เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 : เซียงถิงชุน

บทที่ 31 : เซียงถิงชุน

บทที่ 31 : เซียงถิงชุน


บทที่ 31 : เซียงถิงชุน

ขี่ม้านี่ก็นับเป็นทักษะด้วยเหรอ?

"ฮี้—"

เฉินซานซือยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ เสียงร้องของม้าขาวก็ดังขึ้นกึกก้อง ก่อนที่มันจะพุ่งทะยานออกจากคอกม้าอย่างรวดเร็ว

เฉินซานซือแทบควบคุมมันไม่อยู่! ม้าขาววิ่งไปสะบัดไป พยายามจะสลัดเขาลงจากหลังให้ได้

"เวรเอ๊ย!"

เฉินซานซือเกือบปลิวตกจากหลังม้า เขาคว้าบังเหียนไว้แน่น ขณะเดียวกันก็ใช้ขาหนีบข้างลำตัวม้าไว้สุดกำลัง

เห็นคนอื่นขี่ม้าดูเหมือนง่าย แต่พอได้มาลองขี่เองถึงรู้ว่ามันไม่ง่ายเลยจริงๆ

ยิ่งเป็นม้าพยศที่ยังไม่ได้รับการฝึกฝนแบบนี้ด้วยแล้ว ถ้าพลาดตกจากหลังม้าขึ้นมา มีหวังได้ตายโหงกันพอดี!

"ฮี้—"

ม้าขาวยังคงวิ่งพล่านไปทั่ว

เฉินซานซือที่นั่งอยู่บนหลังม้ารู้สึกเหมือนลมกรรโชกหู วิวข้างทางผ่านไปอย่างรวดเร็ว บวกกับอาการดิ้นพล่านของม้าขาว มันเหมือนกับการนั่งรถไฟเหาะที่ไม่มีเข็มขัดนิรภัยยังไงยังงั้นเลย

"เจ้านี่มัน..."

ในที่สุดเฉินซานซือก็โอบรอบคอม้าเอาไว้แน่น หวังจะใช้กำลังปราบมัน

คนกับม้าต่อสู้​กันอยู่พักใหญ่ ไม่มีใครยอมใคร

จนกระทั่งทั้งคู่หมดแรง จึงได้หยุดพัก

[ทักษะ: ขี่ม้า (ยังไม่เริ่มฝึก)]

[ความคืบหน้า: (35/100)]

[ผลของทักษะ: ยังไม่มี]

"หรือว่า...เเกจะเป็นม้าตัวเมีย?" เฉินซานซือโน้มตัวลงไปดูอย่างพินิจ

เขารู้เรื่องม้าไม่มากนัก รู้แค่ว่าม้าตัวเมียมักจะมีขนาดเล็กกว่า แต่ตัวที่อยู่ตรงหน้าเขานี่สิ...มันตัวใหญ่และแข็งแรงเเบบผิดปกติเลย

"ฮ่าๆๆๆๆๆ!"

ทันใดนั้น​ มันก็มีเสียงหัวเราะดังมาจากด้านหลัง

เฉินซานซือหันกลับไปมอง ก็พบว่าเป็นเซียงถิงชุน

ณ ขณะนี้​ เซียงถิงชุนไม่ได้สวมชุดเกราะ เขาอยู่ในชุดลำลองธรรมดา ใบหน้าดูอ่อนโยนกว่าตอนสวมชุดเกราะ แต่ก็ยังคงแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขาม

ตำแหน่งผู้พันคือข้าราชการระดับ 5

ระดับ 5 ในเมืองผอหยาง ถือว่าสูงส่งมาก

นี่ไม่ใช่แค่ตำแหน่งเท่านั้น แต่มันยังรวมถึงระดับพลังยุทธ์และอำนาจด้วย

"ท่านผู้พัน" เฉินซานซือกำมือคำนับ

"เป็นไงล่ะ ม้าตัวนี้ปราบยากใช่ไหมล่ะ?" เซียงถิงชุนพูดพลางหัวเราะ​

"ก็ต้องยากอยู่แล้วล่ะ ถ้ามันไม่ดุขนาดนี้…ใครเขาจะอยากยกให้ข้า แล้วข้าก็คงไม่ยกให้เจ้าหรอก ว่าแต่...เจ้าจะปราบมันได้หรือเปล่านั่นก็อีกเรื่อง"

