เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 : รวมพล

บทที่ 40 : รวมพล

บทที่ 40 : รวมพล


บทที่ 40 : รวมพล

“แต่ว่าค่าของสำหรับสร้างธนู…เจ้าต้องออกเองนะ”

หลังจากพูดจบ หนิวไกก็ใช้นิ้วนับเพื่อคำนวณ

“ไม้ไผ่ม่วงทอง บวกกับของมีค่าอื่นๆ…อย่างน้อยก็ห้าสิบตำลึง”

“เท่าไหร่นะขอรับ?!”

เฉินซานซือเผลอสูดหายใจเข้าลึกๆ

“เจ้าคิดว่าไม้ไผ่ม่วงทองพันปีมันหาง่ายนักรึไง?”

“เอาจริงๆนะ ธนูหกเจ็ดศิลาก็พอใช้แล้ว เเถมตอนรบจริงๆก็มีเครื่องยิงหน้าไม้…เจ้าจะทำธนูหนักขนาดนั้นไปทำไม”

“พอดีข้าจำเป็นต้องใช้จริงๆขอรับ”

“ยังไง ข้าขอฝากกระดูกเสือไว้ที่นี่ก่อนนขอรับ” เฉินซานซือยังคงไม่เปลี่ยนใจ

“รอข้าหาเอ็นของสัตว์อสูรได้ก่อน ข้าค่อยมาหาท่านอีกที”

ดูเหมือนว่า เขาจะต้องหากวางขาวตัวนั้นให้ได้จริงๆ

สัตว์อสูรหายากและมีราคาแพง หากได้กวางขาวมา ค่าอุปกรณ์​ราคาห้าสิบตำลึงก็คงไม่ใช่ปัญหา

หลังจากลาช่างตีเหล็ก เฉินซานซือก็เดินกลับค่าย

ช่วงเช้าฝึกซ้อมเสร็จ ช่วงบ่ายเขาก็ต้องออกตรวจเมืองตามปกติ

เเละในช่วงพัก เขาก็ได้ไปซื้อยา

ทันใดนั้น​เขาก็เห็นว่าป้ายร้านขายยา “เหอหยุน” ถูกเปลี่ยนกลับเป็น “หยุนเหอ” เหมือนเดิมเเล้ว

นี่คือเจ้าของร้านหนุ่มถูกอาของเขากลืนกินกิจการไปแล้วงั้นเหรอ หรือว่ายังไงกันแน่?

“ท่านไม่ได้อยู่เมื่อวาน ก็เลยไม่รู้เรื่อง”

ซูเหวินไฉที่มาดูด้วย เห็นเฉินซานซือทำท่าสงสัยก็เลยเล่าให้ฟังว่า

“เจ้าของร้านขายยาเหอหยุนคนนั้น เพิ่งจะทะลวงไปถึงระดับหลอมกระดูกเมื่อคืนวาน แล้วก็บุกไปฆ่าอาของตัวเองทิ้ง ชิงกิจการกลับคืนมาได้”

“ทะลวงระดับ​?”

เฉินซานซือจำได้ว่ามีคนพูดว่าเจ้าของร้านขายยาเหอหยุนคนนั้นมีพรสวรรค์ธรรมดา อาจจะติดอยู่ที่ระดับพลังปราณ​เเละ​เลือด​ไปตลอดชีวิตไม่ใช่เหรอ?

ตั้งแต่ถูกอาของเขาฮุบกิจการไปจนถึงตอนนี้ มันผ่านไปนานแค่ไหนกัน…ทำไมถึงทะลวงระดับได้?

ก่อนหน้า​นี้แกล้งอ่อนแอ​ หรือว่ามีเบื้องหลังอะไร?

