เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57 : เผชิญหน้าระดับหลอมกระดูก!

บทที่ 57 : เผชิญหน้าระดับหลอมกระดูก!

บทที่ 57 : เผชิญหน้าระดับหลอมกระดูก!


บทที่ 57 : เผชิญหน้าระดับหลอมกระดูก!

ศิษย์สำนักเหล่านี้ล้วนแต่ถูกฝึกฝนมาอย่างยากลำบากและสูญเสียทรัพยากรไปมาก

แต่กลับมาถูกฆ่าราวกับไก่ราวกับหมาเช่นนี้ได้อย่างไร?

อีกอย่าง หมอนั่นไม่ใช่แค่ระดับบ่มเพาะเลือดขั้นความสำเร็จเล็กน้อยหรอกหรือ?…ทำไมมันถึงเก่งกาจขนาดนี้

หรือว่ามันทะลวงขั้นได้อีกแล้ว?

แต่ถึงแม้จะเป็นระดับบ่มเพาะเลือดขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ หวงเทาก็อยู่ระดับนั้นเช่นกัน แถมยังมีผู้ช่วยอีกตั้งมากมาย

เเล้วเหตุใดจึงถูกฆ่าตายจนหมดเเบบนี้ พวกศิษย์สำนักเขา…พวกมันเป็นแค่ขยะหรืออย่างไรกัน?!

หลังจากความตกตะลึงผ่านไป ความโกรธก็เข้าครอบงำซ่งวูอีกครั้ง เขาจึงตะโกนด้วยความเดือดดาลว่า

“แกมันทำเกินไปแล้ว! ใครก็ได้…มาจับมันให้ข้า!”

พอเห็นว่าซ่งวูผู้มีวรยุทธ์ระดับหลอมกระดูกมาด้วยตนเอง บรรดาศิษย์ที่ก่อนหน้านี้เเละหนีไปด้วยความหวาดกลัวต่างก็รวบรวมความกล้า ชักดาบออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วค่อยๆเคลื่อนที่เข้าหาเฉินซานซือที่อยู่บนหลังม้าขาว

….

“ใครกล้าโจมตี​ท่านนายกอง?!”

ทันใดนั้นเอง เสียงแหบแห้งแต่แฝงไปด้วยความเล่ห์เหลี่ยมก็ดังขึ้น

ทุกคน​เห็นซูเห​วิน​ไฉที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบกลับมา

แต่ไม่ใช่เขามาคนเดียว

เบื้องหลังเขา…คือเหล่าทหารจากค่ายผอหยาง

เหล่า​ทหาร​นี้ถูกนำโดยนายกองฝาง ตามด้วยซูปิน จูถง หวังลี่ และคนอื่นๆ

รวมๆแล้วมีคนอยู่สี่ถึงห้าสิบคน

“…”

ก่อนหน้านี้เฉินซานซือไม่ได้สังเกตเห็นซูเห​วิน​ไฉ เเต่จากสถานการณ์นี้ดูเหมือนว่าเขาจะกลับไปตามคนในค่าย​ทหาร​มา

เหล่าทหารถือหอกยาว แยกยืนเรียงรายขนาบข้างเฉินซานซือ ประจันหน้ากับศิษย์สำนักยุทธ

“ท่านนายกอง!” ซูเห​วิน​ไฉพูดอย่างเหนื่อยหอบ

“นายร้อยหวังกับนายร้อยเซียไม่อยู่ในค่าย ข้าจึงหาเจอแค่นายกองฝางเท่านั้น!” ซูเหวินไฉอธิบาย​

….

“หืม…ทำไมมีคนตายมากมายเช่นนี้?!”

เมื่อนายกองฝางมองไปที่ศพเกลื่อนกลาดบนพื้น เขาก็พอจะเดาว่าเรื่องนี้มันเกิดเร็วขึ้​นเเละใหญ่โตมาก

เขาก็จึงเอ่ยถามขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆ

“คุณชายซ่ง มีเรื่องเข้าใจผิดกันหรือเปล่า?”

