เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 : มีคนตาย!

บทที่ 47 : มีคนตาย!

บทที่ 47 : มีคนตาย!


บทที่ 47 : มีคนตาย!

หลังจากที่เซียงถิงชุนประกาศแผนการสำหรับฤดูใบไม้ผลิปีหน้า กฎระเบียบในค่ายทหารก็เข้มงวดขึ้นมาก

การฝึกซ้อมประจำวันเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ใครจะออกจากค่ายก็ต้องขอลากิจล่วงหน้า

แม้แต่นายร้อยทั้งหลายก็ไม่ได้รับอนุญาตให้กินดื่มสนุกสนานได้เหมือนเดิม…พวกเขาต้องมาเข้าร่วมการฝึกซ้อมด้วย

แต่เหล่าทหารก็เชื่อฟังกันดี เพราะในที่สุดพวกเขาก็เริ่มมีกินมีใช้

เเละคนที่ต้องการฝึกฝนวิทยายุทธก็สามารถดื่มซุปบำรุงเลือดได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มพูนพลังได้เร็วขึ้น

….

สิบวันที่ผ่านมา เฉินซานซือฝึกวิทยายุทธอยู่ในค่ายทหารอย่างต่อเนื่อง

[วิทยายุทธ: ท่าหอกพื้นฐานสำหรับทหาร (ความสำเร็จเล็กน้อย)]

[ความคืบหน้า: (550/2000)]

[ผลของวิชา: หอกอันรวดเร็ว, ความอดทนอันน่าทึ่ง, พลังปราณและเลือดอันแข็งแกร่ง, เลือดอันแปลกประหลาดปรากฏ]

…..

หัวใจเสือและเนื้อเสือถูกกินหมดแล้ว ซุปยาเก้าหมุนบำรุงพลังก็หมดเกลี้ยง โชคดีที่ความชำนาญวิชาเพิ่มขึ้นมาก

แถมตอนนี้ซื้อยาก็ถูกกว่าเดิมเยอะ

ในค่ายทหารก็มีซุปยาเก้าหมุนบำรุงพลังขายแล้ว แถมราคาแค่สิบห้าตำลึงเงิน

แต่ก็ยังคงเป็นการสิ้นเปลืองอยู่ดี

"ต้องไปล่าสัตว์อีกแล้วสินะ"

"เหมือนกับเติมน้ำลงตุ่มไร้ก้นจริงๆ!"

ถ้าไม่ติดว่าต้องฝึกวิทยายุทธ เฉินซานซือคงกลายเป็นเศรษฐีไปนานแล้ว

"เป้าหมายต่อไป…กวางขาว!"

ถ้าเขาล่ากวางขาวได้ตัวหนึ่ง หักส่วนที่ใช้เองออกไป ที่เหลือก็ขายได้หลายร้อยตำลึง

นั่นจะไม่ใช่แค่พอสำหรับการฝึกฝนระดับปราณเเละเลือด แต่ยังเกือบจะพอสำหรับการฝึกฝนระดับหลอมกระดูกด้วย

แต่กวางขาวน่ะ มันหาได้ง่ายๆซะที่ไหนกันล่ะ

บันทึกการเดินทางข้ามขุนเขาและแม่น้ำ เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นเมื่อพันปีก่อน หลังจากที่มันถูกเผยแพร่ออกไป ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่แห่กันมาที่เทือกเขาหู่โถวเพื่อจับกวางขาว แค่ไม่สูญพันธุ์ก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว

เขาเคยถามข่าวมาบ้าง เหมือนว่าสำนักยุทธไท่เล่ยก็ตามหามาครึ่งเดือนแล้วเเต่ก็ยังหาไม่เจอ

เฉินซานซือมาถครุ่นคิดจนเดินมาถึงร้านขายยา

"ในค่ายมีหลิงจือขายไหมขอรับ?"

กวางขาวชอบกินหลิงจือ

หมอทหารแซ่เจียงรีบค้นหาในคลังแล้วนำหลิงจือสีน้ำตาลออกมาหนึ่งต้น

"หลิงจือดำอายุยี่สิบปี บดเป็นผงผสมลงในยาซุปจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของยาบำรุงร่างกาย ราคาสิบตำลึงเงิน"

"มีแบบสดๆไหมครับ?"

เฉินซานซือมองหลิงจือต้นนั้น เห็นได้ชัดว่ามันถูกตากแห้งมานานแล้ว

"โฮ่ เจ้าโชคดีนะ พอดีมีอยู่ต้นนึง"

หมอทหารแซ่เจียงหยิบกล่องออกมาอีกใบ ข้างในมีหลิงจือสีแดงเพลิง

"นี่คือของที่สำนักยุทธหยุนเหอเพิ่งจะส่งมาให้เมื่อเช้านี้ หลิงจือสีแดงอายุสามสิบปี ราคา 20 ตำลึง แต่มันใช้ได้เเค่รักษาอาการบาดเจ็บ ไม่ค่อยช่วยเพิ่มพลังปราณและเลือดเท่าไหร่"

