เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 : สมบัติของเซียน​

บทที่ 27 : สมบัติของเซียน​

บทที่ 27 : สมบัติของเซียน​


บทที่ 27 : สมบัติของเซียน​

“ใครวะ?!” ฉินเฟิงสะดุ้งสุดตัว

เขารีบพุ่งออกไปนอกบ้าน แต่กลับเห็นเพียงเงาดำแวบหายไปที่ปลายถนน

“กล้ามาก ที่มาหาข้าเเบบนี้!” ฉินเฟิงสูดลมหายใจเข้าปอด แล้วกระโจนออกไปอย่างรวดเร็ว

แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถไล่ตามเงาดำนั้นได้ทันเลย

“วิชาตัวเบา เเกใช้วิชาตัวเบาได้งั้นหรือ...เเกคือเฉินซานซือใช่ไหม?!”

ฉินเฟิงพยายามอย่างสุดชีวิต​ เพื่อไล่ตามเงาดำนั้น

ทั้งสองวิ่งไล่ตามกันไป คนหนึ่งนำหน้า อีกคนหนึ่งตามหลัง

ออกจากหมู่บ้านเหยียนเปียน เเล้วมุ่งหน้าตรงไปยังภูเขาหู่โถว

จนกระทั่งมาถึงเนินเขาชั้นสอง, เงาดำนั้นก็แวบหายเข้าไปในป่าทึบอีกครั้ง ราวกับหายตัวไปได้อย่างไร้ร่องรอย

“ชิ้งงงง!”

เมื่อสัมผัส​ได้​ถึง​อันตราย ฉินเฟิงก็ชักดาบออกมา

เขาถือดาบด้วยมือเดียวแล้วค่อยๆ เดินเข้าไปในป่าทึบอย่างระมัดระวัง

…..

ท้องฟ้ายามค่ำคืนไร้เมฆ พระจันทร์สว่างและมีดาวประปราย

แสงจันทร์สีขาวซีดสาดส่องลงมายังพื้นดิน ถูกกิ่งไม้หนาทึบบดบัง จนกลายเป็นแสงและเงาที่กระจัดกระจาย

ทุกย่างก้าวของฉินเฟิง จะมีเสียงกรอบแกรบดังมาจากพุ่มไม้โดยรอบ ไม่รู้ว่าเป็นเสียงแมลง สัตว์เลื้อยคลาน หรือสัตว์ร้าย หรือมีใครบางคนกำลังซุ่มดูเขาอยู่

เขาโกรธจนฟันดาบไปข้างหน้า ตัดต้นไม้ลงเพื่อให้มองเห็นได้กว้างขึ้น…แต่ก็ยังไม่เห็นเงาดำที่ล่อเขาออกมา

“เเกเป็นใครกันแน่?”

“บอกว่าจะพาข้าไปพบพี่ชาย ข้าถามว่าพี่ชายข้าอยู่ไหน?!”

ในที่สุด เสียงลึกลับก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“หัวพี่ชายของเจ้าเกือบจะถูกเจ้าเหยียบจนแหลกแล้ว เจ้ายังกล้าถามข้าอีกหรือ?”

‘อะไรนะ?’

ฉินเฟิงตกใจ เเล้วรีบก้มลงมอง

ทันใดนั้น​ เขาก็เห็นกะโหลกศีรษะสีขาวซีดอยู่ในดินใต้เท้าของเขา

รอบๆกะโหลกศีรษะ มีเศษกระดูกและเศษผ้ากระจัดกระจายอยู่…จากร่องรอยบนเสื้อผ้า ดูเหมือนว่าจะถูกสัตว์ร้ายกัดกินไปนานมาก​แล้ว​

นี่มัน...เสื้อผ้าของฉินสง

“พี่ชาย!!!”

“ฟิ้ววว——” (เสียงหวีดหวิว)

“อั่คคคค”

ฉินเฟิงคำรามลั่น เเละหัวใจของเขาก็รู้สึกเย็นเยียบขึ้นมาทันที

เเละตอนนี้​ ลูกธนูหมาป่าก็ได้พุ่งทะลุหัวใจของเขาจากด้านหลังออกมาด้านหน้า

ตุบ!

ฉินเฟิงคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ใช้ดาบแทงลงพื้นเพื่อพยุงตัวเอง

เขาพยายามอย่างสุดกำลังที่จะไม่ล้มลง, เเต่ตอนนี้เลือดของเขาไหลทะลักออกมาจากปากและจมูกของเขาราวกับน้ำพุ

เขาหมดแรง และไม่คิดจะต่อสู้อีกต่อไป

สุดท้าย เขาได้แต่มองดูซากศพของพี่ชายอย่างเหม่อลอย

แสงจันทร์ที่ราวกับเกลือ โรยลงมาที่พวกเขาทั้งสอง คนหนึ่งเป็นคน อีกคนหนึ่งเป็นวิญญาณ…เเต่พวกเขา​ก็คือพี่น้องที่รักกัน

…..

