- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 27 : สมบัติของเซียน
บทที่ 27 : สมบัติของเซียน
บทที่ 27 : สมบัติของเซียน​
บทที่ 27 : สมบัติของเซียน​
“ใครวะ?!” ฉินเฟิงสะดุ้งสุดตัว
เขารีบพุ่งออกไปนอกบ้าน แต่กลับเห็นเพียงเงาดำแวบหายไปที่ปลายถนน
“กล้ามาก ที่มาหาข้าเเบบนี้!” ฉินเฟิงสูดลมหายใจเข้าปอด แล้วกระโจนออกไปอย่างรวดเร็ว
แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถไล่ตามเงาดำนั้นได้ทันเลย
“วิชาตัวเบา เเกใช้วิชาตัวเบาได้งั้นหรือ...เเกคือเฉินซานซือใช่ไหม?!”
ฉินเฟิงพยายามอย่างสุดชีวิต​ เพื่อไล่ตามเงาดำนั้น
ทั้งสองวิ่งไล่ตามกันไป คนหนึ่งนำหน้า อีกคนหนึ่งตามหลัง
ออกจากหมู่บ้านเหยียนเปียน เเล้วมุ่งหน้าตรงไปยังภูเขาหู่โถว
จนกระทั่งมาถึงเนินเขาชั้นสอง, เงาดำนั้นก็แวบหายเข้าไปในป่าทึบอีกครั้ง ราวกับหายตัวไปได้อย่างไร้ร่องรอย
“ชิ้งงงง!”
เมื่อสัมผัส​ได้​ถึง​อันตราย ฉินเฟิงก็ชักดาบออกมา
เขาถือดาบด้วยมือเดียวแล้วค่อยๆ เดินเข้าไปในป่าทึบอย่างระมัดระวัง
…..
ท้องฟ้ายามค่ำคืนไร้เมฆ พระจันทร์สว่างและมีดาวประปราย
แสงจันทร์สีขาวซีดสาดส่องลงมายังพื้นดิน ถูกกิ่งไม้หนาทึบบดบัง จนกลายเป็นแสงและเงาที่กระจัดกระจาย
ทุกย่างก้าวของฉินเฟิง จะมีเสียงกรอบแกรบดังมาจากพุ่มไม้โดยรอบ ไม่รู้ว่าเป็นเสียงแมลง สัตว์เลื้อยคลาน หรือสัตว์ร้าย หรือมีใครบางคนกำลังซุ่มดูเขาอยู่
เขาโกรธจนฟันดาบไปข้างหน้า ตัดต้นไม้ลงเพื่อให้มองเห็นได้กว้างขึ้น…แต่ก็ยังไม่เห็นเงาดำที่ล่อเขาออกมา
“เเกเป็นใครกันแน่?”
“บอกว่าจะพาข้าไปพบพี่ชาย ข้าถามว่าพี่ชายข้าอยู่ไหน?!”
ในที่สุด เสียงลึกลับก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“หัวพี่ชายของเจ้าเกือบจะถูกเจ้าเหยียบจนแหลกแล้ว เจ้ายังกล้าถามข้าอีกหรือ?”
‘อะไรนะ?’
ฉินเฟิงตกใจ เเล้วรีบก้มลงมอง
ทันใดนั้น​ เขาก็เห็นกะโหลกศีรษะสีขาวซีดอยู่ในดินใต้เท้าของเขา
รอบๆกะโหลกศีรษะ มีเศษกระดูกและเศษผ้ากระจัดกระจายอยู่…จากร่องรอยบนเสื้อผ้า ดูเหมือนว่าจะถูกสัตว์ร้ายกัดกินไปนานมาก​แล้ว​
นี่มัน...เสื้อผ้าของฉินสง
“พี่ชาย!!!”
“ฟิ้ววว——” (เสียงหวีดหวิว)
“อั่คคคค”
ฉินเฟิงคำรามลั่น เเละหัวใจของเขาก็รู้สึกเย็นเยียบขึ้นมาทันที
เเละตอนนี้​ ลูกธนูหมาป่าก็ได้พุ่งทะลุหัวใจของเขาจากด้านหลังออกมาด้านหน้า
ตุบ!
ฉินเฟิงคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ใช้ดาบแทงลงพื้นเพื่อพยุงตัวเอง
เขาพยายามอย่างสุดกำลังที่จะไม่ล้มลง, เเต่ตอนนี้เลือดของเขาไหลทะลักออกมาจากปากและจมูกของเขาราวกับน้ำพุ
เขาหมดแรง และไม่คิดจะต่อสู้อีกต่อไป
สุดท้าย เขาได้แต่มองดูซากศพของพี่ชายอย่างเหม่อลอย
แสงจันทร์ที่ราวกับเกลือ โรยลงมาที่พวกเขาทั้งสอง คนหนึ่งเป็นคน อีกคนหนึ่งเป็นวิญญาณ…เเต่พวกเขา​ก็คือพี่น้องที่รักกัน
…..
