เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 : ศัตรู​ตัวฉกาจ!

บทที่ 49 : ศัตรู​ตัวฉกาจ!

บทที่ 49 : ศัตรู​ตัวฉกาจ!


บทที่ 49 : ศัตรู​ตัวฉกาจ!

ในเมือง

ราคาขายเสือชีต้าก็ใกล้เคียงกับที่เฉินซานซือคาดการณ์ไว้…ส่วนที่มีค่าที่สุดของเสือชีต้าก็คือดีและหัวใจซึ่งเขาเก็บไว้ ส่วนที่เหลือเขาขายทั้งหมด ทำให้ได้เงินมาทั้งหมดสี่สิบหกตำลึงเงิน

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เขาก็รีบกลับไปที่ค่ายทหารก่อนมืด

"วิ่งไปวิ่งมาแบบนี้ เสียเวลาจริงๆ… คงต้องหาพาหนะมาใช้สักอย่างแล้วล่ะ"

ช่วงนี้เฉินซานซือฝึกวิทยายุทธทั้งวันทั้งคืน แทบจะไม่ได้ฝึกยิงธนูเลย… ส่วนสนามม้าก็เคยไปแค่ครั้งเดียว

เมื่อคิดได้ดังนั้น แทนที่จะกลับบ้าน เขาก็ตรงไปที่ค่ายทหารเเทน

"ฮี้ๆๆ..."

ทันทีที่เฉินซานซือเดินมาถึงคอกม้า ม้าขาวก็ส่งเสียงร้องอย่างกระวนกระวายและกระทืบเท้าเหมือนกำลังข่มขู่

ฉากนี้ทำให้เฉินซานซือโมโหขึ้นมาในทันที

เเละในวินาทีที่เขาเปิดรั้ว ม้าขาวก็พุ่งออกมาข้างนอกอย่างบ้าคลั่ง

เฉินซานซือคว้าอานม้าไว้แล้วกระโดดขึ้นไปบนหลังม้า ก่อนจะฟาดแส้ลงไปทีหนึ่ง

เมื่อม้าขาวรู้สึกเจ็บ มันก็ยิ่งวิ่งเร็วขึ้น เเละพยายามอย่างเต็มที่ที่จะสลัดคนบนหลังออกไป

เฉินซานซือพยายามทรงตัวบนหลังม้า ขณะเดียวกันก็ใช้บังเหียนบังคับให้ม้าวิ่งไปในทิศทางที่เขาต้องการ

เเละด้วยพลังปราณและเลือดระดับความสำเร็จเล็กน้อยของเขา…เเค่ม้าตัวเดียวยังไงก็ไม่อาจต้านทานได้

ตอนแรกม้าขาวยังพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาจเป็นเพราะพลังมันเริ่มหมด หรืออาจเป็นเพราะมันรู้ตัวว่าขัดขืนไปก็ไม่มีประโยชน์ มันก็เลยเริ่มเชื่อฟังมากขึ้น

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม ม้าตัวนี้ก็เริ่มเชื่องและทำตามคำสั่งได้อย่างง่ายดาย

ทันใดนั้น บังเหียนในมือของเฉินซานซือก็เหมือนพวงมาลัยรถยนต์ที่ควบคุมได้ดังใจ

…..

[ทักษะ: ขี่ม้า (ระดับเริ่มต้น)]

[ความคืบหน้า: (0/200)]

[ผลของทักษะ: ม้าชั้นยอดรับรู้เจ้าของและสื่อสารกันได้ทางจิตใจ]

….

ม้าชั้นยอด?

