เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 53 : เลือดช้างมังกร

บทที่ 53 : เลือดช้างมังกร

บทที่ 53 : เลือดช้างมังกร


บทที่ 53 : เลือดช้างมังกร

ณ โรงยาในค่ายทหาร

"อะไรนะ ยาหมดแล้วเหรอ?"

เฉินซานซือที่ตั้งใจมาซื้อยาบำรุงเลือด ถึงกับต้องชะงักเมื่อได้ยินคำตอบจากแพทย์เจียงว่าคลังยาว่างเปล่า เหลือแค่ยาบำรุงเลือดธรรมดา ส่วนยาบำรุงชั้นดีนั้นหมดเกลี้ยงเเล้ว

"ปกติทุกวันที่สามของเดือน สำนักยุทธจะส่งเงิน เสบียง และยามาให้" แพทย์เจียงพูดพลางใช้พัดโบกไฟในเตาอย่างใจเย็น

"แต่นี่ก็เลยมาหลายวันแล้ว ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของพวกเขาเลย ข้าว่าแล้วเชียว พวกเขาไม่มีทางยอมควักเนื้อตัวเองไปเรื่อยๆหรอก แค่เดือนเดียว พวกเขาก็เสียเงินไปหลายแสนตำลึงแล้ว"

"งั้นข้าขอยาบำรุงเลือดธรรมดาก็ได้ขอรับ" เฉินซานซือพูดอย่างเซ็งๆ

เขาพอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น

แผนการหลอกเอาเงินของเซียงถิงชุนคงจะถึงคราวสิ้นสุดลงแล้ว

สำนักยุทธก็ไม่ใช่คนโง่ พวกเขา​จะยอมเสียเงินไปเรื่อยๆโดยที่ไม่ได้เห็นแม้แต่เงาของสมบัติเซียนได้ยังไงกัน

ไม่รู้ว่าเซียงถิงชุนจะแก้ไขสถานการณ์ยังไง แต่เรื่องนี้มันก็ไม่เกี่ยวกับเขาอยู่แล้ว

ถึงยาจะแพงขึ้น เขาก็แค่ขึ้นเขาไปบ่อยขึ้นหน่อย…ต่อให้หาสัตว์​อสูรอย่างกวางขาวไม่ได้ หมีกับเสือก็ยังมีให้ล่าอยู่ดี

เขาดื่มยาบำรุงเลือดรวดเดียวหมดชาม จากนั้นก็ถือหอกยาวไปยังลานฝึก เตรียมตัวสำหรับการฝ่าฟันขั้นสุดท้าย

ระดับบ่มเพาะเลือด ตั้งแต่ขั้นเริ่มต้นจนถึงขั้นความสำเร็จเล็กน้อย ปราณและเลือดจะพัฒนาจากเส้นบางๆเป็นสี่เส้น ไหลเวียนไปทั่วแขนขา ทำให้มีพละกำลังเหนือกว่าคนทั่วไป

แต่วิทยายุทธทุกแขนง ไม่ได้ใช้แค่พละกำลังของแขนขาเพียงอย่างเดียวเท่านั้​น

ยกตัวอย่างเช่นวิชาหอก นอกจากแขนต้องแข็งแรงแล้ว ยังต้องใช้เอวและช่วงล่างที่มั่นคงในการควบคุมท่วงท่า เพื่อให้เกิดพลังโจมตีสูงสุด

ดังนั้น การที่ปราณและเลือดไหลเวียนแค่ในแขนขา มันยังไม่เพียงพอ

ต้องฝึกฝนจนถึงระดับปราณและเลือดขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ให้ปราณและเลือดไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ถึงจะสามารถดึงพลังทั้งหมดออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ และแสดงพลังที่แท้จริงของวิทยายุทธออกมาได้

เฉินซานซือแกว่งหอกในมือไปมา พลางสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของปราณและเลือดในร่างกาย

ปราณและเลือดทั้งสี่สายที่ร้อนแรงของเขา ไหลเวียนอย่างรุนแรงจนถึงขีดจำกัด เเละไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้อีกแล้ว

ตอนนี้เขาอยู่ห่างจากการทะลวงขั้นความ​สำเร็จ​อันยิ่งใหญ่​เพียงแค่เอื้อมมือ

แต่มันก็แค่...เกือบจะถึง

มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังจะทะลุผ่าน แต่ก็ถูกดึงกลับมาทุกครั้ง

เขาต้องอดทน!

