​การบังคับบัญชา?
เฉินซานซือไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับสิ่งนี้มากนัก…แม้แต่การขี่ม้ายังมีค่าความชำนาญ แล้วทำไมการบังคับบัญชาจะมีไม่ได้
ก่อนหน้านี้น่าจะเป็นเพราะเขามีตำแหน่งแค่นายทหาร​ธรรมดา คนที่อยู่ใต้อาณัติน้อยเกินไป…จึงไม่เพียงพอที่จะเปิดใช้งานทักษะนี้
ดูเหมือนว่าต่อไปนี้ เขาจะมีเรื่องให้ต้องทำเพิ่มขึ้นอีกแล้ว
ยิงธนู, ขี่ม้า, ฝึกวิทยายุทธ, อ่านหนังสือ, บังคับบัญชา...
เยอะแยะไปหมด จนเขาแทบจะไม่มีเวลาพักเลย
แต่ก็อย่างที่เขาว่าไว้ มีวิชาติดตัวไว้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร
ในเมื่อเลือกที่จะเป็นทหารแล้ว ยังไงก็ควรเรียนรู้วิธีการนำทัพ ไม่ใช่แค่เป็นทหารเลือดเดือดที่เอาแต่บุกตะลุยไปข้างหน้า
ณ เวลานี้ เฉินซานซือได้ตรวจสอบจำนวนคนในลานฝึกจนเสร็จสิ้น
ทั้งหมดมีหนึ่งร้อยสิบห้าคน
นี่มันมากกว่าจำนวนคนสูงสุดที่ผู้บังคับกองร้อยคนหนึ่งจะดูแลได้เสียอีก
และส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่ม
ยกตัวอย่างเช่น อู๋ต๋า ที่เพิ่งอายุสิบหกปีเท่านั้น
ส่วนคนวัยกลางคนอย่างจ้าวเฉียวก็มีบ้าง แต่ก็ไม่มากนัก
เฉินซานซือมีความจำเป็นเลิศ เขาจำชื่อและใบหน้าของทุกคนได้แม่นยำ
เขาประสานมือคำนับ แล้วกล่าวว่า
"ขอบคุณทุกท่านที่ไว้ใจและเต็มใจที่จะร่วมเป็นร่วมตายกับข้า ต่อจากนี้ไป…พวกเราคือพี่น้องกัน!”
“เอาล่ะ ตอนนี้พวกเจ้าไปทำความรู้จักกันก่อน แล้วค่อยกลับบ้านไปเก็บข้าวของ พรุ่งนี้ข้าจะเริ่มสอนวิทยายุทธให้กับพวกเจ้าทุกคนด้วยตัวเอง”
...
อีกด้าน
ภายในเต็นท์กลางของค่าย
"ท่านผู้พัน เราทำแบบนี้ไม่ได้นะขอรับ!"
หลัวตงเฉวียนมองไปที่ลานฝึกด้วยความไม่พอใจ
"คนพวกนี้ตั้งใจมาอยู่กับเจ้าเด็กนั่นแต่แรกอยู่แล้ว ยิ่งให้เขาบังคับบัญชาก็เท่ากับว่าเราสร้างก๊กเหล่าอิสระขึ้นมาในกองพันผอหยางเลยนะขอรับ!"
"หลัวตงเฉวียน เจ้าคิดว่าข้าตามใจเฉินซานซือมากเกินไปงั้นรึ?"
เซียงถิงชุนรินชาใส่ถ้วยของตัวเองด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ลองคิดดูดีๆสิ…ว่าทำไมข้าถึงทำแบบนี้"
"ท่านผู้พันเสียดายความสามารถในตัวเขาหรือขอรับ..."
"เสียดายความสามารถ? ฮ่าฮ่าฮ่า" เซียงถิงชุนอดหัวเราะไม่ได้
"ข้าเสียดายความสามารถไปก็เท่านั้น พอถึงฤดูใบไม้ผลิ เขาก็คงบินสูงจนกลายเป็นนกฟีนิกซ์ไปแล้ว…ถึงตอนนั้นจะไปมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับข้าอีก"
“ข้ายังไม่เข้าใจ ท่านผู้พันโปรดชี้แนะ” หลัวตงเฉวียนก้มหน้าลง
"เมื่อกี้เจ้าบอกว่ากลัวว่าเขาจะมีก๊กของตัวเองงั้นรึ?"
เซียงถิงชุนมองไปที่ลานฝึก มองดูชาวบ้านที่แม้แต่จัดแถวยังทำไม่ได้
"เจ้าคิดว่า อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า คนพวกนี้จะเหลือรอดสักกี่คน?"
“….”
“ข้าเข้าใจแล้ว” หลัวตงเฉวียนพยักหน้าเข้าใจ
"ท่านผู้พันกำลังซื้อใจคนพวกนี้อยู่"
"แบบนี้ พวกเขาจะยอมสละชีวิตโดยไม่ลังเล"
"เเละต่อให้เจ้าเด็กนั่นมีคุณสมบัติเป็นทหารชั้นยอด ด้วยวิธีการทำงานของกองบัญชาการทหารสูงสุด คงไม่ยอมปล่อยให้เขาหนีจากสงครามหรอก ยังไงก็อาจจะต้องตายในสนามรบอยู่ดี"
"ดีแล้วที่เจ้าเข้าใจ" เซียงถิงชุนพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
"เพราะฉะนั้น เจ้าไม่จำเป็นต้องผูกใจเจ็บเรื่องทหารชั้นยอดอีกต่อไป"
"ถ้าปีหน้าหลังสงครามจบลง เเล้วเขายังมีชีวิตรอด…ถึงตอนนั้นเจ้าอยากจะทำอะไรก็ทำ ข้าจะไม่ยุ่ง"
"แต่ตอนนี้ เรายังมีเรื่องอื่นที่ต้องจัดการอีกมาก"
เซียงถิงชุนพูดต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"ข้าได้ข่าวมาว่า นายอำเภอคนใหม่ได้รับการเสนอชื่อโดยท่านเสนาบดีเยียน และได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากองค์จักรพรรดิ"
"แต่งตั้งโดยตรง?" หลัวตงเฉวียนเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่เป็นอย่างดี
นายอำเภอเมืองเล็กๆระดับแค่ขุนนางชั้นผู้น้อย จะต้องถึงขั้นให้ฮ่องเต้แต่งตั้งโดยตรงเชียวหรือ?
เว้นเสียแต่ว่า...สถานที่ที่เขาจะไปรับตำแหน่ง กำลังจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น
เซียงถิงชุนแสยะยิ้มอย่างเย็นชา
"และคนที่เดินทางมาพร้อมกับนายอำเภอ ก็คือผู้ตรวจการ"
"พวกเขามาเพื่อตระกูลซ่งรึ?" หลัวตงเฉวียนถามอย่างกังวล
"เราจะมีปัญหารึเปล่าขอรับ?"
"หึ…ทุกคนต่างก็เป็นคนขององค์รัชทายาท เขาจะทำอะไรข้าได้ อย่างมากก็แค่มาแสดงความไม่พอใจเท่านั้นแหละ"
เซียงถิงชุนถอนหายใจเบาๆ
"องค์จักรพรรดิ องค์รัชทายาท และกองบัญชาการทหารสูงสุด ทั้งสามฝ่ายต่างก็มารวมตัวกันอยู่ในเมืองผอหยางเล็กๆแห่งนี้ แม้แต่ตัวข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป หลัวตงเฉวียน…เจ้าต้องช่วยเหลือข้าด้วยนะ"
"ท่านผู้พันโปรดวางใจ ข้าพร้อมรับใช้ทุกเมื่อขอรับ"
…..
ลมตะวันตกพัดผ่านเส้นทางโบราณ เบื้องหลังคือท้องฟ้าสีแดงฉานยามอาทิตย์อัสดง
บนถนนหลวงที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ม้าสีแดงสองตัวกำลังควบมาอย่างรวดเร็ว
ตัวหนึ่งนำหน้า อีกตัวหนึ่งตามมาติดๆ คนขี่เป็นหญิงสาวและเด็กหนุ่มหน้าตาหมดจด ทั้งคู่อายุราวๆสิบแปดสิบเก้าปี
หญิงสาวสวมชุดรัดรูปสีแดง มือเรียวบางบังคับม้า เอวคอดกิ่วสะพายดาบเล่มเดียว คิ้วเข้มดวงตาคมส่องประกายราศีดุจดวงดาว ใบหน้างดงามไร้ที่ติ ถึงแม้ผมจะถูกรวบขึ้นอย่างเรียบร้อย แต่ก็ยังคงความสง่างามและองอาจไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม
"พี่สาว" เด็กหนุ่มรูปงามที่ตามมาติดๆ เขาสะพายธนูและถือหอกยาวไว้ในมือ เเละกำลังถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
"เรื่องทหารชั้นยอด พวกเราจะไปยุ่งทำไมกัน?….แค่เมืองผอหยางเล็กๆ ทำไมต้องลำบากเดินทางมาไกลขนาดนี้ด้วย"
"ศิษย์สายตรงของท่านพ่อ เเล้วจะไม่ระมัดระวังได้ยังไง" หญิงสาวมีสีหน้าเคร่งขรึม พร้อมน้ำเสียงเย็นชา
"อีกอย่าง พวกเรายังมีภารกิจอื่นอีก"
"เรื่องการส่งทหารออกรบรึ?" เด็กหนุ่มถอนหายใจ
"เรื่องนี้เห็นๆ อยู่ว่าเป็นฝีมือขององค์รัชทายาท …พวกเราคงห้ามไม่ได้หรอก"
"ท่านพ่อสัญญาว่าหลังจากสงครามกับเผ่าป่าเถื่อนจบลง เขาจะวางมือ…แต่พวกนั้นกลับไม่ยอมรอ"
"ช่วงนี้ไม่ใช่แค่หาทางสร้างบารมีให้กับขุนพลของตัวเองเท่านั้น ยังส่งผู้ตรวจการไปประจำที่เหลียงโจว แถมยังส่งคนของตัวเองเข้าไปแทรกซึมในกองทัพหลวงทั้งแปดอีก"
"ที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือ...พี่ใหญ่..."
"พี่สาว ตระกูลซุนของเราสละชีพเพื่อราชวงศ์ของตระกูลเฉาไปกี่คนแล้ว? พี่ใหญ่ พี่รอง และก็..."
"เเละมันไม่ใช่แค่เรื่องทหารชั้นยอดเท่านั้น" ซุนหลีหรี่ตามองไปข้างหน้า
"ยังมีเรื่องอื่นที่เราต้องตรวจสอบอีก"
"ตรวจสอบอะไร? ทำไมท่านพ่อไม่บอกข้า?"
"บอกเจ้าไปแล้วมันจะได้ประโยชน์อะไร?"
"..."
ซุนหลีรู้สึกว่าข้างหลังเงียบไป จึงลดความเร็วลงแล้วหันกลับไปมอง
เด็กหนุ่มด้านหลังหยุดม้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขายกธนูหนักสามศิลาขึ้นเล็งไปที่ป่าต้นป็อปลาร์ข้างทางอย่างเงียบเชียบ
ตอนนี้ ที่นั่นมีกระต่ายป่าตัวหนึ่งกำลังแทะเล็มหญ้าอยู่ตรงที่โล่ง ห่างออกไปประมาณเจ็ดสิบก้าว
เขาดึงสายธนูจนตึงเป็นรูปพระจันทร์เต็มดวง ดวงตาแน่วแน่มั่นคง ลักษณะท่าทางถูกต้องแม่นยำ…หลังจากเล็งอยู่นาน ในที่สุดก็พบจังหวะที่เหมาะสม แล้วปล่อยนิ้วออกทันที
ฟิ้ววว!!
ลูกธนูพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง เเละส่งเสียงหวีดหวิว!
โครม!
เสียงดังสนั่น ลูกธนูพลาดเป้าไปครึ่งเมตร ปักเข้าที่ลำต้นของต้นป็อปลาร์
กระต่ายป่ามองดูลูกธนู แล้วก็มองดูเขา ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินหญ้าต่อ
"?"
เด็กหนุ่มโกรธจัดที่กระต่ายเมิน เขารีบขึ้นสายธนูแล้วยิงออกไปอีกดอก
แต่ครั้งนี้ ลูกธนูกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
มองไม่เห็นว่ามันบินไปทางไหน เรียกว่าพลาดเป้าไปไกลลิบ
"เจ้ากระต่าย เจ้ากล้าดูถูกข้า!"
เด็กหนุ่มเก็บธนูแล้วชักหอกออกมา เเล้วกระตุ้นม้าให้พุ่งเข้าไปในป่าต้นป็อปลาร์ทันที
กระต่ายป่าเพิ่งรู้สึกตัวว่าตกอยู่ในอันตราย มันจึงรีบวิ่งหนีแต่ก็สายไปเสียแล้ว
ฉึก!
เด็กหนุ่มแทงหอกทะลุร่างของกระต่ายป่าอย่างง่ายดาย แล้วยกขึ้นสูงด้วยความพึงพอใจ
"จับได้แล้ว!"
"ซุนปู้ฉี!" หญิงสาวในชุดแดงหลับตาพลางกัดฟันแน่นด้วยความ​โมโห
"ถ้าเจ้าไม่อยากไป ก็ไสหัวกลับเหลียงโจวไปซะ"
"พี่สาว อย่าโกรธเลยน่า ข้าแค่บังเอิญเจอเหยื่อแล้วมือมันคันน่ะ ไปแล้วๆ" ซุนปู้ฉีเก็บกระต่ายด้วยสีหน้าทะเล้น แล้วกลับขึ้นมาบนถนน
"เอาแต่ล่าสัตว์ทั้งวัน ทำตัวเป็นเด็กเป็นเล็กไปได้" ซุนหลีดุด้วยความเอ็นดู
"แบบนี้ เจ้าจะไปดูแลกองทัพหลวงทั้งแปดได้ยังไง"
"พี่สาว ข้าไม่เคยคิดจะไปรับช่วงต่อกองทัพหลวงทั้งแปดสักหน่อย!" ซุนปู้ฉีรีบพูดปฏิเสธ​
"พอท่านพ่อวางมือแล้ว พวกเรากลับบ้านเกิดด้วยกันไม่ดีกว่าเหรอ พี่จะทุ่มเทชีวิตให้กับฮ่องเต้แก่ๆ นั่นจริงๆ เหรอ?"
ซุนหลีไม่พูดอะไรต่อ แต่ในใจรู้สึกกังวลอย่างมาก
วางมือ?
ใครจะวางมือก็วางไป แต่ตระกูลซุนทำแบบนั้นไม่ได้หรอก
ถ้าไม่มีใครกุมอำนาจทางทหารอยู่ในราชสำนัก เจ้าคิดว่าฮ่องเต้จะปล่อยให้ตระกูลซุนอยู่อย่างสงบสุขรึ?
ความคิดนี้ ช่างไร้เดียงสาสิ้นดี...
หลังจาก​นั้น​ สองพี่น้องก็ออกเดินทางต่อ
ในที่สุด ก่อนที่ฟ้าจะมืดสนิท…พวกเขาก็มองเห็นเมืองเล็กๆอยู่ไกลๆ
พวกเขา​ ถึงเมืองผอหยางแล้ว
………………….