เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 : กลุ่มชายสวมหน้ากาก

บทที่ 42 : กลุ่มชายสวมหน้ากาก

บทที่ 42 : กลุ่มชายสวมหน้ากาก


บทที่ 42 : กลุ่มชายสวมหน้ากาก

ณ วัดจินจง

ที่ห้องสวดมนต์ด้านหลัง, คนเถื่อนสองคนที่ปลอมตัวเป็นพระนั่งคุกเข่าอยู่บนเบาะรองนั่ง

ณ เวลานี้…มีเสียงอาวุธกระทบกันและเสียงร้องโหยหวนดังมาจากด้านนอกไม่ขาดสาย

"นายท่าน…เซียงถิงชุนส่งคนมาล้อมวัดแล้ว พวกเราจะทำยังไงดี ถ้ากุญแจหยกตกไปอยู่ในมือของมันล่ะก็..." พระจมูกแหลมถามด้วยความกระวนกระวาย

เเต่ชายที่ถูกเรียกว่านายท่านยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง

เขาดึงหยกชิ้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นให้พระจมูกแหลม

"นายท่าน?!" พระจมูกแหลมตกตะลึง​

"ไม่ได้นะขอรับ เรื่องสมบัติเซียนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ จะให้ข้ารับผิดชอบได้ยังไง!"

"เซียงถิงชุนรู้จักข้า…ยังไงมันต้องพยายามจับข้าแน่ๆ” นายท่านพูดอย่างใจเย็น

“ถ้าของยังอยู่กับข้า มันจะยิ่งอันตราย ข้าจะถ่วงเวลาเซียงถิงชุนไว้…ส่วนเจ้าหาทางหนีออกไปซะ ถ้าไม่ได้จริงๆก็ซ่อนกุญแจหยกไว้ในที่ปลอดภัย​”

พระจมูกแหลมรับหยกมาด้วยความระมัดระวัง

"พวกเราต้องตายกันวันนี้จริงๆเหรอเนี่ย?”

“ทั้งหมดก็เป็นเพราะไอ้คนทรยศที่มันขโมยสมบัติเซียนไป ทำให้เรื่องบานปลายแบบนี้ ไม่งั้นเผ่าถัวป๋าและเผ่ายูเหวินคงรวมกำลังกันยึดครองทุ่งหญ้า ปราบราชวงศ์เซิ่ง แล้วสถาปนาราชวงศ์ใหม่ได้สำเร็จไปนานแล้ว!”

"ใจเย็นๆ" ชายวัยกลางคนพูดจาเนิบนาบราวกับพระที่บรรลุธรรม

"ต่อให้พวกเราล้มเหลว องค์ชายและท่านข่านก็ยังมีแผนสำรอง…อย่างมากก็แค่เจรจาต่อรองผลประโยชน์กับฮ่องเต้ราชวงศ์เซิ่ง"

"เอาล่ะ…มันกำลังจะมาแล้ว เจ้าไปได้แล้ว"

"ขอรับ!" พระจมูกแหลมเก็บกุญแจหยกไว้กับตัว ก่อนจะปีนหน้าต่างหนีไป

"โครม!"

ทันใดนั้น​เอง, ศพหนึ่งร่างก็กระแทกประตูห้องสวดมนต์จนพัง

เซียงถิงชุนก้าวข้ามศพเข้ามาในห้อง ดาบในมือเปื้อนเลือดหยดติ๋งๆ

"ส่งของมาซะ"

"เฮ้อ..." นายท่านถอนหายใจพลางหยิบกระบองทองแดงคู่หนึ่งออกมาจากด้านหลัง

"ท่านผู้พันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสมบัติเซียนคืออะไร ยังอุตส่าห์ลงทุนลงแรงขนาดนี้"

"พอเจ้าตายแล้ว ข้าก็จะรู้เอง"

จากนั้น​ แสงดาบชุดใหญ่​ก็สว่างวาบขึ้นในห้องสวดมนต์

……

อีกด้าน

หลังจากสัญญาณธนูถูกยิงขึ้นไปบนฟ้า ประมาณยี่สิบนาทีต่อมาก็เริ่มมีคนหนีลงมาจากภูเขามายังเส้นทางที่เฉินซานซือกับพวกคอยดักอยู่

"เตรียมพร้อม!" นายกองยกมือขึ้นเตรียมออกคำสั่ง

"ช่วยด้วย!" เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้น

"พระวัดจินจงไล่ฆ่าผู้คน!"

"..."

