- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 45 : ท่าหอกพื้นฐานสำหรับทหาร (ความสำเร็จเล็กน้อย)
บทที่ 45 : ท่าหอกพื้นฐานสำหรับทหาร (ความสำเร็จเล็กน้อย)
บทที่ 45 : ท่าหอกพื้นฐานสำหรับทหาร (ความสำเร็จเล็กน้อย)
บทที่ 45 : ท่าหอกพื้นฐานสำหรับทหาร (ความสำเร็จเล็กน้อย)
"แค่...น้ำมันตะเกียงเนี่ยนะ?"
เฉินซานซือไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เห็นเลย
เขาตรวจสอบกล่องหยกอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
แต่สุดท้าย นอกจากกลไกทำลายตัวเองแล้ว ภายในกล่องไม่มีอะไรอื่นอีกเลย แม้แต่ช่องลับก็ไม่มี
….
ลัทธิเทพวิญญาณ เซียงถิงชุน สำนักยุทธ
ทุกฝ่ายต่างแย่งชิงกันหัวแทบแตก เพียงเพื่อสิ่งนี้?
จากการวิเคราะห์ของเฉินซานซือ ทั้งสำนักยุทธและเซียงถิงชุนอาจจะไม่รู้แน่ชัดว่าสมบัติเซียนคืออะไรกันแน่ มีเพียงลัทธิเทพวิญญาณเท่านั้นที่น่าจะรู้เบื้องลึก แต่พวกมันกลับปากแข็ง ไม่ยอมปริปากบอก
ไม่…มันต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่
เฉินซานซือเดินไปที่หน้าเตา ใช้ปลายนิ้วแตะน้ำมันตะเกียงออกมาเล็กน้อย แล้วนำไปทาบนท่อนไม้ที่ใช้สำหรับผ่าฟืน จากนั้นก็จุดไฟ
"ฟูมมม!"
ทันทีที่เปลวไฟสัมผัสกับน้ำมันตะเกียง เพลิงสีแดงฉานก็ปะทุขึ้นราวกับมังกรไฟพุ่งออกมาจากความว่างเปล่า
มันพุ่งสูงขึ้นไปสองถึงสามเมตรในชั่วพริบตา
เเละเพียงไม่กี่ลมหายใจ ท่อนไม้ก็กลายเป็นเถ้าถ่าน
ต้องรู้ก่อนว่า ท่อนไม้นี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึงครึ่งเมตร ยาวสามสิบเซนติเมตร เปลวไฟธรรมดาแค่จะจุดให้ติดก็ยากแล้ว หากไม่ผ่าออกเป็นชิ้นเล็กๆ
เเละการจะเผาทั้งท่อนให้กลายเป็นเถ้าถ่านคงต้องใช้เวลาทั้งวันทั้งคืน!
แม้จะยืนอยู่ห่างออกไปสองก้าว เฉินซานซือก็ยังรู้สึกเหมือนตัวเองเกือบจะสุก!
มันมีพลังทำลายล้างขนาดนี้เชียว?
ไขมันสัตว์อะไรกัน ถึงได้เผาไหม้กลายเป็นเปลวเพลิงที่น่ากลัวเช่นนี้!
"ไม่ธรรมดาจริงๆ" เฉินซานซือรู้สึกใจสั่นเล็กน้อย
ของนี่มันทรงพลังก็จริง แต่มันจะแย่งกันไปทำไม?
จะเอามาใช้เป็นอาวุธงั้นเหรอ?
เขามองกล่องเหล็กขนาดเท่าฝ่ามือพลางครุ่นคิด
มีแค่นี้ จะใช้ได้สักกี่ครั้งกันเชียว?
มันไม่น่าจะถึงขั้นต้องแย่งชิงกันขนาดนี้
เฉินซานซือตัดสินใจได้เลยว่า เปลวไฟนี้ต้องมีประโยชน์อย่างอื่นแน่
เขากลับไปตรวจสอบกล่องหยกอีกครั้ง หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วก็ได้ข้อสรุปว่า…มันไม่มีอะไรอื่นอีกแล้วจริงๆ
ดูเหมือนว่าวิธีการใช้น้ำมันตะเกียงนี้ อาจจะอยู่ที่ลัทธิเทพวิญญาณ
แบบนี้...เรื่องนี้คงต้องพักไว้ก่อน
เฉินซานซือรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
แต่อย่างน้อยเปลวไฟนี้ก็ทรงพลังมาก ในยามคับขันก็น่าจะใช้ประโยชน์ได้
ส่วนประโยชน์ที่แท้จริงนั้น คงต้องรอดูต่อไป
"เป้าหมายของข้าตอนนี้ คือการได้รับเลือกเข้ากองทัพหลวงทั้งแปด"
"เอาล่ะ…ต้องรีบเพิ่มพูนพลังโดยเร็วที่สุด!"