ถึงแม้เฉินซานซือจะฝึกวิทยายุทธมาไม่นาน แต่ความทรหดอดทนของเขานั้นเหนือกว่าใคร

ไม่ว่าจะกินเนื้อสัตว์อสูร หรือดื่มยาบำรุง เขาก็ต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อย่อยสลายพลังเหล่านั้น

ทุกครั้งที่ฝึกท่าหอก ท่องสูตรการหายใจเเบบเ​ฮ่า​หราน…มันจะเจ็บปวดทุกครั้ง!

ดังนั้น เขาจึงไม่เคยขาดความอดทน

มันก็แค่เรื่องของเวลาเท่านั้น

เฉินซานซือสงบสติอารมณ์ลง แล้วฝึกซ้อมท่าหอกซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่ย่อท้อ

...

อีก​ด้าน​

เมื่อหวังจื๋อเห็นเฉิน​ซาน​ซือกำลัง​ฝึกอยู่​ เขาจึงรีบดึงเซียงถิงชุนเข้ามาดูทันที​

"อย่ามาล้อเล่นกับข้านะ" เซียงถิงชุนยังคงไม่ปักใจเชื่อ

"แค่ไม่ถึงสองเดือน จะทะลุถึงระดับปราณและเลือดขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้ยังไง"

"ท่านผู้พันไม่เชื่อหรือ?" หวังจื๋อยิ้มอย่างอารมณ์ดี

"ข้าได้ยินมาว่า ท่านไปเอายาดีๆมาจากตระกูลเหลียงแห่งเมืองเทียนหยวนได้เยอะเลยนี่ ในนั้นก็มีโสมเลือดด้วยไม่ใช่รึ"

"โสมเลือดมีประโยชน์แค่กับคนที่ฝึกถึงระดับปราณและเลือดเท่านั้น เจ้าจะเอาไปทำอะไร?"

หลังจาก​พูด​จบ​ เซียงถิงชุนก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้

"แปลกจริง นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เจ้ามาขออะไรให้คนอื่น เอาล่ะ ข้าตกลง…ถ้ามันทะลวงขั้นได้ ข้าจะยกโสมเลือดให้มัน"

ทั้งสองเดินคุยกันมาจนถึงลานฝึก

เมื่อเห็นท่วงท่าการใช้หอกที่รวดเร็วและงดงาม เซียงถิงชุนก็อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าตกตะลึงออกมา

"เจ้าอ้วนหวัง มันทะลวงขั้นเร็วขนาดนี้ จะกลายเป็นเลือดด้อยคุณภาพหรือเปล่า?"

"ไม่ต้องห่วง" หวังจื๋อตบหน้าอกตัวเองดังปุๆ

"วิชาพื้นฐานที่ข้าสอนมัน เป็นวิชาที่ดีที่สุดในใต้หล้า มั่นคงแข็งแกร่งมาก… อย่างน้อยๆก็ต้องเป็นปราณและเลือดชั้นยอด ต่อให้ฝึกไปสูงแค่ไหนในอนาคต วิชานี้ก็ไม่มีทางฉุดเฉินซานซือลงหรอก"

"เจ้านี่ก็มีของดีอยู่นี่หว่า" เซียงถิงชุนไม่ได้สงสัยในคำพูดนั้น แต่กลับรู้สึกทึ่งเล็กน้อย​

"ว่าแต่ ตอนนั้นเจ้าไปก่อเรื่องอะไรมา ถึงได้ถูกส่งตัวมาที่นี่?”

“ข้าลองตรวจสอบดูแล้ว ในกองกำลังหลวงทั้งแปดไม่มีนายพลคนไหนแซ่หวังเลยสักคน”

"ท่านผู้พันนี่ก็ยกยอข้าเกินไป" หวังจื๋อทำหน้าตาย

"ข้าอายุสี่สิบกว่าแล้วยังอยู่แค่ระดับหลอมกระดูก จะไปเป็นนายพลได้ยังไงกัน ก็แค่คนใช้ที่เส้นใหญ่หน่อยเท่านั้นแหละ"

เซียงถิงชุนไม่ได้พูดอะไรต่อ ได้แต่จ้องมองชายหนุ่มในลานฝึกอย่างเงียบๆ

….

