- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 30 : เลื่อนตำแหน่ง!
บทที่ 30 : เลื่อนตำแหน่ง!
บทที่​ 30 : เลื่อนตำแหน่ง!
บทที่​ 30 : เลื่อนตำแหน่ง!
ตอนนี้​เฉินซานซือเหงื่อไหลท่วมตัว
แม้กำลังจะหมดลง แต่ถ้ากัดฟันสู้ต่อ อีกสักพักก็น่าจะยังไหว
เเละนี่คงจะเป็นผลลัพธ์ของ "ความอดทน​อันน่าทึ่ง" ที่ผสานกับวิธีการหายใจเเบบเฮ่าหรานสินะ
อย่างไรก็ตาม ชัยชนะครั้งนี้ก็ไม่ง่ายเลย
เพราะยังไงเสีย ซูปินก็เป็นถึงนายทหารที่ฝึกยุทธมานานหลายปี มีพลังปราณและเลือดระดับสูงกว่าเขา
เเต่ถึงกระนั้น…การต่อสู้ครั้งนี้ก็ช่วยเขาได้มากทีเดียว
….
[วิทยายุทธ: ท่าหอกพื้นฐานสำหรับทหาร (เริ่มต้น)]
[ความคืบหน้า: (52/500)]
[ผลของวิชา: หอกอันรวดเร็ว ความอดทนอันน่าทึ่ง]
….
เขาได้สัมผัสกับผลของทักษะทั้งสองนี้ด้วยตัวเอง
คาดว่าถ้าเป็นคนอื่นในระดับเดียวกันมาประลอง ภายในระยะเจ็ดก้าว คงโดนเขาแทงตายก่อนจะชักดาบออกมาได้ทัน!
วิชาหอกของเขาไม่เพียงแต่จะรวดเร็วเท่านั้น แต่ร่างกาบเขายังทนทาน​มากอีกด้วย
…..
"ยอดเยี่ยม​มาก!"
เซียงถิงชุนที่อยู่บนแท่นสูงตะโกนออกมาด้วยความชื่นชม
เหล่าทหารที่ยืนดูอยู่ต่างก็ปรบมือเเละโห่ร้อง
"สุดยอด!" เสียงของจูถงดังที่สุด
นอกจากนี้​ยังมี​ซูเหวินไฉที่ยื่นคอออกมาดูอย่างตื่นเต้น
"ข้าเห็นว่าพี่เฉินมีราศีของผู้ยิ่งใหญ่ ในอนาคตต้องได้ดีแน่!"
"เเกจะไปรู้อะไร" จูถงด่า
"เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ ฝึกมาสิบวันแล้วยังตั้งท่าไม่เป็นเลย ระวังจะโดนส่งไปซ่อมกำแพงเมืองเสียก่อนล่ะ!"
"....."
"พี่เฉิน…ท่านเก่งมาก!" ซ่งเอี๋ยนกล่าวด้วยความนับถือ
ส่วนซูปินนั้นรู้สึกสิ้นหวังอย่างมาก
เขาแพ้เด็กใหม่ต่อหน้าคนเป็นร้อย, ชีวิตในกองทัพต่อไปคงไม่มีโอกาสก้าวหน้าแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น การประลองครั้งนี้ยังทำให้เขาขุ่นเคืองกับเฉินซานซืออีก
ก่อนหน้านี้เขาแสดงท่าทีไม่ดีใส่เฉินซานซือก็แล้วไป, แต่ครั้งนี้เขาเล่นอีกฝ่ายงานอย่างหนักหน่วง ไม่ได้ออมมือเลย”
“ถ้าเฉินซานซือผูกใจเจ็บ แล้ววันหนึ่งเฉินซานซือได้ขึ้นเป็นใหญ่ เขาคงไม่เหลือที่ยืนแน่”
"เจ้าชนะแล้ว"
ซูปินเก็บดาบแล้วเดินออกไปด้วยสีหน้าหม่นหมอง
เฉินซานซือยังไม่ทันได้พูดอะไร
เซียงถิงชุนที่อยู่บนแท่นสูงที่พอใจกับผลการประลองมาก ก็ได้หันไปพูดกับขุนนางที่ยืนอยู่ข้างๆ
"ก่อนหน้านี้หวังจื๋อบอกข้า ข้ายังไม่เชื่อ…แต่ตอนนี้เห็นแล้ว พวกเราเมืองผอหยางมีเมล็ดพันธุ์แห่งแม่ทัพจริงๆ ด้วย! ท่านปลัดอำเภอจาง ท่านเห็นด้วย​ใช่มั้ย?"
