- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 29 : การประลอง!
บทที่ 29 : การประลอง!
บทที่ 29 : การประลอง!
บทที่ 29 : การประลอง!
เมื่อเสียงแตรรวมพลดังขึ้น เหล่าทหารใหม่ก็ทยอยกันมารวมตัวที่ลานฝึกอย่างเป็นระเบียบ
ไม่นานนัก เซียงถิงชุนในชุดเกราะโซ่เหล็กพร้อมดาบที่เอวก็ปรากฏตัวขึ้น ตามมาด้วยขุนนางในชุดข้าราชการพลเรือน
เซียงถิงชุนมีสีหน้าเรียบเฉย เดินตรงไปยังแท่นสูง…เขามองกวาดไปทั่วเหล่าทหาร ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า
“ใครที่ฝึกพลังปราณและเลือดสำเร็จแล้ว ก้าวออกมา!”
ในบรรดาทหารสามสิบแปดคน มีเพียงเฉินซานซือเท่านั้นที่ก้าวออกมาข้างหน้า
บนใบหน้าที่นิ่งเฉยของเซียงถิงชุนปรากฏแววประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะออกคำสั่งว่า
“เอาสิบโทคนหนึ่งออกมาประลองกับเขาให้ข้าดูหน่อย”
“ซูปิน ออกมา!” หวังจื๋อยกมือชี้ไปที่ชายคนหนึ่ง
“ทำตามกฎนะ ใช้พลังปราณและเลือดในระดับเริ่มต้นเท่านั้น​…แต่สามารถใช้วิชายุทธอะไรก็ได้ตามใจชอบ ลองเชิงเฉินซานซือหน่อยแล้วกัน!”
ที่ขอบลานฝึก ซูปินที่ถูกเลือกให้มาประลองถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง แต่สุดท้าย​เขาก็ยังคงเดินออกมาอย่างมั่นคง​
เขามองเฉินซานซือด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ไอ้หนุ่มบ้านเดียวกันคนนี้โดดเด่นเป็นสง่าอย่างมาก
ตอนแรกก็เป็นที่หมายปองของนายร้อยหลายคน
ต่อมาก็ฝึกพลังปราณและเลือดสำเร็จภายในเวลาแค่หกวัน
เเค่…หกวัน!
ในอดีต​ ตัวเขาเองฝึกจนแทบขาดใจกว่าจะได้เป็นทหารราบ กว่าจะฝึกพลังปราณและเลือดสำเร็จได้ใช้เวลานานเท่าไหร่…เขาจำไม่ได้แล้ว!
เอาเป็นว่าเขาใช้เวลาหลายปีในค่ายทหาร กว่าจะไต่เต้าขึ้นมาเป็นสิบโทได้
ถ้าวันนี้ไอ้หนุ่มคนนี้ทำได้ดี คงได้เลื่อนขั้นเป็นสิบโทในทันที!
เเละอนาคตมันคงไปได้ไกลมากเเน่ๆ
แต่...วันแรกที่หมอนี่เข้ากรม เขากลับทำหน้าบึ้งตึงใส่
ยิ่งซวยไปกว่านั้นคือ ยังไม่รู้ว่าทำไมนายร้อยหวังถึงเลือกเขามาเป็นคนทดสอบอีก
“มัวอึ้ง​อยู่​ทำไม รีบเริ่มได้แล้ว” เซียงถิงชุนเร่งเร้า
“ใช้พลังปราณและเลือดระดับเดียวกันนี่แหละ เเล้วรีบเอาจริงสักที​ ข้าจะได้ดูว่าพวกเจ้าฝีมือพัฒนาขึ้นบ้างหรือเปล่า”
“เอาล่ะ ซูปิน” เสียงนายทหารคนอื่นๆ แซวขึ้น
“ได้ข่าวว่านายเป็นคนบ้านเดียวกัน อย่าออมมือให้เด็กใหม่ล่ะ”
“…”
เหล่าสิบโทและนายร้อยต่างก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พวกเขาได้ยินเรื่องของอัจฉริยะคนใหม่ในค่ายมานานแล้ว วันนี้คงได้เห็นฝีมือกันเสียที
เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้​ ซูปินก็เริ่มรวบรวมพลังปราณและเลือดตามที่กฎกำหนด
