เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 : กุญแจสำหรับสมบัติเซียน

บทที่ 43 : กุญแจสำหรับสมบัติเซียน

บทที่ 43 : กุญแจสำหรับสมบัติเซียน


บทที่ 43 : กุญแจสำหรับสมบัติเซียน

“อย่าขยับ!” หัวหน้ากลุ่มคนสวมหน้ากากชี้ดาบไปที่พระรูปนั้น

“เจ้าเป็นคนของลัทธิเทพวิญญาณรึ?”

“อะมิ-ตา-พุทธ!” พระจมูกแหลมประนมมือไหว้

“พวกท่านอย่าพูดจาเหลวไหลไปหน่อยเลย ข้าพเจ้าเป็นพระจากวัดจินจง”

“พระงั้นรึ? แล้วเจ้าจะวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเเบบนี้ทำไม?” ชายสวมหน้ากากคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เลิกพูดมากความได้แล้ว หน้าตาแบบเจ้าเนี่ย จะไปหลอกใครได้!”

ถึงตรงนี้ก็ไม่มีการพูดคุยใดๆอีกต่อไป​

คนทั้งสี่เข้าโจมตีพร้อมกันอย่างรวดเร็ว​

เเต่พระรูปนั้นก็ไม่ใช่ย่อย, ไม่รู้ว่าตอนไหนที่มือทั้งสองข้างของเขาก็สวมถุงมือที่พันด้วยลวดเหล็กเข้าไป, จน​เขาสามารถ​ใช้มือเปล่าปะทะกับคมดาบได้โดยตรง

การปะทะครั้งนี้​ ทำให้เกิดประกายไฟกระจาย เสียงดังเหมือนกับกำลังตีเหล็ก

“พระรูปนี้กับหัวหน้ากลุ่มคนสวมหน้ากาก…ต่างก็เป็นระดับหลอมกระดูก!”

เฉินซานซือมองออกว่า พละกำลังของพวกเขานั้นเหนือกว่าระดับพลังปราณและเลือดอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น…พวกเขา​ก็น่าจะล้วนแต่เป็นระดับหลอมกระดูกทั้งสิ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระจมูกแหลม ถึงแม้จะดูผอมบาง แต่เมื่อลงมือจริงๆ อีกฝ่ายกลับดุดันอย่างไม่น่าเชื่อ

เขาราวกับพยัคฆ์​ร้ายที่หลุดออกมาจากภูเขา

นอกจากหัวหน้ากลุ่มคนสวมหน้ากาก….คนอื่นๆไม่ใช่คู่มือเขาเลยสักนิด

หลังจากนั้นไม่กี่กระบวนท่า เหล่าคนในชุดดำก็ได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า

พวกเขา​ต่างก็ถือดาบในมืออย่างหวาดหวั่น ไม่กล้าเข้าใกล้ ได้แต่คอยสนับสนุนอยู่ห่างๆพระจมูก​เเหลม

ส่วนใหญ่​ เป็นหัวหน้ากลุ่มคนสวมหน้ากากกับพระรูปนั้นที่ลงมือต่อสู้กันอย่างดุเดือด

เเต่ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังหาข้อสรุปเรื่องชัยชนะ​ไม่ได้ มันก็มีร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ เเล้วโจมตีจากด้านหลัง

คนที่มาใหม่ ก็เป็นถึงระดับหลอมกระดูกอีกคน!

เมื่อเจอเเบบสองรุมหนึ่ง ในที่สุดพระจมูกแหลมก็เริ่มต้านทานไม่ไหว

เเละเมื่อหัวหน้ากลุ่มคนสวมหน้ากากหาจังหวะได้ เขาก็ฟันดาบลงบนไหล่ของพระอย่างรวดเร็ว​

“ฉัวะะะ!”

เเต่คมดาบไม่ได้ตัดแขนขาดอย่างที่คิด แต่กลับติดอยู่ที่กระดูกหลังจากที่ฟันผ่านเข้าไปแล้ว

‘นี่สินะ ระดับหลอมกระดูก?’

‘กระดูกแข็งขนาดที่ดาบฟันไม่เข้าเลยหรือ?’