เฉินซานซือเก็บข้าวของ เตรียมตัวพักผ่อนให้เต็มที่
เขากำลังจะทะลวงขีดจำกัดแล้ว
...
รุ่งเช้า ณ ค่ายทหาร
เฉินซานซือดื่มซุปยาเก้าหมุนบำรุงพลังหนึ่งถ้วย ขณะที่พลังปราณเเละเลือดกำลังพุ่งพล่าน เขาก็คว้าหอกยาวขึ้นมา ฝึกฝนท่าหอกพื้นฐานที่เขาชำนาญเป็นอย่างดี
เวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยง พระอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้า
บนลานฝึกที่กว้างขวาง เสียงหอกแหวกอากาศดังกึกก้องราวกับฟ้าร้อง
เหล่าทหารที่อยู่บริเวณใกล้เคียงต่างหันมามอง
ภายใต้แสงแดด ทุกครั้งที่หอกยาวสะบัด ปลายหอกจะสะท้อนแสงสีทองเจิดจ้า เมื่อหอกยาวถูกสะบัดเร็วขึ้นเรื่อยๆแสงสีทองเหล่านั้นก็เริ่มเชื่อมต่อกัน
มองจากระยะไกล ราวกับพญางูทองกำลังร่ายรำอยู่บนท้องฟ้า หรือเหมือนพู่กันสีทองกำลังวาดภาพภูเขาอันยิ่งใหญ่ มันดึงดูดให้ผู้คนอยากเข้าไปดูใกล้ๆ…แต่เสียงแหวกอากาศที่ดังสนั่นก็เตือนทุกคนว่า นี่ไม่ใช่วิวทิวทัศน์ที่สวยงาม แต่มันคือวิชาสังหาร!
หอกยาวแหวกอากาศ ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว
ภาพแสงและเงาที่วาบไหวปรากฏขึ้นอยู่นานราวครึ่งชั่วโมงธูป
จนกระทั่งในชั่วขณะหนึ่ง ทุกอย่างก็หยุดนิ่ง
แสงสีทองทั้งหมดมารวมกันที่จุดเดียว แล้วพุ่งเข้าปะทะกับเป้าท่อนไม้ด้วยความเร็วเหนือสายตา
"โครม!"
เป้าท่อนไม้ที่มีขนาดเท่าความกว้างของไหล่ผู้ชายและสูงสองเมตร แตกกระจายออกจากจุดที่ถูกแทง เศษไม้และเศษเล็กเศษน้อยกระเด็นไปทั่วทุกทิศทาง ก่อนจะปักลงพื้นราวกับห่าฝน
ทหารคนหนึ่งที่ชอบดูความสนุก เกือบจะถูกเศษไม้แทงเข้าตา….เขารีบล้มตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความตกใจ
เฉินซานซือค่อยๆเก็บหอก กล้ามเนื้อที่แข็งแรงของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ ภายใต้แสงแดดของฤดูใบไม้ร่วง ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยไอน้ำ ราวกับเพิ่งเดินออกมาจากกองไฟ
บรรลุระดับความสำเร็จเล็กน้อย!
พลังปราณเเละเลือดสองสายหลอมรวมเป็นสี่สาย แล้วไหลเวียนไปทั่วแขนขาของเฉินซานซือ!
[วิทยายุทธ: ท่าหอกพื้นฐานสำหรับทหาร (ความสำเร็จเล็กน้อย)]
[ความคืบหน้า: (0/2000)]
[ผลของวิชา: หอกอันรวดเร็ว, ความอดทนอันน่าทึ่ง, พลังปราณและเลือดอันแข็งแกร่ง, เลือดอันแปลกประหลาดปรากฏ]
…..
เฉินซานซือไม่ค่อยเข้าใจผลของวิชาที่เพิ่มเข้ามาใหม่
เลือดอันแปลกประหลาด?
