- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 53 : เลือดช้างมังกร
บทที่ 53 : เลือดช้างมังกร
บทที่ 53 : เลือดช้างมังกร
บทที่ 53 : เลือดช้างมังกร
ณ โรงยาในค่ายทหาร
"อะไรนะ ยาหมดแล้วเหรอ?"
เฉินซานซือที่ตั้งใจมาซื้อยาบำรุงเลือด ถึงกับต้องชะงักเมื่อได้ยินคำตอบจากแพทย์เจียงว่าคลังยาว่างเปล่า เหลือแค่ยาบำรุงเลือดธรรมดา ส่วนยาบำรุงชั้นดีนั้นหมดเกลี้ยงเเล้ว
"ปกติทุกวันที่สามของเดือน สำนักยุทธจะส่งเงิน เสบียง และยามาให้" แพทย์เจียงพูดพลางใช้พัดโบกไฟในเตาอย่างใจเย็น
"แต่นี่ก็เลยมาหลายวันแล้ว ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของพวกเขาเลย ข้าว่าแล้วเชียว พวกเขาไม่มีทางยอมควักเนื้อตัวเองไปเรื่อยๆหรอก แค่เดือนเดียว พวกเขาก็เสียเงินไปหลายแสนตำลึงแล้ว"
"งั้นข้าขอยาบำรุงเลือดธรรมดาก็ได้ขอรับ" เฉินซานซือพูดอย่างเซ็งๆ
เขาพอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น
แผนการหลอกเอาเงินของเซียงถิงชุนคงจะถึงคราวสิ้นสุดลงแล้ว
สำนักยุทธก็ไม่ใช่คนโง่ พวกเขา​จะยอมเสียเงินไปเรื่อยๆโดยที่ไม่ได้เห็นแม้แต่เงาของสมบัติเซียนได้ยังไงกัน
ไม่รู้ว่าเซียงถิงชุนจะแก้ไขสถานการณ์ยังไง แต่เรื่องนี้มันก็ไม่เกี่ยวกับเขาอยู่แล้ว
ถึงยาจะแพงขึ้น เขาก็แค่ขึ้นเขาไปบ่อยขึ้นหน่อย…ต่อให้หาสัตว์​อสูรอย่างกวางขาวไม่ได้ หมีกับเสือก็ยังมีให้ล่าอยู่ดี
เขาดื่มยาบำรุงเลือดรวดเดียวหมดชาม จากนั้นก็ถือหอกยาวไปยังลานฝึก เตรียมตัวสำหรับการฝ่าฟันขั้นสุดท้าย
ระดับบ่มเพาะเลือด ตั้งแต่ขั้นเริ่มต้นจนถึงขั้นความสำเร็จเล็กน้อย ปราณและเลือดจะพัฒนาจากเส้นบางๆเป็นสี่เส้น ไหลเวียนไปทั่วแขนขา ทำให้มีพละกำลังเหนือกว่าคนทั่วไป
แต่วิทยายุทธทุกแขนง ไม่ได้ใช้แค่พละกำลังของแขนขาเพียงอย่างเดียวเท่านั้​น
ยกตัวอย่างเช่นวิชาหอก นอกจากแขนต้องแข็งแรงแล้ว ยังต้องใช้เอวและช่วงล่างที่มั่นคงในการควบคุมท่วงท่า เพื่อให้เกิดพลังโจมตีสูงสุด
ดังนั้น การที่ปราณและเลือดไหลเวียนแค่ในแขนขา มันยังไม่เพียงพอ
ต้องฝึกฝนจนถึงระดับปราณและเลือดขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ให้ปราณและเลือดไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ถึงจะสามารถดึงพลังทั้งหมดออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ และแสดงพลังที่แท้จริงของวิทยายุทธออกมาได้
เฉินซานซือแกว่งหอกในมือไปมา พลางสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของปราณและเลือดในร่างกาย
ปราณและเลือดทั้งสี่สายที่ร้อนแรงของเขา ไหลเวียนอย่างรุนแรงจนถึงขีดจำกัด เเละไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้อีกแล้ว
ตอนนี้เขาอยู่ห่างจากการทะลวงขั้นความ​สำเร็จ​อันยิ่งใหญ่​เพียงแค่เอื้อมมือ
แต่มันก็แค่...เกือบจะถึง
มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังจะทะลุผ่าน แต่ก็ถูกดึงกลับมาทุกครั้ง
เขาต้องอดทน!