“เวรเอ๊ย!”

“ข้าเป็นคนใจดี เลยเห็นภาพแบบนี้ไม่ค่อยจะได้”

“ในเมื่อพวกเจ้าพี่น้องรักกันมากขนาดนี้ งั้นข้าจะให้พวกเจ้าได้อยู่ด้วยกันเเล้วกัน!” เฉินซานซือเดินออกมาจากเงามืด

จากนั้น​ เขาก็ผสานพลังปราณและเลือดไปที่แขน หอกปลายบัวเหล็กพุ่งทะลุหัวใจของฉินเฟิงราวกับแทงทะลุกระดาษ…ทำให้เขาสิ้นใจตายทันที

ตั้งแต่ต้นจนจบ, ฉินเฟิงไม่ได้เห็นหน้าฆาตกรด้วยซ้ำ

นี่คือความน่ากลัวของอาวุธระยะไกล

หากหลบไม่ได้ รับไม่ไหว ก็แทบจะหมดสภาพในการต่อสู้ในทันที

เห็นได้ชัดว่าพลังปราณและเลือดระดับเชี่ยวชาญยังไม่เพียงพอ

เฉินซานซือค้นตัวศพ ก็พบเงินอีกสิบตำลึง

“รวยกว่าพี่ชายเจ้าอีกนะ!”

นอกจากนี้ ยังมีดาบอีกเล่มหนึ่ง

เฉินซานซือคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจไม่เอาไป

ดาบนี้เป็นของสำนักยุทธเทียนหยวน มันมีลักษณะเด่นเกินไป เขาเอาไปขายไม่ได้

เเละเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเห็นบาดแผลจากลูกธนูและหอกบนศพของฉินเฟิง เขาจึงดึงลูกธนูเขี้ยวหมาป่าออกมาก่อน จากนั้นก็หยิบดาบขึ้นมาฟันศพไปมั่วๆสิบกว่าครั้ง จนแน่ใจว่าแผลที่เกิดขึ้นนั้นแยกไม่ออกว่าเกิดจากอาวุธชนิดใด ถึงจะพอใจ

“ในที่สุดก็เรียบร้อย”

จัดการเรื่องหนักใจเสร็จสิ้น เฉินซานซือรู้สึกโล่งใจอย่าง​มาก

เเถมตลอดการเดินทางครั้งนี้ ความก้าวหน้าในการฝึกฝนวิชาซ่อนตัวและธนูของเขาก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย

[ทักษะ: การยิงธนู (ระดับความสำเร็จ​เล็ก​น้อย)]

[ความคืบหน้า: (50/1000)]

[ทักษะ​การเเกะรอยตัวทะลุขีดจำกัดแล้ว!]​

[ทักษะการแกะรอย (ระดับ​ความสำเร็จ​เล็ก​น้อย​)]

[ความคืบหน้า: 0/1000]

[ผลของทักษะ: มองเห็นในความมืด, สายตาที่น่าอัศจรรย์​, ฝีเท้าเบาราวกับนกนางแอ่น, ปิดบังลมหายใจ​เเละซ่อนตัว]

….

ทักษะ​การเเกะรอยมีเพิ่มอีกสองผลลัพธ์​จากทักษะเดิม

ถึงแม้จะเป็นเวลากลางคืน เฉินซานซือก็สามารถมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวได้อย่างชัดเจนราวกับกลางวัน

ส่วนการปิดบังลมหายใจ​และการซ่อนตัวก็ตามชื่อเลย ไม่ต้องอธิบายมาก

ด้วยทักษะเหล่านี้ เฉินซานซือจะกลายเป็นมือสังหาร​ที่สามารถเคลื่อนไหว​ได้โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว

“ได้เวลากลับแล้ว”

คืนนี้ในเมืองมีปฏิบัติการครั้งใหญ่ ไม่รู้ว่าจะส่งผลกระทบถึงนอกเมืองหรือไม่

เฉิน​ซาน​ซือ​จึงไม่กล้าอยู่นาน รีบเดินทางกลับทางเดิมอย่างรวดเร็วภายใต้ความมืด

เเต่เมื่อผ่านหมู่บ้านซูเจีย เฉินซานซือก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวในป่า

เขาตื่นตัวทันที รีบปีนขึ้นไปบนต้นไม้ แล้วใช้ทักษะปิดบังลมหายใจ​ที่เพิ่งเรียนรู้

ในชั่วพริบตา เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับต้นไม้ แม้แต่นกที่เกาะอยู่บนต้นไม้ก็ยังสัมผัส​ถึง​เขาไม่ได้​