เมื่อกลุ่มคนวิ่งเข้ามาใกล้มากขึ้น เหล่าทหารก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ

มีคนวิ่งลงเขามาเกือบร้อยคน

พวกลัทธิเทพวิญญาณไม่ได้ยกทัพมาสักหน่อย แค่ลักลอบเข้ามาในเขตแดนไม่กี่สิบคนยังพอเป็นไปได้…แต่เกือบร้อยคนนี่มันมากเกินไป

เห็นได้ชัดว่า ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้าน

"หยุดก่อน!" นายกองรีบห้ามพลธนูที่เตรียมจะยิงธนู แล้วตะโกนบอกกลุ่มคนที่กำลังวิ่งลงมา

"หยุด! ห้ามลงมา หยุดทั้งหมด!"

"ท่านนายกอง พระวัดจินจงไล่ฆ่าคน!"

"ช่วยด้วยท่านนายกอง ให้ข้าไปเถอะ ปล่อยข้าไป!"

"..."

กลุ่มคนที่ตื่นตระหนกไม่มีใครฟังคำสั่งสักคน

"ชิ้งงงง!"

นายกองชักดาบออกมา เเล้วตะคอกเสียงดัง

"ข้าบอกให้หยุด! ใครก้าวเท้าออกมาอีกก้าวเดียว จะถือว่าเป็นพวกเดียวกับลัทธิเทพวิญญาณ…ฆ่าได้ทันที!"

เมื่อเห็นดาบที่แวววาว ทุกคนก็หยุดชะงัก

เฉินซานซือมองภาพความวุ่นวายตรงหน้า เขารู้ว่าวันนี้ต้องมีผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิตเป็นจำนวนมากแน่ๆ

ดูเหมือนว่าเพื่อไม่ให้พวกลัทธิเทพวิญญาณรู้ตัว เซียงถิงชุนจึงยอมให้ชาวบ้านต้องตาย

"ห้ามขยับ! ใครขยับ โดนยิงทิ้ง!" นายกองพูดด้วยความระแวดระวัง

"รองหม่า! พวกลัทธิเทพวิญญาณส่วนใหญ่เป็นคนเถื่อน เจ้าพาลูกน้องไปตรวจสอบทีละคน!"

โชคดีที่พวกมันเป็นคนต่างเผ่า ต่อให้ปลอมตัวมาอย่างไร หน้าตาและสำเนียงก็ยังต่างกันอยู่ดี บวกกับการซักถามที่มาที่ไป สักพักก็คงแยกแยะได้

เมื่อเห็นว่าซ่อนตัวต่อไปไม่ได้แล้ว, พวกลัทธิเทพวิญญาณที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มคนก็เริ่มลงมือ

ชายคนหนึ่งที่ปลอมตัวเป็นพ่อค้า ตบฝ่ามือเข้าใส่หลังของชายชราที่ยืนอยู่ข้างหน้า

“อั่คคค!!!”

ชายชราสำรอกเลือดออกมา ก่อนจะสิ้นใจทันที

สถานการณ์​นี้ทำให้กลุ่มคนที่เพิ่งจะสงบลงแตกตื่นกันอีกครั้ง

พวกเขา​ต่างกรีดร้องเเล้ววิ่งหนีกันไปคนละทิศคนละทาง

"พี่น้อง! ฆ่ามัน! ฆ่ามันให้หมด!"

พวกลัทธิเทพวิญญาณไม่ปลอมตัวอีกต่อไป พวกมันชักอาวุธออกมา แล้วอาศัยช่วงชุลมุนบุกเข้ามทันที​

"อย่าแตกตื่น!"

นายกองตะโกนสั่งการพลางต่อสู้กับชายที่ปลอมตัวเป็นพ่อค้า

"นายหมู่แต่ละหมู่ นำลูกน้องเข้าโจมตีเป็นกลุ่ม…ล้อมพวกมันไว้!!!"

ดูเหมือนว่าพวกลัทธิเทพวิญญาณจะกระจายกันหนี

ดังนั้น พวกเขาจึงเจอศัตรูไม่มากนัก เเค่ประมาณเจ็ดแปดคน และไม่มีใครที่มีพลังปราณและเลือดระดับหลอมกระดูกเลย…ดูเหมือนว่าพวกที่มีฝีมือคงจะหนีไปทางอื่นแล้ว

เฉินซานซือสั่งการลูกน้องของตน ประสานงานกับนายทหารอีกนาย ล้อมชายตาเดียวคนหนึ่งไว้

จูถง หวังลี่ และคนอื่นๆ แทงหอกเข้าใส่ชายตาเดียวจากทุกทิศทุกทาง

ชายตาเดียวมีพลังปราณและเลือดระดับความสำเร็จเล็ก​น้อย​ เขาใช้ดาบคู่ฟาดฟันไปมา พยายามฝ่าวงล้อมออกมาด้วยพละกำลัง

แต่ก็ถูกพลโล่และดาบต้านไว้ จนต้องกลับไปต่อสู้อย่างยากลำบากอีกครั้ง

ยิ่งไปกว่านั้น ฝั่งกองทัพยังมีนายทหารที่มีพลังปราณและเลือดระดับความสำเร็จเล็ก​น้อย​อีกคนคอยสนับสนุน ทำให้ชายตาเดียวเริ่มเปิดช่องโหว่หลังจากปะทะกันได้ไม่ถึงสิบกระบวนท่า และถูกหอกแทงจนพรุนทั่วร่าง

นี่แหละ กองทัพ!