ระดับของพลังปราณและเลือดนั้นสามารถควบคุมได้ ระดับเริ่มต้น คือหนึ่งสาย ระดับเชี่ยวชาญ คือสองสาย ระดับความสำเร็จ​เล็ก​น้อย​ คือกระจายไปทั่วร่างกาย
การรักษาระดับพลังปราณและเลือดไว้ที่หนึ่งสาย ก็เท่ากับกดระดับเอาไว้ที่ระดับเริ่มต้น
แต่อย่างไร​ก็​ตาม, วิชาดาบที่ฝึกฝนมานานหลายปีนั้นยากที่จะควบคุม…ในทางทฤษฎีแล้ว เขาย่อมได้เปรียบในการต่อสู้นี้อย่างแน่นอน
ถึงอย่างนั้น ซูปินก็ยังรู้สึกกดดันเล็กน้อย
ท่านผู้พันมาดูด้วยตัวเอง แถมยังพูดแบบนั้นออกมาอีก…นั่นหมายความว่า ถ้าเขาแพ้เด็กใหม่ต่อหน้าทุกคน อนาคตของเขาก็คงจบสิ้น
ในทางกลับกัน ถ้าเขาแสดงฝีมือที่น่าประทับใจจนท่านผู้พันสนใจขึ้นมา​ล่ะก็
ความฝันตั้งแต่เด็กของเขาก็คือการสร้างชื่อเสียงในสนามรบ แต่น่าเสียดายที่เขาเกิดในเมืองผอหยาง แม้แต่โอกาสฆ่าศัตรูสักคนก็ยังไม่มี
ไม่มีทรัพยากรฝึกฝน ติดอยู่ที่ระดับฝึกฝนเลือดมานานหลายปี แทบจะมองไม่เห็นความหวังที่จะก้าวหน้า
แต่วันนี้นี่เเหละ ​ที่จะเป็นโอกาสของเขา
ทุกคนต่างก็ต้องดิ้นรนเพื่ออนาคตของตัวเอง เขาไม่ยอมเสียสละตัวเองเพื่อช่วยคนอื่นหรอก
ดังนั้น เขาไม่มีทางออมมือให้เด็กนี่แน่
หวังว่าน้องชายที่พ่อแนะนำมาจะไม่โทษเขาที่โหดร้าย​นะ
"ซานซือ ถ้าข้าทำเจ้าบาดเจ็บก็อย่าว่ากันล่ะ" ซูปินชักดาบออกมา ดาบยาวสามเชียะของเขาส่องประกายวาววับภายใต้แสงแดด
"เชิญเลยครับ ท่านสิบโทซู" เฉินซานซือถือหอกด้วยท่าทีพร้อมรับมือ
ตั้งแต่เริ่มฝึกยุทธ เขายังไม่เคยประลองกับใครอย่างจริงจังเลย
ดังนั้น​ นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้ทดสอบฝีมือของตัวเอง
"เอาล่ะ! รับดาบ!"
หลังจาก​พูด​จบ​ ซูปินก็พุ่งเข้าใส่ทันที
เขาก้มตัวลงเล็กน้อย ลากดาบไปตามพื้น ดวงตาคมกริบราวกับหมาป่า, เพียงพริบตาเดียวก็มาถึงข้างกายเฉินซานซือ เเล้วฟาดดาบลงมาอย่างรวดเร็ว
เเต่ในขณะเดียวกันนั้น แสงวาววับก็ปรากฏขึ้น
เเละเพียงเสี้ยววินาทีต่อมา​ แสงนั้นก็กลายเป็นปลายหอกที่ขยายใหญ่ขึ้นในดวงตาของซูปิน
หอกออกทีหลัง แต่มาถึงก่อน
ดาบสั้น เเต่หอกยาว…นี่แหละ​คือวิถีของอาวุธยาว!
"หอกเร็วมาก!" ซูปินไม่กล้าบุกต่อ
ถ้าก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวเดียว ดาบของเขา​ยังไม่ทันฟันโดนอีกฝ่าย ตัวเขาเองก็คงจะโดนแทงเป็นรูเสียก่อน!
เขารีบหยุดเท้า เปลี่ยน​จังหวะ​หวังจะใช้ดาบฟันด้ามหอกที่ทำจากไม้ขาวให้ขาดสะบั้น​
แต่เฉินซานซือไม่ยอมให้เขามีโอกาสนั้น รีบดึงหอกกลับเล็กน้อย เกร็งช่วงเอวและขา รวบรวมพลังปราณและเลือดไปที่แขนขวา ใช้ท่า "รับและคว้า" ปะทะปลายดาบด้วยปลายหอก
"แคร้ง!"