ถึงแม้เฉินซานซือจะฝึกวิทยายุทธมาไม่นาน แต่ความทรหดอดทนของเขานั้นเหนือกว่าใคร
ไม่ว่าจะกินเนื้อสัตว์อสูร หรือดื่มยาบำรุง เขาก็ต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อย่อยสลายพลังเหล่านั้น
ทุกครั้งที่ฝึกท่าหอก ท่องสูตรการหายใจเเบบเ​ฮ่า​หราน…มันจะเจ็บปวดทุกครั้ง!
ดังนั้น เขาจึงไม่เคยขาดความอดทน
มันก็แค่เรื่องของเวลาเท่านั้น
เฉินซานซือสงบสติอารมณ์ลง แล้วฝึกซ้อมท่าหอกซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่ย่อท้อ
...
อีก​ด้าน​
เมื่อหวังจื๋อเห็นเฉิน​ซาน​ซือกำลัง​ฝึกอยู่​ เขาจึงรีบดึงเซียงถิงชุนเข้ามาดูทันที​
"อย่ามาล้อเล่นกับข้านะ" เซียงถิงชุนยังคงไม่ปักใจเชื่อ
"แค่ไม่ถึงสองเดือน จะทะลุถึงระดับปราณและเลือดขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้ยังไง"
"ท่านผู้พันไม่เชื่อหรือ?" หวังจื๋อยิ้มอย่างอารมณ์ดี
"ข้าได้ยินมาว่า ท่านไปเอายาดีๆมาจากตระกูลเหลียงแห่งเมืองเทียนหยวนได้เยอะเลยนี่ ในนั้นก็มีโสมเลือดด้วยไม่ใช่รึ"
"โสมเลือดมีประโยชน์แค่กับคนที่ฝึกถึงระดับปราณและเลือดเท่านั้น เจ้าจะเอาไปทำอะไร?"
หลังจาก​พูด​จบ​ เซียงถิงชุนก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้
"แปลกจริง นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เจ้ามาขออะไรให้คนอื่น เอาล่ะ ข้าตกลง…ถ้ามันทะลวงขั้นได้ ข้าจะยกโสมเลือดให้มัน"
ทั้งสองเดินคุยกันมาจนถึงลานฝึก
เมื่อเห็นท่วงท่าการใช้หอกที่รวดเร็วและงดงาม เซียงถิงชุนก็อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าตกตะลึงออกมา
"เจ้าอ้วนหวัง มันทะลวงขั้นเร็วขนาดนี้ จะกลายเป็นเลือดด้อยคุณภาพหรือเปล่า?"
"ไม่ต้องห่วง" หวังจื๋อตบหน้าอกตัวเองดังปุๆ
"วิชาพื้นฐานที่ข้าสอนมัน เป็นวิชาที่ดีที่สุดในใต้หล้า มั่นคงแข็งแกร่งมาก… อย่างน้อยๆก็ต้องเป็นปราณและเลือดชั้นยอด ต่อให้ฝึกไปสูงแค่ไหนในอนาคต วิชานี้ก็ไม่มีทางฉุดเฉินซานซือลงหรอก"
"เจ้านี่ก็มีของดีอยู่นี่หว่า" เซียงถิงชุนไม่ได้สงสัยในคำพูดนั้น แต่กลับรู้สึกทึ่งเล็กน้อย​
"ว่าแต่ ตอนนั้นเจ้าไปก่อเรื่องอะไรมา ถึงได้ถูกส่งตัวมาที่นี่?”
“ข้าลองตรวจสอบดูแล้ว ในกองกำลังหลวงทั้งแปดไม่มีนายพลคนไหนแซ่หวังเลยสักคน”
"ท่านผู้พันนี่ก็ยกยอข้าเกินไป" หวังจื๋อทำหน้าตาย
"ข้าอายุสี่สิบกว่าแล้วยังอยู่แค่ระดับหลอมกระดูก จะไปเป็นนายพลได้ยังไงกัน ก็แค่คนใช้ที่เส้นใหญ่หน่อยเท่านั้นแหละ"
เซียงถิงชุนไม่ได้พูดอะไรต่อ ได้แต่จ้องมองชายหนุ่มในลานฝึกอย่างเงียบๆ
….
