- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 44 : น้ำมันตะเกียง?
บทที่ 44 : น้ำมันตะเกียง?
บทที่ 44 : น้ำมันตะเกียง?
บทที่ 44 : น้ำมันตะเกียง?
นายร้อยสองนายก้าวออกมา รายงานสรุปผลการปฏิบัติการ
ประมาณหนึ่งเดือนก่อน คนของลัทธิเทพวิญญาณได้แฝงตัวเข้ามาในเมืองพอผอหยาง บังคับเจ้าอาวาสวัดจินจงช่วยปกปิดตัวตน…ส่วนเหตุผลที่แน่ชัดเขายังไม่ทราบ
“ท่านผู้พัน ในการปิดล้อมครั้งนี้ พวกเราสังหารคนของลัทธิเทพวิญญาณได้ทั้งหมดยี่สิบแปดคน ในจำนวนนี้เป็นระดับหลอมกระดูกหกคน ระดับพลังปราณและเลือดสิบห้าคน ที่เหลือเป็นคนธรรมดา
“ดูจากจำนวนแล้ว ก็ใกล้เคียงกับการปิดล้อมครั้งก่อน
“ชาวบ้านและผู้มาไหว้พระบนเขาก็ได้รับการตรวจสอบทั้งหมดแล้ว หลังจากยืนยันว่าไม่มีปัญหาจึงปล่อยตัวไป ส่วนใครก็ตามที่ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ในทันที ก็ถูกคุมตัวไปขังไว้ที่คุกของที่ว่าการอำเภอแล้ว”
“ตามหลักการแล้ว ไม่น่าจะมีใครหนีรอดไปได้” หลิวจินไคโค้งคำนับขณะรายงาน
“ไม่น่า...”
เซียงถิงชุนหรี่ตามองพวกเขาอย่างคมกริบ ราวกับเหยี่ยว
“นั่นหมายความว่า ยังมีคนหนีรอดไปได้งั้นรึ?”
“ขออภัยท่านผู้พัน!”
หลิวจินไคคุกเข่าลงข้างหนึ่ง
“ลัทธิเทพวิญญาณมันเจ้าเล่ห์ ใช้ชาวบ้านเป็นโล่มนุษย์ สถานการณ์วุ่นวายมาก…เเต่ถึงแม้จะมีคนหนีไปได้ อย่างมากก็คงเป็นแค่ลูกกระจ๊อกไม่กี่คน ต่อไปพวกมันคงไม่กล้าก่อเรื่องอีกเเล้ว!”
แน่นอนนว่าเรื่องบางอย่างเซียงถิงชุนไม่สามารถพูดออกมาได้
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นมาใหม่ว่า
“ค้นหาวัดจินจงทั้งหมด ไม่ว่าจะตายหรือเป็น…ต้องเอาร่างของคนของลัทธิเทพวิญญาณมารวมกันให้ได้มากที่สุด​ เเล้วข้าจะตรวจสอบด้วยตัวเอง”
“ขอรับ!”
การต่อสู้ที่นองเลือดสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์
แต่อย่างไรก็ตาม เลือดส่วนใหญ่นั้นกลับเป็นของชาวบ้านผู้บริสุทธิ์​
เเละคาดว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยสี่ถึงห้าสิบคน
“บาปกรรมจริงๆ!”
ระหว่างทางลงเขา ซูเหวินไฉพึมพำไปตลอดทาง
“ถ้าข้าเป็นคนบัญชาการ คงไม่มีทางให้คนบริสุทธิ์ตายมากมายขนาดนี้แน่”
“โม้จังเลยนะ” จูถงเองก็ไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้
“เเต่ก็เเย่จริงๆ, ตอนเเรกข้านึกว่าเซียงถิงชุนมันเป็นคนดี ที่แท้ก็แค่พวกหน้าไหว้หลังหลอก ทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย”
“นินทาผู้​บังคับ​บัญชา​เเบบนี้…พวกแกสองคน เบื่อลิ้นเเล้วรึไง?!”
