เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 58 : เชือดไก่ให้ลิงดู

บทที่ 58 : เชือดไก่ให้ลิงดู

บทที่ 58 : เชือดไก่ให้ลิงดู


บทที่ 58 : เชือดไก่ให้ลิงดู

เงาดาบและแสงหอกวาบวับสลับไปมา

เสียงม้าร้องลั่น เสียงฝีเท้าเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว

ทุกครั้งที่อาวุธปะทะกัน เฉินซานซือต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อรับมืออีกฝ่าย

สถานการณ์ตอนนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ซ่งวูจะมั่นใจก่อนลงมือ

ความแตกต่างระหว่างระดับหลอมกระดูกและบ่มเพาะเลือดนั้นต่างกันมากจริงๆ

แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับเฉินซานซือแล้ว หากเขารับมือการโจมตีรอบแรกได้ ก็หมายความว่าเขาจะไม่แพ้ แถมยังมีโอกาสชนะสูงมากด้วย

เพราะว่าเขาสามารถอดทนเเละต่อสู้​ต่อไปได้เรื่อยๆ!

พลังเลือดช้างมังกรไม่เพียงแต่ทรงพลังเท่านั้น แต่มันยังใช้ประโยชน์ได้มากกว่าพลังปราณเเละเลือดทั่วๆไปมาก

หากใช้พลังปราณเเละเลือดในปริมาณเท่ากัน คนทั่วไปสามารถโจมตีได้หนึ่งครั้ง แต่เฉินซานซือสามารถโจมตีได้อย่างน้อยสามครั้ง ดังนั้น…ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ โอกาสชนะของเขาก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

เเละคนที่สัมผัสได้ถึงเรื่องนี้มากที่สุดก็คือซ่งวู

“มันเป็นตัวประหลาดแบบใหนเนี่ย!”

วิชาดาบสายฟ้าคำรามของเขา ถือว่าเป็นวิชาดาบชั้นยอดในเมืองผอหยางแห่งนี้

ยิ่งบวกกับความได้เปรียบด้านระดับพลัง แม้จะไม่สามารถเอาชนะได้อย่างรวดเร็ว แต่หลังจากปะทะกันไปหลายสิบกระบวนท่า เขากลับไม่รู้สึกเลยว่าตัวเองจะชนะอีกฝ่ายได้เลย

วิชาหอกของชายหนุ่มนั้นเเปลกประหลาด​มาก แม้ภายนอกจะดูเหมือนตั้งรับอยู่ตลอดเวลา แต่ความจริงแล้ว หากเขาเผลอเพียงนิดเดียว ปลายหอกก็จะพุ่งเข้ามาหาเขาในทันที

ยิ่งอีกฝ่ายขี่ม้าศึกอยู่ ยิ่งได้เปรียบด้านตำแหน่ง บวกกับหอกยาวที่กวาดไปทั่วทุกทิศทาง ทำให้ซ่งวูไม่สามารถเข้าใกล้ตัวอีกฝ่ายได้เลย

เขาต้องคอยรับมือกับปลายหอกที่แหลมคมตลอดเวลา แม้กระทั่งม้าศึกของอีกฝ่ายเขาก็ยังทำอะไรไม่ได้

สุดท้าย…เขาก็เริ่มหงุดหงิด

"ยังไงก็แค่ระดับบ่มเพาะเลือด!"

"ข้าจะรอดู…ว่าแกจะทนได้นานแค่ไหน!" ซ่งวูคำรามลั่น

เขาเริ่มใช้พลังปราณเเละเลือดเกินขีดจำกัด ดาบในมือฟาดฟันไม่หยุด หวังจะบีบให้อีกฝ่ายใช้พลังปราณเเละเลือดครั้งละจำนวนมาก แล้วเอาชนะด้วยปริมาณ​พลังปราณเเละเลือดที่สูงกว่า

คนที่ยืนดูต่างก็รู้สึกกังวล

"หวังลี่" จูถงสบถเบาๆ

"ถ้าสถานการณ์ไม่ดี เดี๋ยวเราสองคนบุกเข้าไปพร้อมกันเลย!"

"ได้!" หวังลี่พยักหน้าเห็นด้วย

ส่วนจ้าวเฉียวและหวูต๋าก็แอบหยิบธนูออกมาจากในบ้าน เตรียมพร้อมที่จะยิงธนูเข้าช่วยเหลือทุกเมื่อ​

มีเพียงซูปินที่ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคย

ใช่แล้ว ความรู้สึกนี้แหละที่เขาเคยเจอ

"พวกเราไม่ต้องลงมือหรอก เฉินซานซือชนะแน่!"

