- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 28 : กฎการคัดเลือกทหารชั้นยอด!
บทที่ 28 : กฎการคัดเลือกทหารชั้นยอด!
บทที่ 28 : กฎการคัดเลือก​ทหาร​ชั้นยอด!
บทที่ 28 : กฎการคัดเลือก​ทหาร​ชั้นยอด!
เฉินซานซือรอจนถึงกลางดึก, หลังจากมั่นใจว่ารอบๆปลอดภัยแล้ว เขาจึงหายตัวไปในความมืด เเละกลับถึงบ้านก่อนฟ้าสาง
เขาไม่รบกวนกู้ซิน​หลันที่กำลังหลับสนิท หยิบกล่องออกมาข้างเตียง แล้วพิจารณาดูอย่างละเอียด
ดูเผินๆแล้วมันก็เป็นแค่กล่องไม้จันทน์ธรรมดาๆ ผิวเรียบไม่มีลวดลายใดๆ มีเพียงรูกุญแจรูปร่างแปลกตาเท่านั้น
พวกเขาเรียกสิ่งนี้ว่า "สมบัติของเซียน"
มันหมายความว่ายังไง?
หรือว่าจะเป็นสมบัติที่เซียนอมตะ​ทิ้งไว้จริงๆ?
เฉินซานซือรู้สึกอยากรู้อยากเห็นอย่างมาก
เขาไม่มีกุญแจจึงลองงัดดู…แต่กล่องก็ไม่ขยับเขยื้อนเลยเเม้เเต่น้อย​
แม้จะใช้แรงที่ดึงธนูสองศิลาได้อย่างง่ายดาย รวมกับการผสานพลังปราณและเลือด เขาก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้อยู่​ดี
ถึงยังไงมันก็ทำจากไม้ น่าจะทุบให้แตกได้…แต่เฉินซานซือไม่ได้โง่ขนาดนั้น
ไม่แน่ว่าข้างในอาจมีกลไกอยู่ ถ้าทำแบบนั้นอาจจะทำให้ "สมบัติ​" ข้างในเสียหายได้
เขาไม่มีทางเลือก จึงเก็บกล่องไว้ก่อน แล้วค่อยหาโอกาสศึกษาว่ากลไกของกล่องเป็นแบบไหน และจะใช้อะไรเปิดได้
“เฮ้อ...” เฉินซานซือถอนหายใจยาว
คืนนี้ช่างวุ่นวายจริงๆ
แต่ตอนนี้กำจัดฉินเฟิงไปได้แล้ว และเป็นคนแรกที่ฝึกฝนพลังปราณและเลือดสำเร็จ ต่อไปก็จะได้เลื่อนขั้นเป็นนายสิบ ได้รับสิทธิ์ในการคัดเลือกทหาร
วันข้างหน้าก็น่าจะสบายขึ้นบ้างใหมนะ?
ในขณะที่กำลังคิดฟุ้งซ่าน เขาก็โผเข้ากอดกู้ซินหลันที่นอนอยู่ข้างๆ ราวกับหมอนข้างนุ่มๆ แล้วหลับไปอย่างสบาย
….
รุ่งเช้า
เฉินซานซือตื่นแต่เช้าแล้วไปที่ค่ายทหาร
เขายังไม่ทันเข้าประตู ก็ได้ยินทุกคนในค่ายกำลังพูดคุยกันถึงเรื่องเมื่อคืน
“พวกเจ้าไม่ได้ไปเมื่อคืน ไม่รู้หรอกว่าในเมืองวุ่นวายแค่ไหน ข้าเห็นกับตา​ตัวเอง​เลย!”
“แม้แต่ท่านผู้พันเซียงก็ยังลงมือด้วยตัวเอง เขาร่วมมือกับเจ้าสำนักของสำนักยุทธเทียนหยวน ไท่เล่ย และสำนักตระกูลจ้าว…ล้อมมือสังหารคนเถื่อนไว้ในบ้านร้าง”
“กำลังจะจับคนเถื่อนได้อยู่แล้ว แต่กลับมีกลุ่มมือสังหารสวมหน้ากากโผล่ออกมา!”
“ถึงจะปิดหน้า แต่ดูจากวิทยายุทธแล้วก็น่าจะเป็นคนเถื่อนเหมือนกัน แถมยังเก่งกาจอีกด้วย ทุกคนมีพลังปราณและเลือดระดับสูงกว่าระดับฝึกฝนกระดูก! มีอยู่คนหนึ่งที่สามารถสู้กับท่านผู้พันเซียงได้อย่างสูสีเลย”
“พวกเขาบุกฝ่าออกมาจากประตูเมือง พาตัวมือสังหารหนีไปพร้อมอาการบาดเจ็บสาหัส”
“แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ตายไปเกินครึ่ง”
“…”
เมื่อได้ยินพวกเขาพูดคุยกัน เฉินซานซือก็เพิ่งรู้ว่าเมื่อคืนในเมืองคงจะต่อสู้กันอย่างดุเดือด
และดูเหมือนจะมีบางอย่างผิดปกติ
มือสังหารถูกช่วยชีวิตไปแล้ว?