แม้แต่หน้าจอก็ยังเรียกมันว่าม้าชั้นยอด ดูท่าสายเลือดของมันคงไม่ธรรมดาจริงๆ เเต่แค่มันดื้อไปหน่อยเท่านั้นแหละ

ส่วนเรื่องสื่อสารทางจิตใจ นั่นมันเป็นความรู้สึกที่อธิบายได้ยาก มันเหมือนมีเวทมนตร์อะไรบางอย่าง

ถ้าจะให้อธิบาย เฉินซานซือรู้สึกว่าถึงแม้จะเพิ่งได้เจอกับม้าขาวตัวนี้ไม่นาน แต่กลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยเหมือนหมาแก่ที่เลี้ยงไว้ในบ้านมาตั้งแต่เด็กๆ

มันเข้าใจความรู้สึกของเขา และเขาก็เข้าใจความรู้สึกของมัน

ซึ่งนี่เป็นเรื่องสำคัญมาก

ในสนามรบ แม่ทัพกับม้าศึกคือคู่หูที่ใกล้ชิดที่สุด…ถ้าพวกเขาประสานงานกันได้ดี บางครั้งก็สามารถช่วยชีวิตกันได้

ตอนที่เขาอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ราชวงศ์ต้าเชิ่ง เขาจำได้ว่าจักรพรรดิไท่จู่ เฉาเซี๊ยะ เคยเป็นทาสรับใช้ ดูแลม้าให้กับบ้านขุนนาง และได้สร้างสายสัมพันธ์กับลูกม้าตัวหนึ่ง

ต่อมา เมื่อครั้งถูกไล่ล่า เฉาเซี๊ยะก็ได้รับความช่วยเหลือจากม้าตัวนั้นจนรอดชีวิตมาได้

เเละถ้าไม่มีม้าตัวนั้น ก็คงไม่มีราชวงศ์ต้าเชิ่งของตระกูลเฉาในวันนี้

….

หลังจากปราบม้าขาวได้แล้ว เฉินซานซือก็ตั้งใจจะกลับไปพักผ่อน

แต่พอพากลับมาถึงคอกม้า ม้าขาวก็แสดงท่าทีต่อต้าน เหมือนมันไม่ยอมอยู่ในคอกที่คับแคบ

เฉินซานซือก็ไม่ได้ว่าอะไร

บ้านเขามีพื้นที่กว้างขวาง เลี้ยงม้าตัวนี้ได้สบายๆ เขาจึงขนฟางและรางหินกลับบ้านไปด้วย

"พี่ซานซือ เท่จังเลยค่ะ" กู้ซินหลันมองสามีขี่ม้าเข้ามาในบ้าน หัวใจของนางก็เต้นแรงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ถึงแม้ว่าตอนนี้เฉินซานซือจะเป็นแค่เจ้าหน้าที่ระดับล่าง แต่ในสายตาของนาง เขาดูเหมือนแม่ทัพใหญ่ขึ้นทุกวัน

หลังจากนั้น เมื่อเฉินซานซือกินข้าวเย็นเสร็จ เขาก็กินดีเสือชีต้าเข้าไปอีกชิ้น…จากนั้นก็ออกมาฝึกหอกต่อในสนาม

เสียงหอกแหวกอากาศดังสนั่นหวั่นไหว แต่ม้ากลับไม่กลัวเลย มันยืนมองเขาอยู่ใต้ต้นอบเชย คอยกินหญ้าไปพลางๆ จนกระทั่งดึกดื่นมันก็ยืนหลับอยู่ตรงนั้น

หลังจากฝึกเสร็จ กู้ซินหลานก็ต้มน้ำร้อนเตรียมไว้ให้เฉินซานซืออาบ

"หนังเสือที่พี่เอามาน่ะ ข้าจัดการให้เรียบร้อยแล้วนะ" กู้ซินหลานโชว์พรมที่ทำจากหนังเสือโคร่ง​

"หรือจะให้ข้าเย็บเป็นเสื้อผ้าให้ดีล่ะถึงหน้าหนาวใส่แล้วต้องอุ่นแน่ๆ"

เฉินซานซือเอนตัวลงในอ่างอาบน้ำเเล้วพูดว่า

"เจ้าลองใส่ให้ข้าดูหน่อยสิ"

"หา?"