สำนักยุทธในยุทธภพไม่มีทางเทียบชั้นได้

เฉินซานซือเองก็ไม่ได้อยู่เฉย เขาดึงคันธนูจนสุด

ลูกธนูพุ่งทะลุช่องว่างระหว่างกลุ่มคน ไปปักเข้าที่ใบหน้าของคนของลัทธิเทพวิญญาณที่อยู่ห่างออกไปกว่าร้อยก้าว หัวของมันกระแทกกับต้นไม้อย่างแรง เเละสิ้นใจในทันที

"ตายซะ!"

คนของลัทธิเทพวิญญาณที่มีพลังปราณและเลือดระดับความสำเร็จเล็ก​น้อย​คนหนึ่งแอบย่องเข้ามาทางด้านข้าง เงื้อดาบวงพระจันทร์ขึ้นเตรียมโจมตีเฉิน​ซาน​ซือ​

อย่างไร​ก็ตาม, เฉินซานซือได้ยินเสียงฝีเท้าของมันอย่างชัดเจน

เขาเตรียมพร้อมไว้แล้ว ในจังหวะที่มันเงื้อดาบขึ้น เขาก็หันหลังกลับแล้วยิงธนูใส่ทันที

ระยะห่างระหว่างทั้งสองไม่ถึงสิบก้าว แรงปะทะจากธนูดีดร่างของมันกระเด็นไปด้านหลัง ก่อนที่ร่างของมันจะตกถึงพื้น ก็ถูกหอกแทงเข้าที่คอจนหัวหลุดออกจากบ่า กลิ้งหลุนๆ ลงไปตามเนินเขา

การต่อสู้ไม่ได้ยืดเยื้อนานนัก, กองทัพมีกำลังพลมากกว่า จึงสามารถล้อมพวกลัทธิเทพวิญญาณไว้ได้อย่างรวดเร็ว

ต่อให้พวกมันดื้อรั้นแค่ไหน ก็คงไม่สามารถต้านทานได้นาน

"ไม่รู้ว่าสถานการณ์ในสนามรบหลักจะเป็นยังไงบ้าง" เฉินซานซือมองไปทางวัดจินจง

เซียงถิงชุนจะได้ของที่เขาต้องการรึเปล่า?

เฉิน​ซาน​ซือ​ถือหอกเตรียมเข้าไปช่วยปิดฉากการต่อสู้

"แกรก!"

เเต่ทันใดนั้น​มันก็มีเสียงกิ่งไม้หักดังขึ้น จากสถานที่ที่ห่างออกไปหลายสิบจ้าง

มันเเสดงว่ามีคนซ่อนตัวอยู่ และกำลังจะฉวยโอกาสหลบหนี

เฉินซานซือรีบตามเสียงไปทันที

เขามองเห็นเงาสีน้ำตาลวิ่งหายไปในป่า

เเต่ต้นไม้ด้านหน้ารกทึบ บดบังทัศนวิสัย

เฉินซานซือจึงต้องใช้ประสาทหูและร่องรอยบนพื้นดินตามไปอย่างระมัดระวัง

นอกจากนี้​เขาก็ค่อยๆตามไปโดยไม่ประมาท เพราะเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีฝีมือระดับไหน

จนกระทั่งเดินออกมาไกลหลายลี้ ทัศนวิสัยเริ่มโล่งขึ้น เขาก็เห็นคนที่เขาตามหา

ชายคนนี้เป็นพระหัวโล้นหน้าแหลม ใส่ชุดคลุมยาวสีเทา แต่ที่ใบหูมีรูที่เคยใส่เครื่องประดับ ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของชาวบ้านแถบนี้

เฉินซานซือเตรียมจะยิงธนู เเต่ทันใดนั้นมันก็มีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามา

กลุ่มคนเหล่านี้ถือดาบธรรมดา สวมชุดดำและปิดบังใบหน้าด้วยผ้าสีดำ มีทั้งหมดสี่คน เเละพวกมันปิดล้อมพระจมูกแหลมเอาไว้

มีกลุ่มที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย?

อย่างไร​ก็ตาม, เฉินซานซือกลับรู้สึกคุ้นหน้าคนในกลุ่มคนที่กำลังสวมหน้ากาก

"นั่นมัน...เขา?!"

เฉินซานซือรีบเก็บธนู​ ซ่อนลมหายใจ…แล้วแอบดูสถานการณ์เงียบๆทันที​

…………………….

จบบทที่ บทที่ 42 : กลุ่มชายสวมหน้ากาก

คัดลอกลิงก์แล้ว