- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 50 : กวางขาว
บทที่ 50 : กวางขาว
บทที่ 50 : กวางขาว
บทที่ 50 : กวางขาว
ในที่สุด เขาก็ไม่ต้องเดินเท้าเปล่า​ออกจากบ้านอีกต่อไป
การขี่ม้าไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดแรงเท่านั้น แต่ยังทำให้เดินทางได้เร็วขึ้นอีกด้วย
เมื่อม้าขาววิ่งเต็มฝีเท้า เฉินซานซือรู้สึกเหมือนกีบเท้าของมันไม่ได้แตะพื้น เหมือนกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า
เเบบนี้​คงวิ่งได้วันละเป็น​พันลี้เลยมั้ง?
ยังไม่ทันได้กะเวลา เขาก็มาถึงหมู่บ้านเยียนเปียนเสียแล้ว
เขาเรียกลุงจ้าวให้ไปด้วยกัน และผูกม้าไว้หน้าบ้านลุงจ้าว
เส้นทางในป่าทั้งขรุขระและมีสัตว์ร้าย แน่นอนว่าขี่ม้าขึ้นเขาไม่ได้
จากนั้น​ไม่นาน​ ทุกคนก็เดินมาถึงลำธารเล็กๆที่เดิม
"ลุงจ้าว พวกเราก็ข้ามแม่น้ำไปพร้อมกับเฉินซานซือเถอะ!" หวูต๋าทนไม่ไหวเเล้วพูดขึ้น
"ภูเขานี่มันก็ไม่ใช่ของพวกมันสักหน่อย ทำไมเราจะไปไม่ได้?"
"ลุง ข้าก็ว่าอย่างนั้น" จวงอี้เกาหัว
"ถ้าไปกับพี่เฉิน พวกมันก็ไม่กล้าทำอะไรพวกเราหรอก"
"ไม่ได้!…พวกเจ้าอย่าไปสร้างปัญหาให้เฉินซานซือเพิ่มเลย" ลุงจ้าวยืนกราน
เขาผลักหวูต๋ากับจวงอี้ให้ออกไป
ส่วนเฉินซานซือไม่ได้พูดอะไร
ไม่ใช่ว่าเขากลัวมีปัญหา
แต่เเป็นเพราะ ถ้าอยู่ต่อหน้าต่อตาเขา คนของสำนักยุทธก็คงไม่กล้าทำอะไรลุงจ้าวและคนอื่นๆหรอก…แต่ถ้าแยกกันแล้วล่ะ?
เฉินซานซือต้องฝึกวิทยายุทธและต้องไปรบ ไม่มีเวลามาคอยปกป้องพวกเขาทุกวันหรอก
เว้นแต่ว่าจะทำให้คนของสำนักยุทธกลัวเขาจนถึงกระดูกดำ…แต่เห็นได้ชัดว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา
จากนั้น
หลังจากแยกทางกับทุกคน เฉินซานซือก็มุ่งหน้าไปยังป่าลึกทางเหนือ
ระหว่างทางเขาเจอสัตว์ป่าก็ไม่ได้หยุดเพื่อล่า รีบเดินขึ้นไปจนถึงยอดเขา ยืนมองจากที่สูงเพื่อสำรวจสภาพแวดล้อมของภูเขารอบๆ
ทันใดนั้น เขาก็เห็นว่ามีภูเขาสีแดงสดลูกหนึ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษ
บนภูเขาเต็มไปด้วยต้นเมเปิ้ล จนดูเหมือนทะเลเพลิง
โดยทั่วไปแล้ว กวางน่าจะชอบอยู่ในป่าที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์มากเเบบนั้น
เเละที่พวกมันถูกเรียกว่าสัตว์อสูรไม่ใช่แค่เพราะสายเลือดที่แปลกประหลาดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความต้องการสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยที่แตกต่างจากสัตว์ทั่วไปด้วย
ในเมื่อค้นหาตามป่าสีเขียวขจีมาหลายลูกก็ไม่เจออะไร เขาลองไปดูที่นั่นก็ไม่เสียหาย
ระยะทางระหว่างสองภูเขาก็ไม่ได้ไกลกันมากนัก เเค่ประมาณสิบกว่าลี้เท่านั้น
เเต่เมื่อเฉินซานซือเข้าใกล้ไปใกล้ภูเขาสีแดง เขาก็พบคนของสำนักยุทธไท่เล่ยอยู่แถวนั้นหลายคน
ในนั้นมีเว่ยซูที่เขารู้จัก และคนอื่นๆที่ดูเหมือนจะมีตำแหน่งสูงกว่า
การที่กลุ่มคนเหล่านี้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ แสดงว่าต้องมีอะไรบางอย่าง เเละมันหมายความว่าเขาไม่ได้มาผิดที่
ซึ่งมันก็ไม่ผิดจากที่เขาคาด เมื่อเข้าไปใกล้ขึ้น เขาก็ได้ยินพวกไท่เล่ยกำลังคุยกัน
"เมื่อวานตอนบ่าย ตรงเนินเขานั่นแหละ ผู้อาวุโส​วูเกือบจะจับกวางขาวได้แล้วเชียว!"
