- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 57 : เผชิญหน้าระดับหลอมกระดูก!
บทที่ 57 : เผชิญหน้าระดับหลอมกระดูก!
บทที่ 57 : เผชิญหน้าระดับหลอมกระดูก!
บทที่ 57 : เผชิญหน้าระดับหลอมกระดูก!
ศิษย์สำนักเหล่านี้ล้วนแต่ถูกฝึกฝนมาอย่างยากลำบากและสูญเสียทรัพยากรไปมาก
แต่กลับมาถูกฆ่าราวกับไก่ราวกับหมาเช่นนี้ได้อย่างไร?
อีกอย่าง หมอนั่นไม่ใช่แค่ระดับบ่มเพาะเลือดขั้นความสำเร็จเล็กน้อยหรอกหรือ?…ทำไมมันถึงเก่งกาจขนาดนี้
หรือว่ามันทะลวงขั้นได้อีกแล้ว?
แต่ถึงแม้จะเป็นระดับบ่มเพาะเลือดขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ หวงเทาก็อยู่ระดับนั้นเช่นกัน แถมยังมีผู้ช่วยอีกตั้งมากมาย
เเล้วเหตุใดจึงถูกฆ่าตายจนหมดเเบบนี้ พวกศิษย์สำนักเขา…พวกมันเป็นแค่ขยะหรืออย่างไรกัน?!
หลังจากความตกตะลึงผ่านไป ความโกรธก็เข้าครอบงำซ่งวูอีกครั้ง เขาจึงตะโกนด้วยความเดือดดาลว่า
“แกมันทำเกินไปแล้ว! ใครก็ได้…มาจับมันให้ข้า!”
พอเห็นว่าซ่งวูผู้มีวรยุทธ์ระดับหลอมกระดูกมาด้วยตนเอง บรรดาศิษย์ที่ก่อนหน้านี้เเละหนีไปด้วยความหวาดกลัวต่างก็รวบรวมความกล้า ชักดาบออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วค่อยๆเคลื่อนที่เข้าหาเฉินซานซือที่อยู่บนหลังม้าขาว
….
“ใครกล้าโจมตี​ท่านนายกอง?!”
ทันใดนั้นเอง เสียงแหบแห้งแต่แฝงไปด้วยความเล่ห์เหลี่ยมก็ดังขึ้น
ทุกคน​เห็นซูเห​วิน​ไฉที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบกลับมา
แต่ไม่ใช่เขามาคนเดียว
เบื้องหลังเขา…คือเหล่าทหารจากค่ายผอหยาง
เหล่า​ทหาร​นี้ถูกนำโดยนายกองฝาง ตามด้วยซูปิน จูถง หวังลี่ และคนอื่นๆ
รวมๆแล้วมีคนอยู่สี่ถึงห้าสิบคน
“…”
ก่อนหน้านี้เฉินซานซือไม่ได้สังเกตเห็นซูเห​วิน​ไฉ เเต่จากสถานการณ์นี้ดูเหมือนว่าเขาจะกลับไปตามคนในค่าย​ทหาร​มา
เหล่าทหารถือหอกยาว แยกยืนเรียงรายขนาบข้างเฉินซานซือ ประจันหน้ากับศิษย์สำนักยุทธ
“ท่านนายกอง!” ซูเห​วิน​ไฉพูดอย่างเหนื่อยหอบ
“นายร้อยหวังกับนายร้อยเซียไม่อยู่ในค่าย ข้าจึงหาเจอแค่นายกองฝางเท่านั้น!” ซูเหวินไฉอธิบาย​
….
“หืม…ทำไมมีคนตายมากมายเช่นนี้?!”
เมื่อนายกองฝางมองไปที่ศพเกลื่อนกลาดบนพื้น เขาก็พอจะเดาว่าเรื่องนี้มันเกิดเร็วขึ้​นเเละใหญ่โตมาก
เขาก็จึงเอ่ยถามขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆ
“คุณชายซ่ง มีเรื่องเข้าใจผิดกันหรือเปล่า?”