ที่จริงแล้ว ผู้พันไม่ได้มาหาเขาโดยเฉพาะ

เฉินซานซือสังเกตเห็นคนเลี้ยงม้ากำลังจูงม้าสีขาวอีกตัวหนึ่งออกมา คงเป็นม้าที่ผู้พันจะใช้เดินทาง พอดีมาเจอกันที่นี่ก็เท่านั้น

"เอาล่ะ ตั้งใจทำงานเข้าล่ะ ถ้ามีอะไรก็มาหาข้าได้" พูดจบ เซียงถิงชุนก็ขึ้นขี่ม้าของตัวเองอย่างคล่องแคล่ว

ม้าของเซียงถิงชุนดูเชื่องมาก

'เขาจะไปไหนกันนะ?' เฉินซานซือคิดในใจ

'เมื่อคืน พวกเขาหาลูกกุญแจเจอไหม? จับคนพวกนั้นได้หมดหรือเปล่า? แล้ว...หลัวตงเฉวียนไปด้วยหรือเปล่านะ?'

ก่อนที่เซียงถิงชุนจะออกจากคอกม้า มันก็มีม้าดำอีกตัวหนึ่งปรากฏขึ้น…เเล้วขี่มาเคียงข้างม้าขาว

คนที่ขี่ม้าดำ...คือหลัวตงเฉวียน!

'เรื่องสมบัติเซียนนี่...เขาก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยอย่างนั้นเหรอ?'

คนพวกนี้...กำลังปิดบังราชสำนัก!

ตอนนี้​ เขายิ่งอยากรู้มากขึ้นไปอีกว่าในกล่องนั้นมีอะไรกันแน่

"หลัวตงเฉวียน เรื่องการคัดเลือกขุนพลน่ะ เจ้าอย่าพูดถึงมันอีกเลย" เซียงถิงชุนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ตอนนี้ราชสำนักกำลังขาดแคลนคน ถ้ายังทะเลาะกันเองอยู่แบบนี้ จะไปทำการใหญ่ได้ยังไง"

"ท่านผู้พัน..." หลัวตงเฉวียนมีสีหน้าเสียดาย

"ต้นปีหน้า เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่จะได้เข้าร่วมกองกำลังพิเศษนะครับ"

"แล้วมันยังไงล่ะ?" เซียงถิงชุนดึงบังเหียนม้า

"เจ้าต้องเข้าใจนะว่า ตอนนี้ท่านแม่ทัพใหญ่มีอำนาจมากเกินไป อีกอย่าง…ท่านก็อายุมากแล้ว ฝ่าบาทจึงอยากให้ท่านวางมือมานานแล้ว"

"ไปเข้าร่วมกองกำลังพิเศษตอนนี้...อาจจะไม่ใช่เรื่องดีก็ได้"

"ช่วงนี้ฝ่าบาทกำลังมองหาคนใหม่ๆ อยู่ ตั้งใจจะปรับเปลี่ยนกองทัพใหม่…กองกำลังพิเศษน่ะ อาจจะถูกยุบ แล้วกระจายกำลังพลไปประจำการยังทิศต่างๆก็ได้"

"ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ ถ้าใครทำผลงานได้ดี ก็อาจจะได้รับความไว้วางใจจากแม่ทัพใหญ่คนใหม่ แล้วไต่เต้าขึ้นไปได้"

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้​ หลัวตงเฉวียนก็ตั้งใจฟังอย่างมาก

"งั้น...ที่ท่านผู้พันร่วมมือกับสำนักยุทธ์เพื่อตามหาสมบัติลับ ก็เพราะแบบนี้สินะขอรับ?”

“แต่มันจะมีของวิเศษที่ช่วยเพิ่มพลังยุทธ์ได้เร็วขนาดนั้นจริงๆเหรอขอรับ?”