ณ เวลานี้​ เฉินซานซือฝึกฝนจนถึงขั้นสุดท้าย

เขาหลับตาลง ปล่อยให้ร่างกายเคลื่อนไหวตามความเคยชิน ส่วนสมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่กับการเปลี่ยนแปลงของปราณและเลือดภายในร่างกาย

เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่

, รู้สึกเพียงแต่ว่าแสงสว่างรอบตัวค่อยๆมืดลง จนกระทั่งมืดสนิท

มือที่จับหอกเริ่มแข็งทื่อ ปอดขยายตัวจนถึงขีดสุด รู้สึกเหมือนจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ

ตู้มมมมมม!!!!

ในที่สุด เมื่อร่างกายถึงขีดจำกัด ปราณและเลือดทั้งสี่สายก็ได้ไหลย้อนกลับไปที่หัวใจ

เเละพอไหลออกมาอีกครั้ง มันก็ไม่ใช่สี่สายอีกต่อไป

ตอนนี้…มันแตกออกเป็นเส้นเล็กๆนับไม่ถ้วน ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย!

ปกติแล้ว คนที่ฝึกถึงระดับปราณและเลือดขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่…ปราณและเลือดในร่างกายจะก่อตัวเป็นรูปตัวอักษร​ "ใหญ่"

แต่ของเฉินซานซือ ปราณและเลือดกลับไหลเวียนไปทั่วร่าง

เเละนี่แหละ ถึงเรียกว่าปราณและเลือดที่แท้จริง!

….

[วิทยายุทธ: หอกพื้นฐานสำหรับ​ทหาร (ระดับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่)]

[ผลของวิชา: เลือดช้างมังกร]

….

ผลของวิชาทั้งหมดถูกรวมอยู่ใน "เลือดช้างมังกร"

ทำให้ทุกอย่าง​มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เฉินซานซือเริ่มควบคุมปราณและเลือดอีกครั้ง…เเละตอนนี้เขารู้สึกได้ว่า "เลือดช้างมังกร" กำลังบ่มเพาะกระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นของเขา

มิน่าล่ะ ถึงได้บอกว่าระดับปราณและเลือดนั้นสำคัญ

เพราะระดับหลอมกระดูก ต้องอาศัยปราณและเลือดในการบ่มเพาะกระดูก, ยิ่งปราณและเลือดมีคุณภาพสูงเท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น

แต่เขาไม่รู้ว่า "เลือดช้างมังกร" ของเขานั้นอยู่ในระดับไหน

เเละเเผงค่าสถานะก็​ไม่ได้แสดงความคืบหน้าอีกต่อไป คงต้องไปหาวิชาฝึกระดับหลอมกระดูกมาฝึกแล้ว

เเละสำหรับ​วิชา เขาไปปรึกษาหวังจื๋อเลยก็แล้วกัน

….

"ยอดเยี่ยม!"

ทันใดนั้น ก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นข้างหูเฉินซานซือ…เขาจึงลืมตาขึ้น

ณ เวลานี้…เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่า เวลาผ่านไปไม่นานอย่างที่เขาคิด

ดูจากท้องฟ้าแล้ว น่าจะประมาณสองชั่วโมงเท่านั้น

แต่เสียงการฝึกหอกของเขาดังมาก จึงมีคนมามุงดูเต็มไปหมด

เเละคนที่ตะโกนออกมาคือเซียงถิงชุน

ดวงตาของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความชื่นชมและความอิจฉาเล็กน้อย ก่อนเขาจะเอ่ยปากชม

"ฝึกวิทยายุทธแค่สองเดือน ก็ทะลุถึงระดับปราณและเลือดขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้…เจ้านี่มันขุนศึก​ยอดอัจฉริยะจริงๆ!"

เฉินซานซือเก็บหอกพร้อม​คารวะ

"ท่านผู้พันชมเกินไปแล้ว"

"ไม่ต้องถ่อมตัวหรอก ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะเลื่อนขั้นเจ้าเป็นนายกอง แต่ว่า..."