ยังไม่ทันที่กู้ซินหลานจะตั้งตัว ก็ได้ยินเสียงสามีพูดต่อว่า

"ข้าหมายถึง ไม่ต้องใส่อะไรเลย ใส่แค่หนังเสือนั่นน่ะพอเเล้ว"

"พี่ซานซือ..." กู้ซินหลานหน้าแดงไปถึงคอ

"พี่...พี่ไปเรียนแบบนี้มาจากไหนกันเจ้าคะ ทำไมถึงได้..."

มีใครเขาให้คนมาแต่งตัวเป็นแม่เสือกันเล่า!

...

วันรุ่งขึ้น

เช้าวันนี้อากาศปลอดโปร่ง เฉินซานซือขี่ม้าขาวไปรายงานตัวที่ค่ายอย่างอารมณ์ดี​

หลังจากฝึกซ้อมเสร็จ เขาก็ไปที่เต็นท์ของหวังจื๋อ เล่าเรื่องที่อาจจะมีสาวกลัทธิเทพวิญญาณหลงเหลืออยู่ในเมืองผอหยาง และหวังว่าเขาจะรายงานเรื่องนี้ให้ผู้พันทราบและส่งคนไปสืบสวน

จากนั้น เขาก็ขอลากิจอีกหนึ่งวัน เตรียมตัวขึ้นเขาอีกครั้ง

วันนี้…เขามุ่งมั่นที่จะล่ากวางขาวให้ได้

ไม่ต้องพูดถึงความต้องการธนูสิบศิลา ตัวกวางขาวเองก็เป็นยาบำรุงชั้นยอดที่ช่วยเพิ่มพลังได้เร็วไม่แพ้หัวใจเสือ

ถึงแม้เหยื่อล่อจะต้องใช้เงินถึงห้าสิบตำลึง แต่มันก็คุ้มค่าที่จะลอง

หลังจากขอลากิจเสร็จ ยังไม่ทันที่เฉินซานซือจะออกจากเต็นท์ หวังลี่ ลูกน้องคนสนิทของเขาก็เดินเข้ามาหา

"นายท่าน…มีคนจากสำนักยุทธเทียนหยวนมาขอพบนายท่านขอรับ"

"แซ่เหลียงงั้นเหรอ?"

เฉินซานซือลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา

"ให้มันเข้ามา"

ไหนๆก็จะเจอกันให้ได้แล้ว งั้นให้เจอกันในค่ายทหารนี่แหละ

ไม่นาน หวังลี่ก็พาคนเข้ามา แต่คนคนนั้นไม่ใช่เหลียงจ่าน เเต่เป็นเเค่ศิษย์คนหนึ่งของสำนักยุทธเทียนหยวน

"ท่านเฉิน"

ศิษย์คนนั้นประสานมือคำนับ แล้วหยิบกล่องไม้จันทน์อันสวยงามออกมาจากอก

"คุณชายของข้ารู้ว่าท่านกำลังล่ากวางขาว เขาจึงได้เด็ดหลิงจืออายุร้อยปีมาจากหุบเขายา เเล้วให้ข้านำมาให้ท่านโดยเฉพาะ"

"นอกจากนี้ คุณชายยังฝากข้อความมาด้วยว่า…”

"ก่อนหน้านี้ข้ามีเรื่องเข้าใจผิดกับท่านเฉินเล็กน้อย หวังว่าท่านจะรับของกำนัลนี้ไว้เพื่อยุติความขัดแย้ง… ต่อไปหากมีสิ่งใดที่ท่านต้องการความช่วยเหลือ คุณชายยินดีให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่"

เฉินซานซือครุ่นคิดถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดเหล่านั้น

ไอ้แซ่เหลียงนี่ หรือ​ว่ามันกลัวข้า?

เเต่ไม่น่าจะใช่นะ

ตอนนั้นไอ้กุ๊ยฉินสงเห็นข้าใช้ธนูจึงเกิดความกลัว…นั่นพอเข้าใจได้

แต่เหลียงจ่าน มันก็เป็นผู้ฝึก​ยุทธระดับหลอมกระดูกนะ ตอนที่สู้กับพวกสาวกลัทธิเทพวิญญาณ มันก็ดูกล้าหาญมากเลยนี่

จะมาขอโทษขอโพยข้าที่เป็นผู้ฝึก​ยุทธ​ระดับปราณและเลือดตัวเล็กๆ แบบนี้ทำไม?