หมายถึงเลือดของเขากำลังเปลี่ยนแปลงไปงั้นเหรอ?
เมื่อเขาพยายามควบคุมปราณเเละเลือด เขาก็พบว่าเลือดของเขาร้อนขึ้นอย่างมาก เเละถ้าเทียบกับก่อนหน้านี้ พลังปราณเเละเลือดแต่ละสายแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม
นี่มัน…อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับขอบเขตการฝึกฝนขั้นต่อไปหรือเปล่านะ?
….
"ขอแสดงความยินดีด้วย ท่านเฉิน!"
ทันใดนั้นหลายคนก็เข้ามาแสดงความยินดี
"พรสวรรค์ขนาดนี้ ช่างน่าอิจฉาจริงๆ!" สิบโทฟางกล่าวด้วยความรู้สึกทึ่ง
"ก็แค่ใช้เงินช่วยเท่านั้นเองขอรับ" เฉินซานซือกล่าวอย่างถ่อมตน
"ถ้าข้าไม่ได้ออกล่าสัตว์หาเงินมาซื้อยา ข้าก็คงไม่ทะลวงขีดจำกัดได้เร็วขนาดนี้หรอก"
"อย่าพูดแบบนั้นสิ การล่าสัตว์ก็เป็นความสามารถอย่างหนึ่งนะ"
สิบโทฟางยิ่งอิจฉาหนักกว่าเดิม
พวกเขาในฐานะผู้ฝึกยุทธระดับปราณเเละเลือด…แน่นอนว่าเขาสามารถดึงธนูหนักได้อย่างง่ายดาย
แต่ดึงได้ ไม่ได้หมายความว่าจะยิงธนูแม่น
ต่อให้ฝึกฝนเป็นเวลานาน ก็อาจจะไม่เก่งกาจขนาดนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการยิงเป้าหมายที่มองไม่เห็นในระยะร้อยก้าว
บางสิ่งบางอย่าง พรสวรรค์ก็คือตัวกำหนดขีดจำกัดจริงๆ
หลังจากนั้น เฉินซานซือก็แอบไปหาหวังจื๋อเพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการฝึกฝนขั้นต่อไป
"เจ้าทะลวงขีดจำกัดอีกแล้วงั้นหรือ?!"
หวังจื๋อเกือบจะพ่นเหล้าในปากออกมา
ในเวลานี้ ความรู้สึกของเขาไม่ได้มีแค่ความยินดีอย่างเดียว แต่มันยังเต็มไปด้วยความตกตะลึงด้วย
ฝึกฝนแค่เดือนกว่าๆ ก็เดินมาถึงจุดที่คนส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาหลายปี หรือแม้แต่ทั้งชีวิตก็ยังไปไม่ถึง
เรื่องแบบนี้…สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
"นายร้อยหวัง"
"มีอะไรที่ข้าต้องระวังเกี่ยวกับช่วงระดับปราณเเละเลือดมากบ้างขอัรบ? แล้วมันเกี่ยวข้องกับขอบเขตการฝึกฝนขั้นต่อไปหรือเปล่า?" เฉินซานซือเอ่ยถาม
"เจ้ามีความเข้าใจที่ดี"
หวังจื๋อวางถ้วยเหล้าเเล้วอธิบายว่า
"การฝึกฝนระดับปราณเเละเลือด ก็คือการฝึกฝนเลือดตามชื่อของมันนั่นแหละ
"เมื่อบรรลุระดับปราณเเละเลือดมาระดับหนึ่ง พลังปราณเเละเลือดก็จะไหลเวียนไปทั่วร่างกาย…ถึงตอนนั้นก็จะสามารถเริ่มฝึกฝนกระดูกได้”
"จากนั้น หากคุณภาพของพลังปราณเเละเลือดสูงพอในอนาคต กระดูกและร่างกายที่ถูกหล่อหลอมด้วยเลือดเหล่านั้นก็จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น”
"นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าให้เจ้าฝึกวิธีการหายใจแบบเฮ่าหราน”
"การฝึกฝนระดับเลือดคือพื้นฐาน หากพื้นฐานไม่แข็งแรง ก็เท่ากับแพ้ตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว…ตอนนี้เจ้าก็น่าจะรู้สึกได้ว่า ในบรรดาคนที่อยู่ในระดับเดียวกัน คงมีน้อยคนนักที่จะรับมือกับเจ้าได้เกินสามกระบวนท่า ยิ่งฝึกฝนไปเรื่อยๆความแตกต่างก็จะยิ่งมากขึ้น"
'ใช้เลือดหล่อหลอมกระดูก...'