นายกองฟางส่งสายตาเตือนมาทางพวกเขา​
“ท่านนายกอง…พวกข้าแค่พูดเล่น วันนี้​ท่านผู้พัน จัดการได้ยอดเยี่ยมมาก!” ซูเหวินไฉรีบเปลี่ยนสีหน้าทันที
ส่วนจูถงได้แต่แค่นเสียงเหอะในลำคอ เเล้วไม่พูดอะไรอีก
“เฮ้อ...” นายกองฟางส่ายหัว แต่ก็ไม่ได้เอาเรื่องพวกเขา
“ยังดีที่ลัทธิเทพวิญญาณถูกกำจัดไปแล้ว ต่อไปก็คงไม่มีใครต้องตายอีก”
ช่วงนี้มีคนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยรอบๆเมืองพอผอหยางเยอะมาก…เเละกองทัพ​ก็ไม่ปลื้มเรื่อง​นี้สักเท่าไหร่​
…
ณ ขณะนี้ ​เฉินซานซือเดินเงียบๆอยู่ข้างๆพวกเขา​
สำหรับขุนนางในสมัยโบราณแล้ว ชาวบ้านคืออะไร?
นั่นก็แค่ NPC ในเกมจำลองของพวกเขา
เป็น NPC ที่เอาไว้สร้างคุณค่าและผลิตผล ตราบใดที่พวกเขาได้ผลประโยชน์ การสูญเสีย NPC ไปสักกี่คน…สำหรับพวกขุนนาง​มันก็เป็​นแค่เรื่องของตัวเลข
ตอนนี้​ เฉิน​ซาน​ซือ​จึงสมน้ำหน้าเซียงถิงชุนมาก…ที่ต้องลงมืออย่างเสียเที่ยว
เพราะเขาก็ไม่มีทางเอาเรื่องนี้ไปเปิดเผยได้
มันเป็นการกระทำที่ปกปิดราชสำนักไปเรียบร้อย​แล้ว​
“กล่องหยก กุญแจ ได้มาครบแล้ว” เฉินซานซือเร่งฝีเท้ากลับบ้าน
“ข้าอยากรู้จริงๆว่ามันคืออะไร ถึงทำให้พวกเขาต้องแย่งชิงกันอย่างเอาเป็นเอาตายเเบบนี้”
……
หลังจาก​นั้น​
ด้วยคำสั่งเพียงคำเดียว พระในวัดจินจงกว่าแปดสิบรูปก็ถูกจับขังคุก
ทั้งวัดถูกปิดผนึก ห้ามมิให้ผู้ใดขึ้นเขามาที่วัดโดยไม่ได้รับอนุญาต
ภายในวิหารหลัก
ศพของคนของลัทธิเทพวิญญาณกว่ายี่สิบศพถูกเรียงรายอย่างเป็นระเบียบใต้พระพุทธรูป
เซียงถิงชุนถือมีดสั้น ผ่าท้องศพทีละศพ ปล่อยให้เลือดและอวัยวะภายในไหลนองเต็มพื้น
ของอยู่ไหน?!
หัวหน้ากลุ่มก็ฆ่าไปแล้ว คนก็จับได้แล้ว
แถมเซียงถิงชุนยังได้รับบาดเจ็บอีก แต่กลับหาของไม่เจอ?
ด้วยความ​โลถ เขาจึงค้นทั้งวัดจนแทบพลิกแผ่นดิน
เเต่ทันใดนั้น​เอง เขามีเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอก
เป็นหลัวตงเฉวียนที่เดินเข้ามาในวิหาร เเละเมื่อเห็นคราบสกปรกบนพื้น เขาก็ถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว เเล้วรีบโค้งคำนับ
“ท่านผู้พัน ข้ากลับมาแล้ว”
เคร้งงง!!!!!!!
เซียงถิงชุนขว้างมีดสั้นทิ้งด้วยความโกรธ เเล้วพูดด้วยน้ำเสียงหม่นหมองว่า
“วันนี้ที่งานเลี้ยง มีเจ้าสำนักคนไหนออกไปกลางคันรึเปล่า?”