‘ถ้าเป็น​แบบ​นี้…ธนูสองศิลาของข้าคงไม่สามารถฆ่านักรบระดับหลอมกระดูกได้ในทันทีเเน่ๆ’

‘ดูท่าข้าต้องหาทางสร้างธนูสิบศิลาให้ได้แล้ว’

เฉินซานซือยังคงเฝ้าดูการต่อสู้ต่อไป​

การต่อสู้ของผู้ที่มีระดับสูงกว่าเขาย่อมมีประโยชน์ในการเพิ่มพูนประสบการณ์

เเละตอนนี้​ สถานการณ์ในสนามรบก็เริ่มชัดเจนขึ้นเเล้ว

หลังจากที่พระรูปนั้นถูกฟัน เขาก็เริ่มเสียเปรียบอย่างรวดเร็ว

เหล่านักรบระดับพลังปราณและเลือดที่แต่เดิมได้แต่ยืนดูอยู่ห่างๆ ก็เริ่มเข้ามาหาโอกาสซ้ำเติม

“ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!”

เสียงคมดาบฉีกเสื้อผ้าดังขึ้นต่อเนื่อง

พระปลอมรูปนั้นเหมือนโดนราดเเละทาด้วยสีแดงทั่วร่าง

ถึงแม้กระดูกของเขาจะฟันไม่เข้า แต่เนื้อหนังกลับถูกเฉือนออกไปหลายชิ้น บางชิ้นยังติดอยู่กับร่าง แกว่งไปมาดูน่าสยดสยองอย่างยิ่ง

ในที่สุด หัวหน้ากลุ่มคนสวมหน้ากากก็หาจังหวะได้อีกครั้ง

รอบนี้ เขาแทงดาบเข้าไปที่เส้นเลือดใหญ่ที่คอคนของลัทธิเทพวิญญาณ

เลือดพุ่งราวกับน้ำพุ…เขาล้มลง เเละตายโดยที่ดวงตาไม่ยังคงเบิกกว้าง​

“ค้นของ!”

ชายสวมหน้ากากรีบตรวจค้นศพ แต่สุดท้าย​เขากลับไม่พบอะไรเลย

“ไม่มีอะไรเลย สมบัติเซียนไม่ได้อยู่กับมัน!”

“คุณชายคิดว่าเราควรขึ้นเขาไปดูมั้ยครับ?”

“ของน่าจะตกอยู่ในมือของเซียงถิงชุนไปแล้วล่ะ”

“เเบบนั้นเสี่ยงเกินไป…ไปกันเถอะ เดิมทีเรากะมาเก็บตกอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้ก็ช่างมัน ถ้าถูกเซียงถิงชุนจับได้ล่ะแย่เลย”

“เห้อ…ถ้าของอยู่​ในมือเซียงถิง​ชุน​ ดูท่าเราคงต้องจ่ายหนักแน่ๆ”

“เอาศพมันไปด้วย…เอาล่ะ ถอนกำลังได้!”

เมื่อได้ยินบทสนทนานี้ เฉินซานซือก็มั่นใจในสิ่งที่เขาคิด

กลุ่มคนสวมหน้ากากก็คือ เหลียงจ่าน กับบ่าวเฒ่า!

คุณชายแห่งหอการค้าผู้นี้ มีข่าวลือว่าวันๆเอาแต่เที่ยวหอคณิกา แต่ฝีมือการต่อสู้​ของเขากลับไม่ตกเลย

อายุยี่สิบห้ายี่สิบหก ถึงจะฝึกวรยุทธ์มาสิบปี…เเต่การที่เขามีพลังระดับหลอมกระดูก

ในเมืองพอผอหยาง…ก็นับว่ายอดเยี่ยมแล้ว

“ถ้าอยากฆ่ามัน ข้าต้องฝึกฝนเพิ่มพละกำลังอีก”

เฉินซานซือไม่ลืมว่า ไอ้แซ่เหลียงเคยมาหาเรื่องเขาถึงหน้าบ้าน…ถ้าไม่มีหวังจื๋ออยู่ด้วย ถึงแม้เขาจะไม่ถึงตาย แต่ก็คงไม่จบง่ายๆ

