เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 : หุบเขาสมุนไพร!

บทที่ 48 : หุบเขาสมุนไพร!

บทที่ 48 : หุบเขาสมุนไพร!


บทที่ 48 : หุบเขาสมุนไพร!

"หยุด?"

"ทำไมข้าต้องหยุดเพราะคำสั่งพวกเจ้าด้วย?"

ขณะที่พูด เฉินซานซือก็ง้างธนูพร้อมกับลูกธนูเขี้ยวหมาป่าทันที

"คนผู้นี้…จิตสังหารแรงกล้ามาก!"

เหล่าศิษย์สำนักยุทธมองหน้ากัน เเล้วถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัว

"พวกเรายังไม่ได้ทำอะไรเจ้าเลย ทำไมถึงจะยิงพวกเราเเบบนี้?!"

"ใช่แล้ว"

"เเละที่พวกเราให้เจ้าหยุด เพราะข้างหน้าเป็นเขตส่วนบุคคลต่างหาก!"

"เขตส่วนบุคคล?"

เฉินซานซือไม่ค่อยจะเชื่อคำอ้างนี้เท่าไหร่

เเต่ศิษย์สำนักยุทธก็รีบอธิบายต่อทันที

"หุบเขาข้างหน้านั้นเป็นสวนสมุนไพรของสำนักยุทธเทียนหยวน มันก็คือเขตส่วนบุคคลไม่ใช่เหรอ?"

สวนสมุนไพรของสำนักยุทธเทียนหยวน?

เฉินซานซือเคยได้ยินหมอทหารแซ่เจียงพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน ที่ดินที่เหมาะแก่การปลูกสมุนไพรแถวนี้ส่วนใหญ่ถูกขายให้สำนักยุทธ เเละดูเหมือนเขาจะบังเอิญมาเจอเข้าพอดี

สำนักยุทธเทียนหยวน ก็คือถิ่นของตระกูลเหลียง

สำนักยุทธเทียนหยวนไม่ได้ทำธุรกิจสมุนไพรมากนัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่มีสวนสมุนไพรของตัวเอง

หุบเขานี้กว้างใหญ่จริงๆ

เหลียงจ่านอายุแค่ยี่สิบกว่าๆ ก็ฝึกถึงระดับหลอมกระดูก คิดว่าคงกินสมุนไพรไปไม่น้อย

"เกิดเรื่องอะไรกัน ถึงเสียงดังโวยวายเเบบนี้?"

"คุณชาย!"

ชายหนุ่มในชุดผ้าไหมถือพัดเดินเข้ามา เหล่าศิษย์ก็รีบต่างหลีกทางให้

เป็นคุณชายใหญ่ของสำนักยุทธเทียนหยวน เหลียงจ่าน

"คุณชาย!"

"มีทหารจากกองพันมา พวกเรายังไม่ได้ทำอะไรเขา เขากลับง้างธนูจะยิงพวกเรา ช่างอวดดีจริงๆ!" ศิษย์คนหนึ่งรีบฟ้อง

"โอ้ พี่เฉิน?"

เมื่อเหลียงจ่านเห็นหน้าคนที่มาถึง เขาก็หันไปดุลูกน้องทันที

"นี่มันพี่น้องข้า พวกเจ้ากล้าขวางทางเขา ก็สมควรโดนยิงตายแล้ว!"

"คุณชาย เขา..."

"เพี๊ยะ!" เหลียงจ่านใช้พัดเคาะหัวลูกศิษย์

"ถอยไป!"

"ขอรับ!" เหล่าศิษย์สำนักยุทธต่างรีบถอยห่าง

"พี่เฉิน สบายดีไหม?" เหลียงจ่านประสานมือคารวะ

"ครั้งก่อนที่ข้าเสียมารยาทขึ้นไปหาพี่ ข้าต้องขอโทษด้วยจริงๆ"

"ไม่เป็นไร"

เฉินซานซือไม่อยากเสียเวลาคุยกับคนคนนี้ เขาเก็บธนูแล้วรีบเดินจากไป

ตอนนี้เขายังฆ่ามันไม่ได้

อีกฝ่ายก็ไม่กล้าทำอะไรเขา จึงไม่จำเป็นต้องเสียเวลาอยู่ตรงนี้

"..."