"ไม่เป็นไรขอรับ ขอแค่เป็นหลิงจือชั้นยอดก็พอ"

"หลิงจือชั้นยอด?" หมอทหารแซ่เจียงส่ายหน้า

"อย่างน้อยต้องอายุร้อยปีขึ้นไป ถึงจะเรียกว่าหลิงจือชั้นยอด ราคาต้นละห้าสิบตำลึง หลิงจืออายุยี่สิบปีนี่ยังเรียกว่าหลิงจือชั้นยอดไม่ได้…เเละสมุนไพรแพงขนาดนั้น ค่ายเรายังไม่มีหรอก เจ้าต้องไปซื้อข้างนอกเอา"

"ห้าสิบตำลึง?" เฉินซานซือตกใจกับราคาเล็กน้อย

แค่เหยื่อล่อก็ปาไปห้าสิบตำลึงแล้ว แถมยังไม่รับประกันว่าจะจับกวางขาวได้

เเบบนี้คงมีแต่สำนักยุทธไท่เล่ยที่ตั้งรางวัลไว้สูงมาก…พวกศิษย์ถึงยอมทุ่มทุนไปจับ

ตอนนี้เฉินซานซือไม่มีเงินมากขนาดนั้นจริงๆ

เขาจึงตัดสินใจลองเสี่ยงดวงดูก่อน ถ้าไม่ได้ผลค่อยคิดหาวิธีอื่น

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เฉินซานซือก็ไปขอลา…เเล้ว แบกธนูออกจากค่ายทหาร

"ไอ้หนู!"

ตอนที่เดินผ่านหมู่บ้านเยียนเปียน ลุงจ้าวก็วิ่งตามมาทันที

"ลุงจ้าว ทำไมวันนี้ลุงไม่ออกไปล่าสัตว์ล่ะ?"

เฉินซานซือรู้สึกประหลาดใจ

พอเข้าหน้าหนาวทางเหนือ หิมะจะตกหนักจนปิดเส้นทาง แทบจะล่าอะไรไม่ได้เลย…ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงแบบนี้ น่าจะเป็นช่วงที่นายพรานขยันที่สุด

ลุงจ้าวทำหน้าเศร้าแล้วพูดว่า

"ไม่ใช่ไม่อยากไปนะ แต่ไม่กล้าไปต่างหาก!"

"ไม่กล้า?"

"เกิดอะไรขึ้น มีใครมารังแกพวกลุงเหรอ?"

"ลัทธิเทพวิญญาณ!"

ในน้ำเสียงของลุงจ้าวมีทั้งความโกรธและความกลัว

"สิบวันมานี้ มีคนหายตัวไปทุกวัน โดยเฉพาะนายพรานจากหมู่บ้านรอบๆ หลายคนขึ้นเขาไปแล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย"

"ลุงจ้าวแน่ใจใช่ใหม?" เฉินซานซือถามอย่างจริงจัง

"ตอนที่ร่วมมือกับทางการกวาดล้างวัดจินจง ข้าก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย สาวกลัทธิเทพวิญญาณเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ถูกฆ่าตายคาที่ ต่อให้มีเหลือรอดบ้าง ก็ไม่น่าจะมาก่อเรื่องได้อีก"

"หรือว่าจะมีเสือโคร่งหรือหมีดำลงมาจากเขา?"

"ไม่มีทางเป็นหมีหรือเสือ…เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!" ลุงจ้าวยืนยัน

"มันไม่มีแม้แต่ซากศพ รู้ไหมซานซือ ต่อให้เป็นเสือ มันก็ต้องเหลือกระดูกบ้างสิ!"

"ลุงจ้าวใจเย็นๆ ก่อนนะ" เฉินซานซือปลอบใจ

"พวกลุงไปแจ้งทางการแล้วหรือยัง?"

"แจ้งแล้วสิ ทำไมจะไม่แจ้งเล่า"

"ท่านนายอำเภอบอกว่าจะตรวจสอบให้ แล้ววให้เรารอไปก่อน…แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า เมื่อวานนี้ เจ้าลี่จากหมู่บ้านข้างๆขึ้นเขาไปล่าไก่ฟ้าเพื่อบำรุงภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ เเต่ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย!"

เฉินซานซือขมวดคิ้ว

ถึงจะมีสาวกลัทธิเทพวิญญาณเหลือรอดอยู่จริง พวดมันก็ไม่น่าจะก่อเรื่องใหญ่โตได้ขนาดนี้ได้

เเบบนี้ต้องมีคนอื่นเกี่ยวข้องด้วยแน่!

หรือว่าวัดจินจงเป็นแค่ฐานลับส่วนหนึ่ง?