ความรู้สึกที่ถูกควบคุมนี่มันแย่จริงๆ

จากนั้น​เขาก็ไม่รอช้า รีบเดินกลับทางเดิม

“เซียงถิงชุนได้สมบัติเซียนไปเเล้วจริงๆงั้นรึ?” เฉินซานซือรู้สึกเสียดายเล็กน้อย​

แต่เขาก็รู้สึกว่า มันยังมีบางอย่างแปลกๆ

ลองคิดดูดีๆ การที่คนของลัทธิเทพวิญญาณปะปนไปกับชาวบ้าน จริงๆ แล้วนั่นไม่ใช่วิธีที่ดีในการหลบหนี

กองทัพมาถึงที่นี่แล้ว ต่อให้เป็นชาวบ้านจริงๆ พวกเขาก็ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด จนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีปัญหาถึงจะปล่อยตัวไป

เมื่อเทียบกับการพยายามหนีแบบปะปนไปกับฝูงชน พวกเขาดูเหมือนต้องการดึงดูดความสนใจมากกว่า

ถ้าไม่ใช่เฉินซานซือ ในสถานการณ์ที่วุ่นวายเช่นนั้น ต่อให้เสียงกิ่งไม้หักในระยะหลายสิบเมตร ก็คงไม่มีใครสังเกตเห็นพระปลอมรูปนั้นหรอก

แต่บนตัวเขาก็ไม่มีอะไรเลย…หรือว่าซ่อนไว้ที่ไหน?

เฉินซานซือนึกถึงตอนที่เขาได้กล่องหยกมา

ด้วยความคิดที่อยากจะลองดู เขาจึงเดินย้อนกลับไปตามทางเดิม แต่ก็ไม่พบร่องรอยการขุดดิน

“ข้าคิดมากไปเองรึเปล่า?”

“หืม…เดี๋ยวก่อนนะ”

เสียงนกร้องเหนือหัวทำให้เขาสังเกตเห็นเปลือกสนที่เพิ่งหลุดออกไป

เฉินซานซือรีบปีนขึ้นไป บนยอดต้นสน ทันใดนั้น​เขาก็พบโพรงต้นไม้ขนาดเท่ากำปั้น

“รูงู!”

เขาคว้าหัวงูเอาไว้อย่างรวดเร็ว แล้วดึงมันออกมา

เป็นงูเขียวมีพิษ

เเต่เมื่อ​เฉิน​ซาน​ซือ​มองเข้าไปในโพรง เขาก็ไม่พบอะไรอีก

อย่างไร​ก็ตาม​ เขาสังเกต​เห็น​ว่าที่ขากรรไกรของงูมีรอยเลือด เหมือนกับถูกฉีก เเถมเกล็ดงูก็หายไปบางส่วน

“หรือว่า...”

เฉินซานซือไม่รีรอ ใช้มือทั้งสองข้างจับขากรรไกรงูเเล้วดึงออกจากกัน

เมื่อฉีกงูออกเป็นสองส่วน หยกสีเขียวมรกตก็ปรากฏขึ้น…เเละเเน่นอนว่ามันคือกุญแจหยกที่บันทึกไว้ในหนังสือ《ประวัติศาสตร์ราชวงศ์เซิ่ง》!

“เอาของยัดใส่ท้องงู พวกมันคิดได้ยังไงเนี่ย!”

เขาอดชื่นชมความคิดสร้างสรรค์ของคนๆนี้ไม่ได้

ต่อให้ทำเครื่องหมายไว้ที่งู ในอนาคตก็อาจจะหาไม่เจอก็ได้…ดูเหมือนว่าลัทธิเทพวิญญาณยอมทิ้งของ ดีกว่าให้ตกอยู่ในมือของคนอื่น

เเต่ต้องยอมรับว่าวิธีนี้ได้ผลจริงๆ

ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่มีทางหาร่องรอยเล็กๆน้อยๆแบบนี้เจอแน่

แต่มันดันมาเจอเขา

เฉินซานซือเก็บหยกไว้ แล้วดึงถุงน้ำดีงูออกมา

งูเขียวตัวนี้ไม่ได้มีค่าอะไรมาก แต่เล็กน้อยก็ยังดีกว่าไม่มี

หลังจากทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาก็โยนซากงูกลับเข้าไปในโพรง ไม่นานก็คงมีสัตว์อื่นตามกลิ่นเลือดมากินจนหมด

“ดูท่าเซียงถิงชุนคงจะเสียเที่ยวซะแล้ว”

เฉินซานซือพึมพำ​เเล้วกลับลงมายังเชิงเขา

…..