"ถึงจะมีตำแหน่ง แต่กองทัพเราขาดกำลังคน…ไม่มีคนให้เจ้าบังคับบัญชาหรอกนะ" เซียงถิงชุนยิ้มแห้งๆ

"เอาเป็นว่า ตอนนี้เจ้าจะได้รับเงินเดือนเท่าระดับนายกองไปก่อน…ต่อไป ถ้ามีคนมาสมัครเป็นทหาร ข้าจะจัดสรรให้เจ้าก่อนเป็นอันดับแรก"

"และเพื่อเป็นรางวัลพิเศษ​ ข้าขอยกโสมเลือดให้เจ้าหนึ่งต้น"

"ส่วนทหารส่วนตัวของเจ้า ข้าก็มีรางวัลให้”

“นายทหารจะได้ยาบำรุงชั้นดีสองชุด พลทหาร​ได้เงินสองตำลึง…เเละรางวัล​นี้ ข้าออกเงินให้เอง!”

"ขอบคุณท่านผู้พันมากขอรับ" เฉินซานซือตอบรับอย่างไม่เกรงใจ

"ดีมาก" เซียงถิงชุนพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วหันไปพูดกับทหารคนอื่นๆ

"ตั้งใจฝึกซ้อมกันให้ดีๆ เเล้วพวกเจ้าก็จะได้รางวัลแบบนี้เหมือนกัน!"

หลังจากพูดจบ เขาก็วางมือบนดาบที่เอว แล้วเดินออกไป

…..

หลังจาก​นั้น​

เมื่อเซียงถิง​ชุน​กลับถึงค่าย หลัวตงเฉวียนก็รีบเดินตามเข้ามาทันที​

"ท่านผู้พัน พวกนั้นส่งข่าวมาแล้ว"

"ทางสำนักยุทธบอกว่ายินดีสนับสนุนท่านผู้พันอย่างเต็มที่ แต่พวกเขาก็ยังไม่เห็นความจริงใจจากท่าน พวกเขายังบอกอีกว่า ที่ท่านปิดบังแบบนี้ หรือว่าสมบัติเซียนไม่ได้อยู่ที่ท่านจริงๆ”

“พูดง่ายๆคือ พวกเขา​กำลังสงุว่าท่านกำลังหลอกพวกเขาอยู่หรือเปล่า”

"แล้วสาวกลัทธิเทพวิญญาณล่ะ หาตัวเจอหรือยัง?" เซียงถิงชุนเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างรวดเร็ว​

"ขออภัย…ข้าน้อยไร้ความสามารถ" หลัวตงเฉวียนก้มหน้าลง

"ใช้คนตั้งห้าร้อยคนออกค้นทั่วเมืองทุกวัน…เเต่ยังหาไม่เจออีกเหรอ?!" เซียงถิงชุนรู้สึก​ปวดหัวเป็นอย่างมาก

หาสาวกลัทธิเทพวิญญาณไม่เจอ แล้วเขาจะเอาสมบัติเซียนที่ไหนไปให้พวกสำนักยุทธ

ฮึ่ม…ช่างแม่งสมบัติเซียนเถอะ!

ยังไงก็ต้องไม่ให้เรื่องนี้มาขัดขวางแผนการรบในฤดูใบไม้ผลิปีหน้าของเขา

ดูท่าเขาคงต้องใช้ไม้แข็งแล้ว ถึงจะทำให้พวกมันยอมเชื่อฟัง!

"เพล้ง!"

เซียงถิงชุนบีบถ้วยชาในมือจนแตกละเอียดเเล้วกล่าว​ว่า

"หลัวตงเฉวียน ไปหาวิธีใส่ร้ายพวกสำนักยุทธซะ"

"ท่านผู้พัน?!" หลัวตงเฉวียนตกตะลึงอย่างมาก

"แบบนี้มัน…ไม่เหมาะสมกระมัง?"

"เหมาะสมสิ" เซียงถิงชุนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"พวกมันมีเส้นสาย แล้วข้าไม่มีรึไง? เจ้าคิดว่าใครเป็นคนอนุมัติให้ข้าออกรบ!”

“ฮึ่ม…ไปทำตามที่ข้าสั่ง!”

"ข้าน้อย...เข้าใจแล้ว"

……………………

จบบทที่ บทที่ 53 : เลือดช้างมังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว