เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 : การประลอง!

บทที่ 29 : การประลอง!

บทที่ 29 : การประลอง!


บทที่ 29 : การประลอง!

เมื่อเสียงแตรรวมพลดังขึ้น เหล่าทหารใหม่ก็ทยอยกันมารวมตัวที่ลานฝึกอย่างเป็นระเบียบ

ไม่นานนัก เซียงถิงชุนในชุดเกราะโซ่เหล็กพร้อมดาบที่เอวก็ปรากฏตัวขึ้น ตามมาด้วยขุนนางในชุดข้าราชการพลเรือน

เซียงถิงชุนมีสีหน้าเรียบเฉย เดินตรงไปยังแท่นสูง…เขามองกวาดไปทั่วเหล่าทหาร ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า

“ใครที่ฝึกพลังปราณและเลือดสำเร็จแล้ว ก้าวออกมา!”

ในบรรดาทหารสามสิบแปดคน มีเพียงเฉินซานซือเท่านั้นที่ก้าวออกมาข้างหน้า

บนใบหน้าที่นิ่งเฉยของเซียงถิงชุนปรากฏแววประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะออกคำสั่งว่า

“เอาสิบโทคนหนึ่งออกมาประลองกับเขาให้ข้าดูหน่อย”

“ซูปิน ออกมา!” หวังจื๋อยกมือชี้ไปที่ชายคนหนึ่ง

“ทำตามกฎนะ ใช้พลังปราณและเลือดในระดับเริ่มต้นเท่านั้น​…แต่สามารถใช้วิชายุทธอะไรก็ได้ตามใจชอบ ลองเชิงเฉินซานซือหน่อยแล้วกัน!”

ที่ขอบลานฝึก ซูปินที่ถูกเลือกให้มาประลองถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง แต่สุดท้าย​เขาก็ยังคงเดินออกมาอย่างมั่นคง​

เขามองเฉินซานซือด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ไอ้หนุ่มบ้านเดียวกันคนนี้โดดเด่นเป็นสง่าอย่างมาก

ตอนแรกก็เป็นที่หมายปองของนายร้อยหลายคน

ต่อมาก็ฝึกพลังปราณและเลือดสำเร็จภายในเวลาแค่หกวัน

เเค่…หกวัน!

ในอดีต​ ตัวเขาเองฝึกจนแทบขาดใจกว่าจะได้เป็นทหารราบ กว่าจะฝึกพลังปราณและเลือดสำเร็จได้ใช้เวลานานเท่าไหร่…เขาจำไม่ได้แล้ว!

เอาเป็นว่าเขาใช้เวลาหลายปีในค่ายทหาร กว่าจะไต่เต้าขึ้นมาเป็นสิบโทได้

ถ้าวันนี้ไอ้หนุ่มคนนี้ทำได้ดี คงได้เลื่อนขั้นเป็นสิบโทในทันที!

เเละอนาคตมันคงไปได้ไกลมากเเน่ๆ

แต่...วันแรกที่หมอนี่เข้ากรม เขากลับทำหน้าบึ้งตึงใส่

ยิ่งซวยไปกว่านั้นคือ ยังไม่รู้ว่าทำไมนายร้อยหวังถึงเลือกเขามาเป็นคนทดสอบอีก

“มัวอึ้ง​อยู่​ทำไม รีบเริ่มได้แล้ว” เซียงถิงชุนเร่งเร้า

“ใช้พลังปราณและเลือดระดับเดียวกันนี่แหละ เเล้วรีบเอาจริงสักที​ ข้าจะได้ดูว่าพวกเจ้าฝีมือพัฒนาขึ้นบ้างหรือเปล่า”

“เอาล่ะ ซูปิน” เสียงนายทหารคนอื่นๆ แซวขึ้น

“ได้ข่าวว่านายเป็นคนบ้านเดียวกัน อย่าออมมือให้เด็กใหม่ล่ะ”

“…”

เหล่าสิบโทและนายร้อยต่างก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พวกเขาได้ยินเรื่องของอัจฉริยะคนใหม่ในค่ายมานานแล้ว วันนี้คงได้เห็นฝีมือกันเสียที

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้​ ซูปินก็เริ่มรวบรวมพลังปราณและเลือดตามที่กฎกำหนด

ระดับของพลังปราณและเลือดนั้นสามารถควบคุมได้ ระดับเริ่มต้น คือหนึ่งสาย ระดับเชี่ยวชาญ คือสองสาย ระดับความสำเร็จ​เล็ก​น้อย​ คือกระจายไปทั่วร่างกาย

การรักษาระดับพลังปราณและเลือดไว้ที่หนึ่งสาย ก็เท่ากับกดระดับเอาไว้ที่ระดับเริ่มต้น

แต่อย่างไร​ก็​ตาม, วิชาดาบที่ฝึกฝนมานานหลายปีนั้นยากที่จะควบคุม…ในทางทฤษฎีแล้ว เขาย่อมได้เปรียบในการต่อสู้นี้อย่างแน่นอน

ถึงอย่างนั้น ซูปินก็ยังรู้สึกกดดันเล็กน้อย

ท่านผู้พันมาดูด้วยตัวเอง แถมยังพูดแบบนั้นออกมาอีก…นั่นหมายความว่า ถ้าเขาแพ้เด็กใหม่ต่อหน้าทุกคน อนาคตของเขาก็คงจบสิ้น

ในทางกลับกัน ถ้าเขาแสดงฝีมือที่น่าประทับใจจนท่านผู้พันสนใจขึ้นมา​ล่ะก็

ความฝันตั้งแต่เด็กของเขาก็คือการสร้างชื่อเสียงในสนามรบ แต่น่าเสียดายที่เขาเกิดในเมืองผอหยาง แม้แต่โอกาสฆ่าศัตรูสักคนก็ยังไม่มี

ไม่มีทรัพยากรฝึกฝน ติดอยู่ที่ระดับฝึกฝนเลือดมานานหลายปี แทบจะมองไม่เห็นความหวังที่จะก้าวหน้า

แต่วันนี้นี่เเหละ ​ที่จะเป็นโอกาสของเขา

ทุกคนต่างก็ต้องดิ้นรนเพื่ออนาคตของตัวเอง เขาไม่ยอมเสียสละตัวเองเพื่อช่วยคนอื่นหรอก

ดังนั้น เขาไม่มีทางออมมือให้เด็กนี่แน่

หวังว่าน้องชายที่พ่อแนะนำมาจะไม่โทษเขาที่โหดร้าย​นะ

"ซานซือ ถ้าข้าทำเจ้าบาดเจ็บก็อย่าว่ากันล่ะ" ซูปินชักดาบออกมา ดาบยาวสามเชียะของเขาส่องประกายวาววับภายใต้แสงแดด

"เชิญเลยครับ ท่านสิบโทซู" เฉินซานซือถือหอกด้วยท่าทีพร้อมรับมือ

ตั้งแต่เริ่มฝึกยุทธ เขายังไม่เคยประลองกับใครอย่างจริงจังเลย

ดังนั้น​ นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้ทดสอบฝีมือของตัวเอง

"เอาล่ะ! รับดาบ!"

หลังจาก​พูด​จบ​ ซูปินก็พุ่งเข้าใส่ทันที

เขาก้มตัวลงเล็กน้อย ลากดาบไปตามพื้น ดวงตาคมกริบราวกับหมาป่า, เพียงพริบตาเดียวก็มาถึงข้างกายเฉินซานซือ เเล้วฟาดดาบลงมาอย่างรวดเร็ว

เเต่ในขณะเดียวกันนั้น แสงวาววับก็ปรากฏขึ้น

เเละเพียงเสี้ยววินาทีต่อมา​ แสงนั้นก็กลายเป็นปลายหอกที่ขยายใหญ่ขึ้นในดวงตาของซูปิน

หอกออกทีหลัง แต่มาถึงก่อน

ดาบสั้น เเต่หอกยาว…นี่แหละ​คือวิถีของอาวุธยาว!

"หอกเร็วมาก!" ซูปินไม่กล้าบุกต่อ

ถ้าก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวเดียว ดาบของเขา​ยังไม่ทันฟันโดนอีกฝ่าย ตัวเขาเองก็คงจะโดนแทงเป็นรูเสียก่อน!

เขารีบหยุดเท้า เปลี่ยน​จังหวะ​หวังจะใช้ดาบฟันด้ามหอกที่ทำจากไม้ขาวให้ขาดสะบั้น​

แต่เฉินซานซือไม่ยอมให้เขามีโอกาสนั้น รีบดึงหอกกลับเล็กน้อย เกร็งช่วงเอวและขา รวบรวมพลังปราณและเลือดไปที่แขนขวา ใช้ท่า "รับและคว้า" ปะทะปลายดาบด้วยปลายหอก

"แคร้ง!"