อีกด้าน

ณ เวลานี้​ สถานการณ์ยังคงวุ่นวาย

คนของลัทธิเทพวิญญาณต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย พวกเขาจับชาวบ้านเป็นโล่มนุษย์ แล้ววิ่งหนีไปคนละทิศคนละทาง

ก่อนหน้านี้ พวกมันพยายามคุ้มกันพระปลอมรูปนั้นมาก

หลังจากพระรูปนั้นหนีไปได้เเล้ว คนของลัทธิเทพวิญญาณก็เริ่มหาทางเอาชีวิตรอด

เเต่ทหารจากกองรักษาการณ์ก็ไม่ยอม…พวกเขากระจายกำลังออกตามล่า ไม่มีใครสนใจที่เฉินซานซือหายไปเลยสักคน

จนกระทั่งถึงเวลาพลบค่ำ พวกเขาก็สามารถจับชายคนสุดท้ายของลัทธิเทพวิญญาณได้ แล้วเริ่มทำความสะอาดสนามรบ

ในส่วนของความเสียหาย กองรักษาการณ์เสียชีวิตสามนาย บาดเจ็บสองนาย

ในบรรดาผู้เสียชีวิต มีพลทหารระดับต่ำเพียงคนเดียว ที่เหลือเป็นพลทหารระดับกลาง

แต่ผลลัพธ์คือสามารถสังหารคนของลัทธิเทพวิญญาณได้เจ็ดคน จับเป็นได้หนึ่งคน และะพวกมันล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธระดับพลังปราณและเลือด

สิ่งนี้แสดงงให้เห็นว่า พลังของความสามัคคีช่างยิ่งใหญ่นัก

เพราะพวกเขามีนายกองหนึ่งคน นายหมู่ห้าคนที่คอยบัญชาการ…นี่ถ้าไม่ใช่เพราะสถานการณ์วุ่นวายเกินไปจนพลธนูไม่สามารถแสดงฝีมือได้เต็มที่ ความเสียหายอาจจะน้อยกว่านี้

….

“ข้าฆ่ายอดฝีมือระดับพลังปราณและเลือดได้หนึ่งคน น่าจะแลกซุปยาบำรุงเลือดได้หลายถ้วย” เฉินซานซือคิดคำนวณ

หลังจากนั้นไม่นาน ลูกน้องของเขาก็ทยอยกลับมาโดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เเถมยังร่วมมือกันฆ่าศัตรูได้ถึงสองคน

“พอได้แล้ว เลิกกอดข้าเสียที!”

“ทุกอย่างจบแล้ว ดูเจ้าสิ ขี้ขลาดจริงๆ!” จูถงผลักซูเหวินไฉออกอย่างรำคาญ

…..

“ฟิ้ว~”

เสียงนกหวีดดังขึ้นอีกครั้ง

กองกำลังรักษาการณ์สามร้อยนายได้รับคำสั่งให้มารวมตัวกันหน้าวัดจินจง

หน้าวัดจินจง

เซียงถิงชุนเดินออกมาจากประตูวัด เสื้อผ้าเปื้อนเลือด ดาบยาวของเขาหัก มุมปากมีรอยเลือด

สภาพของเขาย่ำแย่มาก มีเพียงหัวคนในมือของเขาเท่านั้น ที่ประกาศว่าเขาเป็นผู้ชนะในการต่อสู้ครั้งนี้

………………………..

จบบทที่ บทที่ 43 : กุญแจสำหรับสมบัติเซียน

คัดลอกลิงก์แล้ว