"แกดูออกได้ยังไง?"

"ไม่เชื่อก็รอดูสิ"

….

และแล้ว ยี่สิบกระบวนท่าก็ผ่านไป

พลังของซ่งวูเริ่มอ่อนลงตามเวลาที่พาดผ่าน

เเต่ในทางกลับกัน เฉินซานซือยังคงทรงพลัง​เหมือนเดิมไม่ต่าง​จากตอนเริ่มต้นเลยสักนิด​

เเละในที่สุด​ เมื่อซ่งวูเริ่มมีช่องโหว่… เขาก็ถูกเฉินซานซือโจมตีกลับทันที​

หอกยาวพุ่งเข้าใส่ราวกับพายุ…ทุกท่ารุนแรงถึงชีวิต ประดุจดังงูพิษที่จ้องจะปลิดชีพเขาทุกเมื่อ​

"เคร้ง!”

“เคร้ง!”

“เคร้ง!”

ซ่งวูฟันดาบสกัดหอกไม่หยุด แต่ไม่ว่าจะฟันไปกี่ครั้ง หอกก็จะพุ่งเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย​ แถมยังเร็วขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ

จนในที่สุด หอกก็ปกคลุมไปทั่วทุกทิศทาง จนเขาตั้งรับไม่ไหว

สุดท้าย​เขาได้แต่ใช้ปฏิกิริยาตอบโต้ บิดหัวหลบอย่างบ้าคลั่ง ราวกับการแสดงกายกรรมผาดโผน

เหงื่อเย็นไหลออกมาจากตัวซ่งวู ตอนนี้​เขาตระหนักได้ถึงความจริงที่น่ากลัวเรียบร้อย​แล้ว​

ถ้ายังยื้อต่อไป มันจะไม่ใช่แค่เรื่องแพ้ชนะอีกต่อไป….แต่เขาอาจจะต้องตาย!

เเต่อีกฝ่ายฝึกวิชา​อะไรกับ…ความเเข็ง​เเก​ร่งในระดับบ่มเพาะเลือดขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของอีกฝ่าย ถึงไม่ได้ด้อยกว่าพลังระดับ​หลอมกระดูก​ของเขาเลย แถมยังทนได้นานขนาดนี้

นี่มันเป็นไปได้ยังไง?!

ไม่ได้…สู้ต่อไปไม่ได้แล้ว!

เมื่อความโกรธในใจของซ่งวูจางหายไป…ความมีเหตุผลก็เริ่มกลับคืนมา

"เคร้ง!"

เขาใช้พลังทั้งหมดที่มี ฟันปัดปลายหอกออกไป แล้วกระโดดถอยหลังอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาระยะห่าง

เฉินซานซือกระโดดลงจากหลังม้า พุ่งเข้าใส่ซ่งวูด้วยท่วงท่าดุจพยัคฆ์โผนทะยาน เข้าประชิดตัวในพริบตา แล้วแทงหอกยาวไปที่หัวใจของอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง​

การโจมตีครั้งนี้รวดเร็วและรุนแรง ซ่งวูไม่ทันตั้งรับและไม่กล้าตั้งรับ จึงเบี่ยงตัวหลบ โชคดีที่หอกเฉียดผ่านไป แต่คมหอกก็ยังเฉือนผ่านหน้าอกของเขา จนเลือดไหลทะลักออกมา

เฉินซานซือยังไม่​หยุด ​พลังเลือดช้างมังกรพลุ่งพล่าน ใช้ด้ามหอกเป็นกระบอง หมุนตัวฟาดใส่หน้าอกของซ่งวูอย่างรุนแรง

"โครม!"

ซ่งวูลอยละลิ่วไปหลายเมตรก่อนจะกระแทกพื้นแล้วกลิ้งไปอีกหลายตลบ

ใบหน้าของเขาหลังจากนั้นเต็มไปด้วยเลือด เสื้อผ้าก็ขาดวิ่นจนดูไม่ได้

"หยุด...หยุดนะ!"

เขาใช้ดาบพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน

"ข้า...ข้ายอมแพ้ เรื่องที่แกฆ่าศิษย์ข้า ข้าจะไม่เอาเรื่องแล้ว”

“เรื่องนี้...ขอให้จบแค่นี้!”