เลือดมีความเกี่ยวข้องกับขอบเขตการฝึกฝนขั้นต่อไปจริงๆด้วย
เเต่เฉินซานซือไม่แน่ใจว่า "เลือดอันแปลกประหลาด" เป็นผลเฉพาะของเผงค่าสถานะหรือไม่ เขาจึงยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ออกไป ตั้งใจจะรอดูผลลัพธ์ก่อน
"เจ้าหนู เจ้านี่เก่งจริงๆ" หวังจื๋อนับนิ้วคำนวณเวลา
"ความเร็วในการฝึกฝนของเจ้าเร็วมาก เเถมเร็วๆนี้กองรักษาการณ์ของเราจะได้รับสมุนไพรจำนวนมาก…เเบบนี้เจ้ามีโอกาสที่จะฝึกฝนกระดูกสำเร็จก่อนฤดูใบไม้ผลิปีหน้า"
เฉินซานซือจับประเด็นสำคัญได้ทันที
"กองรักษาการณ์ของเราจะได้รับสมุนไพรหรือขอรับ?"
"เฮ้อ อย่าพูดถึงมันเลย"
หวังจื๋อรู้สึกขบขันเล็กน้อย เขาจิบเหล้าแล้วเล่าว่า
"เมื่อวานที่ภัตตาคารปาเป่า ไอ้พวกหัวหน้าสำนักยุทธยังทำเก่งอยู่เลย บอกว่ากองรักษาการณ์กักขังพวกมัน พวกมันจะไปฟ้องร้องเอาเรื่อง”
"แต่เช้าวันนี้ พวกมันกลับเปลี่ยนท่าทีไปเป็นคนละคน”
"บอกว่าจะสนับสนุนกองพันของเราอย่างเต็มที่ในการออกรบกับพวกคนเถื่อนในปีหน้า”
"เเละเมื่อสำนักยุทธใหญ่ทั้งสี่ยอมตกลง เหล่าเศรษฐีและพ่อค้าในเมืองก็ต้องควักกระเป๋าตาม”
"คราวนี้ พวกเราจะรวยแล้ว"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฉินซานซือก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย
มันฟังดูเหมือนเซียงถิงชุนสามารถควบคุมสำนักยุทธได้แล้ว?
แต่สมบัติเซียนอยู่ในมือเขานี่นา เเล้วสำนักยุทธจะยอมเชื่อฟังเซียงถิงชุนได้อย่างไร
เว้นเสียแต่…เซียงถิงชุนกำลังเล่นละครตบตา!
ให้ตายเถอะ เขาไม่กลัวโดนจับได้รึไง
……
บ่ายวันนั้น
พอใกล้พลบค่ำ คำพูดของหวังจื๋อก็เป็นจริง
เหล่าศิษย์สำนักยุทธต่างพากันขนของมาส่งเป็นจำนวนมาก
"โกดังเก็บสมุนไพรอยู่ทางซ้าย!"
"โกดังเก็บเสบียงอยู่ทางขวา!"
"จำนวนไม่ถูกต้องนะ? ขาดข้าวสารสองร้อยเกวียน พรุ่งนี้ก่อนมืดต้องรีบนำมาส่งให้ครบ!"
"..."
หัวหน้าโกดังพาเสมียนมาตรวจนับสิ่งของทีละคัน
โกดังที่ไม่ได้ใช้งานมานานหลายปีถูกนำมาใช้อีกครั้ง โกดังเก็บเสบียงเต็มไปด้วยกระสอบข้าวสารจนแทบล้นออกมา
ปีนี้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้น้อยงั้นเหรอ?
แล้วทำไมพวกเศรษฐีถึงได้มีเสบียงอาหารมากมายก่ายกองแบบบนี้กันล่ะ
"วู้มม~"
พร้อมกันนั้นเสียงแตรนัดหมายก็ดังขึ้น
ทหารทุกคนถูกเรียกตัวไปรวมกันที่ลานฝึก เเละมีการประกาศว่าท่านผู้พันมีเรื่องสำคัญจะแจ้ง
……………………..