ถ้าอย่างนั้น ทำไมเขาถึงได้บาดเจ็บสาหัสจนตายได้ล่ะ?
หรือว่ากลุ่มมือสังหารสวมหน้ากากก็ต้องการ "สมบัติเซียน" เหมือนกัน พอออกจากเมืองไปแล้ว พวกเขาก็เลยสู้กันเอง?
สุดท้าย มือสังหารคนเถื่อนหนีรอดไปได้ แต่ก็บาดเจ็บสาหัส…แล้วบังเอิญให้เขาเจอเข้า?
ถ้าเป็นแบบนี้ จะเป็นไปได้ไหมว่าที่กล่องเปิดไม่ได้ เพราะกุญแจอยู่กับกลุ่มคนอีกกลุ่มที่ว่านั่น?
เรื่องนี้มันซับซ้อนจริงๆ
……
เเละเมื่อเฉินซานซือมาถึงค่ายทหาร เขาก็พบว่าหวังจื๋อยังไม่มา เขาจึงตั้งใจจะฝึกซ้อมที่ลานฝึกก่อน
“เฉินซานซือ”
แต่ขณะที่เขากำลังจะหยิบหอกปลายบัวเหล็ก มันก็มีคนเรียกชื่อเขาเสียก่อน
หันกลับไปดู ก็พบว่าเป็นหลัวตงเฉวียน นายร้อยหลัว...ลุงของซ่งเอี๋ยน
นายร้อยหลัวมีรอยยิ้มบนใบหน้า โบกมือเรียกเขา
“ไปกับข้าหน่อย”
“ท่านหลัวมีอะไรก็พูดตรงนี้เลยก็ได้” เฉินซานซือปักหอกลงพื้น ไม่ขยับไปไหน
“ได้” ลัวตงเฉวียนไม่ได้โกรธที่เฉินซานซือไม่ตามเขาไป เขาวางมือไว้ข้างหลังแล้วพูดว่า
“ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้องเจ้า”
นายร้อยยศใหญ่ จะมีเรื่องอะไรมาขอร้องเขา?
เเต่เฉินซานซือก็ไม่ได้คิดมาก เขาจึงถามกลับไปว่า
“นายร้อยหลัวมีอะไรก็ว่ามาเถอะ แต่ข้าตำแหน่งต่ำต้อย เกรงว่าจะช่วยอะไรไม่ได้มาก”
“เจ้าเก่งมาก เป็นคนที่ข้าเห็นว่ามีพรสวรรค์ที่สุดตั้งแต่ฝึกยุทธมา” หลัวตงเฉวียนถอนหายใจ
“หลานชายข้าคงสู้เจ้าไม่ได้หรอก แต่อย่าเข้าใจผิด ข้าไม่ได้คิดจะกลั่นแกล้งเจ้าอะไร ความสามารถไม่เท่ากัน…ก็ต้องยอมรับ”
“เเต่ข้าอยากจะขอให้เจ้ายกโอกาสในการคัดเลือกทหารชั้นยอดช่วงครึ่งปีแรกให้เอี๋ยนเอ๋อร์ เจ้าสามารถไปร่วมคัดเลือกช่วงครึ่งปีหลังได้”
“แน่นอน ข้าไม่ได้ขอให้เจ้าช่วยฟรีๆ” หลังจากพูดจบเขาก็ยื่นธนบัตรออกมา
“นี่คือธนบัตรหนึ่งร้อยตำลึง สามารถช่วยเจ้าซื้อยาบำรุงเลือดและเนื้อสัตว์เพื่อเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนได้ แค่ช้าไปครึ่งปี ถือว่าคุ้มค่ามากใช่ไหมล่ะ?”
การคัดเลือกทหารชั้นยอดมีปีละสองครั้ง ครึ่งปีแรกครั้งหนึ่ง ครึ่งปีหลังครั้งหนึ่ง
กองพันแต่ละกอง สามารถส่งคนเข้าร่วมได้ครั้งละหนึ่งคนเท่านั้น
ฟังดูเหมือนการช้าไปครึ่งปีจะไม่เป็นไร, แต่ทำไมเขาไม่ให้หลานชายตัวเองช้าไปครึ่งปีล่ะ?
มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะเชื่อเรื่องแบบนี้
เเละเฉินซานซือก็ไม่ยอมเสียเวลาตัวเองเพราะเงินแค่นี้หรอก
“ขอบคุณนายร้อยหลัว แต่ข้าคิดว่าไม่จำเป็นหรอก ซ่งเอี๋ยนมีพรสวรรค์ ถ้าเข้าร่วมการคัดเลือกช่วงครึ่งปีหลังก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลัวตงเฉวียนก็ยังคงยิ้มได้อยู่
“เอาเถอะ ซื้อขายไม่สำเร็จก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ ในเมื่อเจ้าไม่เต็มใจก็ช่างเถอะ วันนี้ก็อย่าเก็บไปคิดมากเลย...”
“นายร้อยหลัวนี่ใจดีจริงๆเลยนะ!”
ทันใดนั้นเอง มืออ้วนๆก็คว้าธนบัตรไป
หวังจื๋อมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และตอนนี้เขายิ้มจนแก้มแทบปริ
“นี่เจ้าตั้งใจจะมอบของขวัญให้ซานซือเหรอ โอ้โหหนึ่งร้อยตำลึง ช่างใจกว้างจริงๆ!”
“ฉายาผู้ใจบุญ​ที่สุด ก็ต้องยกให้เจ้านี่แหละ!”
“ไอ้เวรหวัง!” หลัวตงเฉวียนเอื้อมมือจะแย่งธนบัตรคืน
เเต่หวังจื๋อไวเป็นปรอท เขาถอยหลังไปหลายก้าว พลางพูดว่า “ให้ของขวัญไปแล้ว จะเอากลับคืนได้ยังไง?”
“หรือว่านายร้อยหลัวไม่ได้ตั้งใจจะให้ของขวัญ แต่คิดจะข่มขู่เขา?…เรื่องนี้ต้องให้ท่านผู้พันเซียงรู้เรื่องบ้างแล้วมั้ง?”
“เจ้า...” หลัวตงเฉวียนพูดไม่ออก
แต่สุดท้าย เขาก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา แล้วหันหลังเดินจากไป
เฉินซานซือยืนมองดูฉากนี้ด้วยความตกตะลึง
นายร้อยหวังนี่เก่งจริงๆ แค่พูดไม่กี่คำก็ได้ธนบัตรหนึ่งร้อยตำลึงมาครอง!
“นายร้อยหลัวมาหาเจ้าทำไม?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฉินซานซือก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟังทันที
“มันร้ายจริงๆ” หวังจื๋อหัวเราะเยาะ
“เจ้ารู้ไหมว่าทำไมเขาถึงอยากให้เจ้าไปร่วมคัดเลือกช่วงครึ่งปีหลัง?”
“นั่นเพราะมันมีข่าวลือว่าท่านแม่ทัพซุนอายุมากแล้ว ช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้าจะเป็นปีสุดท้ายที่ท่านจะรับศิษย์จากการคัดเลือกทหาร”
“ตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป จะมีคนอื่นมาสอนแทน!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฉินซานซือก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรนัก
“เอาล่ะ ต่อไปก็อย่าไปยุ่งกับไอ้หลัวนั่นอีก” หวังจื๋อกล่าว
“เเล้วเจ้าก็ยืนรออยู่ตรงนี้แหละ ท่านผู้พันเซียงและปลัดอำเภอ​จางกำลังจะมาแล้ว เดี๋ยวจะมีการเป่าแตรรวมพล…เรียกพวกเจ้าไปตรวจสอบ”
หวังจื๋ออธิบายขั้นตอนต่อไป
โดยปกติแล้ว การคัดเลือกทหารชั้นยอดจะเลือกจากทหารใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามาในปีนั้น
คนที่แสดงความสามารถพิเศษออกมาในระยะเวลาสั้นๆ หมายความว่ามีศักยภาพสูง คุ้มค่าแก่การฝึกฝน
อีกสักพัก ผู้พันเซียงถิงชุนจะมาตรวจสอบพลังยุทธด้วยตัวเอง จากนั้นปลัดอำเภอ​จางจะมาตรวจสอบเวลาที่เข้าประจำการ และตรวจสอบว่ามีการทุจริตใดๆหรือไม่
หลังจากตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะรายงานไปยังศาลาว่าการแม่ทัพเหลียงโจว
จากนั้น ศาลาว่าการแม่ทัพจะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าไม่มีการโกง
สุดท้าย คือการเดินทางไปยังกองทัพใหญ่ทั้งแปดของเหลียงโจว เพื่อเข้าร่วมการคัดเลือกอีกครั้งเเละกำหนดตำแหน่งกับหน้าที่ในกองทัพใหญ่
“อู๊ม——”
ทันทีที่​หวังจื๋อพูดจบ…เสียงแตรรวมพลก็ดังขึ้นพอดี
………………….