แต่การส่งคนเข้ามาในเมืองผอหยางพร้อมกันหลายคนขนาดนี้ มันก็ไม่สมเหตุสมผล

ยิ่งกว่านั้น ช่วงนี้เขาอยู่ในค่ายทหาร ก็ไม่ได้ยินข่าวว่ามีการส่งคนออกไปตามล่าสาวกลัทธิเทพวิญญาณเลย

"ลุงจ้าวไม่ต้องกังวลนะ"

“ข้าจะกลับไปรายงานเรื่องนี้ให้ผู้บังคับบัญชาทราบเอง”

"เอ่อ...มีเรื่องอีกอย่าง" ลุงจ้าวพูดอย่างอึกอัก

"ซานซือ พวกเราขอตามขึ้นเขาไปด้วยได้ไหม?"

"อีกไม่นานก็จะเข้าหน้าหนาวแล้ว ที่บ้านยังไม่มีถ่านหรือเสื้อกันหนาวเลย แต่ช่วงนี้มันอันตราย ใครจะกล้าขึ้นเขาไปล่าสัตว์ล่ะ เจ้ามีวิชาติดตัว แม้แต่เสือโคร่งนายก็ยังฆ่าได้ ถ้าตามเจ้าไป พวกเราจะได้ไม่ต้องกลัว"

ดูเหมือนว่าเขาคงรออยู่แถวนี้นานแล้ว

อาจจะรอมาหลายวัน กว่าจะเจอเขาออกมาล่าสัตว์

"ได้สิลุง" เฉินซานซือตอบตกลงทันที

"ขอบใจมากซานซือ"

ลุงจ้าวรู้สึกพูดไม่ออกเล็กน้อย

เดือนก่อน เขาก็ขอให้อีกฝ่ายช่วยนำทีมขึ้นเขา

เดือนต่อมา กลับกลายเป็นว่าเขายังต้องขอให้อีกฝ่ายช่วยคุ้มครองอีก

ไม่นาน ลุงจ้าวก็ไปตามหวูต๋าและจวงอี้มา เเละทั้งหมดสี่คนก็ได้ออกเดินทางขึ้นเขาไปด้วยกัน

พวกเขามาแยกทางกันตรงลำธารเล็กๆเหมือนเคย

เเละเฉินซานซือก็กำชับว่า

"ลุงจ้าว ถ้าเจออันตราย ให้ยิงธนูส่งสัญญาณ ข้าได้ยินเมื่อไหร่จะรีบไปหาทันที"

"ได้…แต่เจ้าก็ระวังตัวด้วยนะ"

….

จากนั้น เฉินซานซือก็หันหลังแล้วเดินเข้าไปในป่า

มีคนตายเยอะขนาดนี้ มันจะเวอร์ไปหน่อยไหม?

เมื่อได้ข่าวแบบนี้ เขาเองก็เริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมา

แต่หลังจากเดินไปได้สองลี้ เขาก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

ยังคงมีศิษย์สำนักยุทธมากมายออกมาล่าสัตว์มากมาย เเละคนของสำนักยุทธไท่เล่ยก็ยังคงตามหากวางขาวอยู่

"กลับไป คงต้องบอกนายร้อยหวังให้ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้หน่อยแล้ว"

เฉินซานซือตั้งสมาธิ เเล้วเริ่มตามรอยกวางขาว

รอบนี้ไม่เหมือนรอบก่อน

ไม่ว่าจะเป็นเสือโคร่งหรือหมีดำ ลุงจ้าวก็จะบอกทิศทางไว้ให้คร่าวๆ

ครั้งนี้เขาต้องพึ่งตัวเอง แม้จะมีทักษะแกะรอย…แต่ก็คงลำบากน่าดู

เพราะในหนังสือไม่ได้บอกว่ากวางขาวอาศัยอยู่ที่ไหน เทือกเขาหู่โถวก็กว้างใหญ่หลายพันลี้ ถ้าจะตามหาจริงๆ คงต้องใช้เวลานานมาก

"ลองเข้าไปในป่าลึกดูหน่อยแล้วกัน"

กวางทั่วไปชอบอยู่ในที่เงียบสงบ…กวางขาวก็เป็นกวางเหมือนกัน นิสัยคงไม่ต่างกันมากนัก

เฉินซานซือเริ่มปีนป่ายข้ามเขา

จนกระทั่งถึงบ่าย เขาได้ข้ามภูเขามาแล้วสองลูกเเต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของกวางขาว เเถมต้นไม้และพืชพรรณก็เริ่มหนาแน่นขึ้น จนแทบจะไม่มีที่ให้เหยียบ

ทันใดนั้นเมื่อมองไกลๆออกไป เขาก็เห็นหุบเขาที่เงียบสงบอยู่ห่างออกไปประมาณห้าลี้

"ไปดูหน่อยดีกว่า"

เฉินซานซือสูดลมหายใจเข้าลึก เเล้ววิ่งตรงไปยังหุบเขานั้นเพื่อสำรวจ

เเต่ยังไม่ทันจะเข้าใกล้ ก็มีศิษย์ในชุดคลุมยาวหลายคนพุ่งออกมา ยืนขวางทางเขาไว้เป็นกำแพงมนุษย์

"หยุดอยู่ตรงนั้น!"

"เเถบนี้ห้ามคนนอกเข้า!"

……………………………

จบบทที่ บทที่ 47 : มีคนตาย!

คัดลอกลิงก์แล้ว