"แต่มันหูดีมาก รู้ตัวตั้งแต่ยังอยู่ไกลเป็นสิบๆจั้ง เเถมกระโดดได้สูงหลายเมตร แป๊บเดียวก็หายไปเลย"
"แต่ว่ามันต้องยังอยู่บนภูเขานี้แน่ๆ"
"ผู้อาวุโส​วูบอกว่า ไม่ต้องให้พวกเราจับ แค่ช่วยหาตำแหน่งคร่าวๆของมันให้เจอก็พอ แล้วเขาจะมีรางวัลให้"
"..."
ถึงแม้พวกเขาจะพูดกันเสียงเบา แต่เฉินซานซือก็ได้ยินทุกคำ
กระโดดได้สูงหลายเมตรเชียวรึ?
มิน่าเอ็นกวางขาวถึงได้เอามาทำธนูหนักได้
เเละในเมื่อมันเคยปรากฏตัว ก็ต้องมีร่องรอยหลงเหลืออยู่บ้าง
ไม่ว่าร่องรอยจะเล็กแค่ไหน เขาก็หาเจอ
เมื่อมีเป้าหมายแล้ว เฉินซานซือก็รีบตรงไปที่เนินเขาทันที
….
"ทำไมมันมาอยู่ที่นี่ด้วย?" เว่ยซู่เห็นเด็กหนุ่มในชุดเกราะ เขาก็ตกใจทันที​
"ศิษย์พี่ใหญ่ นี่แหละคนที่ข้าเคยเล่าให้ฟัง คนที่ล่าเสือโคร่งได้ด้วยตัวเดียว แถมยังกล้ายิงธนูใส่ข้าด้วย”
“แย่แล้ว เเบบนี้มันจะหากวางขาวเจอก่อนพวกเราหรือเปล่าเนี่ย?”
"แล้วเจ้าจะมัวชักช้าอยู่ทำไม รีบตามมันไปสิ! ความมั่งคั่งของพวกเรามันขึ้นอยู่กับกวางขาวตัวนี้แล้วนะ!"
อย่ามาล้อเล่น​นะ….ถ้ารักษาอาการบาดเจ็บของเจ้าสำนักได้ แค่ได้ร้านค้ามาสักร้าน ก็ไม่ต้องลำบากไปทั้งชีวิตแล้ว
...