เเละทันใดนั้น​มันก็มีเสียงฝีเท้าโซเซดังมาจากในป่า ฟังดูเหมือนคนเมาที่เดินโซเซไปมา, ทุกๆสองสามก้าวก็ทำท่าจะล้มลงไปทับต้นไม้ใบหญ้า เเละส่งเสียงดัง “กรอบแกรบ”

ในที่สุด

ต้นตอของเสียงก็เข้ามาในสายตาของเฉินซานซือ

อย่างไร​ก็ตาม นี่ไม่ใช่คนเมา…แต่เป็นคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

คนๆนั้นตัวไม่สูง เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ร่างกายเต็มไปด้วยเลือดจากบาดแผลซึ่งเกิดจากดาบมากกว่าสิบแผล

เเผลของเขาลึกจนเห็นกระดูก แม้กระทั่งอวัยวะภายในก็ยังมองเห็นได้

บาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ เเต่กลับยังเดินได้ก็ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์เเล้ว

“มันมาจากไหนกัน?” เฉินซานซือมองดูการแต่งกายของชายคนนั้น สังเกตเห็นต่างหูและเคราที่ถักเป็นเปีย ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของคนในยุคนี้

“คนเถื่อน?”

“มือสังหาร​คนนั้น?”

“คืนนี้ท่านผู้พันเซียงถิงชุนเองก็ประจำการอยู่ที่นี่พร้อมกับทหารสามร้อยนายและศิษย์สำนักยุทธอีกหลายร้อยคน เเต่ทำไมมันถึงหนีรอดออกมาได้?”

เขาไม่ได้ทำอะไร หากแต่เฝ้าสังเกตการณ์อย่างเงียบๆ

“อั้ค...” ชายคนเถื่อนไอออกมาเป็นเลือดสีดำ

เขาเดินโซเซไปมา แล้วล้มลงไปในพุ่มไม้ พยายามจะลุกขึ้นหลายครั้งแต่ก็ล้มลงไปอีก ดูเหมือนจะใกล้หมดลมหายใจเต็มที

จากนั้น​เฉิน​ซาน​ซือ​ก็เห็นเขาคลานไปบนพื้น ใช้มือที่เปื้อนเลือดขุดดินใต้ก้อนหินอย่างสั่นเทา

ใช้ความพยายามอย่างมาก จึงขุดหลุมเล็กๆได้, จากนั้นก็หยิบกล่องออกมาจากอกเสื้อ แล้วฝังลงไปในหลุมอย่างยากลำบาก

“กำลังซ่อนอะไรบางอย่าง?” เฉินซานซือมองดูอย่างตั้งใจ

หลังจากฝังของเสร็จ ชายคนเถื่อนก็หยิบเศษหญ้าและกิ่งไม้มาปิดบังร่องรอย

ตอนนี้ เขาแทบจะหายใจเข้าอย่างเดียว ใกล้จะตายแล้ว…แต่เขาก็ยังคงคลานต่อไป พยายามจะออกห่างจากที่ซ่อนของให้มาก​ที่สุด​

หลังจากคลานไปประมาณสิบกว่าเมตร ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อ เเละหมดลมหายใจ

เฉินซานซือรออยู่บนต้นไม้อีกประมาณสิบนาที จนแน่ใจว่าชายคนนั้นตายแล้วจริงๆ ค่อยกระโดดลงมา ใช้หอกขุดดิน แล้วหยิบของที่ฝังอยู่ข้างในออกมา

“อะไรวะเนี่ย?” เฉินซานซือพลิกกล่องขนาดเท่าฝ่ามือไปมา แล้วพึมพำ​

ของที่ก่อนตายยังต้องใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายเพื่อซ่อนไว้ แน่นอนว่าต้องมีค่ามาก

แต่คำถามคือ…มือสังหาร​จะพกสมบัติติดตัวมาทำภารกิจทำไม?

หรือว่า

เป้าหมายของคนเถื่อนคือการมาขโมยของสิ่งนี้ที่เมืองพั่วหยาง?

“ไม่ถูก ไม่ถูกต้อง” เฉินซานซือส่ายหัว

มันมีบางอย่างที่ไม่สมเหตุสมผล

ถ้ามาขโมยของ คนเถื่อนก็ไม่ควรจะอยู่นานขนาดนี้หลังจากฆ่านายอำเภอ​ แถมยังฆ่าเจ้าสำนักของสำนักยุทธหยุนเหออีก

อีกอย่าง…เมืองพั่วหยางเล็กๆจะไปมีสมบัติล้ำค่า​อะไร?