เสียงกระทบกันของอาวุธดังก้อง

ดาบสั่นระริก…เเต่หอกก็สั่นไม่แพ้กัน

จากนั้น​ ทั้งสองต่างถอยหลังไปหลายก้าว

สำหรับอาวุธยาว การรักษาระยะห่างคือข้อได้เปรียบ!

ซูปินพึ่งจะตั้งหลักได้ หอกเหล็กก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง

ซูปินจำเป็นต้องใช้ดาบปัดป้องหอก, โชคดีที่ฝึกฝนมานานหลายปี การรับแรงกระแทกนี้จึงทำได้อย่างสบายๆ

อย่างไร​ก็ตาม​ วิชาหอกขั้นพื้นฐาน ใครๆก็เคยฝึกกันมาทั้งนั้น

เเต่ทำไมเขาถึงสัมผัส​ได้ว่าหอกของเฉินซานซือเร็วและรุนแรงมากขนาดนี้?

ส่วนพลังปราณและเลือด...

ถึงจะเป็นพลังปราณและเลือดระดับเดียวกัน แต่เขาก็บ่มเพาะมานานหลายปี ย่อมน่าจะแข็งแกร่งกว่าพอสมควร​

แต่จากการปะทะกันเมื่อครู่นี้ เขากลับไม่ได้เปรียบในด้านพลังเลย, ทำได้​แค่อาศัยประสบการณ์จากวิชาดาบที่เหนือกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

มันแปลกมากจริงๆ!

……

ณ เวลานี้​ซูปินเริ่มรู้สึกเสียหน้า

นอกจากนี้​ เขายังกังวลว่าเขาจะเสียภาพพจน์ในสายตาท่านผู้พัน

วิชาดาบของเขาจึงรุนแรงและโหดเหี้ยมยิ่งขึ้นทุกขณะ เล็งไปที่จุดสำคัญ หวังจะใช้การบีบบังคับแบบนี้ทำให้เฉินซานซือใช้พลังปราณและเลือดจนเเห้งเหือด

"เช้ง…เช้ง!"

เสียงกระทบกันของโลหะดังขึ้นไม่หยุด เเรงปะทะทำให้ลานฝึกถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นสีเหลือง

เฉินซานซือถอยหลังอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาข้อได้เปรียบของอาวุธยาว

"เวรเอ๊ย" หวังจื๋อสบถออกมาอย่างอดไม่ได้

เขารู้ว่าซูปินเป็นคนแนะนำเฉินซานซือมาเข้ากรม เลยตั้งใจเรียกเขาออกมาเพื่อให้ออมมือ…แต่หมอนี่เล่นเอาจริงเลยนี่หว่า?

เดี๋ยวหลังจาก​นี้ ค่อยไปดูว่าจะจัดการกับเจ้าบ้าที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำนี่ยังไง

ส่วนอีกด้าน

ตอนนี้ เซียงถิงชุนกำลังหรี่ตาลงเล็กน้อย เเละมองดูการต่อสู้​ด้วยความสนใจ

"สู้ได้ดี!" เสียงเชียร์ของเหล่าทหารดังขึ้น

"แคร้ง!"

เสียงกระทบกันของโลหะดังขึ้นอีกครั้ง

เฉินซานซือเกือบโดนเล่นงาน ดีที่ในช่วงเวลาคับขันยังคงตั้งสติ ควงหอกเป็นวงดอกไม้ จึงสามารถผลักไสหมาป่าร้ายที่เกือบจะประชิดตัวออกไปได้เจ็ดก้าว

เเม้จะผ่านการปะทะไปหลายยก จนแขนของเฉิน​ซาน​ซือ​เริ่มชา ไหล่ก็ปวดร้าว ตัวและหน้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ…แต่พลังปราณและเลือดยังคงเหลือเฟือ

เขายังสามารถสู้ต่อไปได้

นานๆทีจะมีคนมาเป็นคู่ซ้อมให้ เขาต้องใช้โอกาสนี้ฝึกฝนวิชาหอกให้ชำนาญ

"ฮึ่มมม!"

ณ ขณะนี้…ซูปินฟาดฟันดาบไม่ยั้ง ดวงตาเริ่มแดงก่ำ

ผ่านไปแปดยกแล้ว เขายังไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้!