ณ เวลานี้​ เฉินซานซือฝึกฝนจนถึงขั้นสุดท้าย
เขาหลับตาลง ปล่อยให้ร่างกายเคลื่อนไหวตามความเคยชิน ส่วนสมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่กับการเปลี่ยนแปลงของปราณและเลือดภายในร่างกาย
เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่
, รู้สึกเพียงแต่ว่าแสงสว่างรอบตัวค่อยๆมืดลง จนกระทั่งมืดสนิท
มือที่จับหอกเริ่มแข็งทื่อ ปอดขยายตัวจนถึงขีดสุด รู้สึกเหมือนจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
ตู้มมมมมม!!!!
ในที่สุด เมื่อร่างกายถึงขีดจำกัด ปราณและเลือดทั้งสี่สายก็ได้ไหลย้อนกลับไปที่หัวใจ
เเละพอไหลออกมาอีกครั้ง มันก็ไม่ใช่สี่สายอีกต่อไป
ตอนนี้…มันแตกออกเป็นเส้นเล็กๆนับไม่ถ้วน ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย!
ปกติแล้ว คนที่ฝึกถึงระดับปราณและเลือดขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่…ปราณและเลือดในร่างกายจะก่อตัวเป็นรูปตัวอักษร​ "ใหญ่"
แต่ของเฉินซานซือ ปราณและเลือดกลับไหลเวียนไปทั่วร่าง
เเละนี่แหละ ถึงเรียกว่าปราณและเลือดที่แท้จริง!
….
[วิทยายุทธ: หอกพื้นฐานสำหรับ​ทหาร (ระดับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่)]
[ผลของวิชา: เลือดช้างมังกร]
….
ผลของวิชาทั้งหมดถูกรวมอยู่ใน "เลือดช้างมังกร"
ทำให้ทุกอย่าง​มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เฉินซานซือเริ่มควบคุมปราณและเลือดอีกครั้ง…เเละตอนนี้เขารู้สึกได้ว่า "เลือดช้างมังกร" กำลังบ่มเพาะกระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นของเขา
มิน่าล่ะ ถึงได้บอกว่าระดับปราณและเลือดนั้นสำคัญ
เพราะระดับหลอมกระดูก ต้องอาศัยปราณและเลือดในการบ่มเพาะกระดูก, ยิ่งปราณและเลือดมีคุณภาพสูงเท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น
แต่เขาไม่รู้ว่า "เลือดช้างมังกร" ของเขานั้นอยู่ในระดับไหน
เเละเเผงค่าสถานะก็​ไม่ได้แสดงความคืบหน้าอีกต่อไป คงต้องไปหาวิชาฝึกระดับหลอมกระดูกมาฝึกแล้ว
เเละสำหรับ​วิชา เขาไปปรึกษาหวังจื๋อเลยก็แล้วกัน
….
"ยอดเยี่ยม!"
ทันใดนั้น ก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นข้างหูเฉินซานซือ…เขาจึงลืมตาขึ้น
ณ เวลานี้…เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่า เวลาผ่านไปไม่นานอย่างที่เขาคิด
ดูจากท้องฟ้าแล้ว น่าจะประมาณสองชั่วโมงเท่านั้น
แต่เสียงการฝึกหอกของเขาดังมาก จึงมีคนมามุงดูเต็มไปหมด
เเละคนที่ตะโกนออกมาคือเซียงถิงชุน
ดวงตาของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความชื่นชมและความอิจฉาเล็กน้อย ก่อนเขาจะเอ่ยปากชม
"ฝึกวิทยายุทธแค่สองเดือน ก็ทะลุถึงระดับปราณและเลือดขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้…เจ้านี่มันขุนศึก​ยอดอัจฉริยะจริงๆ!"
เฉินซานซือเก็บหอกพร้อม​คารวะ
"ท่านผู้พันชมเกินไปแล้ว"
"ไม่ต้องถ่อมตัวหรอก ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะเลื่อนขั้นเจ้าเป็นนายกอง แต่ว่า..."