“เข้าใจผิดพ่อแกสิ!” ซ่งวูตะโกนอย่างเหลืออด
“มันฆ่าคนของข้าตั้งมากมาย แล้วแกยังจะมาบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดอีกงั้นหรือ?!”
“แล้วที่ทหารอย่างพวกแกพาคนมาเยอะแยะแบบนี้คิดจะทำอะไร? แม้แต่ข้าพวกแกก็ยังจะฆ่าอีกหรือ?!”
“ข้าไม่กล้าหรอกขอรับ” นายกองฝางพูดไกล่เกลี่ย
“เอาอย่างนี้ดีกว่า ให้นายกองเฉินกลับไปกับพวกเราก่อน รอจนท่านผู้พันกลับมาเเล้วเราค่อยมาปรึกษาหารือกันว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร”
“แกไม่ต้องมายุ่ง!” ซ่งวูตะโกนอย่างเดือดดาล
“วันนี้ข้าจะจับมันไปให้เซียงถิงชุนด้วยตัวเอง แล้วจะค่อยดูว่ามันจะให้คำอธิบายกับข้าอย่างไร!”
พูดจบเขาก็คว้าดาบจากมือศิษย์ข้างๆ เตรียมที่จะลงมือด้วยตัวเอง
“นายกองเฉิน!” ฝางผิงรีบกระซิบ
“เจ้าไปก่อนเถอะ พวกเราจะถ่วงเวลาให้… เดี๋ยวก่อน! นั่นเจ้าจะทำอะไร?!”
เขายังไม่ทันพูดจบ ชายหนุ่มก็ควบม้าพุ่งออกไปพร้อมกับหอกในมือ
“หมอนั่นเป็นถึงระดับหลอมกระดูกเชียวนะ!” ฝางผิงได้แต่ยืนมองตาปริบๆ ตอนนี้
เขาไม่มีทางหยุดเฉินซานซือได้เลย
“ระดับบ่มเพาะเลือดกับหลอมกระดูกมันต่างกันราวฟ้ากับดิน แกมันบังอาจนัก!” ซ่งวูคำราม
พลังปราณเเละเลือดในร่างกายของซ่งวูพลุ่งพล่าน เส้นชีพจรขยายตัวพันรอบกระดูกจนเกิดเสียงดังเปรี๊ยะๆ กล้ามเนื้อทั่วร่างปูดโปนราวกับอสูรร้าย
ทันทีที่เขาเคลื่อนไหว พื้นดินก็ปรากฏรอยเท้าลึก เเละทัศนียภาพสองข้างทางพร่าเลือนไปอย่างรวดเร็ว
ในชั่วพริบตา เขาก็พุ่งเข้าใกล้เฉินซานซือที่อยู่บนหลังม้าขาวเหลือเพียงสิบก้าว พร้อมดาบในมือที่สั่นสะเทือนราวกับสายฟ้า
วิชาดาบสายฟ้าคำราม!
ซ่งวูตะโกนอย่างคลั่ง
เขาจ้องมองหอกยาวในมือเฉินซานซือที่ยกขึ้นสูง วางแผนคิดจะหลบการโจมตีนี้แล้วเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว เปิดการโจมตีด้วยการฟันม้าศึก จากนั้นก็ฟันแขนเด็กหนุ่ม แล้วจับมันเป็นๆ
แต่เมื่อเหลือระยะห่างอีกประมาณเจ็ดก้าว แสงสีเงินวาววับก็ปรากฏขึ้น
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ปลายหอกก็พุ่งเข้าใส่หน้าของเขาแล้ว!
ซ่งวูมุ่งความสนใจไปที่หอกยาวทั้งหมด แต่กลับไม่ทันสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายออกอาวุธตั้งแต่เมื่อไหร่
นี่มัน…ทำได้อย่างไรกัน?!