เสียงกระทบกันของอาวุธดังก้อง
ดาบสั่นระริก…เเต่หอกก็สั่นไม่แพ้กัน
จากนั้น​ ทั้งสองต่างถอยหลังไปหลายก้าว
สำหรับอาวุธยาว การรักษาระยะห่างคือข้อได้เปรียบ!
ซูปินพึ่งจะตั้งหลักได้ หอกเหล็กก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง
ซูปินจำเป็นต้องใช้ดาบปัดป้องหอก, โชคดีที่ฝึกฝนมานานหลายปี การรับแรงกระแทกนี้จึงทำได้อย่างสบายๆ
อย่างไร​ก็ตาม​ วิชาหอกขั้นพื้นฐาน ใครๆก็เคยฝึกกันมาทั้งนั้น
เเต่ทำไมเขาถึงสัมผัส​ได้ว่าหอกของเฉินซานซือเร็วและรุนแรงมากขนาดนี้?
ส่วนพลังปราณและเลือด...
ถึงจะเป็นพลังปราณและเลือดระดับเดียวกัน แต่เขาก็บ่มเพาะมานานหลายปี ย่อมน่าจะแข็งแกร่งกว่าพอสมควร​
แต่จากการปะทะกันเมื่อครู่นี้ เขากลับไม่ได้เปรียบในด้านพลังเลย, ทำได้​แค่อาศัยประสบการณ์จากวิชาดาบที่เหนือกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
มันแปลกมากจริงๆ!
……
ณ เวลานี้​ซูปินเริ่มรู้สึกเสียหน้า
นอกจากนี้​ เขายังกังวลว่าเขาจะเสียภาพพจน์ในสายตาท่านผู้พัน
วิชาดาบของเขาจึงรุนแรงและโหดเหี้ยมยิ่งขึ้นทุกขณะ เล็งไปที่จุดสำคัญ หวังจะใช้การบีบบังคับแบบนี้ทำให้เฉินซานซือใช้พลังปราณและเลือดจนเเห้งเหือด
"เช้ง…เช้ง!"
เสียงกระทบกันของโลหะดังขึ้นไม่หยุด เเรงปะทะทำให้ลานฝึกถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นสีเหลือง
เฉินซานซือถอยหลังอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาข้อได้เปรียบของอาวุธยาว
"เวรเอ๊ย" หวังจื๋อสบถออกมาอย่างอดไม่ได้
เขารู้ว่าซูปินเป็นคนแนะนำเฉินซานซือมาเข้ากรม เลยตั้งใจเรียกเขาออกมาเพื่อให้ออมมือ…แต่หมอนี่เล่นเอาจริงเลยนี่หว่า?
เดี๋ยวหลังจาก​นี้ ค่อยไปดูว่าจะจัดการกับเจ้าบ้าที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำนี่ยังไง
ส่วนอีกด้าน
ตอนนี้ เซียงถิงชุนกำลังหรี่ตาลงเล็กน้อย เเละมองดูการต่อสู้​ด้วยความสนใจ
"สู้ได้ดี!" เสียงเชียร์ของเหล่าทหารดังขึ้น
"แคร้ง!"
เสียงกระทบกันของโลหะดังขึ้นอีกครั้ง
เฉินซานซือเกือบโดนเล่นงาน ดีที่ในช่วงเวลาคับขันยังคงตั้งสติ ควงหอกเป็นวงดอกไม้ จึงสามารถผลักไสหมาป่าร้ายที่เกือบจะประชิดตัวออกไปได้เจ็ดก้าว
เเม้จะผ่านการปะทะไปหลายยก จนแขนของเฉิน​ซาน​ซือ​เริ่มชา ไหล่ก็ปวดร้าว ตัวและหน้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ…แต่พลังปราณและเลือดยังคงเหลือเฟือ
เขายังสามารถสู้ต่อไปได้
นานๆทีจะมีคนมาเป็นคู่ซ้อมให้ เขาต้องใช้โอกาสนี้ฝึกฝนวิชาหอกให้ชำนาญ
"ฮึ่มมม!"