“เวรเอ๊ย!”
“ข้าเป็นคนใจดี เลยเห็นภาพแบบนี้ไม่ค่อยจะได้”
“ในเมื่อพวกเจ้าพี่น้องรักกันมากขนาดนี้ งั้นข้าจะให้พวกเจ้าได้อยู่ด้วยกันเเล้วกัน!” เฉินซานซือเดินออกมาจากเงามืด
จากนั้น​ เขาก็ผสานพลังปราณและเลือดไปที่แขน หอกปลายบัวเหล็กพุ่งทะลุหัวใจของฉินเฟิงราวกับแทงทะลุกระดาษ…ทำให้เขาสิ้นใจตายทันที
ตั้งแต่ต้นจนจบ, ฉินเฟิงไม่ได้เห็นหน้าฆาตกรด้วยซ้ำ
นี่คือความน่ากลัวของอาวุธระยะไกล
หากหลบไม่ได้ รับไม่ไหว ก็แทบจะหมดสภาพในการต่อสู้ในทันที
เห็นได้ชัดว่าพลังปราณและเลือดระดับเชี่ยวชาญยังไม่เพียงพอ
เฉินซานซือค้นตัวศพ ก็พบเงินอีกสิบตำลึง
“รวยกว่าพี่ชายเจ้าอีกนะ!”
นอกจากนี้ ยังมีดาบอีกเล่มหนึ่ง
เฉินซานซือคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจไม่เอาไป
ดาบนี้เป็นของสำนักยุทธเทียนหยวน มันมีลักษณะเด่นเกินไป เขาเอาไปขายไม่ได้
เเละเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเห็นบาดแผลจากลูกธนูและหอกบนศพของฉินเฟิง เขาจึงดึงลูกธนูเขี้ยวหมาป่าออกมาก่อน จากนั้นก็หยิบดาบขึ้นมาฟันศพไปมั่วๆสิบกว่าครั้ง จนแน่ใจว่าแผลที่เกิดขึ้นนั้นแยกไม่ออกว่าเกิดจากอาวุธชนิดใด ถึงจะพอใจ
“ในที่สุดก็เรียบร้อย”
จัดการเรื่องหนักใจเสร็จสิ้น เฉินซานซือรู้สึกโล่งใจอย่าง​มาก
เเถมตลอดการเดินทางครั้งนี้ ความก้าวหน้าในการฝึกฝนวิชาซ่อนตัวและธนูของเขาก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย
…
[ทักษะ: การยิงธนู (ระดับความสำเร็จ​เล็ก​น้อย)]
[ความคืบหน้า: (50/1000)]
…
[ทักษะ​การเเกะรอยตัวทะลุขีดจำกัดแล้ว!]​
[ทักษะการแกะรอย (ระดับ​ความสำเร็จ​เล็ก​น้อย​)]
[ความคืบหน้า: 0/1000]
[ผลของทักษะ: มองเห็นในความมืด, สายตาที่น่าอัศจรรย์​, ฝีเท้าเบาราวกับนกนางแอ่น, ปิดบังลมหายใจ​เเละซ่อนตัว]
….