อีก​ด้าน​ บนเนินเขา
ในป่าเมเปิ้ลที่รกทึบ เเละมีใบไม้สีแดงร่วงหล่นอยู่เต็มพื้น
นอกจากนี้​ยังมี​ลูกธนูหลายดอกปักอยู่บนพื้น เห็นได้ชัดว่าไม่นานมานี้เพิ่งมีการล่าที่ล้มเหลวเกิดขึ้น
เฉินซานซือย่อตัวลง ค้นหาอย่างละเอียดรอบๆลูกธนู
ไม่นาน เขาก็พบขนสีขาวเส้นหนึ่งบนใบเมเปิ้ลสีแดง
โดยปกติขนกวางจะค่อนข้างแข็ง…แต่ขนกวางสีขาวนี้นุ่มเหมือนสำลี และยังละเอียดกว่าขนอ่อนอีกด้วย
ทุกๆระยะประมาณสามสิบก้าว เขาจะพบขนแบบนี้หล่นอยู่ไม่กี่เส้น
เขาเดินผ่านป่าหลายผืน ไล่ตามจากเนินเขาไปยังอีกฟากหนึ่งของภูเขา จนกระทั่งเจอทางตันที่เป็นหน้าผาสูงชันอยู่เบื้องล่าง
เฉินซานซือคลานไปที่ขอบหน้าผา มองลงไปด้านล่าง…หน้าผาไม่ลึกมาก ประมาณสี่สิบถึงห้าสิบเมตร
โชคดีที่ด้านล่างมีที่ให้เหยียบเยอะพอสมควร ด้วยความว่องไวปราดเปรียว เขาจึงสามารถปีนลงไปได้อย่างง่ายดายราวกับลิง
ที่ด้านล่างของหน้าผา ทุกอย่างเปลี่ยนจากสีแดงเพลิงกลับมาเป็นสีเขียวขจีของป่า มีทั้งนกและสัตว์ป่า พืชพรรณนานาชนิด ดูมีชีวิตชีวามาก
ที่นี่…เหมือนจะเป็นที่ที่กวางขาวจะอาศัยอยู่ได้
เฉินซานซือเปิดกล่องไม้จันทน์ที่นำติดตัวมา ข้างในกล่องมีหลิงจือสีดำสนิทรูปร่างเหมือนก้อนเมฆ
เมื่อลมพัดผ่าน มันก็จะส่งกลิ่นหอมแปลกๆลอยออกมา แค่ได้กลิ่นนิดเดียว​ก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที
สมกับที่เป็นของดีจริงๆ
เฉิน​ซาน​ซือเอาหลิงจือวางไว้บนพื้นที่โล่ง ส่วนตัวเองก็ไปซ่อนตัวอยู่ในป่ารกทึบที่อยู่ห่างออกไปประมาณสิบจั้ง เตรียมธนูและง้างสายไว้รอ
การง้างธนูหนักสองศิลาค้างไว้นานๆ เป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองแรงมากสำหรับคนทั่วไป
เเต่เฉินซานซือทำแบบนี้เพราะรู้ว่ากวางขาว "หูไว" มาก…มีโอกาสสูงที่มันจะได้ยินเสียงการง้างธนู
การที่คนจากสำนักยุทธไท่เล่ยพลาด ส่วนใหญ่ก็คงเพราะโดนจับได้เสียก่อน
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยทักษะการซ่อนตัว เฉิน​ซาน​ซือ​ในตอนนี้จึงกลายเป็นหนึ่งเดียว​กับป่าโดยสมบูรณ์
มันมีนกบินมาเกาะที่ไหล่เขาด้วยซ้ำ เหมือนเห็นเขาเป็นแค่ท่อนไม้ท่อหนึ่ง​
เขาไม่ต้องรอนาน
ประมาณสิบนาทีต่อมา ร่างสีขาวที่ปราดเปรียว​ว่องไวก็ปรากฏตัวขึ้นจากหน้าผา
มันไม่จำเป็นต้องมีที่ให้เหยียบ ก็สามารถ​วิ่งอยู่บนหน้าผาที่เกือบจะเป็นแนวดิ่งได้!
ที่แท้มันก็อาศัยอยู่ในถ้ำกลางหน้าผานี่เอง มิน่าถึงหาทั่วภูเขาก็ไม่เจอ
…..