“เรียนท่านผู้พัน…เจ้าสำนักทั้งสี่ของสำนักเทียนหยวน ไท่เล่ย ตระกูล​จ้าว และหยุนเหอ อยู่ที่ภัตตาคารปาเป่าตลอดเวลา ข้ากับหวังจื๋อคอยดูพวกเขาอยู่” หลัวตงเฉวียนตอบอย่าง​มั่นใจ​
“แล้วลูกศิษย์ของพวกเขาล่ะ?” เซียงถิงชุนถามต่อ
“อยู่กันครบขอรับ”
หลัวตงเฉวียนก้มหน้า เเล้วรายงานต่อ
“ลูกศิษย์สำนักยุทธที่อยู่ในระดับหลอมกระดูกขึ้นไป ข้าเรียกมารวมตัวกันที่ภัตตาคารปาเป่าแล้ว ไม่มีใครหายไปเลยขอรับ”
“เจ้าแน่ใจนะ?!” เซียงถิงชุนเน้นเสียง
หลัวตงเฉวียนก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม จนแทบจะติดพื้น
“ข้าแน่ใจ!”
“อาหลัว ไม่ต้องกังวลไป ข้าไว้ใจเจ้า”
เซียงถิงชุนไขว้มือไว้ด้านหลัง จาก​นั้นเขาก็เดินวนไปวนมาในวิหาร
เขารู้สึกหงุดหงิดใจอย่างมาก
ดูท่าของที่เขาต้องการ…น่าจะถูกคนที่หนีรอดไปได้เอาไปแล้ว
“ท่านผู้พัน”
“หรือว่าท่านยังหาสมบัติเซียนไม่เจอ?” หลัวตงเฉวียนถาม
​เซียงถิงชุนหรี่ตา ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า
“อาหลัว เจ้าไปบอกสำนักยุทธทั้งสี่ว่า ของอยู่ที่ข้าแล้ว…เเละถ้าพวกมันอยากได้ ก็ต้องทำตามข้อเสนอของข้า”
“ข้อหนึ่ง ข้าต้องการสมุนไพรจำนวนมาก นอกจากนี้…ปริมาณที่จัดหาให้กองรักษาการณ์เป็นประจำต้องเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า”
“ข้อสอง สำนักยุทธทั้งสี่และเหล่าเศรษฐีต้องบริจาคเงินและเสบียง เพื่อสนับสนุนการทำศึกของข้าในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า”
“ข้อสาม สำนักยุทธทั้งหมดในเมืองต้องรวบรวมคนให้ข้าสามร้อยคน และะต้องเป็นระดับหลอมกระดูกอย่างน้อยสามคน
“ถ้าทำได้ตามนี้ ข้าจะยกสมบัติเซียนให้พวกเขา”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลัวตงเฉวียนก็ทำหน้าไม่อยากจะเชื่อทันที่
“ท่านผู้พัน แบบนี้มันจะโหดไปหน่อยรึเปล่าขอรับ?”
“โหด?” เซียงถิงชุนหัวเราะเยาะ
“เจ้ารู้รึเปล่าว่า คืนที่เกิดเรื่อง ท่านเหลียงพูดอะไรกับข้า?”
“เขาบอกว่าถ้าได้สมบัติเซียนมา ภายในยี่สิบปี ข้าจะได้ขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่ของกองทัพฝ่ายซ้าย สำนักยุทธทั้งสี่ก็จะได้เข้าไปตั้งสำนักในเมืองหลวง ก้าวขึ้นเป็นสำนักยุทธระดับแนวหน้าของแผ่นดิน”
“แค่เสียเงินเสียทองแค่นี้ มีอะไรต้องเสียดาย?”
“ท่านผู้พันช่างปราดเปรื่อง”
จากนั้น หลัวตงเฉวียนก็พูดต่อ
“มีเงิน มีทรัพยากร ยิ่งถ้ากระทรวงกลาโหมอนุมัติ ปีหน้าท่านผู้พันก็คงสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม”
“หึๆ…ก็ตามนั่นแหละ”
“จริงสิ อาหลัว” เซียงถิงชุนเปลี่ยนเรื่อง
“เจ้าก็ใกล้จะถึงระดับหลอมอวัยวะภายในแล้ว ข้าจำได้ว่าเหลียงเฟิงมีสมุนไพรชั้นดีอยู่ ไว้ข้าจะเอาส่วนหนึ่งมาให้เจ้า”
“ท่านผู้พันผู้เมตตา ข้าจะขอติดตามท่านทั้งชีวิต!”