"ดูจากท่าทางของพวกตาแก่นั่นแล้ว คงไม่โกหกหรอกมั้ง ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกคนเถื่อนไปได้ของแบบนั้นมาจากไหน"

"เเต่ตั้งแต่ปีที่แล้ว พวกคนเถื่อนถึงได้บุกเข้ามารุกรานบ่อยขึ้น" เซียงถิงชุนเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ

"อย่างไร​ก็ตาม​ เจ้าต้องจำไว้นะ จุดประสงค์หลักของเราไม่ใช่สมบัติลับหรอก พวกโง่นั่นคิดว่าถ้ามีของแบบนั้นจริง พวกมันจะเก็บไว้ได้นานเหรอ? ที่สำคัญที่สุดคือ...เราต้องใช้โอกาสนี้ รีดไถเงินจากสำนักยุทธ์และพวกเศรษฐี ให้พวกมันออกทุนให้เราเตรียมตัวสำหรับการศึกในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า"

"ท่านผู้พัน ท่านคิดจะยกทัพออกไปนอกกำแพงเมืองจริงๆเหรอครับ? จะไปจัดการกับพวกหยูเหวิน?" หลัวตงเฉวียนถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"พวกคนเถื่อนที่อาศัยอยู่แถวแม่น้ำซีเหอ มีกำลังพลอย่างน้อยสองพันห้าร้อยคนนะขอรับ ฝั่งเรามีกำลังพลแค่เก้าร้อยกว่าคนเอง แถมเรายังต้องรายงานเรื่องนี้กับกระทรวงกลาโหม และต้องได้รับอนุญาตก่อนถึงจะยกทัพได้"

"เพราะแบบนั้นแหละ ข้าถึงต้องการม้า ธนู อาวุธ อาหาร ยา...ซึ่งก็คือ...เงิน!"

ทั้งคู่ขี่ม้ามาถึงทุ่งนา

เซียงถิงชุนยกแส้ขึ้นชี้ออกไปยังผืนนาอันกว้างใหญ่

"เห็นไหม? ที่ดินพวกนี้ควรจะเป็นของราชสำนัก แต่กลับกลายเป็นสมบัติส่วนตัวของสำนักยุทธ์และพวกเศรษฐีไปกว่าเจ็ดถึงแปดส่วน!"

"ตอนนี้บ้านเมืองกำลังมีศึกสงคราม ต้องใช้เงินมากมาย​ แต่พวกมันกลับไม่ยอมควักเงินออกมาแม้แต่สตางค์แดงเดียว!"

"มีเเค่เรื่องสมบัติลับนี่แหละ ที่จะเป็นเครื่องมือเอาไว้ใช้ขู่พวกมันได้"

"เเละถ้าเรามีเงิน มีกำลังพล แล้วสร้างผลงานได้...อนาคตของเราก็จะมีทางเลือกที่ดีกว่า จะไปยึดติดกับกองกำลังพิเศษทำไม?"

"หลัวตงเฉวียน เจ้าติดตามข้ามานานเท่าไหร่แล้ว?"

หลัวตงเฉวียนโค้งศีรษะเล็กน้อย "ฤดูหนาวนี้ ก็ครบยี่สิบเอ็ดปีพอดีขอรับ"

เซียงถิงชุนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ในเมืองผอหยางนี้ ข้าไว้ใจเจ้ามากที่สุด ข้าถึงได้บอกเรื่องนี้กับเจ้าคนเดียว หวังว่าเจ้าจะช่วยข้าอย่างเต็มที่ ถ้าสำเร็จเมื่อไหร่...ข้าไปถึงจุดไหน เจ้าก็จะไปถึงจุดนั้นด้วย"

"ท่านผู้พันวางใจได้" หลัวตงเฉวียนประสานมือคารวะ

"ข้าพร้อมพลีชีพเพื่อท่านผู้พันเสมอ!"