ณ เวลานี้​กวางขาวมุ่งตรงมาที่หลิงจืออย่างชัดเจน
ตอนแรกมันวิ่งมาเร็วมาก แต่พอเข้าใกล้หลิงจือ มันก็เริ่มระแวดระวังมากขึ้น​
เกือบทุกก้าวที่เดินมามันจะหยุดเสมอ แต่มันก็ยังไม่ทันสังเกตเห็นอันตรายที่ซุ่มซ่อนอยู่
"ฟิ้ว..."
ในขณะที่หลิงจือเกือบจะถึงปาก, กวางขาวก็รู้สึกถึงความผิดปกติ แต่ทันใดนั้น​มันก็กระโดดขึ้นไปในอากาศสูงกว่าสามเมตรในทันที
แต่น่าเสียดาย ก่อนที่มันจะกระโดด ลูกธนูเขี้ยวหมาป่าก็พุ่งทะลุหัวของมันไปเสียก่อน
"ตุ้บ!"
กวางขาวตายกลางอากาศ ร่วงลงมากระแทกพื้นเป็นศพอย่างน่าสงสาร​
"ตอบสนองเร็วจริงๆ"
ถ้าเฉินซานซือไม่ได้ง้างธนูรอไว้ก่อน เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะยิงโดนหรือเปล่า
เเต่หลังจากเดินทางข้ามเขามาหลายลูก…ในที่สุดเขาก็ได้มันมาครอบครอง
ทรัพยากรจากกวางขาวตัวนี้ เพียงพอที่จะช่วยให้เขาฝึกฝนจนเกือบถึงระดับหลอมกระดูก ช่วยประหยัดเวลาเขาไปได้เยอะมาก
แต่หลังจาก​นี้
ระหว่างทางลงเขา เขาอาจจะเจอปัญหาได้
การแบกกวางขาวลงจากเขาก็เหมือนกับกอดก้อนทองเดินกลางตลาดดีๆ นี่เอง
ตอนแรกมีศิษย์สำนักยุทธแค่คนหรือสองคนเดินตามมาห่างๆ…ไม่นาน พวกมันก็เหมือนหมาป่าที่ได้กลิ่นเลือด
มารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆจนมีคนตามมาเกือบยี่สิบคน
แต่น่าเสียดาย เฉินซานซือไม่ใช่ "เด็กน้อย" ที่รังแก​ได้ง่ายๆ
ถึงแม้ก้อนทองจะอยู่ตรงหน้า ก็ยังไม่มีใครกล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
"แม้แต่ผู้อาวุโส​วูยังทำไม่ได้!" เว่ยซู่มองรูบนหัวกวางขาว
"มันยิงโดนได้ยังไงกัน!?"
"ฮึ่มม…ไปขวางมันไว้ก่อน!" ศิษย์พี่ใหญ่หวงเทา พูดพลางทำท่าจะเดินเข้าไป
"ศิษย์พี่ใหญ่ ใจเย็นๆก่อน!" เว่ยซู่รีบห้าม
"หมอนี่มันใจแคบมาก แถมยังชอบฆ่าคนอีกด้วย"
"เเกจะกลัวอะไร! เจ้าบอกว่ามันเป็นแค่เจ้าหน้าที่ระดับล่างไม่ใช่รึไง ข้าฝึกจนถึงระดับปราณและเลือดขั้นสูงแล้ว ข้าจะต้องกลัวมันทำไมกัน!?"
หวงเทาสะบัดมือศิษย์น้องที่จับแขนเขาไว้ เเล้ววิ่งเข้าไปขวางทางเฉินซานซืออย่างรวดเร็ว​
เฉินซานซือทำหน้าเฉยเมย พร้อมแกล้งถามว่า
"มีอะไร?"
"สหาย" หวงเทาประสานมือคำนับ
"พวกข้าตั้งใจจะรวบรวมเงินซื้อกวางขาวตัวนี้จากเจ้า…จะให้ราคาตามท้องตลาดเลย เจ้าจะไม่ขาดทุนอย่างเเน่นอน"
"ไม่ขาย" เฉินซานซือพูดพลางทำท่าจะเดินเลี่ยงไป
"หยุดอยู่ตรงนั้น!" หวงเทาพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น
"วันนี้ถ้าเจ้าไม่ให้เกียรติพวกข้า ก็อย่าหวังว่าจะออกไปจากที่นี่ได้ ข้าเตือน..."