เหลียงจ่านไม่ได้ขวางทาง มองเฉินซานซือเดินจากไปอย่างเงียบๆ

"คุณชาย!" ลูกศิษย์คนหนึ่งเดินเข้ามา

"จะปล่อยมันไปแบบนี้เหรอ?"

"เจ้าโง่” เหลียงจ่านก่นด่า

"ถ้าไปยั่วโมโหมันตอนนี้ ไม่กลัวมันพาทหารจากกองพันมาเหรอ?”

“ต่อไปคิดให้ดีๆก่อนทำอะไร ไม่งั้นข้าต้องมาคอยตามแก้ให้พวกเจ้าอีก”

“ว่าแต่ มันมาทำอะไรที่หุบเขายานี้?”

"ช่วงนี้มีคนเต็มภูเขาไปหมด เเละทุกคนต่างก็ออกมาตามหากวางขาว…มันก็น่าจะมีเป้าหมายเหมือนคนอื่นๆนะขอรับ" ลูกศิษย์คาดเดา

"หากวางขาว?" เหลียงจ่านโบกพัด

"ข้าจำได้ว่าการตามหากวางขาวต้องใช้หลิงจือชั้นยอดไม่ใช่เหรอ? ในหุบเขายาของเรายังมีหลิงจือร้อยปีเหลืออยู่ไหม? ถ้ามีก็เก็บมาสักต้น เดี๋ยวข้าจะเอาไปให้มัน"

"คุณชาย?!"

“หลิงจือร้อยปี ราคาตั้งหลายสิบตำลึงเงินเชียวนะขอรับ!” ลูกศิษย์ตกใจ

"บอกให้ส่งก็ส่งมาสิ…แกจะพูดมากทำไม!"

หลังจากพูดจบเหลียงจ่านหันหลังเดินเข้าไปในหุบเขา

เรื่องที่เฉินซานซือฝึกวิทยายุทธได้ถึงปราณเเละเลือดระดับความสำเร็จเล็กน้อยได้ภายในเวลาแค่เดือนกว่าๆ ได้แพร่สะพัดไปทั่วค่ายทหารแล้ว

เขาเป็นคนชอบคิดแล้วคิดอีกก่อนจะทำลงมืออะไร

เเละตอนนี้ สิ่งเดียวที่เขาเสียใจก็คือการไปช่วยฉินเฟิงจนทำให้ต้องมาขัดแย้งกับเฉินซานซือ

แต่ก็นะ ใครจะไปคิดล่ะว่านายพรานบ้านนอกที่ดูจนๆจะกลายเป็นอัจฉริยะด้านวิทยายุทธ?

ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ ไอ้หมอนี่มันเป็นพวกแค้นฝังหุ่น!

ยิ่งกว่านั้น เขายังตามไปหาถึงบ้านมัน แถมยังใช้กำลังบังคับให้มันบอกความจริง ความบาดหมางจึงค่อนข้างฝังรากลึก

เมื่อนึกถึงฉินเฟิงที่ยังหาแม้แต่ซากศพก็ไม่เจอ เหลียงจ่านก็รู้สึกขนตูดลุกขึ้นมา

เขาจะฆ่ามันเลยก็ไม่ได้

เพราะอย่าว่าแต่มีเจ้าอ้วนหวังคอยปกป้องเลย…ตอนนี้เซียงถิงชุนยิ่งกำลังต้องการคน

ถ้าเขากล้าทำอะไรเฉินซานซือ ปีหน้าเซียงถิงชุนก็คงกล้าจับเขาไปเป็นทัพหน้าในสงครามทุ่งหญ้า!