“เข้าใจผิดพ่อแกสิ!” ซ่งวูตะโกนอย่างเหลืออด

“มันฆ่าคนของข้าตั้งมากมาย แล้วแกยังจะมาบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดอีกงั้นหรือ?!”

“แล้วที่ทหารอย่างพวกแกพาคนมาเยอะแยะแบบนี้คิดจะทำอะไร? แม้แต่ข้าพวกแกก็ยังจะฆ่าอีกหรือ?!”

“ข้าไม่กล้าหรอกขอรับ” นายกองฝางพูดไกล่เกลี่ย

“เอาอย่างนี้ดีกว่า ให้นายกองเฉินกลับไปกับพวกเราก่อน รอจนท่านผู้พันกลับมาเเล้วเราค่อยมาปรึกษาหารือกันว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร”

“แกไม่ต้องมายุ่ง!” ซ่งวูตะโกนอย่างเดือดดาล

“วันนี้ข้าจะจับมันไปให้เซียงถิงชุนด้วยตัวเอง แล้วจะค่อยดูว่ามันจะให้คำอธิบายกับข้าอย่างไร!”

พูดจบเขาก็คว้าดาบจากมือศิษย์ข้างๆ เตรียมที่จะลงมือด้วยตัวเอง

“นายกองเฉิน!” ฝางผิงรีบกระซิบ

“เจ้าไปก่อนเถอะ พวกเราจะถ่วงเวลาให้… เดี๋ยวก่อน! นั่นเจ้าจะทำอะไร?!”

เขายังไม่ทันพูดจบ ชายหนุ่มก็ควบม้าพุ่งออกไปพร้อมกับหอกในมือ

“หมอนั่นเป็นถึงระดับหลอมกระดูกเชียวนะ!” ฝางผิงได้แต่ยืนมองตาปริบๆ ตอนนี้

เขาไม่มีทางหยุดเฉินซานซือได้เลย

“ระดับบ่มเพาะเลือดกับหลอมกระดูกมันต่างกันราวฟ้ากับดิน แกมันบังอาจนัก!” ซ่งวูคำราม

พลังปราณเเละเลือดในร่างกายของซ่งวูพลุ่งพล่าน เส้นชีพจรขยายตัวพันรอบกระดูกจนเกิดเสียงดังเปรี๊ยะๆ กล้ามเนื้อทั่วร่างปูดโปนราวกับอสูรร้าย

ทันทีที่เขาเคลื่อนไหว พื้นดินก็ปรากฏรอยเท้าลึก เเละทัศนียภาพสองข้างทางพร่าเลือนไปอย่างรวดเร็ว

ในชั่วพริบตา เขาก็พุ่งเข้าใกล้เฉินซานซือที่อยู่บนหลังม้าขาวเหลือเพียงสิบก้าว พร้อมดาบในมือที่สั่นสะเทือนราวกับสายฟ้า

วิชาดาบสายฟ้าคำราม!

ซ่งวูตะโกนอย่างคลั่ง

เขาจ้องมองหอกยาวในมือเฉินซานซือที่ยกขึ้นสูง วางแผนคิดจะหลบการโจมตีนี้แล้วเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว เปิดการโจมตีด้วยการฟันม้าศึก จากนั้นก็ฟันแขนเด็กหนุ่ม แล้วจับมันเป็นๆ

แต่เมื่อเหลือระยะห่างอีกประมาณเจ็ดก้าว แสงสีเงินวาววับก็ปรากฏขึ้น

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ปลายหอกก็พุ่งเข้าใส่หน้าของเขาแล้ว!

ซ่งวูมุ่งความสนใจไปที่หอกยาวทั้งหมด แต่กลับไม่ทันสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายออกอาวุธตั้งแต่เมื่อไหร่

นี่มัน…ทำได้อย่างไรกัน?!

เขาจึงรีบเปลี่ยนจากท่ารุกเป็นรับ ใช้ดาบปัดป้องหอกอย่างสุดชีวิต

เช้ง!!