ยังพูดไม่ทันจบ แสงเย็นยะเยือกก็วาบผ่านใบหน้าของเขาไป
ทุกคน​ได้ยินเสียงดัง "แปะ" เหมือนมีอะไรบางอย่างตกลงบนพื้น
หลังจากนั้นสองวินาที ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงก็แล่นเข้ามา
หวงเทากุมแก้มที่เลือดไหลไม่หยุด พร้อมร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา​
"หูข้า…หูข้า!!!"
"พวกเจ้า...ยังจะซื้ออีกไหม?" เฉินซานซือเก็บหอกเเล้วถามอย่างเย็นชา​ทีละคำ
"ไอ้เวรนี่!"
"ศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเรายังไม่ได้ทำอะไรเจ้าเลย ทำไมเจ้าถึงทำร้ายเขาแบบนี้!?"
ยังไม่ได้ทำอะไรข้ารึ?
เฉินซานซือหัวเราะเยาะในใจ
ที่พวกมันไม่ทำอะไร เป็นเพราะยังมีความเกรงกลัว​…ไม่ใช่เพราะไม่อยากทำ!
"ข้าจะฆ่าเจ้า!" หวงเทาเดือดดาลอย่างมาก
พลังปราณและเลือดระดับสูงของเขาระเบิดออกมาทั่วร่าง เขาฝืนความเจ็บปวด ชักดาบยาวออกมา หมายจะฟันไปที่หน้าของเฉินซานซือ
"หยุดนะ!"
เเต่ในช่วงเวลาคับขัน เสียงตวาดก็ดังขึ้น
ชายวัยกลางคนอายุ​ราวสี่สิบปีวิ่งเข้ามายืนขวางหน้าหวงเทาเอาไว้
"ผู้อาวุโส​วู!"
เหล่าศิษย์สำนักยุทธไท่เล่ยเหมือนเจอที่พึ่ง…พวกเขา​รีบวิ่งมารวมตัวกันทันที​
"ผู้อาวุโส​วู ท่านมาได้ทันเวลาพอดี"
"ไอ้เด็กนี่มัน..."
"เงียบ..."
"เจ้าน่าจะเป็นเฉินซานซือ เจ้าหน้าที่ที่ได้รับเลือกใช่มั้ย?" ซ่งวูไม่สนใจคำฟ้องของลูกน้อง เเล้วยังเอ่ยปากชมอีกต่างหาก​
"ฝีมือหอกของเจ้ายอดเยี่ยมมาก เเถมยกล้าหาญจริงๆ…โดนล้อมขนาดนี้ ยังกล้าลงมือก่อนอีก"
"ผู้อาวุโส​วูคงเห็นแล้วว่า คนของพวกท่านเป็นฝ่ายจะปล้นเอาของข้าก่อน…ข้าแค่ป้องกันตัว" เฉินซานซือมองออกว่าชายคนนี้น่าจะเป็นลูกชายคนที่ห้าของเจ้าสำนักไท่เล่ย
"เป็นความผิดของพวกมันเอง สมควรโดนแล้ว" ซ่งวูพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"แต่อย่างไรก็ตามท่านเฉิน ท่านคงเคยได้ยินมาบ้างว่าบิดาของข้าได้รับบาดเจ็บ ต้องใช้สัตว์อสูรในการรักษา ไม่ทราบว่าท่านจะขายหัวใจกวางให้ข้าได้หรือไม่? ข้ายินดีจ่ายในราคาที่สูงกว่าท้องตลาด"
"ไม่ขาย" เฉินซานซือปฏิเสธอย่างรวดเร็ว​
เขาเคยถามหมอทหารมาแล้ว, ส่วนที่มีประโยชน์ที่สุดของกวางขาวต่อการฝึกฝนก็คือหัวใจ