“เเน่นอน” ปลัดอำเภอจางที่ตรวจสอบทะเบียนทหารเรียบร้อยแล้วได้กล่าวออกมา
“ข้าจะกลับไปรายงานศาลาว่าการแม่ทัพเหลียงโจว และจะบันทึกคุณสมบัติการคัดเลือกทหารชั้นยอดของเฉินซานซือให้เรียบร้อย”
งานนี้จริงๆแล้วนายอำเภอควรจะเป็นคนทำ
แต่นายอำเภอเสียชีวิตไปแล้ว และนายอำเภอคนใหม่ก็ยังไม่ได้รับการแต่งตั้ง…พวกเขา​จึงต้องให้ปลัดอำเภอทำหน้าที่แทนไปก่อน
"อืม" เซียงถิงชุนพยักหน้า แล้วให้เฉินซานซือกลับไปก่อน, จากนั้นก็เริ่มทดสอบคนอื่นๆต่อ
"คนที่ฝึกพลังปราณและเลือดสำเร็จแล้วมีหนึ่งคน, เอาล่ะ…มีใครอีกบ้างที่ฝึกวิชาหอกได้ภายในสิบวัน?"
ในบรรดาทหารสามสิบแปดคน มีหกคนก้าวออกมา
เซียงถิงชุนจึงออกคำสั่งทันที​ว่า
"พวกเจ้าจับคู่กัน แล้วประลองให้ข้าดู"
"รับทราบ!"
ทั้งหกคนรับคำสั่ง
ไม่นานนัก การประลองก็เสร็จสิ้น เเละสามารถประเมินผลงานของแต่ละคนได้อย่างชัดเจน
"ซ่งเอี๋ยนไม่เลว อีกไม่กี่วันก็น่าจะฝึกพลังปราณและเลือดสำเร็จ" เซียงถิงชุนครุ่นคิด
"การคัดเลือกทหารชั้นยอดช่วงครึ่งปีหลังน่าจะไม่มีปัญหา"
"ส่วนเจ้านี่...จูถงใช่มั้ย? เจ้าก็ไม่เลว!"
"รุ่นนี้มีทหารฝีมือดีเจ็ดคน ถือว่ามากที่สุดในรอบหลายปีของเมืองผอหยางเลยทีเดียว"
"เอาล่ะ พวกเจ้ากลับไปก่อนได้"
"ส่วนคนที่เหลือ แสดงท่าฝึกพื้นฐานให้ข้าดู"
ทหารสามสิบสองคนเริ่มตั้งท่า, มีประมาณสิบห้าสิบหกคนที่ยังตั้งท่าไม่เป็น
ที่น่าตกใจที่สุดคือ ชายวัยกลางคนที่มีเคราแพะคนหนึ่ง ตั้งท่าไม่ได้แม้แต่ท่าเดียว!
เซียงถิงชุนขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่พอใจ จนไม่อยากดูต่อ
"เอาล่ะ การทดสอบวันนี้จบลงเพียงเท่านี้"
"เฉินซานซือ!"
"ขอรับ!" เฉินซานซือขานรับ
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าแต่งตั้งให้เจ้าเป็นสิบโท! นอกจากสิทธิประโยชน์ของสิบโทแล้ว ยังจะได้รับมอบหมายม้าศึกชั้นยอดอีกหนึ่งตัว!"
หลังจาก​พูด​จบ​ เซียงถิงชุนก็หันไปมองหวังจื๋อ
"หวังจื๋อ เจ้าเป็นคนพาเขามา ต่อไปเขาก็จะอยู่ใต้บังคับบัญชาของเจ้าด้วย…มีตำแหน่งว่างใช่มั้ย?"