เช้ง!!

เช้ง!!

ทั้งสองปะทะกันโดยไม่หยุดการเคลื่อนไหว ข้ามผ่านกันไปมาในพริบตา

ดาบในมือซ่งวูสั่นไหวไม่หยุด

ตอนนี้ความโกรธบนใบหน้าของเขาลดลง เเละถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง

การปะทะกันครั้งนี้ เขาไม่ได้เปรียบเลยแม้แต่น้อย อย่างมากก็แค่ได้เปรียบในด้านพลังจากระดับพลังที่สูงกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ด้านเฉินซานซือก็รู้สึกไม่ค่อยดีนัก

ซ่งวูที่เพิ่งจะเข้าสู่ระดับหลอมกระดูกก็มีพลังมหาศาลขนาดนี้…ระดับหลอมกระดูกนี่มองข้ามไม่ได้จริงๆ

โชคดีที่เขามีพลังเลือดช้างมังกรช่วยเสริม ทำให้สามารถลดช่องว่างลงได้มาก ต่อไปแค่ใช้พลังทั้งหมดที่มี ก็ยังมีโอกาสชนะได้

"ฮึ่ม…เข้ามา!" ซ่งวูพุ่งเข้าใส่เฉินซานซืออีกครั้ง

ส่วนคนอื่นๆได้แต่มองดูการต่อสู้โดยไม่รู้จะทำอย่างไร

"หมอนั่นพึ่งทะลวงไปถึงระดับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ก็สามารถสู้กับระดับหลอมกระดูกได้แล้วงั้นหรือ?!" ฝางผิงไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

แต่สถานการณ์มันเร่งด่วน เขาจึงไม่มีเวลามามัวตกใจ

"เราปล่อยให้พวกเขาสู้กันต่อไปไม่ได้ ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายบาดเจ็บ เรื่องนี้ก็จบไม่สวยแน่ ต้องไปตามท่านผู้พันมา!"

เเต่เรื่องซวยมันก็บังเอิญเกิดขึ้นพอดี

ไม่นานมานี้ ค่ายนายพันถูกเรียกตัวไปปฏิบัติหน้าที่จำนวนมาก

เเละนั่นรวมถึงนายร้อยหวังและหลิวจิน พวกเขานำสิ่งของบรรทุกหนึ่งรถม้าไปยังเมือง ดูเหมือนว่าจะเป็นภารกิจบางอย่าง

คนที่ยังอยู่ในค่ายก็มีแค่พวกเขาที่ค่อนข้างสนิทกับเฉินซานซือ พอเกิดเรื่องจึงต้องมาดู

แต่ตอนนี้…ดูเหมือนว่าเขาจะทำอะไรไม่ได้เลย

การต่อสู้มันดุเดือดเกินไป พวกเขาไม่มีทางห้ามได้

"พี่น้อง! บุก!"

"หืม?!"

ฝางผิงมองจูถงตากว้าง…อีกฝ่ายเหวี่ยงค้อนในมือเตรียมที่จะพุ่งเข้าไปอยู่รอมร่อเเล้ว

“บุกบ้าอะไรเล่า!” ฝางผิงตะคอกใส่จูถง

“แกคิดว่านี่สนามรบรึไง? ใช้สมองบ้างสิ!”

“ซูปิน จับตาดูพวกมันไว้ ข้าจะไปตามนายร้อยมา เจ้าต้องช่วยควบคุมสถานการณ์ไว้ก่อนนะ อย่าให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้!”

พูดจบเขาก็รีบตรงดิ่งไปยังตัวเมืองอย่างเร่งด่วน

…..

“พวกเราจะยืนดูเฉยๆ แบบนี้จริงๆเหรอ?!” จูถงพูดพลางชี้นิ้วไปทางศิษย์สำนักยุทธ

“พวกมันเยอะขนาดนั้น ให้เฉินซานซือสู้คนเดียวเนี่ยนะ?!”

ซ่งวูและเฉินซานซือกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด ส่วนศิษย์สำนักยุทธก็ยืนอยู่อย่างกระสับกระส่าย…รอจังหวะที่จะเข้าไปรุมโจมตีเฉินซานซือ หากเขาพลาดท่าหรือได้รับบาดเจ็บ

“ไอ้ซูปิน!” จูถงสบถ

“ปกติเฉินซานซือดีกับแกมาก อย่าทำให้ข้าต้องดูถูกแกนะ!”

“รู้แล้วน่า…อย่างข้าต้องให้แกมาบอกรึไง?!” ซูปินพูดจบก็ชักดาบออกมา

“พี่น้อง! ล้อมพวกมันไว้!”

“เเต่นายกองฝางสั่งไว้แล้วนะขอรับ ว่าอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม!” นายทหารยศนายสิบคนหนึ่งรีบห้าม

แต่ซูปินไม่สนใจ

นั่นเพราะจูถงพูดถูก

ตั้งแต่รู้จักกันมา เฉินซานซือดีกับเขามากแค่ไหน เขาเองก็รู้ดี

ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าไม่ช่วยเหลือ ก็ไม่สมควรเรียกตัวเองว่าเป็นลูกผู้ชายเลย

เมื่อมีซูปินเป็นคนสั่งการ ลูกน้องจึงเชื่อฟังและยอมทำตามคำสั่ง

ส่วนหวังลี่และคนอื่นๆไม่ต้องพูดถึง

พวกเขาพึ่งได้รับผลประโยชน์ แม้จะไม่เข้าไปช่วยโดยตรง แต่ก็ไม่มีทางยอมให้คนอื่นมารุมทำร้ายหัวหน้าของตัวเองแน่

ณ เวลานี้

ในบรรดาทหารห้าสิบนายที่มาถึงหมู่บ้านเยียนเปียน มีสามสิบนายที่ออกมาล้อมศิษย์สำนักยุทธเอาไว้

“พวกแกจะทำอะไร?!” ศิษย์สำนักยุทธมองไปที่หอกยาวนับไม่ถ้วนที่ล้อมรอบพวกเขา

“พวกแกฆ่าคนของพวกข้าก่อน แล้วยังกล้ามาล้อมพวกข้าแบบนี้อีก…คิดจะฆ่าชาวบ้านผู้บริสุทธิ์รึไง?!”

“ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์พ่อแกสิ!” จูถงเหวี่ยงค้อนใส่หน้าอกของคนที่พูด ทันใดนั้นคนผู้นั้นก็กระอักเลือดออกมา ก่อนจะสลบไป

ศิษย์สำนักยุทธคนอื่นๆเห็นแบบนี้ก็รีบหุบปากทันที

“อย่าขยับ!” ซูปินคำราม

“ใครคิดจะเล่นตุกติก ฆ่าไม่เลี้ยงเเน่!”

ศิษย์สำนักยุทธที่ส่วนใหญ่เป็นพวกชอบรังแกคนอ่อนแอกว่า พอเจอแบบนี้ก็ยืนนิ่งอย่างว่าง่าย เเละต่างก็หันไปมองทางซ่งวู

รอให้ซ่งวูจัดการเด็กนั่นได้ก่อน พวกเขาค่อยกลับมาทำเก่งก็ยังไม่สาย

เเต่ถ้าไม่มีซ่งวูคอยหนุนหลัง พวกเขาไม่กล้าเสี่ยงตายหรอก

...

หลังจากคุมสถานการณ์ได้ ซูปินก็หันไปมองดูสถานการณ์ของเฉินซานซือด้วยความกังวล

การต่อสู้ของคนทั้งสอง เขาไม่มีทางเข้าไปยุ่งได้

ได้แต่หวังว่าเฉินซานซือจะยื้อไว้ได้จนกว่าฝางผิงจะพาคนมาสมทบได้ทัน

…………………………

จบบทที่ บทที่ 57 : เผชิญหน้าระดับหลอมกระดูก!

คัดลอกลิงก์แล้ว