เเละก็เป็นไปได้ยากที่จะเป็นข้อมูลลับ

เรื่องวุ่นวายขนาดนี้ ถึงจะเป็นข้อมูลลับก็คงใช้ไม่ได้แล้ว ยังจำเป็นต้องฝังไว้อีกเหรอ?

เรื่องทั้งหมดนี้มันแปลกตั้งแต่แรกแล้ว

ทั้งกองทัพ​และสำนักยุทธ​ก็ไม่เคยพูดถึงการตามหาสิ่งของ พูดแต่เรื่องการตามล่าตัวมือสังหาร​

“ข้างหน้า!”

“เร็วเข้า!”

“…”

ไม่ไกลนัก มันก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างรวดเร็วและหนักแน่น เห็นได้ชัดว่าเป็นพวกที่กำลังตามล่ามา

เฉินซานซือไม่สามารถเปิดเผยว่าตัวเองว่าออกมาข้างนอกตอนกลางคืนได้

เขาจึงรีบกลบหลุมแล้วใช้ก้อนหินทับไว้ ก่อนจะถือกล่องกลับขึ้นไปบนต้นไม้อีกครั้ง

คนที่ตามมาไม่ใช่ทหารจากกองทัพ​หรือกองกำลังรักษาการณ์…แต่เป็นคนของสำนักยุทธ และมีเพียงสามคนเท่านั้น​

ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง นำศิษย์เเท้จริ​งมาสองคน…ดูจากเสื้อผ้าแล้ว เป็นคนของสำนักยุทธตระกูล​จ้าว

คนที่นำมาก็คือเจ้าสำนัก จ้าวเปิน

“อาจารย์ มีแค่คนเดียว…และมันตายแล้ว!” พวกเขาพบศพของคนเถื่อน

สีหน้าของจ้าวเปินเปลี่ยนไป เขารีบวิ่งเข้ามาค้นตัวศพทันที​

“ของอยู่ไหน?!”

“ช่ายข้าค้นรอบๆเร็ว!”

“ครับ!” ศิษย์ทั้งสองชักดาบออกมา แล้วเริ่มค้นหาบริเวณใกล้เคียง

แน่นอนว่าสุดท้าพวกเขา​ก็ไม่พบอะไร

“อาจารย์ ไม่มีอะไรเลย ข้าคิดว่าน่าจะถูกคนอื่นๆเอาไปแล้ว”

“น่าเจ็บใจนัก! แค่นิดเดียวเองแท้ๆ!” จ้าวเปินกำหมัดแน่นด้วยความโกรธอยู่พักใหญ่ ก่อนจะระงับอารมณ์ลงได้

“พวกเจ้าไม่ได้ปล่อยข่าวออกไปใช่ไหม?”

“อาจารย์วางใจ นอกจากเจ้าสำนักของสามสำนักยุทธใหญ่แล้ว มีเพียงศิษย์เเท้​จรงไม่กี่คนและท่านผู้พันเซียงที่รู้ว่าพวกเรากำลังตามหาสมบัติของเซียน”

“ศิษย์ทั่วไปและทหารของกองกำลังรักษาการณ์คนอื่นๆ คิดว่าพวกเรากำลังตามล่าตัวมือสังหาร​”

“ดีแล้ว” จ้าวเปินเอ่ยเตือน

“เรื่องนี้เกี่ยวกับแผนการใหญ่ในรอบร้อยปีของพวกเรา หากข่าวรั่วไหลออกไป ผลที่ตามมาจะยากจะรับมือ…หากมีคนนอกรู้เรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว ยังไงก็ต้องฆ่าปิดปาก!”

“เอาศพของคนเถื่อนกลับไปผ่าดูด้วย เผื่อว่าของจะอยู่ในท้องของมัน!”

“ครับ!”

“…”

…….

เฉิน​ซาน​ซือ​มองดูคนกลุ่มนั้นเดินจากไป

เขาใช้เวลาสักพักในการทำความเข้าใจข้อมูลจากบทสนทนา

สมบัติของเซียน?

พวกเขากำลังตามหาสมบัติของเซียน?

ท่านผู้พันเซียงถิงชุนก็ร่วมมือกับพวกเขาด้วย?

และยังบอกว่าถ้าคนนอกรู้เรื่องนี้แม้แต่นิดเดียวก็ต้องฆ่าปิดปาก ต้องโหดเหี้ยมขนาดนี้เชียว?

เฉินซานซือพลิกกล่องในมือไปมา

“ถ้าเป็นแบบนี้ ยิ่งไม่มีทางให้ใครรู้ว่าข้าแตะต้องของสิ่งนี้”

“ทำได้อย่างเดียวคือ...”

“มันต้องเป็นของข้า!”

………………….

จบบทที่ บทที่ 27 : สมบัติของเซียน​

คัดลอกลิงก์แล้ว