ตอนนี้ สิ่งที่เขากลัวคือยิ่งนานวันพลังของไอ้หมอนั่นก็จะยิ่งสูงขึ้น ในอนาคตอันใกล้มันอาจทะลวงไปจนถึงระดับที่เขาไม่สามารถสั่นคลอนได้

ถ้าเทียบกันแล้ว การยอมเสียเงินเพื่อยุติความบาดหมางถือว่าคุ้มค่ามาก

เเละถึงจะยุติไม่ได้ ตอนนี้ก็ยังไม่ใช่เวลาที่จะเปิดศึก ต้องรอโอกาสเหมาะสมถึงจะลงมือได้

….

อีกด้าน

"ไอ้เหลียงจ่านมันมาทำอะไรในป่าลึก?"

"ไม่ว่าจะเก็บสมุนไพรหรือปลูกสมุนไพร ก็ไม่เห็นต้องให้คุณชายอย่างมันลงมือเองนี่ แถมยังพาคนมาเยอะแยะโดยไม่ให้ใครเข้าใกล้ในรัศมีสองลี้"

"เดี๋ยวนะ..."

"นายพรานที่หายตัวไปบนเขา เรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับพวกมันหรือเปล่า?"

เฉินซานซือเกิดความคิดที่น่ากลัวขึ้นมาในใจ

แต่ในแง่ตรรกะมันก็ไม่สมเหตุสมผล

สำนักยุทธจะไปฆ่าคนธรรมดาเล่นๆทำไม?

"ข้าคงคิดมากไปเอง"

เฉินซานซือกลับมาตั้งสมาธิตามหากวางขาวต่อ

แต่น่าเสียดาย จนกระทั่งถึงยามเย็น…เขาก็ยังไม่เจออะไรเลย

"ดูท่าคงต้องใช้หลิงจือชั้นยอดเป็นเหยื่อล่อจริงๆ"

"ตอนนี้ ไปล่าสัตว์อื่นๆเอาเงินมาก่อนดีกว่า!"

สัตว์อสูรนั้นหายาก แต่สัตว์ร้ายธรรมดานั้นมีเยอะแยะ

ในป่าทึบ เฉินซานซือเจอรอยเท้าของสัตว์ตระกูลแมวขนาดใหญ่

"ซู่ๆ..."

ทันทีที่เขาก้าวเข้าไปในอาณาเขต เขาก็ได้ยินเสียงกระโดดเบาๆมาจากด้านบน เเละเข้ามาใกล้จากทุกทิศทุกทาง

ในป่ามืดๆมีจุดสีเขียวเรืองแสงปรากฏขึ้น

เเละนั่นคือดวงตาของเสือชีต้า!

เสือชีต้าห้าตัวยืนอยู่บนต้นไม้ มองลงมาที่ผู้บุกรุกจากที่สูง

"กรรรรร..."

พวกมันลงมือโจมตีพร้อมกัน พุ่งเข้าหาพรานป่าตรงกลางด้วยความเร็วสูงราวกับสายฟ้าในลักษณะโอบล้อม

เสือชีต้าเกิดมาพร้อมกับความเร็ว

ระยะทางสี่สิบถึงห้าสิบจั้ง พวกมันใช้เวลาแค่สี่ถึงห้าวินาทีเท่านั้น

สำหรับนายพรานทั่วไป ภายในเวลาสั้นๆแบบนั้น…แทบจะยิงธนูได้แค่หนึ่งหรือสองดอก

นอกจากนี้ เป้าหมายยังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงอีกจนอาจจะยิงไม่โดน

เเถมถ้าถูกเข้าใกล้ ก็ต้องสู้ด้วยมือเปล่า ไม่ก็กลายเป็นอาหารของสัตว์ร้าย

บนพื้น…เฉินซานซือสูดหายใจเข้าลึก

จากนั้นธนูของเขาก็ถูกง้างออกอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด!

"ฟุ่บๆๆๆๆๆๆ..."