"มีขอรับๆ" หวังจื๋อรีบตอบรับด้วยความดีใจ
"ว่างตั้งหลายตำแหน่งขอรับ"
เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้​ เซียงถิงชุนจึงกล่าวต่อ
"ส่วนคนที่เหลือ ก็ส่งไปเติมเต็มตำแหน่งที่ว่างในแต่ละกองร้อย…ถ้าพวกเขา​ฝึกฝนจนบรรลุหรือสร้างผลงานในสนามรบ ก็ค่อยเลื่อนขั้นให้!"
หลังจากควบคุมการทดสอบเสร็จ เขาก็รีบจากไป…ทิ้งให้นายร้อยแต่ละคนจัดการเรื่องจุกจิกที่เหลือ
เเละนั่นก็เริ่มจากการแบ่งระดับทหาร จากนั้นจึงค่อยตัดสินใจว่าใครจะอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของใคร
ทุกปีเมื่อเจ้าหน้าที่มาคัดเลือกทหาร ก็เป็นช่วงเวลาที่ทางการจะมาตรวจสอบเรื่องทหารหนีทัพด้วยเช่นกัน​
ช่วงไม่กี่ปีมานี้การตรวจสอบเข้มงวดยิ่งขึ้น ปรากฏการณ์ทหารหนีทัพจึงลดลง แต่ก็ยังไม่หมดไปเสียทีเดียว
หนึ่งกองพัน ควรจะมีทหารประมาณ 1120 นาย
เมืองผอหยางรายงานจำนวนทหารไปประมาณหนึ่งพันนาย…แต่ความเป็นจริงมีแค่เก้าร้อยกว่านาย
นั่นหมายความว่า ยังมีตำแหน่งว่างเกือบร้อยตำแหน่ง
ในบรรดาทหารใหม่สามสิบกว่าคน ใครก็ตามที่ดูพอใช้ได้และสามารถผ่านการตรวจสอบได้ ก็จะถูกเลือกตัวไปเติมเต็มตำแหน่งที่ว่าง
เฉินซานซือเองก็มีลูกน้องไม่ครบเจ็ดคน
มีจูถงที่ร้องขอมาอยู่ด้วย มีคนบ้านเดียวกันสี่คน และมีนักโทษอีกสองคน
ในไม่ช้า ก็เหลือเพียงคนแก่ คนพิการ และคนป่วยอีกสองสามคนที่ไม่มีใครต้องการ
คนพวกนี้ ดูแล้วแย่กว่าขอทานข้างถนนเสียอีก
"แม้แต่ตั้งท่ายังทำไม่ได้? ส่งไปซ่อมกำแพงเมืองที่เมืองข้างๆซะ!"
"อย่า…อย่าเลยนายท่าน ข้าขอทำงานรับใช้ท่านก็ได้!"
"รับใช้? แม้แต่ม้า เเกยังไม่รู้จักให้อาหาร"
"ข้าสามารถ​เรียนรู้ได้!"
"เรียนรู้? ใครจะมีเวลามาสอนเเกให้เสียเวลาเปล่า ลากตัวไปได้แล้ว!"
ซูเหวินไฉเอง ก็เป็นหนึ่งในคนที่ไม่มีใครต้องการ
"พี่เฉิน!"
เมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังจะถูกพาตัวไป ซูเหวินไฉก็รีบวิ่งมาหาเฉินซานซือราวกับเห็นเส้นชีวิต เเล้วรีบกอดแขนเฉินซานซือไว้แน่น
"ให้ข้าอยู่กับพี่เถอะ ให้ข้าอยู่ด้วยเถอะ!"
"อย่ามาสร้างความเดือดร้อนให้พวกเราเลย!" จูถงแสดงสีหน้ารังเกียจ
"ต่อไปออกรบ เเกทำอะไรไม่เป็น คงจะสร้างความลำบากให้พวกเราเท่านั้น​!"
"ใครบอกว่าข้าทำอะไรไม่เป็น?" ซูเหวินไฉกล่าวอย่างมั่นใจ
"พี่เฉิน ข้าซูเหวินไฉ เคยได้เรียนรู้อะไรๆต่างๆมากมาย ทั้งเรื่องดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ การจัดทัพ และการปกครอง ยกเว้นเรื่องที่อายุมากแล้วฝึกยุทธไม่ได้ ข้าทำได้ทุกอย่าง…รับรองว่ามีข้าพี่ไม่เสียหายเลย!"