หลัวตงเฉวียนกล่าวขอบคุณ จากนั้นเตรียมออกไปทำตามคำสั่ง
“มีอีกเรื่อง” เซียงถิงชุนเรียกเขาไว้เสียก่อน
“อีกไม่นานนายอำเภอคนใหม่ก็จะมาถึง ส่วนเจ้าหน้าที่จากศาลผู้บัญชาการ…ข้าก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เเต่ได้ข่าวว่าจะมาถึงเร็วกว่ากำหนด เจ้าต้องจัดการให้ดี อย่าให้เกิดเรื่องเหมือนครั้งที่แล้วอีก”
“ขอรับ!” หลัวตงเฉวียนรับคำสั่งแล้วจากไป
เซียงถิงชุนมองตามร่างที่เดินจากไปด้วยสายตาลุ่มลึก
สมบัติเซียนที่เขาตามหา...
ไม่ก็ถูกคนของลัทธิเทพวิญญาณเอาไปได้ ก็คงถูกซ่อนไว้แถวๆวัดจินจง
ถ้าเป็นอย่างแรกก็คงหมดหวัง แต่ถ้าเป็นอย่างหลังก็ยังพอมีหวัง
เอาเป็นว่า หลอกเอาเงินจากสำนักยุทธก่อน ถ้าปล่อยให้ช้ากว่านี้คงไม่ทันแล้ว
“ฝ่าบาทตั้งพระทัยจะปั้นขุนศึกหน้าใหม่ทางเหนือ…แค่ช่วงนี้สร้างผลงานได้โดดเด่นก็จะได้รับความสนใจอย่างมาก”
“เเละเมื่อผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนปัจจุบันเกษียณ ข้าจะต้องเป็นลูกน้องของผู้บัญชาการคนใหม่ให้ได้”
ตระกูลเซียงของเขา ติดแหง็กอยู่ที่เมืองพอผอหยางมานานสามชั่วอายุคนแล้ว
ชีวิตนี้ ไม่ว่ายังไงเซียงถิงชุนก็ต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้
ต่อให้ต้องใช้คนทั้งเมืองพอผอหยางเป็นบันไดให้เขาก้าวข้าม เขาก็ไม่สน
……
ณ ค่ายทหาร
หลังจากร่วมตรวจนับกำลังพลเสร็จ เฉินซานซือก็รีบกลับบ้าน
ขุดกล่องหยกขึ้นมาจากใต้ดินในสวนหลังบ้าน แล้วกลับเข้าห้องนอน ปิดประตูลงกลอน สุดท้ายหยิบกุญแจออกมาจากอกเสื้อ
กุญแจทำจากหยกแท้ รูปร่างซับซ้อน ลายสลักวิจิตรงดงาม ส่วนปลายเป็นรูปทรงไม่สม่ำเสมอ แต่กลับสอดเข้าไปในรูกุญแจได้พอดี
มันเหมือนกับที่บันทึกไว้ในหนังสือ หนึ่งกล่องต่อหนึ่งกุญแจ ถ้ากุญแจถูกทำลาย ต่อให้เป็นเซียนก็เปิดกล่องไม่ได้
เขาสอดกุญแจเข้าไป เเล้วหมุนกลไก
“คลิก”
กล่องไม้เปิดออก
ข้างในมีกล่องเหล็กอีกชั้นหนึ่ง
โชคดีที่กล่องเหล็กไม่ต้องใช้กุญแจอีกอัน
เเละเมื่อเปิดฝาออก, ข้างในนั้นเต็มไปด้วยของเหลวสีเหลืองอ่อน เนื้อสัมผัสนุ่ม คล้ายกับไขมันสัตว์
“น้ำมันตะเกียงหรอ?”
…………………………..