เขากลายเป็นเครื่องจักรสังหารเเละยิงธนูออกไปหลายดอก

แต่ละดอกพุ่งทะลุหัวใจเป้าหมายอย่างแม่นยำ

ไม่ถึงสามวินาที เสือชีต้าสี่ตัวก็ล้มลง

มีเพียงเสือชีต้าตัวที่อยู่ด้านหลัง ที่อาศัยต้นไม้บังจึงสามารถเข้าใกล้ได้

มันกระโจนลงมาจากต้นไม้ อวดกรงเล็บและเขี้ยวอันแหลมคม…แต่สุดท้ายก็ถูกปลายหอกที่เย็นเยียบแทงทะลุร่างเเละค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ

หอกของเฉินซานซือรออยู่ก่อนแล้ว

ล่าเสือชีต้าสำหรับเขาก็เเค่งานง่ายๆ

[เเกะรอยและซ่อนตัว) (ความสำเร็จเล็กน้อย)]

[ความคืบหน้า: 105/1000]

...

[ทักษะ: การยิงธนู (ความสำเร็จเล็กน้อย)]

[ความคืบหน้า: (190/1000)]

เสือชีต้าห้าตัว ส่วนที่แพงที่สุดเก็บไว้ใช้เอง…ส่วนที่เหลือจะขายได้สามถึงสี่สิบตำลึงเงิน

รวมกับเงินเก็บที่มีอยู่ ก็คงพอจะซื้อหลิงจือชั้นยอดได้แล้ว

เฉินซานซือใส่ซากเสือชีต้าทั้งหมดลงในตาข่ายที่เตรียมมา แบกไว้บนบ่า แล้วเดินกลับทางเดิม

ริมลำธาร

ลุงจ้าวและคนอื่นๆรอเขาอยู่ก่อนแล้ว

พวกเขาหาได้ไม่มาก มีแค่ไก่ป่ากับกระต่ายไม่กี่ตัว

เเละพวกเขาไม่แปลกใจที่เฉินซานซือล่าเสือชีต้าได้

"พวกลุงเจออันตรายบ้างไหมครับ?" เฉินซานซือเอ่ยถาม

"ไม่เจอเลย" ลุงจ้าวส่ายหน้า

"พวกเราสามคนเดินไปด้วยกัน ก็เลยไม่เจออันตรายอะไร"

"ลุงจ้าว คนที่หายไป ไม่ได้มีแค่นายพรานที่ขึ้นเขาใช่ไหม?" เฉินซานซือถามต่อ

"อืม...ใช่" หวูต๋าแทรกขึ้นมา

"หลายคนเมื่อคืนยังอยู่บ้านอยู่เลย เช้ามาก็หายตัวไปแล้ว"

"ไม่ใช่แค่ในชนบทนะ ในเมืองก็มีคนหายเหมือนกัน แต่จำนวนน้อยกว่าในชนบท"

'หรือว่าข้าจะคิดมากไปเองนะ?'

เฉินซานซือมองไปทางหุบเขายา แต่่เขาก็ไม่ได้หยุดอยู่ดูนาน

เขาเดินลงเขาไปกับทุกคน พลางครุ่นคิดในใจ

'เรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลังบางอย่างแน่'

'มันไม่ใช่แค่เรื่องที่สาวกลัทธิเทพวิญญาณชอบฆ่าคนหรอก'

เขานึกถึงน้ำมันตะเกียงที่ลุกเป็นเปลวเพลิงสีแดงฉาน

หรือมันจะเกี่ยวข้องกับน้ำมันตะเกียงหรือเปล่านะ?

เพราะทุกอย่างมันเริ่มต้นหลังจากที่สมบัติเซียนปรากฏขึ้นในเมืองผอหยาง…ก่อนหน้านั้น เมืองผอหยางเป็นเมืองที่สงบสุข ไม่มีเรื่องวุ่นวายแบบนี้

ถึงแม้ความเป็นไปได้จะน้อยนิด เฉินซานซือก็ตั้งใจจะลองสืบดู

อีกอย่าง…การมีสมบัติเซียนอยู่ในมือแต่ใช้ไม่เป็น มันก็น่าหงุดหงิดเหมือนกัน

………………………..

จบบทที่ บทที่ 48 : หุบเขาสมุนไพร!

คัดลอกลิงก์แล้ว