เขาจึงรีบเปลี่ยนจากท่ารุกเป็นรับ ใช้ดาบปัดป้องหอกอย่างสุดชีวิต
เช้ง!!
เช้ง!!
เช้ง!!
ทั้งสองปะทะกันโดยไม่หยุดการเคลื่อนไหว ข้ามผ่านกันไปมาในพริบตา
ดาบในมือซ่งวูสั่นไหวไม่หยุด
ตอนนี้ความโกรธบนใบหน้าของเขาลดลง เเละถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง
การปะทะกันครั้งนี้ เขาไม่ได้เปรียบเลยแม้แต่น้อย อย่างมากก็แค่ได้เปรียบในด้านพลังจากระดับพลังที่สูงกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ด้านเฉินซานซือก็รู้สึกไม่ค่อยดีนัก
ซ่งวูที่เพิ่งจะเข้าสู่ระดับหลอมกระดูกก็มีพลังมหาศาลขนาดนี้…ระดับหลอมกระดูกนี่มองข้ามไม่ได้จริงๆ
โชคดีที่เขามีพลังเลือดช้างมังกรช่วยเสริม ทำให้สามารถลดช่องว่างลงได้มาก ต่อไปแค่ใช้พลังทั้งหมดที่มี ก็ยังมีโอกาสชนะได้
"ฮึ่ม…เข้ามา!" ซ่งวูพุ่งเข้าใส่เฉินซานซืออีกครั้ง
ส่วนคนอื่นๆได้แต่มองดูการต่อสู้โดยไม่รู้จะทำอย่างไร
"หมอนั่นพึ่งทะลวงไปถึงระดับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ก็สามารถสู้กับระดับหลอมกระดูกได้แล้วงั้นหรือ?!" ฝางผิงไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
แต่สถานการณ์มันเร่งด่วน เขาจึงไม่มีเวลามามัวตกใจ
"เราปล่อยให้พวกเขาสู้กันต่อไปไม่ได้ ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายบาดเจ็บ เรื่องนี้ก็จบไม่สวยแน่ ต้องไปตามท่านผู้พันมา!"
เเต่เรื่องซวยมันก็บังเอิญเกิดขึ้นพอดี
ไม่นานมานี้ ค่ายนายพันถูกเรียกตัวไปปฏิบัติหน้าที่จำนวนมาก
เเละนั่นรวมถึงนายร้อยหวังและหลิวจิน พวกเขานำสิ่งของบรรทุกหนึ่งรถม้าไปยังเมือง ดูเหมือนว่าจะเป็นภารกิจบางอย่าง
คนที่ยังอยู่ในค่ายก็มีแค่พวกเขาที่ค่อนข้างสนิทกับเฉินซานซือ พอเกิดเรื่องจึงต้องมาดู
แต่ตอนนี้…ดูเหมือนว่าเขาจะทำอะไรไม่ได้เลย
การต่อสู้มันดุเดือดเกินไป พวกเขาไม่มีทางห้ามได้
"พี่น้อง! บุก!"
"หืม?!"
ฝางผิงมองจูถงตากว้าง…อีกฝ่ายเหวี่ยงค้อนในมือเตรียมที่จะพุ่งเข้าไปอยู่รอมร่อเเล้ว
“บุกบ้าอะไรเล่า!” ฝางผิงตะคอกใส่จูถง
“แกคิดว่านี่สนามรบรึไง? ใช้สมองบ้างสิ!”
“ซูปิน จับตาดูพวกมันไว้ ข้าจะไปตามนายร้อยมา เจ้าต้องช่วยควบคุมสถานการณ์ไว้ก่อนนะ อย่าให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้!”
พูดจบเขาก็รีบตรงดิ่งไปยังตัวเมืองอย่างเร่งด่วน
…..
“พวกเราจะยืนดูเฉยๆ แบบนี้จริงๆเหรอ?!” จูถงพูดพลางชี้นิ้วไปทางศิษย์สำนักยุทธ
“พวกมันเยอะขนาดนั้น ให้เฉินซานซือสู้คนเดียวเนี่ยนะ?!”
ซ่งวูและเฉินซานซือกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด ส่วนศิษย์สำนักยุทธก็ยืนอยู่อย่างกระสับกระส่าย…รอจังหวะที่จะเข้าไปรุมโจมตีเฉินซานซือ หากเขาพลาดท่าหรือได้รับบาดเจ็บ
“ไอ้ซูปิน!” จูถงสบถ
“ปกติเฉินซานซือดีกับแกมาก อย่าทำให้ข้าต้องดูถูกแกนะ!”
“รู้แล้วน่า…อย่างข้าต้องให้แกมาบอกรึไง?!” ซูปินพูดจบก็ชักดาบออกมา
“พี่น้อง! ล้อมพวกมันไว้!”
“เเต่นายกองฝางสั่งไว้แล้วนะขอรับ ว่าอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม!” นายทหารยศนายสิบคนหนึ่งรีบห้าม
แต่ซูปินไม่สนใจ
นั่นเพราะจูถงพูดถูก
ตั้งแต่รู้จักกันมา เฉินซานซือดีกับเขามากแค่ไหน เขาเองก็รู้ดี
ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าไม่ช่วยเหลือ ก็ไม่สมควรเรียกตัวเองว่าเป็นลูกผู้ชายเลย
เมื่อมีซูปินเป็นคนสั่งการ ลูกน้องจึงเชื่อฟังและยอมทำตามคำสั่ง
ส่วนหวังลี่และคนอื่นๆไม่ต้องพูดถึง
พวกเขาพึ่งได้รับผลประโยชน์ แม้จะไม่เข้าไปช่วยโดยตรง แต่ก็ไม่มีทางยอมให้คนอื่นมารุมทำร้ายหัวหน้าของตัวเองแน่
ณ เวลานี้
ในบรรดาทหารห้าสิบนายที่มาถึงหมู่บ้านเยียนเปียน มีสามสิบนายที่ออกมาล้อมศิษย์สำนักยุทธเอาไว้
“พวกแกจะทำอะไร?!” ศิษย์สำนักยุทธมองไปที่หอกยาวนับไม่ถ้วนที่ล้อมรอบพวกเขา
“พวกแกฆ่าคนของพวกข้าก่อน แล้วยังกล้ามาล้อมพวกข้าแบบนี้อีก…คิดจะฆ่าชาวบ้านผู้บริสุทธิ์รึไง?!”
“ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์พ่อแกสิ!” จูถงเหวี่ยงค้อนใส่หน้าอกของคนที่พูด ทันใดนั้นคนผู้นั้นก็กระอักเลือดออกมา ก่อนจะสลบไป
ศิษย์สำนักยุทธคนอื่นๆเห็นแบบนี้ก็รีบหุบปากทันที
“อย่าขยับ!” ซูปินคำราม
“ใครคิดจะเล่นตุกติก ฆ่าไม่เลี้ยงเเน่!”
ศิษย์สำนักยุทธที่ส่วนใหญ่เป็นพวกชอบรังแกคนอ่อนแอกว่า พอเจอแบบนี้ก็ยืนนิ่งอย่างว่าง่าย เเละต่างก็หันไปมองทางซ่งวู
รอให้ซ่งวูจัดการเด็กนั่นได้ก่อน พวกเขาค่อยกลับมาทำเก่งก็ยังไม่สาย
เเต่ถ้าไม่มีซ่งวูคอยหนุนหลัง พวกเขาไม่กล้าเสี่ยงตายหรอก
...
หลังจากคุมสถานการณ์ได้ ซูปินก็หันไปมองดูสถานการณ์ของเฉินซานซือด้วยความกังวล
การต่อสู้ของคนทั้งสอง เขาไม่มีทางเข้าไปยุ่งได้
ได้แต่หวังว่าเฉินซานซือจะยื้อไว้ได้จนกว่าฝางผิงจะพาคนมาสมทบได้ทัน
…………………………