เเละไหนๆก็ขุ่นเคืองกันแล้ว ก็เอาให้สุดไปเลย

ยังไงก็ห้ามให้ตัวเองกลายเป็นไอ้ขยะในสายตาท่านผู้พันเด็ดขาด!

เขาไม่ยั้งมืออีกต่อไป​ ฟาดฟันดาบจนเสียงแหวกอากาศดังสนั่น เหมือนหมาป่าดุร้ายที่พยายามกัดกินเหยื่อ

เขาตั้งใจจะใช้การปะทะโดยตรงเพื่อบั่นทอนกำลังของเฉินซานซือ และหาจังหวะโจมตี

แต่เมื่อเวลาผ่านไป…ซูปินเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ดูเหมือนเด็กหนุ่มที่ถือหอกจะตั้งรับมาตลอด, แต่พลังปราณและเลือดของเขากลับไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย!

ในขณะที่พลังปราณและเลือดของเขากำลังจะหมดลงอยู่รอมร่อ​เเล้ว

"เป็นไปได้ยังไง?!" ซูปินแสดงสีหน้าตกตะลึง​

ไม่…มันเป็นไปไม่ได้!

ไอ้หนุ่มนี่พึ่งจะฝึกพลังปราณและเลือดสำเร็จ ยังไงอีกสักสิบยกก็คงหมดแรงแล้ว!

เมื่อคิดดังนั้น เขาก็ยิ่งออกดาบอย่างบ้าคลั่ง

แต่ความจริงกลับไม่เป็นอย่างที่เขาคิด

ผ่านไปอีกสิบยก พลังปราณและเลือดของเขาแทบจะหมดลงแล้ว แต่เฉินซานซือก็ยังไม่แพ้!

ดูเหมือนไอ้หนุ่มนี่จะเหนื่อยหอบจนแทบจะล้มลง แต่เขาก็ยังสามารถยืนหยัดได้ในช่วงเวลาคับขัน ความอึดของเขานั้นน่ากลัวมากจริงๆ

"แคร้ง!"

พลังปราณและเลือดของซูปินใกล้จะหมดลง ทำให้ความเร็วและพลังลดลง

และในตอนนั้นเอง สถานการณ์ก็พลิกผัน!

เฉินซานซือเปลี่ยนจากตั้งรับเป็นรุกเต็มตัว!

รับ คว้า แทง ทุกกระบวนท่าถูกใช้ออกมาอย่างแม่นยำและรุนแรง บวกกับพลังปราณและเลือด…การโจมตี​ราวกับพายุที่โหมกระหน่ำเข้าใส่ ถ้าไม่ระวังก็คงหัวกระจุยในเสี้ยว​วินาที​

คราวนี้เป็นซูปินบ้างที่เหงื่อไหลท่วมตัว

พลังปราณและเลือดของเขาเหือดแห้งลงเรื่อยๆ มือที่จับดาบเริ่มเป็นตะคริว

เขาไม่คิดจะบุกต่อ หรืออาจจะไม่มีโอกาสบุกต่อแล้ว

ในสายตาของเขามีเพียงแสงวาววับของปลายหอกและพู่สีแดงที่โบกสะบัด

เป็นไปไม่ได้

เฉินซานซือพึ่งจะฝึกพลังปราณและเลือดสำเร็จ ทำไมถึงอึดได้ขนาดนี้?

มีหลายครั้งที่ซูปินเกือบจะระดมพลังปราณและเลือดที่เหลือ เพื่อใช้พลังระดับเชี่ยวชาญออกมา…แต่เขารู้ดีว่าในตอนนั้น​ตัวเองก็คงโดนตัดสิน​ให้แพ้ไปแล้ว

ห้าปี!

ฝึกยุทธมาห้าปี กลับสู้คนที่ฝึกแค่ครึ่งเดือนไม่ได้!

"แคร้ง!"

ในขณะที่เขากำลังเหม่อลอย ดาบในมือก็ถูกปัดกระเด็นไป ปลายหอกรูปสามเหลี่ยมที่แหลมคมจ่ออยู่ที่ลำคอของเขา

"ท่านสิบโทซู ขอบคุณ​ที่ออมมือ!"

………………..

จบบทที่ บทที่ 29 : การประลอง!

คัดลอกลิงก์แล้ว