มันเป็นของที่มีมูลค่ามาก เเละหาซื้อไม่ได้ง่ายๆด้วย
ต่อให้มีเงินมากแค่ไหน ในระยะเวลาสั้นๆเขาก็คงหากวางขาวตัวที่สองไม่ได้เเน่ๆ
เขาต้องรีบใช้โอกาสนี้ฝึกฝนให้ถึงระดับปราณและเลือดขั้นสูง เตรียมตัวเข้าสู่ระดับหลอมกระดูก…เเล้วเเบบนี้​จะยกให้คนอื่นได้ยังไง
ส่วนเรื่องที่อีกฝ่ายจะโกรธ เขาก็ไม่ต้องกังวล
ถ้ามันอยากจะแย่งไปจริงๆ มันคงลงมือไปตั้งนานแล้ว ไม่มาพูดมากความแบบนี้หรอก
"ขอตัว" เฉินซานซือพูดพลางแบกกวางขาวเดินจากไป
ซ่งวูยืนมอง เเต่ก็ไม่ได้เข้าไปขัดขวาง
"ผู้อาวุโส​วู!" หวงเทาไม่อยากจะเชื่อในสิ่ง​ที่​เห็น​
"ทำไมท่านถึงห้ามข้า? น่าจะให้ข้าสั่งสอนมันสักหน่อย"
"ไอ้โง่ ข้าช่วยชีวิตเจ้าไว้นะ!" ซ่งวูตวาด​
"โดนตัดหูไปข้างนึงแล้วยังไม่รู้ตัวอีก เจ้าคิดว่าเจ้าจะรับมือมันได้สักกี่กระบวนท่ากัน!?"
"มัน...มันก็แค่เจ้าหน้าที่ระดับล่างไม่ใช่เหรอ?" ในที่สุดหวงเทาก็เริ่มรู้สึกตัว
เจ้าหน้าที่ระดับล่าง พลังสูงสุดก็แค่ระดับปราณและเลือดขั้นต้น แต่เขาเป็นระดับสูงเชียวนะ!
"พวกไร้ประโยชน์!" ซ่งวูตะคอก
"คนตั้งหลายสิบคน เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!
"หาตั้งเดือนนึง…จับแม้แต่ตูดกวางขาวยังไม่ได้เลย เฉิน​ซาน​ซือ​มาถึงก็ล่าได้แล้ว พวกไร้ค่า ไร้ค่ากันหมด!
"ไปเก็บหูมา ข้าบอกให้ไปเก็บหูนั่นมา!"
...
อีก​ด้าน​
"เซ็งจริงๆ!"
ระหว่างทางลงเขา เฉินซานซือก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิด
ที่เขาไม่ได้​ลงมือฆ่าศิษย์สำนักยุทธ เพราะเห็นว่าซ่งวูเเอบยืนดูอยู่ไกลๆ
ไอ้หมอนั่น เป็นถึงระดับหลอมกระดูก!
มองเผินๆเขาไม่ได้โดยเอาเปรียบอะไร…แต่นั่นเป็นเพราะอีกฝ่ายยังเกรงใจฐานะของเขา
เอาเข้าจริง พวกมันกลัวเซียงถิงชุน…หรือแม้แต่กลัวหวังจื๋อ แต่ไม่ได้กลัวเขาเลยสักนิด
แล้วอีกอย่าง...
แผ่นดินนี้เป็นของประชาชนทุกคน​ ทำไมเวลาออกล่าสัตว์ต้องมาคอยดูสีหน้าพวกมันด้วย!?
ฮึ่ม…เขาต้องฝึกฝนอย่างหนักแล้ว!
มีเพียงพลังของตัวเองเท่านั้น ที่เป็นรากฐานของทุกสิ่ง
เเละคนพวกนี้ในสำนักยุทธ พวกมันคอยตามรังควานเขา​เหมือนเห็บหมัด…ทำให้เฉินซานซือรู้สึกไม่สบายใจมาตลอด
เเต่ถ้ามีแบบนี้อีก เขาจะทำให้คนของสำนักยุทธต้องนองเลือดเลยคอยดู!
………………….