คำพูด​นี้ทำให้ทุกคนต่างตกตะลึง

ระดับบ่มเพาะเลือด ชนะระดับหลอมกระดูกได้จริงๆ​หรือ​?!

"ลาก่อน!" ซ่งวูไม่สนใจภาพลักษณ์ของตัวเองอีกต่อไป

หลังจาก​พูดจบ เขาก็หันหลังวิ่งหนีไปทันที

"ท่านผู้อาวุโส​!" ศิษย์สำนักยุทธที่ยังถูกล้อมอยู่ตะโกนเรียก

แต่เห็นได้ชัดว่า ซ่งวูไม่ได้คิดจะสนใจพวกเขาเลย

"เอาล่ะ จบแค่นี้ก็ดีแล้ว! ศิษย์สำนักยุทธตายไปแค่ไม่กี่คน คงไม่เป็นไรมากหรอก" ซูปินและคนอื่นๆถอนหายใจด้วยความโล่งอก

แต่ไม่นานนัก พวกเขาก็ต้องใจหายวาบอีกครั้ง

เพราะดูเหมือนเฉินซานซือยังไม่คิดจะปล่อยซ่งวูไป

ทุกคน​เห็น​เฉินซานซือเก็บหอก แล้วหยิบธนูขนาดใหญ่ขึ้นมา

จากนั้น​เขาก็ก้มลงไปดึงลูกธนูออกจากศพหนึ่งศพ…ง้างธนูแล้วปล่อยลูกธนูออกไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

"ฟ้าววว—"

ซ่งวูที่วิ่งหนีไปไกลในระยะเกือบร้อยก้าวก็ได้หันกลับมามองเป็นระยะ

เเละเมื่อเขาเห็นเฉินซานซือง้างธนู เขาก็คิดจะใช้ดาบปัดป้อง แต่มันก็ช้าไปเสียเเล้ว

“ฉึกกกก!!!!”

ลูกธนูพุ่งทะลุผ่านเนื้อหนังเเละฝังเข้าไปในหน้าอกของเขา แม้จะไม่โดนหัวใจโดยตรง แต่แรงกระแทกก็ทำให้กระดูกอกของเขาแตกละเอียด

ซ่งวูเซทรุดลงกับพื้น เงยหน้ามองเฉินซานซือที่กำลังควบม้าไล่ตามมาด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว

"แก...แกฆ่าศิษย์สำนักข้าไปมากมายแล้ว นี่เเกยังจะกล้าฆ่าข้าอีกหรือ?!"

"มีอะไรที่ข้าต้องกลัวล่ะ!"

เสียงตะโกนก้องของเฉินซานซือดังก้องไปทั่วหมู่บ้าน

ทันใดนั้น​ ม้าขาวก็พุ่งเข้าหาซ่งวูอย่างรวดเร็ว

หอกยาวในมือเฉิน​ซาน​ซือพุ่งตรงไปข้างหน้า รวบรวมพลังปราณเเละเลือดทั้งหมด บวกกับแรงส่งจากม้าศึก

ในเวลาไม่นานก็มาถึงตัวซ่งวู แล้วแทงหอกลงไป

เคร้งงงง!!!

ซ่งวูไม่สามารถต้านทานได้ ดาบในมือถูกกระแทกจนหลุดมือ…เเละปลายหอกที่แหลมคมทะลุผ่านร่างของเขาอย่างไร้ความปราณี

“ฉึกกกก”

"อ๊ากกก—"

ซ่งวูร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เขานอนราบกับพื้น พยายาม​ใช้พลังเฮือกสุดท้ายจับด้ามหอกเอาไว้ เพื่อไม่ให้ปลายหอกแทงลึกเข้าไปมากกว่า​นี้

แต่ถึงกระนั้น…ม้าขาวมันยังคงไม่หยุดวิ่ง

หอกที่ปักคาอยู่กับร่างของซ่งวู ถูกม้าลากไปกับพื้นอย่างน่าสยดสยอง​

เสื้อผ้าของซ่งวูขาดวิ่น เนื้อหนังด้านหลังฉีกขาด แรงที่ใช้จับด้ามหอกก็อ่อนลงเรื่อยๆ

ณ เวลานี้​ ปากของเขาเต็มไปด้วยเลือด แต่เขาก็ยังพยายามดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด

"ทุกปีข้าจะส่งส่วยให้ท่านนายอำเภอ​... แก...แกกล้าฆ่าข้า แกตายแน่..."

"ฉึก!"

เฉินซานซือไม่สนใจคำพูดเหล่านั้น เขาบิดหอก ปลายหอกที่อยู่ในร่างของซ่งวูหมุนควงเหมือนสว่านจนสามารถ​เจาะทะลุกระดูกและบดขยี้หัวใจของอีกฝ่ายได้สำเร็​จ

ในที่สุด…​มือของซ่งวูก็คลายออก เเเละสิ้นใจตายไปในที่สุด

พร้อมกันนั้น ทั้งหมู่บ้านเยียนเปียนก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด!

เฉินซานซือชูหอกขึ้นสูงเเล้วตะโกน​ก้อง

"พี่น้องทั้งหลายไม่ต้องห่วง ซ่งวูเป็นข้าเองที่สังหาร​มัน”

“ข้าจะไปรายงานท่านผู้พันเอง เรื่อง​นี้​ไม่เกี่ยวข้อง​กับพวกเจ้า!”

…………………

ณ โรงเตี๊ยมปาเป่า

ในห้องส่วนตัวมีอาหารเลิศรสและสุราชั้นดีวางเต็มโต๊ะ แต่กลับไม่มีใครแตะต้อง

เซี่ยงถิงชุนนั่งเป็นประธานอยู่บนที่นั่งหัวโต๊ะ ตรงหน้าเขาคือเจ้าสำนักทั้งสี่ของสำนักฝึกยุทธในเมืองผอหยาง

“ข้าพูดจบแล้ว”

เขาไล่มองทุกคนทีละคน จากนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“มีใครคัดค้านใหม?”

“เจ้าอย่าหวังเลย!”

เจ้าสำนักไท่เล่ย-ซ่งหนานซาน เป็นคนแรกที่เอ่ยปาก

เคราและผมของเขาขาวโพลน ลมหายใจอ่อนแรง ดูราวกับเพิ่งหายจากอาการป่วยหนัก แต่คำพูดของเขากลับยังคงแข็งกร้าว

“ผู้พันเซียง เจ้าเอาเปรียบกันเกินไปเเล้ว ข้าว่าเราไม่จำเป็นต้องคุยกันต่อแล้ว!”

เขาพยุงไม้เท้าเตรียมจะลุกขึ้น

เเต่หลัวตงเฉวียนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูชักดาบออกมาแล้วขวางเขาไว้

ซ่งหนานซานโกรธจัดเเล้วถามว่า “นี่หมายความว่ายังไง?!”

“ก็ชัดเจนอยู่แล้ว”

เซียงถิงชุนรินเหล้าดื่มอย่างใจเย็น

“วันนี้พวกเจ้าจะต้องยอมตกลง ไม่งั้นก็อย่าหวังว่าจะก้าวออกไปจากห้องนี้ได้

“เจ้าสำนักซ่ง เจ้าอายุมากที่สุด บารมีสูงสุด ข้าหวังว่าเจ้าจะเป็นผู้นำที่ดี”

“ข้าก็พูดชัดเจนแล้ว!” ซ่งหนานซานแค่นเสียงเย็นชา

“ถ้าไม่ได้เห็นของ ก็อย่าหวังว่าพวกเราจะยอมควักเงินแม้แต่เหรียญเดียว!”

“พูดได้ดี!” เจ้าสำนักเทียนหยวน ตบโต๊ะเสียงดังเเล้วกล่าวสนับสนุน

“เซียงถิงชุน ข้าสงสัยว่าเจ้าไม่ได้มีสมบัติเซียน…เจ้าเเค่หลอกลวงพวกเรามาตลอด!”

“เจ้าสำนักเหลียง เจ้าไม่จำเป็นต้องลองทดสอบข้าเช่นนี้” เซียงถิงชุนหรี่ตาลง

“ข้าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย ให้ความร่วมมืออย่างจริงใจ…เเล้วเมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ข้าจะมอบของให้พวกเจ้าด้วยมือของข้าเอง!”

“แล้วถ้าพวกข้าจะขอดูของก่อนล่ะ?” ซ่งหนานซานไม่ยอมถอย

“งั้นข้าคงต้องไปค้นหาบางอย่างจากบ้านของพวกเจ้าแล้วล่ะ” เซียงถิงชุนพูดอย่างแผ่วเบา

“ยกตัวอย่างเช่น ชุดเกราะหน้าไม้ หรือจะเป็นอาวุธยาวจำนวนมาก”

“เหลวไหล!”

ความโกรธของซ่งหนานซานส่งผลกระทบต่อบาดแผล ทำให้เขาไออย่างรุนแรง

แต่เขาก็ยังฝืนเเล้วชี้นิ้วด่า

“เซียงถิงชุน เจ้าอย่าลืมว่าพวกเราเป็นพวกเดียวกัน ถ้าเรื่องรุกลามใหญ่โตไป ใครก็ไม่ได้ประโยชน์!”

“กล้าข่มขู่ข้างั้นหรือ?” เซียงถิงชุนมองด้วยแววตาเย็นชา

เมื่อเห็นเช่นนี้ ซ่งหนานซานก็รีบหันไปบอกคนอื่นๆ

“ไม่ต้องกลัวมัน มันแค่ขู่ไปอย่างนั้นแหละ เรื่องอาวุธกับชุดเกราะ ข้าจะไปขอความช่วยเหลือจากเบื้องบนให้ ส่วนเรื่องสมบัติเซียน…มันไม่กล้าป่าวประกาศออกไปหรอก!”

เซียงถิงชุนเอื้อมมือขวาไปจับด้ามดาบที่ซ่อนอยู่ใต้ร่างกายอย่างเงียบๆ แต่ก็ยังไม่ชักออกมา

อีกฝ่ายพูดถูก…เพียงแค่ชุดเกราะและอาวุธที่เขาส่งคนไปแอบซ่อนไว้ นั่นยังไม่เพียงพอหรอก

เเละถึงจะใช้กำลัง เขาก็คงไม่สามารถต่อสู้กับสำนักฝึกยุทธทั้งสี่พร้อมๆกันได้…ต้องเลือกเป้าหมายสักหนึ่งที่เพื่อสั่งสอนที่อื่นๆ

ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียด เสียงทะเลาะวิวาทก็ดังมาจากข้างนอก

“ท่านผู้พันสั่งไว้ ห้ามใครเข้าไปทั้งนั้น!”

“ช่วยไปแจ้งหน่อยเถอะ ข้ามีเรื่องด่วนจะรายงาน!”

“……”

หลัวตงเฉวียนออกไปดูสถานการณ์ สักพักก็กลับเข้ามาแล้วกระซิบข้างหูผู้พันเซียง

“มีนายทหารยศนายกองคนหนึ่งมาหาขอรับ ชื่อฟางผิง เขาบอกว่า…”

หลังจากฟังรายงานจบ แววตาของเซียงถิงชุนก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้น (แอบยินดีในใจ)

ในที่สุด เขาก็เจอเป้าหมายที่เหมาะสมแล้ว

“ซ่งหนานซาน เจ้าช่างกล้า!”

“ศิษย์สำนักไท่เล่ยรุมทำร้ายทหารราชสำนักกลางถนน มีคนเห็นเหตุการณ์นับร้อย”

“แบบนี้ เจ้ายังกล้าบอกอีกหรือว่าเจ้าไม่ได้คิดก่อกบฏ?!”

“รับโทษซะ!”

ซ่งหนานซานยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ดาบของเซียงถิงชุนก็ฟาดผ่านคอจนหัวเขาหลุดออกจากบ่า

“ส่งคำสั่งของข้า!”

เซียงถิงชุนตะโกนด้วยคำพูดที่เต็มไปด้วยความกระหายเลือด

“สำนักฝึกยุทธไท่เล่ยก่อกบฏ ล้อมปราบเดี๋ยวนี้ อย่าไว้ชีวิตแม้แต่คนเดียว!”

“เซียงถิงชุน แกบ้าไปแล้วหรือ!” เจ้าสำนักอีกสามคนตกใจสุดขีด

“ใช่ ข้ามันบ้า!” เซียงถิงชุนตาแดงก่ำ

“ก่อนรุ่งสางวันพรุ่งนี้ ข้าต้องการเห็นคลังทรัพยากรเต็มอัตรา มิฉะนั้นพวกเจ้าก็มาตายพร้อมกับไอ้บ้านี่ซะ!”

………………………..

จบบทที่ บทที่ 58 : เชือดไก่ให้ลิงดู

คัดลอกลิงก์แล้ว