ทักษะ​การเเกะรอยมีเพิ่มอีกสองผลลัพธ์​จากทักษะเดิม
ถึงแม้จะเป็นเวลากลางคืน เฉินซานซือก็สามารถมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวได้อย่างชัดเจนราวกับกลางวัน
ส่วนการปิดบังลมหายใจ​และการซ่อนตัวก็ตามชื่อเลย ไม่ต้องอธิบายมาก
ด้วยทักษะเหล่านี้ เฉินซานซือจะกลายเป็นมือสังหาร​ที่สามารถเคลื่อนไหว​ได้โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว
“ได้เวลากลับแล้ว”
คืนนี้ในเมืองมีปฏิบัติการครั้งใหญ่ ไม่รู้ว่าจะส่งผลกระทบถึงนอกเมืองหรือไม่
เฉิน​ซาน​ซือ​จึงไม่กล้าอยู่นาน รีบเดินทางกลับทางเดิมอย่างรวดเร็วภายใต้ความมืด
เเต่เมื่อผ่านหมู่บ้านซูเจีย เฉินซานซือก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวในป่า
เขาตื่นตัวทันที รีบปีนขึ้นไปบนต้นไม้ แล้วใช้ทักษะปิดบังลมหายใจ​ที่เพิ่งเรียนรู้
ในชั่วพริบตา เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับต้นไม้ แม้แต่นกที่เกาะอยู่บนต้นไม้ก็ยังสัมผัส​ถึง​เขาไม่ได้​
เเละทันใดนั้น​มันก็มีเสียงฝีเท้าโซเซดังมาจากในป่า ฟังดูเหมือนคนเมาที่เดินโซเซไปมา, ทุกๆสองสามก้าวก็ทำท่าจะล้มลงไปทับต้นไม้ใบหญ้า เเละส่งเสียงดัง “กรอบแกรบ”
ในที่สุด
ต้นตอของเสียงก็เข้ามาในสายตาของเฉินซานซือ
อย่างไร​ก็ตาม นี่ไม่ใช่คนเมา…แต่เป็นคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส
คนๆนั้นตัวไม่สูง เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ร่างกายเต็มไปด้วยเลือดจากบาดแผลซึ่งเกิดจากดาบมากกว่าสิบแผล
เเผลของเขาลึกจนเห็นกระดูก แม้กระทั่งอวัยวะภายในก็ยังมองเห็นได้
บาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ เเต่กลับยังเดินได้ก็ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์เเล้ว
“มันมาจากไหนกัน?” เฉินซานซือมองดูการแต่งกายของชายคนนั้น สังเกตเห็นต่างหูและเคราที่ถักเป็นเปีย ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของคนในยุคนี้
“คนเถื่อน?”
“มือสังหาร​คนนั้น?”
“คืนนี้ท่านผู้พันเซียงถิงชุนเองก็ประจำการอยู่ที่นี่พร้อมกับทหารสามร้อยนายและศิษย์สำนักยุทธอีกหลายร้อยคน เเต่ทำไมมันถึงหนีรอดออกมาได้?”
เขาไม่ได้ทำอะไร หากแต่เฝ้าสังเกตการณ์อย่างเงียบๆ
“อั้ค...” ชายคนเถื่อนไอออกมาเป็นเลือดสีดำ
เขาเดินโซเซไปมา แล้วล้มลงไปในพุ่มไม้ พยายามจะลุกขึ้นหลายครั้งแต่ก็ล้มลงไปอีก ดูเหมือนจะใกล้หมดลมหายใจเต็มที
จากนั้น​เฉิน​ซาน​ซือ​ก็เห็นเขาคลานไปบนพื้น ใช้มือที่เปื้อนเลือดขุดดินใต้ก้อนหินอย่างสั่นเทา
ใช้ความพยายามอย่างมาก จึงขุดหลุมเล็กๆได้, จากนั้นก็หยิบกล่องออกมาจากอกเสื้อ แล้วฝังลงไปในหลุมอย่างยากลำบาก
“กำลังซ่อนอะไรบางอย่าง?” เฉินซานซือมองดูอย่างตั้งใจ
หลังจากฝังของเสร็จ ชายคนเถื่อนก็หยิบเศษหญ้าและกิ่งไม้มาปิดบังร่องรอย
ตอนนี้ เขาแทบจะหายใจเข้าอย่างเดียว ใกล้จะตายแล้ว…แต่เขาก็ยังคงคลานต่อไป พยายามจะออกห่างจากที่ซ่อนของให้มาก​ที่สุด​
หลังจากคลานไปประมาณสิบกว่าเมตร ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อ เเละหมดลมหายใจ
เฉินซานซือรออยู่บนต้นไม้อีกประมาณสิบนาที จนแน่ใจว่าชายคนนั้นตายแล้วจริงๆ ค่อยกระโดดลงมา ใช้หอกขุดดิน แล้วหยิบของที่ฝังอยู่ข้างในออกมา
“อะไรวะเนี่ย?” เฉินซานซือพลิกกล่องขนาดเท่าฝ่ามือไปมา แล้วพึมพำ​
ของที่ก่อนตายยังต้องใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายเพื่อซ่อนไว้ แน่นอนว่าต้องมีค่ามาก
แต่คำถามคือ…มือสังหาร​จะพกสมบัติติดตัวมาทำภารกิจทำไม?
หรือว่า
เป้าหมายของคนเถื่อนคือการมาขโมยของสิ่งนี้ที่เมืองพั่วหยาง?
“ไม่ถูก ไม่ถูกต้อง” เฉินซานซือส่ายหัว
มันมีบางอย่างที่ไม่สมเหตุสมผล
ถ้ามาขโมยของ คนเถื่อนก็ไม่ควรจะอยู่นานขนาดนี้หลังจากฆ่านายอำเภอ​ แถมยังฆ่าเจ้าสำนักของสำนักยุทธหยุนเหออีก
อีกอย่าง…เมืองพั่วหยางเล็กๆจะไปมีสมบัติล้ำค่า​อะไร?
เเละก็เป็นไปได้ยากที่จะเป็นข้อมูลลับ
เรื่องวุ่นวายขนาดนี้ ถึงจะเป็นข้อมูลลับก็คงใช้ไม่ได้แล้ว ยังจำเป็นต้องฝังไว้อีกเหรอ?
เรื่องทั้งหมดนี้มันแปลกตั้งแต่แรกแล้ว
ทั้งกองทัพ​และสำนักยุทธ​ก็ไม่เคยพูดถึงการตามหาสิ่งของ พูดแต่เรื่องการตามล่าตัวมือสังหาร​
“ข้างหน้า!”
“เร็วเข้า!”
“…”
ไม่ไกลนัก มันก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างรวดเร็วและหนักแน่น เห็นได้ชัดว่าเป็นพวกที่กำลังตามล่ามา
เฉินซานซือไม่สามารถเปิดเผยว่าตัวเองว่าออกมาข้างนอกตอนกลางคืนได้
เขาจึงรีบกลบหลุมแล้วใช้ก้อนหินทับไว้ ก่อนจะถือกล่องกลับขึ้นไปบนต้นไม้อีกครั้ง
คนที่ตามมาไม่ใช่ทหารจากกองทัพ​หรือกองกำลังรักษาการณ์…แต่เป็นคนของสำนักยุทธ และมีเพียงสามคนเท่านั้น​
ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง นำศิษย์เเท้จริ​งมาสองคน…ดูจากเสื้อผ้าแล้ว เป็นคนของสำนักยุทธตระกูล​จ้าว
คนที่นำมาก็คือเจ้าสำนัก จ้าวเปิน
“อาจารย์ มีแค่คนเดียว…และมันตายแล้ว!” พวกเขาพบศพของคนเถื่อน
สีหน้าของจ้าวเปินเปลี่ยนไป เขารีบวิ่งเข้ามาค้นตัวศพทันที​
“ของอยู่ไหน?!”
“ช่ายข้าค้นรอบๆเร็ว!”
“ครับ!” ศิษย์ทั้งสองชักดาบออกมา แล้วเริ่มค้นหาบริเวณใกล้เคียง
แน่นอนว่าสุดท้าพวกเขา​ก็ไม่พบอะไร
“อาจารย์ ไม่มีอะไรเลย ข้าคิดว่าน่าจะถูกคนอื่นๆเอาไปแล้ว”
“น่าเจ็บใจนัก! แค่นิดเดียวเองแท้ๆ!” จ้าวเปินกำหมัดแน่นด้วยความโกรธอยู่พักใหญ่ ก่อนจะระงับอารมณ์ลงได้
“พวกเจ้าไม่ได้ปล่อยข่าวออกไปใช่ไหม?”
“อาจารย์วางใจ นอกจากเจ้าสำนักของสามสำนักยุทธใหญ่แล้ว มีเพียงศิษย์เเท้​จรงไม่กี่คนและท่านผู้พันเซียงที่รู้ว่าพวกเรากำลังตามหาสมบัติของเซียน”
“ศิษย์ทั่วไปและทหารของกองกำลังรักษาการณ์คนอื่นๆ คิดว่าพวกเรากำลังตามล่าตัวมือสังหาร​”
“ดีแล้ว” จ้าวเปินเอ่ยเตือน
“เรื่องนี้เกี่ยวกับแผนการใหญ่ในรอบร้อยปีของพวกเรา หากข่าวรั่วไหลออกไป ผลที่ตามมาจะยากจะรับมือ…หากมีคนนอกรู้เรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว ยังไงก็ต้องฆ่าปิดปาก!”
“เอาศพของคนเถื่อนกลับไปผ่าดูด้วย เผื่อว่าของจะอยู่ในท้องของมัน!”
“ครับ!”
“…”
…….
เฉิน​ซาน​ซือ​มองดูคนกลุ่มนั้นเดินจากไป
เขาใช้เวลาสักพักในการทำความเข้าใจข้อมูลจากบทสนทนา
สมบัติของเซียน?
พวกเขากำลังตามหาสมบัติของเซียน?
ท่านผู้พันเซียงถิงชุนก็ร่วมมือกับพวกเขาด้วย?
และยังบอกว่าถ้าคนนอกรู้เรื่องนี้แม้แต่นิดเดียวก็ต้องฆ่าปิดปาก ต้องโหดเหี้ยมขนาดนี้เชียว?
เฉินซานซือพลิกกล่องในมือไปมา
“ถ้าเป็นแบบนี้ ยิ่งไม่มีทางให้ใครรู้ว่าข้าแตะต้องของสิ่งนี้”
“ทำได้อย่างเดียวคือ...”
“มันต้องเป็นของข้า!”
………………….