เเต่โชคยังดีที่หลังจากร้านขายยาหยุนเหอกลับมาเปิดทำการตามปกติ พวกเขา​ก็ไม่ได้ขึ้นราคาหลังจากชิงกิจการคืนมา…ยังคงลดราคาให้แปดส่วนเหมือนเดิม

“ยาเก้าหมุนบำรุงพลังสองชุด”

ยาจีนสองห่อที่มัดด้วยเชือก ถูกส่งมาให้เขาในราคาห้าสิบตำลึงเงิน

เงินที่ได้จากการฆ่าเสือโคร่งยังไม่ทันอุ่นมือ ก็ต้องจ่ายออกไปเกือบหมดแล้ว

สำนักยุทธนี่มันหากำไรเกินควรจริงๆ!

แต่ก็นะ ลงทุนกับตัวเองทั้งที เขาจะงกไปได้ยังไง

หลังจากซื้อยาเสร็จ ก็ถึงเวลาเปลี่ยนเวรกลับค่าย

“คุณชายซู…เจ้ามีหนังสือที่บันทึกเรื่องสัตว์วิเศษมั้ย?” เฉิน​ซาน​ซือ​เดินตรงไปหาซูเหวินไฉ

“มีสิ!”

จากนั้น​ ซูเหวินไฉก็รีบไปหาหนังสือให้ทันที

เตียงไม้ของเขาไม่ได้กว้างมาก เเต่กลับทีหนังสือวางอยู่เกินครึ่งเตียง…มันจึงเหลือที่นอนแค่นิดเดียว

ซูเหวินไฉไม่ต้องเสียเวลาค้นหานานนัก เขาก็หยิบหนังสือที่บันทึกเรื่องสัตว์วิเศษออกมาได้อย่างแม่นยำ

“เล่มที่แล้วข้ายังอ่านไม่จบ เดี๋ยวคืนพร้อมกันทีเดียวเลย…รบกวนเจ้าแล้ว” เฉินซานซือกล่าวขอบคุณ

“ท่านเกรงใจไป อยากอ่านเล่มไหนก็มาหยิบได้เลย!” ซูเหวินไฉพูดอย่างกระตือรือร้น

“…”

เฉินซานซือรู้ดีว่าหมอนี่กลัวว่าตัวเองจะถูกหาว่าไร้ประโยชน์แล้วไล่ออก ช่วงนี้เลยเรียกเขาว่า “ท่าน” อยู่ตลอดเวลา…ห้ามก็ไม่ฟัง ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่จำเป็นเลย

เขาถือหนังสือกลับบ้าน เปิดอ่านรอก่อนอาหารจะเสร็จ

หนังสือเล่มนี้ชื่อ “บันทึกการเดินทางข้ามภูเขาและแม่น้ำ” เป็นบันทึกการเดินทางของนักเดินทางคนหนึ่งที่ชอบเที่ยวชมภูเขาและแม่น้ำเมื่อพันกว่าปีก่อน

“ไปทางทิศตะวันออกอีกสามร้อยลี้ เรียกว่าภูเขาลี่ มีน้ำมาก ไม่มีต้นไม้ มีปลาชนิดหนึ่ง รูปร่างเหมือนวัว…”

เนื้อหาในหนังสือบันทึกคล้ายๆ กับคัมภีร์ภูเขาและทะเลที่เฉินซานซือเคยอ่าน แม้แต่สิ่งมีชีวิตบางชนิดก็เหมือนกัน

“ไปทางทิศตะวันตกอีกสามร้อยลี้ เรียกว่าภูเขาดง…มีงูมีปีกมากมาย รูปร่างเหมือนงู แต่มีปีกสี่ปีก เสียงร้องเหมือนเสียงกลอง ถ้าเจอมันเมื่อไหร่ เมืองนั้นจะแห้งแล้ง”

“นี่มันเเหล่งฟาร์ม​เงินทั้งนั้นเลย!”