"ถึงจะมีตำแหน่ง แต่กองทัพเราขาดกำลังคน…ไม่มีคนให้เจ้าบังคับบัญชาหรอกนะ" เซียงถิงชุนยิ้มแห้งๆ
"เอาเป็นว่า ตอนนี้เจ้าจะได้รับเงินเดือนเท่าระดับนายกองไปก่อน…ต่อไป ถ้ามีคนมาสมัครเป็นทหาร ข้าจะจัดสรรให้เจ้าก่อนเป็นอันดับแรก"
"และเพื่อเป็นรางวัลพิเศษ​ ข้าขอยกโสมเลือดให้เจ้าหนึ่งต้น"
"ส่วนทหารส่วนตัวของเจ้า ข้าก็มีรางวัลให้”
“นายทหารจะได้ยาบำรุงชั้นดีสองชุด พลทหาร​ได้เงินสองตำลึง…เเละรางวัล​นี้ ข้าออกเงินให้เอง!”
"ขอบคุณท่านผู้พันมากขอรับ" เฉินซานซือตอบรับอย่างไม่เกรงใจ
"ดีมาก" เซียงถิงชุนพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วหันไปพูดกับทหารคนอื่นๆ
"ตั้งใจฝึกซ้อมกันให้ดีๆ เเล้วพวกเจ้าก็จะได้รางวัลแบบนี้เหมือนกัน!"
หลังจากพูดจบ เขาก็วางมือบนดาบที่เอว แล้วเดินออกไป
…..
หลังจาก​นั้น​
เมื่อเซียงถิง​ชุน​กลับถึงค่าย หลัวตงเฉวียนก็รีบเดินตามเข้ามาทันที​
"ท่านผู้พัน พวกนั้นส่งข่าวมาแล้ว"
"ทางสำนักยุทธบอกว่ายินดีสนับสนุนท่านผู้พันอย่างเต็มที่ แต่พวกเขาก็ยังไม่เห็นความจริงใจจากท่าน พวกเขายังบอกอีกว่า ที่ท่านปิดบังแบบนี้ หรือว่าสมบัติเซียนไม่ได้อยู่ที่ท่านจริงๆ”
“พูดง่ายๆคือ พวกเขา​กำลังสงุว่าท่านกำลังหลอกพวกเขาอยู่หรือเปล่า”
"แล้วสาวกลัทธิเทพวิญญาณล่ะ หาตัวเจอหรือยัง?" เซียงถิงชุนเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างรวดเร็ว​
"ขออภัย…ข้าน้อยไร้ความสามารถ" หลัวตงเฉวียนก้มหน้าลง
"ใช้คนตั้งห้าร้อยคนออกค้นทั่วเมืองทุกวัน…เเต่ยังหาไม่เจออีกเหรอ?!" เซียงถิงชุนรู้สึก​ปวดหัวเป็นอย่างมาก
หาสาวกลัทธิเทพวิญญาณไม่เจอ แล้วเขาจะเอาสมบัติเซียนที่ไหนไปให้พวกสำนักยุทธ
ฮึ่ม…ช่างแม่งสมบัติเซียนเถอะ!
ยังไงก็ต้องไม่ให้เรื่องนี้มาขัดขวางแผนการรบในฤดูใบไม้ผลิปีหน้าของเขา
ดูท่าเขาคงต้องใช้ไม้แข็งแล้ว ถึงจะทำให้พวกมันยอมเชื่อฟัง!
"เพล้ง!"
เซียงถิงชุนบีบถ้วยชาในมือจนแตกละเอียดเเล้วกล่าว​ว่า
"หลัวตงเฉวียน ไปหาวิธีใส่ร้ายพวกสำนักยุทธซะ"
"ท่านผู้พัน?!" หลัวตงเฉวียนตกตะลึงอย่างมาก
"แบบนี้มัน…ไม่เหมาะสมกระมัง?"
"เหมาะสมสิ" เซียงถิงชุนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"พวกมันมีเส้นสาย แล้วข้าไม่มีรึไง? เจ้าคิดว่าใครเป็นคนอนุมัติให้ข้าออกรบ!”
“ฮึ่ม…ไปทำตามที่ข้าสั่ง!”
"ข้าน้อย...เข้าใจแล้ว"
……………………