"พูดมากน่า" นายร้อยหลิวส่งสายตาให้ทหารสองนายเข้ามาควบคุมตัวซูเหวินไฉออกไป
ในตอนนั้นเอง เฉินซานซือก็ก้าวออกมาโค้งคำนับแล้วพูดว่า
"ท่านนายร้อยหลิว ให้คนๆนี้อยู่กับข้าเถอะ"
"เจ้าแน่ใจ?" นายร้อยหลิวทำท่าทางไม่เข้าใจ
"ไม่กลัวเสียโควต้าไปเปล่าๆเหรอ? คิดให้ดีนะ"
เรื่องทหารหนีทัพไม่เกี่ยวกับเฉินซานซือที่พึ่งเข้ามาใหม่, นั่นหมายความว่าเขาไม่จำเป็นต้องเติมเต็มจำนวนคน ยิ่งลูกน้องเก่งก็ยิ่งดี
"เเน่ใจขอรับ" เฉินซานซือยืนยัน
"เดี๋ยวข้าจะให้เขาไปให้อาหารม้า"
"เอางั้นก็ได้" นายร้อยหลิวไม่ได้พูดอะไรต่อ
"เเต่ถ้าเปลี่ยนใจก็บอกข้าได้ตลอด"
"เฮ้อ...พี่เฉินนี่ตาถึงจริงๆ!" ซูเหวินไฉถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกที่ไม่ต้องไปซ่อมกำแพงเมือง
"เขาใจดีเกินไปต่างหาก โดนเเกหลอกซะแล้ว!" จูถงบ่น
….
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา เหล่าทหารก็ถูกแบ่งให้กับนายทหารต่างๆอย่างเรียบร้อย
เจ้าหน้าที่ดูแลคลังอาวุธยื่นกระดาษไม่กี่แผ่นให้เฉินซานซือ แล้วบอกว่าให้เขาเอาไปเบิกของได้
เเละในใบเบิก​ มีทั้งยาบำรุงเลือด อาวุธ และม้า
"ข้ายังติดค้างธนูของสิบโทซูอยู่นี่นา"
เฉินซานซือไม่ใช่คนเบี้ยวหนี้ แต่เขาหาตัวซูปินไม่เจอในกลุ่มคน
"ช่างเถอะ ไปดูม้าก่อนแล้วกัน"
….
ม้า
นั่นเป็นทรัพยากรทางยุทธศาสตร์ที่มีค่ามาก
ไม่ใช่สิบโททุกคนที่จะมีได้
ทั้งกองพันผอหยาง มีม้าไม่ถึงสามสิบตัว
"ท่านสิบโทเฉิน ม้าของท่านไม่ธรรมดานะ!" เจ้าหน้าที่คลังอาวุธกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ท่านผู้พันลงทุนลงแรงอย่างมากเพื่อนำม้าขาวชั้นยอดมาจากเมืองหลวง ตอนนี้​มีแค่สองตัวเท่านั้น เขาถึงกับยอมยกให้ท่านตัวหนึ่ง…แสดงว่าท่านผู้พันให้ความสำคัญกับท่านมาก ท่านสิบโทเฉิน อนาคตท่านไกลแน่นอน!"
จากนั้น​ เขาก็สั่งให้คนเลี้ยงม้าพาม้าออกมาจากคอก
ม้าตัวนี้มีขนสีขาวล้วน กล้ามเนื้อแข็งแรง รูปร่างสมส่วน ขนแผงคอปลิวไสวราวกับก้อนเมฆบนท้องฟ้า
"ท่านสิบโทเฉิน ลองขี่ดูมั้ย? แต่ต้องระวังหน่อยนะ" เจ้าหน้าที่เตือน
"ม้าตัวนี้ มันค่อนข้างดุ"
"ข้าชอบแบบดุๆ" เฉินซานซือขึ้นขี่ม้าทันที
[ทักษะ: ขี่ม้า (ยังไม่เริ่มฝึก)]
[ความคืบหน้า: (0/100)]
[ผลของทักษะ: ยังไม่มี]
………………..