"ไปกันเถอะ ไปคุยกับพวกตาแก่นั่นกัน"

จากนั้น​ทั้งสองก็ขี่ม้าเข้าเมืองมุ่งตรงไปยังสำนักยุทธ์เทียนหยวน

…..

เเละ ณ เวลานี้ เหลียงจ่านก็มารอต้อนรับอยู่ที่หน้าประตูอยู่​เเล้ว

"ท่านพ่อและพวกผู้อาวุโสเตรียมอาหารและสุราไว้รอท่านผู้พันและท่านหลัวมานานแล้ว เชิญด้านในเลยขอรับ!"

หลังจากต้อนรับแขกเสร็จ เหลียงจ่านไม่ได้รีบเข้าไปข้างใน เขารอให้ศิษย์คนหนึ่งของสำนักยุทธ์มาถึงแล้วถามว่า

"เจอคนๆ นั้นหรือยัง?"

"เรียนคุณชาย ยังไม่พบขอรับ" ศิษย์คนนั้นตอบ

"พวกเรากลับไปตรวจสอบที่บ้านของศิษย์พี่ทุกคนในเมืองแล้วก็ไม่เจอ กลับไปที่บ้านเกิดที่หมู่บ้านเยียนเปียนก็ไม่เจอ สอบถามใครก็ไม่มีใครเห็นศิษย์พี่ฉินเฟิงเลยขอรับ"

"หายตัวไปงั้นเหรอ?" เหลียงจ่านเคาะพัดใส่ฝ่ามือ

"คงโดนไอ้เฉินในกองทัพฆ่าตายไปแล้วล่ะมั้ง"

"แล้ว...พวกเราจะทำยังไงดีขอรับคุณชาย?" ศิษย์คนนั้นสนิทกับฉินเฟิง เขาจึงรู้สึกไม่สบายใจค่อยสบายใจ

"จะทำยังไงได้? พวกเรามีหลักฐานอะไรล่ะ? ตายก็ตายสิ จะให้ข้าส่งดาบให้เจ้าไปบุกกองทัพเพื่อแก้แค้นหรือไง?" เหลียงจ่านพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ศิษย์คนนั้นเงียบไป

เหลียงจ่านแค่นหัวเราะในลำคอ ฉินเฟิงก็เป็นคนดีคนหนึ่ง เข้าสำนักยุทธ์มาหลายปี ขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์ และมีน้ำใจ

ตอนนั้นฉินเฟิงบังเอิญได้ยินบทสนทนาลับระหว่างเขากับพ่อ ด้วยความที่ไอ้หนุ่มนั่นเชื่อใจได้ มันไม่เคยปริปากพูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง เขาจึงไว้ชีวิตมัน แถมยังรับมันเป็นศิษย์เเท้จริงอีกด้วย

เเต่สุดท้ายมันก็คิดสั้น หนีไปหาเรื่องตายซะเอง

เขาก็เตือนแล้ว ช่วยแล้ว…เเต่ก็นะ

อย่างไรก็ตาม ชีวิตของฉินเฟิงสำหรับเขามันก็แค่เงินไม่กี่ตำลึงเท่านั้น

สำนักยุทธ์เทียนหยวนไม่ใช่ว่าจะไม่มีศิษย์เเท้จริงคนอื่น เขาไม่โง่พอที่จะเสี่ยงไปแก้แค้นให้มันหรอก

'เฉินซานซือนี่ยังน่าสนใจกว่า...'

'ฉินเฟิงก็ฝึกยุทธ์จนถึงระดับพลังปราณเเละเลือดแล้วนะ มันฆ่าได้ง่ายๆแบบนั้นเลยเหรอ?'

'คนแบบนี้...พอข้าจัดการเรื่องพวกนี้เสร็จแล้ว ต้องหาโอกาสไปทำความรู้จักให้ได้'

'เมื่อคืน...เป็นคืนที่พวกคนเถื่อนหนีออกจากเมืองพอดี...ช่างบังเอิญดีจริงๆมา

เหลียงจ่านหรี่ตาลง ขณะคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ

………………………

จบบทที่ บทที่ 31 : เซียงถิงชุน

คัดลอกลิงก์แล้ว