เฉินซานซืออ่านอย่างตั้งใจ

หลังจาก​พลิกหนังสือ​ไปอีกสองสามหน้า ในที่สุดก็เจอสิ่งที่เขาต้องการ

“ไปทางทิศใต้อีกหนึ่งร้อยลี้ เรียกว่าเทือกเขาหัวหู่…จะมีกวางขาว”

“หัวของกวางขาวมีสี่เขา หูได้ยินทุกทิศทาง ชอบกินเห็ดหลินจือ เนื้อมีรสเปรี้ยวเล็กน้อยเเต่สามารถ​บำรุงร่างกายได้ดี”

กวางขาว

ดูเหมือนว่าจะมีอยู่จริงๆในเทือกเขาหัวหู่

“ต้องเพิ่มพลังก่อน รอจนฝึกพลังปราณและเลือดถึงระดับความสำเร็จ​เล็ก​น้อยค่อยขึ้นเขาไปหากวางขาว”

เฉินซานซือปิดหนังสือเเล้วพักผ่อน​

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในพริบตาก็ถึงเดือนตุลาคม

ช่วงนี้ อากาศทางเหนือเริ่มหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆ

สิบวันที่ผ่านมา เฉินซานซือใช้ชีวิตตามปกติ

ฝึกวิทยายุทธ กินข้าว ตรวจเมือง

ส่วนเรื่องลัทธิเทพวิญญาณ ว่ากันว่านักโทษที่ถูกจับได้ปากแข็งมาก ต่อให้ถูกทรมานอยู่เจ็ดวันเจ็ดคืน…พวกมันก็ไม่ยอมปริปากสักคำ เเละสุดท้ายก็กัดลิ้นตาย

เบาะแสจึงขาดหาย ต้องค้นหาต่อไปในเมือง

เเต่เฉินซานซือก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร

ยิ่งได้ของช้าเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเป็นผลดีกับเขามากเท่านั้น

….

ที่ลานฝึก

เฉินซานซือดื่มยาเก้าหมุนบำรุงพลังเสร็จ เขาก็รู้สึกว่าร่างกายร้อนรุ่มไปหมด

ฤทธิ์ของยาชุดนี้แรงเป็นสองเท่าของยาบำรุงเลือด

เขากำหมัดคำนับซูปินเเล้วพูดว่า

“สิบโทซู วันนี้ต้องขอรบกวนท่านแล้ว ขอท่านออกแรงให้เต็มที่เลยนะขอรับ”

“เต็มที่เหรอ?”

ซูปินที่ถือดาบอยู่ชะงักไปเล็กน้อย

“เจ้าแน่ใจนะ?”

“แน่ใจขอรับ” เฉินซานซือพยักหน้า

ถ้ากดพลังให้อยู่ในระดับเดียวกันแล้ว ซูปินตอนนี้ไม่สามารถสร้างแรงกดดันให้เขาได้เลย

“ได้เลย!” ซูปินไม่ปฏิเสธ

เขาอยากจะลองเต็มที่มานานแล้ว

ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะชนะ แต่เพราะว่าในระดับพลังปราณและเลือดที่เท่ากัน เด็กคนนี้มันน่ากลัวเกินไป

ต่อหน้าเด็กหนุ่ม เขาเหมือนกับหุ่นไม้ซ้อมมือที่ไม่มีความน่ากลัวอะไรเลย ต้องอาศัยวิชาดาบที่ฝึกฝนมานานหลายปี ถึงจะพอเอาตัวรอด ไม่ให้ถึงกับขายหน้ามากนัก

“รับดาบ!” ซูปินตะโกนเสียงดัง

ทันใดนั้น พลังปราณและเลือดระดับความสำเร็จเล็กน้อยของเขาก็ปะทุออกมา

เขาพุ่งเข้าใส่เฉินซานซือแล้วฟาดฟันดาบลงมา เหมือนหมาป่ากระโจนลงมาจากท้องฟ้า!

เฉินซานซือเองก็ไม่น้อยหน้า ระดมพลังปราณและเลือดสองเส้นไปที่แขนทั้งสองข้าง หอกใบหญ้าเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับภาพติดตา

“เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!”

เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น

การปะทะกันครั้งนี้ทำให้ซูปินตกตะลึง

ถึงเขาจะออกแรงเต็มที่แล้ว เเต่เขาก็ยังไม่สามารถกดดันเฉินซานซือได้

พลังปราณเเละเลือดของเฉินซานซือที่อยู่ในระดับเชี่ยวชาญ ไม่ได้ด้อยไปกว่าพลังของเขาเลย…แถมยังอึดกว่าอีกด้วย

ไม่ถึงสิบกระบวนท่า มือของซูปินที่จับดาบก็เริ่มชา สายตาก็พร่ามัว เริ่มมองไม่เห็นว่าหอกของอีกฝ่ายจะแทงมาจากทางไหน ท่าทางก็เริ่มเสียหลัก…จนสุดท้ายก็ล้มลงไปกองกับพื้น

“หยุด! หยุดก่อน! ข้ายอมแล้ว!”

เขารีบตะโกน

“ฉึก!”

เฉินซานซือปักหอกลงพื้น เเล้วเดินเข้าไปพยุงซูปิน

“ลำบากพี่ปินแล้ว!”

ประโยชน์ของอาวุธยาว ความรวดเร็วของหอก พลังปราณและเลือดที่แข็งแกร่งจากวิธีการหายใจแบบบเฮ่าหราน...

ข้อได้เปรียบมากมายเหล่านี้ ทำให้เขาสามารถเอาชนะสร้างพลังปราณและเลือดระดับความสำเร็จเล็กน้อยได้อย่างง่ายดาย

“เจ้า...เจ้าใกล้จะถึงระดับความสำเร็จเล็กน้อยแล้วรึเปล่า?” ซูปินรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ

“นี่มันพึ่งจะผ่านไปกี่วันเอง?”

“พอดีช่วงนี้ข้ากินยาบำรุงเยอะไปหน่อยน่ะขอรับ”

เฉินซานซือตอบ พลางมองดูแผงค่าสถานะ

…..

[วิทยายุทธ: ท่าหอกพื้นฐานสำหรับทหาร (เชี่ยวชาญ)]

[ความคืบหน้า: (910/1000)]

[ผลของวิชา: หอกอันรวดเร็ว, ความอดทนอันน่าทึ่ง, พลังปราณและเลือดอันแข็งแกร่ง]

….

มันเป็นอย่างที่เขาคาดไว้

ภายในครึ่งเดือนเขาก็จะทะลวงไปถึงระดับความสำเร็จเล็กน้อยได้

เงินเกือบร้อยตำลึงที่เสียไป ไม่สูญเปล่าจริงๆ

“ต่อไปข้าคงซ้อมกับเจ้าไม่ได้แล้วล่ะ” ซูปินเช็ดเหงื่อเย็นๆ

นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว เเละมันไม่ใช่เรื่องของยาบำรุงแน่ๆ

ถ้าเป็นเขา ต่อให้กินยาบำรุงมากแค่ไหน ก็คงไม่มีทางพัฒนาได้เร็วขนาดนี้ เเละอาจจะถึงขั้นยาพิษกลายเป็นพิษก็ได้

เด็กคนนี้ ในอนาคตอาจจะไปถึงระดับหลอมอวัยวะภายใน หรืออาจจะสูงกว่านั้น!

“ลำบากพี่ปินแล้ว คืนนี้ข้าขอเลี้ยงเหล้าพี่นะ” เฉินซานซือรู้ดีว่าการเป็นคู่ซ้อมไม่ใช่เรื่องง่าย

“ตกลง!” ซูปินก็ไม่เกรงใจเช่นกัน

….

วู้วววว…!!!!

ในตอนที่ทั้งสองกำลังจะกลับ เสียงแตรก็ดังขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว

ทหารคนหนึ่งขี่ม้าเร็ววิ่งไปมาระหว่างค่ายทหารและหมู่บ้านทหาร พร้อมตะโกนเสียงดัง

“ทหารรักษาการณ์สามร้อยนาย รวมพล!”

“พบร่องรอยของลัทธิเทพวิญญาณในเมืองพอผอหยาง”

“รวมพลเพื่อปราบปราม! รวมพลเพื่อปราบปราม!”

……………………….

จบบทที่ บทที่ 40 : รวมพล

คัดลอกลิงก์แล้ว