เเบบนี้…เเสดงว่ามันเป็นคนที่รู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว

คนเเบบนี้​ ปล่อยไว้ไม่ได้!

เฉินซานซือรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ

เดิมทีเขาตั้งใจจะปฏิเสธหลิงจือ แต่พอเห็นแววตาเป็นประกายของหวังจื๋อ เขาก็เปลี่ยนใจ

"ข้าจะรับของไว้ ฝากขอบคุณคุณชายเหลียงด้วย"

หวังจื๋อนี่ ก็มีอะไรที่น่าเรียนรู้เเละเอาเป็น​เเบบอย่างเหมือนกันนะ

เวลาเจอกับคนแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องมาพูดเรื่องคุณธรรมอะไร

ถ้าเจอลูกอมเคลือบยาพิษ…บางครั้ง ก็ต้องกลืนลูกอมลงไป แล้วค่อยคายยาพิษออกมา

เเละเเบบนี้ก็พอดีเลย

จะเงินห้าสิบตำลึงเอาไปซื้อเหยื่อล่อมันดูฟุ่มเฟือยมากเกินไป​ เอามาซื้อยาบำรุงเพิ่มพลังจะดีกว่า

"ท่านรับไว้ ข้าก็ค่อยโล่งใจ​หน่อย" ศิษย์สำนักยุทธถอนหายใจด้วยความโล่งอก

"ก่อนมา คุณชายสั่งไว้ว่า ถ้าท่านเฉินไม่รับของกำนัล ก็ห้ามข้ากลับไป"

"แล้วของข้าล่ะ?"

ทันใดนั้น​เอง​ หวังจื๋อที่อดทนมานานก็เอ่ยถามขึ้น

"ข้ากับคุณชายของเจ้าก็สนิทกันมาก ไม่มีของฝากข้าบ้างรึไง?"

"ท่านหวัง เอ่อ...เอ่อ..."

ศิษย์สำนักยุทธทำหน้าลำบากใจ เเล้วเเกล้งไอ

"เเค่กๆ….ข้าต้องรีบกลับไปรายงานคุณชาย ขอตัวก่อนนะขอรับ"

พูดจบ เขาก็รีบเดินจากไปอย่างรวดเร็วโดยไม่หันหลังกลับมามองสักนิด

"ชิ!" หวังจื๋อสบถ

"ตระกูลเหลียงนี่ก็เห็นแก่ได้จริงๆ รู้ว่าเจ้าจะได้เข้ากองทัพหลวงทั้งแปด และเป็นศิษย์ของผู้บัญชาการ​เเน่ๆ…เลยคิดจะมาประจบสอพลอ!"

"แต่ว่านะ..." เขาหันมามองเฉิน​ซาน​ซือ​เเล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

"เจ้าก็ต้องพยายามให้มากขึ้นนะ ตอนนี้พวกมันยิ่งให้ความเคารพเจ้ามากเท่าไหร่ ต่อไปถ้าเจ้าทำพลาดไม่ได้เป็น​ใหญ่​เป็นโต…ผลกระทบมันก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น"

แน่นอนว่าเฉินซานซือเข้าใจความหมายนั้นดี

งั้นเขาก็ยิ่งต้องใช้เวลาให้คุ้มค่ามากขึ้น

เขาหยิบอาวุธ ขี่ม้าขาวออกจากค่ายทหาร…มุ่งหน้าไปยังเทือกเขาหู่โถวอย่างรวดเร็ว​

ในเมื่อมีหลิงจือแล้ว

โอกาสหากวางขาวเจอก็น่าจะเพิ่มขึ้นมาก

…………………..

จบบทที่ บทที่ 49 : ศัตรู​ตัวฉกาจ!

คัดลอกลิงก์แล้ว