ณ ขณะนี้…ซูปินฟาดฟันดาบไม่ยั้ง ดวงตาเริ่มแดงก่ำ
ผ่านไปแปดยกแล้ว เขายังไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้!
เเละไหนๆก็ขุ่นเคืองกันแล้ว ก็เอาให้สุดไปเลย
ยังไงก็ห้ามให้ตัวเองกลายเป็นไอ้ขยะในสายตาท่านผู้พันเด็ดขาด!
เขาไม่ยั้งมืออีกต่อไป​ ฟาดฟันดาบจนเสียงแหวกอากาศดังสนั่น เหมือนหมาป่าดุร้ายที่พยายามกัดกินเหยื่อ
เขาตั้งใจจะใช้การปะทะโดยตรงเพื่อบั่นทอนกำลังของเฉินซานซือ และหาจังหวะโจมตี
แต่เมื่อเวลาผ่านไป…ซูปินเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ดูเหมือนเด็กหนุ่มที่ถือหอกจะตั้งรับมาตลอด, แต่พลังปราณและเลือดของเขากลับไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย!
ในขณะที่พลังปราณและเลือดของเขากำลังจะหมดลงอยู่รอมร่อ​เเล้ว
"เป็นไปได้ยังไง?!" ซูปินแสดงสีหน้าตกตะลึง​
ไม่…มันเป็นไปไม่ได้!
ไอ้หนุ่มนี่พึ่งจะฝึกพลังปราณและเลือดสำเร็จ ยังไงอีกสักสิบยกก็คงหมดแรงแล้ว!
เมื่อคิดดังนั้น เขาก็ยิ่งออกดาบอย่างบ้าคลั่ง
แต่ความจริงกลับไม่เป็นอย่างที่เขาคิด
ผ่านไปอีกสิบยก พลังปราณและเลือดของเขาแทบจะหมดลงแล้ว แต่เฉินซานซือก็ยังไม่แพ้!
ดูเหมือนไอ้หนุ่มนี่จะเหนื่อยหอบจนแทบจะล้มลง แต่เขาก็ยังสามารถยืนหยัดได้ในช่วงเวลาคับขัน ความอึดของเขานั้นน่ากลัวมากจริงๆ
"แคร้ง!"
พลังปราณและเลือดของซูปินใกล้จะหมดลง ทำให้ความเร็วและพลังลดลง
และในตอนนั้นเอง สถานการณ์ก็พลิกผัน!
เฉินซานซือเปลี่ยนจากตั้งรับเป็นรุกเต็มตัว!
รับ คว้า แทง ทุกกระบวนท่าถูกใช้ออกมาอย่างแม่นยำและรุนแรง บวกกับพลังปราณและเลือด…การโจมตี​ราวกับพายุที่โหมกระหน่ำเข้าใส่ ถ้าไม่ระวังก็คงหัวกระจุยในเสี้ยว​วินาที​
คราวนี้เป็นซูปินบ้างที่เหงื่อไหลท่วมตัว
พลังปราณและเลือดของเขาเหือดแห้งลงเรื่อยๆ มือที่จับดาบเริ่มเป็นตะคริว
เขาไม่คิดจะบุกต่อ หรืออาจจะไม่มีโอกาสบุกต่อแล้ว
ในสายตาของเขามีเพียงแสงวาววับของปลายหอกและพู่สีแดงที่โบกสะบัด
เป็นไปไม่ได้
เฉินซานซือพึ่งจะฝึกพลังปราณและเลือดสำเร็จ ทำไมถึงอึดได้ขนาดนี้?
มีหลายครั้งที่ซูปินเกือบจะระดมพลังปราณและเลือดที่เหลือ เพื่อใช้พลังระดับเชี่ยวชาญออกมา…แต่เขารู้ดีว่าในตอนนั้น​ตัวเองก็คงโดนตัดสิน​ให้แพ้ไปแล้ว
ห้าปี!
ฝึกยุทธมาห้าปี กลับสู้คนที่ฝึกแค่ครึ่งเดือนไม่ได้!
"แคร้ง!"
ในขณะที่เขากำลังเหม่อลอย ดาบในมือก็ถูกปัดกระเด็นไป ปลายหอกรูปสามเหลี่ยมที่แหลมคมจ่ออยู่ที่ลำคอของเขา
"ท่านสิบโทซู ขอบคุณ​ที่ออมมือ!"
………………..